ห่านเอ๊ย! ปั้นห่านหน้าจืด สู่สัตว์เทพแห่งวังหลวง

    บทที่ 22.1

             

            ถึงแม้ขี้ข้าซากศพพวกนี้จะสมองกลวงประหนึ่งมีแต่น้ำเปล่าคั่นกลางระหว่างหูทว่าพวกมันก็มีข้อดีที่ไม่อาจปฏิเสธได้ นั่นคือการทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดไร้ซึ่งข้อกังขา และที่สำคัญที่สุด...ทำงานถวายหัวโดยไม่ปริปากบ่นเรียกร้องสวัสดิการสักคำ!เจียงลี่หยูจึงสวมวิญญาณผู้จัดการจอมเนี้ยบเฝ้ากวดขันและฝึกฝนการทำงานของพวกมันอย่างใจเย็น

             

            ยิ่งใช้งานพวกมันเยี่ยงทาสอดีตพนักงานออฟฟิศก็ยิ่งพบความจริงอันน่าทึ่งค่าสถานะของศพพวกนี้สามารถอัปเกรดได้! นัยว่ายิ่งใช้งานหนักสเตตัสก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นตามประสบการณ์

             

            หญิงสาวนึกครึ้มจึงตั้งชื่อให้สาวใช้ทั้งสองนางว่า...มู่เหยียนกับหงหนิงส่วนขี้ข้าชายร่างยักษ์อีกแปดคนน่ะหรือ... ขี้เกียจตั้ง!ปล่อยให้พวกมันเป็นไอ้ไร้นามเดินแบกหามไปนั่นแหละดีแล้วซ้ำดูเหมือนมู่เหยียนกับหงหนิงจะมีการตอบสนองและอัปสถานะได้ไวกว่าพวกผู้ชายกล้ามโตเสียด้วย

             

            ทว่าชีวิตติดหรูก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไปแม้ขี้ข้าพวกนี้จะถูกสร้างมาจากศพแต่มันดันมีกลไกแปลกประหลาดที่ยังต้องกินอาหารเพื่อคงสภาพการใช้งาน!และแน่นอนว่าเสบียงเพียงหนึ่งเดียวในโกดังมิติที่มีก็คือ...ใบไม้รสข้าวโพดต้ม

             

            ช่วงเวลาอาหารในแต่ละมื้อจึงกลายเป็นฉากที่หดหู่ที่สุดในรอบวันเจียงลี่หยู หลินฮุ่ย และกองทัพคนตายอีกนับสิบชีวิตต้องมานั่งเคี้ยวใบไม้ดังกร้วมๆ ท่ามกลางความเงียบ ราวกับกลุ่มขอทานนั่งเคี้ยวหมาก

             

            แม้กระทั่งศพไร้วิญญาณอย่างมู่เหยียนและหงหนิงที่ควรจะหน้าตายไร้อารมณ์นัยน์ตาของพวกนางยังคงเลื่อนลอยอยู่ก็จริง ทว่า...ปากกลับเบ้เหยเก แสดงออกถึงความเบื่อหน่ายอาหารใบไม้อย่างปิดไม่มิดประหนึ่งว่าอยากจะขอกลับไปนอนตายในหลุมให้รู้แล้วรู้รอดเมื่อเห็นเมนูเดิมถูกหยิบยื่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

             

            แต่ถึงวิถีชีวิตเรื่องปากท้องจะจืดชืดไปสักหน่อย ทว่าผลลัพท์จากการตรากตรำฟาร์มเลเวลที่ใช้งานขี้ข้าเยี่ยงทาส กลับเป็นที่น่าพอใจยิ่งนักเจียงลี่หยูเรียกหน้าต่างโฮโลแกรมขึ้นมาตรวจสอบค่าสถานะล่าสุดของตนเองด้วยอาการเริงร่า

             

            ติ๊ง!

            [HP 120]

            [SP 24,500]

            [STR 150]

            [AGI 150]

            [INT 150]

             

            ตัวเลข SP ที่พุ่งทะยานแตะหลักสองหมื่นกว่าหน่วยทำเอามุมปากกระจับสีชมพูระเรื่อกระตุกยิ้มกริ่ม

             

            ‘พวกขี้ข้าของข้า หึหึหึ’

             

            ร่างระหงสวยสะคราญราวเทพธิดากำกำปั้นชูขึ้นฟ้า

             

            ที่สำคัญไปกว่านั้นหญิงสาวได้ค้นพบช่องโหว่ของระบบมาได้พักใหญ่ๆ แล้วแต่เดิมนางเคยเข้าใจว่าต้องกดยกเลิกการจำแลงกายกลับคืนสู่ร่างสัตว์ปีกเพื่อพักผ่อนชาร์จค่า SP ให้เต็มหลอดแต่ความจริงแล้ว การล้มตัวลงนอนหลับพักผ่อนในร่างมนุษย์ก็สามารถรีเซตค่า SPให้กลับมาเต็มเปี่ยมได้เช่นกัน!

