cosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ

    เริ่มบุกเบิก.

    เมื่อกลับมาถึงบ้าน สิ่งที่ไป๋ฉีทำเป็นอย่างแรกคือการไปหาพ่อ แม่ น้องๆ และภรรยาที่กลับมารออยู่ก่อนแล้ว ทำให้เกิดบรรยากาศแห่งความสุขและรื่นเริงเกิดขึ้นมาพักใหญ่

     

    ต่อมาเมื่อไป๋ฉีกลับบ้านพวกโรสก็มารายงานเรื่องที่มีสายลับแอบสะกดรอยตามไป๋เฉินให้เขาได้ฟัง สิ่งนี้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกโกรธเป็นอย่างมากแต่ด้วยไม่รู้ว่ามันเป็นใครจึงไม่อาจที่จะทำอะไรตอนนี้ได้

     

    "พวกมันสะกดรอยตามพ่อมากี่ครั้งแล้ว"ไป๋ฉีกล่าวถาม

     

    "ครั้งเดียวเท่านั้น และพวกมันก็ไม่ได้ปรากฏออกมาอีกเลย"ซุนหรงตอบกลับในทันที เรื่องนี้บอกตามตรงว่าพวกเธอเองก็แปลกใจอยู่เหมือนกัน

     

    "อาจจะเป็นเพราะพวกมันรู้ตัวว่ามีคนเห็น จึงไม่คิดที่จะลงมือต่อก็เป็นได้"เป็นโรสที่เอ่ยปากกล่าวเสริมขึ้นมา

     

    "อืม ถ้าพวกมันไม่ปรากฏตัวขึ้นมาอีกก็ถือว่าพวกรอดตัวไป แต่ถ้ากล้าออกมาเมื่อไหร่ฉันก็พร้อมจะไปถล่มพวกมันให้ราบคาบ"ไป๋ฉีกำหมัดแน่นด้วยความโกรธจัด ในเมื่อพวกมันกล้าคิดลงมือกับพ่อของเขาที่ไม่ใช่นักสู้ นั่นก็เท่ากับพวกมันคือคนที่ทำผิดกฏ ดังนั้นเขาจึงมีอำนาจที่จะถล่มมันได้โดยไม่ผิดกฏหมายใดๆ

     

    "เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ไหนๆคุณพ่อก็ปลอดภัยแล้ว ตอนนี้มาคุยเรื่องภารกิจบุกเบิกที่กำลังจะมาถึงกันดีกว่า ดูเหมือนว่าเทพสงครามทุกคนจะกระตือรือร้นในเรื่องนี้มาก สามี ได้คิดหรือยังว่าหากชนะจะให้ใครขึ้นเป็นราชาของประเทศ"โนอาเปลี่ยนเรื่องพร้อมกับกล่าวถาม

     

    "คิดแล้ว ถ้าชนะฉันจะยกตำแหน่งนี้ให้กับอาจารย์"

     

    เขาตอบโดยไม่มีความลังเลใจ ส่วนเหตุผลที่เขาเลือกเช่นนั้น ก็เพราะอู่จินหยางคืออาจารย์ของเขาและมีความสามารถเพียงพอที่จะปกครองประเทศได้ และสุดท้ายคืออู่จินหยางมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศอื่นๆส่วนใหญ่เนื่องจากต้องไม่ลืมว่าเขามีภรรยาถึงเจ็ดคนเจ็ดเชื้อชาติและยังจะมีคนที่แปดเร็วๆนี้

     

    "อืม นับว่าสมเหตุสมผลดี" ภรรยาสาวทั้งห้าคนต่างพยักหน้าอย่างเห็นด้วยโดยพร้อมเพรียงกัน

     

    "โอ้ จริงด้วย พี่คะ อาจารย์ฝากมาบอกว่าให้เตรียมตัวเอาไว้เพราะการสอบคัดเลือกนักสู้เข้าหน่วยงานจะเริ่มหลังจากที่การบุกเบิกเสร็จสิ้นแล้ว"จางจิวลี่ที่คิดขึ้นได้จึงกล่าวเตือนโดยทันควัน

