เทพกระบี่เงาสังหาร

    พรสวรรค์ที่น่าตกตะลึงของเยี๋ยน

    ด้านล่างนายน้อยตระกูลอินทรีย์ขึ้นไปถึงขั้นที่ 50 ก็เริ่มแสดงออกทางสีหน้าแล้วซึ่งแม้แต่รัชทายาทเองก็ขึ้นไปถึงขั้นที่ 100 ก็หยุดลงเช่นกัน นายน้อยตระกูลอินทรีย์ไม่สามารถยอมแพ้ให้กับรัชทายาทของตระกูลคู่แค้นได้และกัดฟันก้าวต่อไปอย่างยากลำบากแต่ว่าเมื่อก้าวไปถึงชั้นที่ 80 นายน้อยตระกูลอินทรีย์ก็กระอักโลหิตออกมาพร้อมกับถูกพลังแปลกประหลาดกระแทกลงมาอย่างน่าสมเพช"ตระกูลอินทรีย์ได้ 80 ขั้น" เสี่ยวฮุ่ยประกาศกล่าว"ฮ่า ฮ่า ก็ยังดีกว่าเจ้านั่นละนะที่ขึ้นไปได้เพียงแค่ 30 ชั้น" เผ่าแมงป่องเกาะทองชี้หน้าชายหนุ่มชุดหรูหราแล้วกล่าวขึ้นด้วยความเย้ยหยัน"อะไรนะ 30 ชั้นฮ่า ฮ่า ยังมีคนแบบนั้นอยู่อีกงั้นเหรอ" คนของตระกูลอินทรีย์พากันหัวเราะเยาะออกมาด้วยความสะใจใบหน้าของชายหนุ่มชุดหรูหรากลายเป็นหน้าเกลียดทันที และถ้าเป็นไปได้ชายหนุ่มชุดหรูหราอยากจะมุดดินหนีมันซะตอนนี้เลย"เอาละต่อไปเป็นตาของตระกูลอสูรราตรีแล้ว" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"ท่านพี่ของข้าจะต้องชนะ" นายน้อยตระกูลอสูรราตรีกล่าวด้วยความเชื่อมั่นหญิงสาวที่เป็นคุณหนูของตระกูลอสูรราตรีเดินขึ้นไปบนบันได้ด้วยสีหน้าสงบ นางเดินขึ้นไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งผ่านชั้นที่ 50 ไปอย่างง่ายดายโดยที่ใบหน้าของนางไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อยแต่เมื่อนางขึ้นไปถึงชั้นที่ 80 ใบหน้าของนางก็เริ่มซีดลงและเหงื่อเริ่มชุ่มไปทั่วร่างของนางทำให้ชุดของนางแนบเนื้อและเผยส่วนเว้าส่วนโค้งของล่างกายออกมา นายน้อยตระกูลอินทรีย์จ้องมองไปยังพี่สาวของนายน้อยตระกูลอินทรีย์อย่างไม่วางตาภายในดวงตาเกิดความหลงใหลในรูปร่างของนางอย่างเห็นได้ชัด"ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ.....แต่ก็นะ จี๊ด จี๊ด" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพร้อมกับเลียฝีปากด้วยความสุขคุณหนูตระกูลอสูรราตรีกัดฟันเดินขึ้นไปจนกระทั่งถึงชั้นที่ 100 ที่รัชทายาทนั่งพักฟื้นอยู่ เหตุการณ์นี้ทำให้ตระกูลจักรพรรดิตกตะลึงพวกเขาไม่คิดเลยว่าหญิงสาวคนนี้จะมีพรสววรรค์เทียบเท่ากับรัชทายาทตระกูลของพวกเขา"เอาละต่อไปถึงคราวพวกเจ้าแล้ว" นายน้อยตระกูลอสูรราตรีกล่าวด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ"เอาละนังหนูเยี๋ยนถ้าเจ้าสามารถเอาชนะทั้งสองคนนั้นได้ข้าจะบอกอู่หมิงให้ถ่ายทอดทักษะกระบี่โบราณที่แข็งแกร่งให้" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"ท่านพูดจริงนะ" เยี๋ยนกล่าว"แน่นอนข้าสัญญา" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวเยี๋ยนไม่รอช้านางวิ่งขึ้นไปบนบันไดทันที เยี๋ยนไม่ได้ก้าวที่ละก้าวเหมือนกับคนอื่นแต่นางกลับกระโดดขึ้นไปที่ละสามถึงสี่ขั้นด้วยใบหน้าไร้เดียงสาราวกับว่ากำลังวิ่งเล่นบนบันไดที่แสนธรรมดา ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของนายน้อยตระกูลอสูรราตรีหายไปและถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงและความไม่อยากจะเชื่อ รัชทายาทและคุณหนูตระกูลอสูรราตรีเองก็แสดงสีหน้าตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด"เป็นไปได้อย่างไร มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ" นายน้อยตระกูลอินทรีย์กล่าวอย่างไม่ยอมรับ"ฮ่า