             

            เมื่อค้นพบสูตรโกงนี้เข้า สตรีผู้งดงามปานล่มเมืองจึงมีพฤติกรรมดองร่างจำแลงข้ามวันข้ามคืนนางแทบจะโยนร่างหงส์เทพสีขาวบริสุทธิ์ที่แก้ไขจากห่านหน้าโง่ทิ้งลงกรุไปอย่างถาวรขอแค่มีค่า SP มหาศาลมากพอให้หักลบรายชั่วโมงนางก็จะขอใช้ชีวิตเป็นเทพธิดาเดินสองขา นั่งเอนหลังให้คนพัดวีแบบนี้ไปตลอดกาล!

             

            หากแต่ว่า...เมื่อใช้ชีวิตอู้ฟู่เดินนวยนาดไปมาได้สักพัก เจียงลี่หยูก็เริ่มหยุดยืนกอดอกเพ่งพินิจวิมานทองคำของตนเองด้วยสายตาจับผิด

             

            'มีจวนหลังใหญ่โตโอ่อ่าที่สาดสีเคลือบทองคำเสียจนแสบตาปานนี้แต่พอมองเข้าไปข้างในกลับโล่งโจ้งไม่มีทรัพย์สินเงินทองหรือข้าวของมีค่าประดับบารมีเลยสักชิ้น...แบบนี้มันก็ดูตลกพิลึกคนเกินไปหน่อย'

             

            บ่ายวันหนึ่ง ท่ามกลางแสงแดดร่มลมตกเจียงลี่หยูยกนิ้วเรียวขาวผ่องขึ้นลูบปลายคางอย่างครุ่นคิดสายตาคู่สวยทอดมองไปยังลานกว้างเบื้องหน้า

             

            ภาพที่ปรากฏคือเหล่าบริวารซากศพกำลังนั่งจับกลุ่มเคี้ยวใบไม้รสข้าวโพดต้มกันกร้วมๆ แม้พวกมันจะไร้ความรู้สึกนึกคิดแต่กล้ามเนื้อบนใบหน้ากลับบิดเบี้ยว เหยเกประหนึ่งว่ากระเพาะอาหารที่ตายไปแล้วกำลังร้องประท้วงและอยากจะขย้อนของเก่าออกมาอยู่รอมร่อ

             

            เมื่อเลื่อนสายตาไปอีกฝั่งก็พบกับเทพธิดาตัวน้อยอย่างหลินฮุ่ย ที่กำลังนั่งเอามือค้ำคาง เคี้ยวใบไม้ตุ้ยๆด้วยสายตาเหม่อลอยไปในอากาศธาตุสภาพของแต่ละคนดูหดหู่และเบื่อหน่ายกับเมนูอาหารซ้ำซากนี้จนกู่ไม่กลับ

             

            กระทั่งทุกคนกลืนอาหารมื้อแห่งความสิ้นหวังลงคอจนอิ่มแปล้เจียงลี่หยูก็ผุดลุกขึ้นยืน ปรบมือแปะๆ เรียกสติบริวารทั้งหมด

             

            "เอาล่ะ พวกเจ้าทุกคนจงฟัง!ไปรวบรวมเศษหิน เศษดิน และกิ่งไม้ใบหญ้าแห้งๆแถวนี้มากองรวมกันไว้ที่ลานจวนเดี๋ยวนี้ ห้ามอู้เด็ดขาด!"

             

            แม้สมองจะกลวงเปล่าแต่เรื่องการทำตามคำสั่งนั้นพวกซากศพทำได้ดีเยี่ยมเสมอ เพียงไม่นานเศษหินและใบไม้ไร้ค่าก็ถูกโกยมากองสุมกันประหนึ่งภูเขาขยะขนาดย่อม

             

            "ดีมากทีนี้ก็เอาทั้งหมดนั่นโยนขึ้นไปบนเกวียนไม้คันใหญ่ซะ"

             

    คล้ายกับเรื่องห่านเอ๊ย! ปั้นห่านหน้าจืด สู่สัตว์เทพแห่งวังหลวง ที่คุณอ่าน