     

    ไป๋ฉีพยักหน้าตอบรับ "อืม เข้าใจแล้ว"

     

    หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็คือช่วงเวลาพักผ่อนของไป๋ฉี ชายหนุ่มใช้ชีวิตอย่างมีความสุขยิ่งในทุกคืนวัน โดยส่วนใหญ่เขามักจะอุ้มไป๋จินหลงและไป๋ชิงเฟิงเดินเที่ยวรอบดราก้อนเอ็มไพร์จนกลายเป็นที่ชินตาและเอ็นดูของใครหลายๆคนในกองกำลังในเวลาต่อมา

     

    ดวงตาคู่งามสีทองและสีเขียวมรกตของเด็กทั้งสองคนราวกับสามารถสะกดใจของผู้คนได้ ทุกคนที่เห็นล้วนแต่รักไคร่เอ็นดูพวกเขาในทันใด ต่อมาไม่นานทั้งน้องชายและน้องสาวของไป๋ฉีก็ถูกยกให้กลายเป็นเหมือนกับมาสคอตของกองกำลังไปในที่สุด ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ไป๋ฉีอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก

     

    ทว่าความสงบสุขก็มักจะอยู่ได้ไม่นาน ในที่สุดวันแห่งการบุกเบิกก็มาถึง ไป๋ฉีและภรรยากล่าวลาพ่อ แม่ และน้องๆก่อนที่จะเดินขึ้นเครื่องบินรบไป ภายในระยะเวลาไม่นานพวกเขาก็มาถึงยังพื้นที่แห่งการบุกเบิกที่ตอนนี้เต็มไปด้วยเครื่องบินรบมากมายของเทพสงครามคนอื่นๆมากมาย

     

    "โรสมีใครที่เราต้องระวังเป็นพิเศษบ้างไหม"ไป๋ฉีกล่าวถาม

     

    โรสพยักหน้า "จากที่สืบมา พวกเทพสงครามหัวรุนแรงเองก็มีเยอะเหมือนกัน แต่ที่ควรระวังก็น่าจะเป็นเทพสงครามที่มาจากกองกำลังใต้ดินอย่างเช่นตลาดมืด องค์กรนักฆ่า และผู้คุมกฏใต้ดิน"

     

    "หืม เทพสงครามของกองกำลังพวกนี้สามารถเข้าร่วมได้ด้วยหรือ"ไป๋ฉีคิ้วขมวดและเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ องค์กรพวกนี้อยู่รอดมาได้เขาก็ว่าแปลกแล้ว แต่นี่ถึงกับเข้าร่วมภารกิจบุกเบิกประเทศได้ ไม่รู้ว่าระดับจ้าวพิภพคิดอะไรกันอยู่

     

    ถ้าหากเทพสงครามของกองกำลังเหล่านี้ทำงานได้อันดับหนึ่งเขาไม่อยากคิดเลยว่าประเทศที่พวกมันปกครองจะเป็นยังไง

     

    "ความจริงแล้วมันก็มีที่ไปที่มาอยู่ เพียงแต่คนทั่วไปไม่ได้รับรู้ก็เท่านั้น การที่เทพสงครามขององค์กรใต้ดินสามารถเข้าร่วมประชุมสภารวมถึงภารกิจบุกเบิกประเทศได้นั้น ก็เพราะว่ามีจ้าวพิภพคนหนึ่งโน้มน้าวจ้าวพิภพส่วนใหญ่ให้อนุมัติการเข้าร่วมของพวกมัน"โนอาอธิบาย

     

    "จ้าวพิภพ? โดยปกติแล้วจ้าวพิภพจะเป็นผู้พิทักษ์เท่านั้นไม่ใช่หรือ ทำไมถึงได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นได้??"