ฮ่า ไม่มีสิ่งใดเป็นไปไม่ได้ เพราะสถานที่แห่งนี้จะขึ้นไปได้สูงหรือไม่จะถูกตัดสินจากพรสวรรค์ของแต่ละคน จี๊ด จี๊ด" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวเยาะเย้ย"บัดซบตกหลุมพรางมันซะแล้ว" นายน้อยตระกูลอสูรราตรีกล่าวด้วยความโกรธพวกหอสมบัติและตระกูลจักรพรรดิเองก็ยังแสดงความตกตะลึงจนต้องอ้าปากค้างออกมา ชายหนุ่มชุดหรูหรารู้สึกอับอายจนอยากจะนำหัวไปโคกหับพื้นให้ตายๆไปซะ อีกด้านทางหอระบำสายลมที่ซุ่มดูอยู่ใกลๆก็แสดงสีหน้าตกตะลึงพร้อมกับเริ่มจดจำตัวตนของเยี๋ยนเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วเยี๋ยนวิ่งขึ้นไปอย่างสนุกสนานจนกระทั่งผ่านที่ชั้น 50 ไปอย่างง่ายดายและยังคงกระโดดข้ามไปทีละ 2 ชั้นจนกระทั่งถึงชั้นที่ 80 ถึงหยุดวิ่งและเดินขึ้นไปอย่างไม่ยากเย็นและสามารถสังเกตุได้ว่าใบหน้าของเยี๋ยนยังไม่เปลี่ยนแปลงหรือมีเหงื่อใหลออกมาเลย เยี๋ยนค่อยๆเดินขึ้นไปทีละชั้น ชั้น 90 ชั้น 95 ชั้น 98 ชั้น 99 จนกระทั่งเดินมาหยุดอยู่ข้างๆพวกรัชทายาทและส่งยิ้มให้พร้อมกับเดินขึ้นไปอีกชั้นจากนั้นนางก็หันลงมาข้างล่างทันที"เสี่ยวฮุ่ยข้าชนะแล้วใช่หรือไม่" เยี๋ยนกล่าว"แน่นอนแต่เจ้าอย่าพึ่งลงมาละ เจ้าลองขึ้นไปจนกว่าเจ้าจะรู้สึกเหนื่อยและไม่สามารถขึ้นไปใหวแล้วค่อยลงมา" เสี่ยวฮุ่ยกล่าพร้อมกับความอยากรู้ว่าเยี๋ยนจะขึ้นไปถึงชั้นใหนเยี๋ยนเอียงคออย่างไม่เข้าใจแต่ก็ก้าวขึ้นไปอีก นางก้าวขึ้นไปอย่างไม่ยากเย็นจนกระทั่งถึงที่ชั้น 150 นางก็เริ่มมีเหงื่อใหลออกมาแต่เยี๋ยนก็ยังไม่หยุดนางเริ่มเดินขึ้นไปอย่างไม่สนใจแรงกดดันที่ทับลงมาและในที่สุดทางก็ไปหยุดอยู่ที่ชั้นที่ 180 ซึ่งเยี๋ยนไม่สามารถไปต่อได้นางรู้สึกว่าชั้นนี้เป็นขีดจำกัดของนางแต่ในตอนนั้นเองพลังในร่างกายของนางก็เริ่มพลุ่งพล่าน"ตูม!!!!!!"พลังปราณที่มหาศาลของเยี๋ยนปะทุขึ้นพร้อมกับปราณราชันก็ปรากฎออกมา ใช่แล้วตอนนี้เยี๋ยนได้ทะลวงสู่ปราณราชันแล้วเยี๋ยนรู้สึกว่านางยังสามารถไปต่อได้จึงก้าวขึ้นไปเรื่อยๆจนกระทั่งนางสามารถขึ้นไปถึงชั้นที่ 200 แล้วค่อยหยุดลงและนั่งหลบตาปลับสภาพพลังปราณในร่างของตนเอง"ไม่น่าเชื่อว่านางจะสามารถขึ้นไปยังชั้นที่ 200 ได้โดยไม่หยุดพักแบบนี้ไม่ใช่ว่านางมีพรสวรรค์เหนือกว่าคุณชายอู่หมิงหรอกรึ" ผู้นำเผ่าวิหคเหมันต์กล่าว"ก็จริงถ้าวัดกันเรื่องพรสวรรค์อย่างเดียวละก็เยี๋ยนอาจจะมีพรสวรรค์มากกว่าอู่หมิงเสียด้วยซ้ำแต่ว่า ถ้าวัดการเรื่องจิตใจประสบการณ์และโชควาสนาละก็นางไม่สามารถเทียบได้กับอู่หมิงอย่างแน่นอน" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"เพราะไม่ว่าอย่างไรเยี๋ยนในตอนนี้ก็ยังต้องพึ่งพาโชควาสนาของอู่หมิงเพื่อเติบโต และถ้าไม่มีอู่หมิง พรสวรรค์ของนางก็จะกลายเป็นสิ่งไร้ค่าทันที" เสี่ยวฮุ่ยคิดในใจผู้นำเผ่าอื่นๆก็พยักหน้าเห็นด้วยพวกเขารู้ดีพรสวรรค์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถตัดสินความแข็งแกร่งในอนาคตได้เพราะมันจำเป็นต้องใช้ปัจจัยหลายๆอย่างและโชควาสนาเองก็เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากและในเรื่องโชควาสนาเสี่ยวฮุ่ยก็เชื่อมั่นในตัวของอู่หมิงอย่างเต็มที่เพราะที่ผ่านมาโชควาสนาของอู่หมิงนั้นไม่เคยทำให้เสี่ยวฮุ่ยต้องผิดหวัง------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

    คล้ายกับเรื่องเทพกระบี่เงาสังหาร ที่คุณอ่าน