     

    "แน่นอนตามจริงควรที่จะเป็นแบบนั้น แต่จ้าวพิภพก็เป็นเพียงคนๆหนึ่งที่มีความรู้สึกนึกคิดและมีความโลภได้เหมือนกัน เรื่องแบบนี้จึงไม่แปลกที่จะเกิดขึ้น ส่วนจ้าวพิภพคนอื่นๆก็น่าจะเห็นว่าการมีเทพสงครามมากขึ้นย่อมเป็นเรื่องที่ดี ดังนั้นจึงอนุมัติไป"

     

    "เพราะถึงอย่างไรพวกเขาก็มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมพวกองค์ใต้ดินพวกนี้ได้อยู่แล้ว ขอเพียงแค่พวกมันทำอะไรที่เกินขอบเขตพวกเขาก็จะจัดการในทันที"เซอินอธิบายเสริมเพื่อให้ไป๋ฉีได้กระจ่าง

     

    ทันใดนั้น กองเครื่องบินรบของดราก้อนเอ็มไพร์ก็ได้มาถึงและมีลำหนึ่งมาหยุดอยู่ข้างๆเครื่องบินของไป๋ฉี อู่จินหยางและจิงจิงบินข้ามยานมาหาไป๋ฉีในทันที

     

    ชายหนุ่มที่เห็นก็ทำความเคารพอย่างจริงใจ "อาจารย์"

     

    อู่จินหยางเข้ามาประคอง "ไม่ต้องมากพิธีไป แล้วนี่เตรียมพร้อมแล้วหรือยัง?"

     

    "พร้อมแล้วครับ ตอนนี้กำลังรอผู้อาวุโสจื่อยวนประกาศเริ่มการเบิกอยู่"ไป๋ฉีกล่าวและมองไปยังยานลำใหญ่ลำหนึ่งที่อยู่ใจกลางของยานทุกลำ

     

    "อืม ถ้าแบบนั้นก็ดี แต่การบุกเบิกครั้งนี้ต้องระวังให้มากเข้าใจไหม เพราะมันมีผลประโยชน์ครั้งใหญ่อย่างการเป็นราชาเข้ามาเอี่ยวด้วย บางทีอาจจะมีการปะทะกันระหว่างเทพสงคราม"

     

    ไป๋ฉีพยักหน้า "ครับ อาจารย์ผมจะระวังไว้ เมื่อครู่ผมเองก็พึ่งพูดเรื่องนี้กับภรรยาของผมไปเอง อาจารย์กับพี่สาวจิงจิงก็ต้องระวังเหมือนกันนะครับ"

     

    ชายหนุ่มยังพูดไม่ทันขาดคำ เทพสงครามจื่อยวนก็ออกมาจากเครื่องบินรบของตนเองแล้วกล่าวเริ่มการบุกเบิกและแข่งขันหาราชาของประเทศใหม่

     

    ทั้งไป๋ฉีและอู่หยางพยักหน้าให้กัน และพากันเดินไปยังท้ายเครื่องบินที่กำลังเปิดออก ก่อนที่จะกระโดดไปด้านนอกพร้อมสวมใส่ชุดเกราะนาโนและพากันบินออกไป โดยที่แยกกันไปคนละทาง

     

    ไป๋ฉีและภรรยาไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ อู่จินหยาง จิงจิ งรวมไปถึงเทพสงครามอีกหลายคนของดราก้อนเอ็มไพร์ไปยังทิศตะวันออกเฉียงใต้

     

    เบื้องหน้าของพวกไป๋ฉีตอนนี้มีอบิสระดับเทพสงครามอยู่มากมาย เมื่อเห็นว่ามีศัตรูเข้ามาในระยะก็พากันกู่ร้องคำราม

     

    "พวกเธอแยกย้ายกันออกไป เดี๋ยวตรงกลางฉันลุยเอง"

     

    ชายหนุ่มออกคำสั่ง หญิงสาวทั้งห้าคนพยักหน้าก่อนที่เกราะส่วนหัวจะถูกเรียกสวมใส่ จากนั้นทั้งห้าคนก็แยกย้ายกันไปตามทิศทางที่แตกต่างกัน ส่วนไป๋ฉีนั้นแน่นอนว่าเขาพุ่งตรงไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเลใจ