“นายน้อย 11 เรามาถึงกันแล้ว ด้านหน้ามีเพียงแค่ผู้ที่ได้รับพรเกี่ยวกับคำสาปที่เดินเข้าไปได้ครับ”
“แสดงว่าพรอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับคำสาปสามารถมาปลุกจิตวิญญาณที่นี่ได้”
“ใช่ครับ นอกจากนั้นยังมีพรเกี่ยวกับเวทย์ธาตุความมืดบางอย่างที่ใช้สถานที่แห่งนี้ได้ด้วยครับ”
แอนเดอร์สันพยักหน้า เขาปล่อยให้ระบบสุ่มรางวัลต่อไปด้วยจำนวนตั๋ว 5,720 ใบ ระหว่างนี้เองเขาก็ได้ก้าวขาเข้าไปในถ้ำขนาดใหญ่ที่ปกปิดด้วยความมืดมิด เขาไม่รู้เลยว่าภายในถ้ำมีอะไรรออยู่ นอกจากเสาสีดำที่พ่อของเขาพูดถึงแล้ว แอนเดอร์สันไม่รู้เลยว่าระหว่างทางมีอะไรบ้าง
วิ๊ง!
ความรู้สึกเหมือนกับเดินทะลวงผ่านผิวน้ำสัมผัสไปตามส่วนต่างๆของร่างกายที่เดินเข้าไปในถ้ำ ทันใดนั้นแอนเดอร์สันก็พบว่าตรงหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยความมืดที่ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ ไม่ว่าจะมองซ้ายหรือมองขวา เขาไม่เห็นอะไรเลยสักนิด ต่อให้เป็นแขนของเขาก็เช่นกัน มือทั้งสองข้างที่ยกขึ้นมาสัมผัสใบหน้ายังมองไม่เห็น แอนเดอร์สันจึงเลิกสนใจความมืดภายในถ้ำแล้วเดินต่อไป เขามีความรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองสามารถเดินตรงไปได้โดยไม่ชนเข้ากับอะไรทั้งสิ้น
“นี่มันอะไรกัน มันกำลังทดสอบอย่างนั้นเหรอ”
แอนเดอร์สันเดินไปเรื่อยๆ พลางใช้เวทย์ตรวจสอบรอบข้าง เขาไม่สามารถตรวจสอบอะไรได้สักอย่าง ภายใต้เวลาที่เขาคิดว่าตัวเองเดินมาได้ราว 10 นาทีนั้นไม่มีอะไรสะดุดขาของเขาเลย แอนเดอร์สันจึงคิดว่าพื้นที่แห่งนี้คงจะเป็นการทดสอบบางอย่างที่พยายามเล่นกับจิตใจของเขา การเข้ามาในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยสีดำไม่สามารถมองเห็นอะไรได้นอกจากตัวเอง ส่งผลให้จิตใจของผู้คนกระสับกระส่ายจนก่อให้เกิดความหวาดกลัวต่อความคิดของตัวเองที่คิดไปในทางที่ไม่ดี
แอนเดอร์สันจึงลองใช้เวทย์ปรากฎว่าทุกอย่างหายไป เวทย์ระดับ 1 เวทย์ระดับ 2 หรือจะเป็นเวทย์ระดับ 3 ถูกความมืดกลืนกินไปทั้งหมด แม้แต่เวทย์ระดับ 4 และ 5 ภายในระบบก็หายไปเช่นกัน เขาจึงใช้เวทย์คำสาป ปรากฎว่าพวกมันหายไปไม่ทิ้งร่องรอยใดๆเอาไว้เลย
[แจ้งเตือน ท่าได้รับบะหมี่ 1 ชาม]
แอนเดอร์สันเดินก้าวต่อไป เขายังคงปกติไม่มีสิ่งใดรบกวนสมาธิของเขาได้ ความกลัวที่เกิดขึ้นทั้งหมดล้วนหายไปเพราะเขากำลังนำสมาธิไปจดจ่ออยู่กับการสุ่มแทน
ตุบ ตุบตุบตุบ!
ร่างในผ้าคลุมสีดำปรากฎตัวรอบถ้ำที่ใช้สำหรับปลดล็อกพรคำสาป พ่อบ้านทั้ง 2 ที่กำลังเฝ้าหน้าถ้ำอยู่นี้เองนั้นได้กวาดตาออกไปรอบข้าง พลางมองดูเวลาปรากฎว่านายน้อยของพวกเขาเข้าไปได้ 1 ชั่วโมงแล้ว จากสถิติที่คนเข้าไปในถ้ำนี้อีก 1 ชั่วโมงคงจะออกมาจากถ้ำ พวกเขาจึงหันมองนักเวทย์รอบข้างที่ต้องการฆ่านายน้อยและพวกเขาไปด้วยกัน
“มีนักเวทย์ 800 ปีจำนวน 10 คน นักเวทย์ 700 ปี 5 คนที่เหลืออีก 30 เป็นนักเวทย์ 600 ปี ”
หนึ่งในพ่อบ้านนับจำนวนนักเวทย์ที่ปรากฎตัวและซ่อนตัวอยู่ในสถานที่ที่มองไม่เห็น ส่งผลให้นักฆ่าทั้งหมดที่มาลอบสังหารพอใจกับความสามารถของเหล่าพ่อบ้าน อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น พวกมันจึงต้องจัดการพ่อบ้านให้ได้ก่อน หากรอให้แอนเดอร์สันออกมาจากถ้ำพ่อบ้านทั้งสองอาจจะใช้เวทย์เคลื่อนย้ายเพื่อส่งแอนเดอร์สันออกจากพื้นที่แห่งนี้ได้
“คนละครึ่งก็แล้วกัน ผมขอทางฝั่งขวา”
“ถ้าอย่างนั้นผมขอทางฝั่งซ้าย”
พ่อบ้านทั้งสองถอดถุงมือสีขาวเผยให้เห็นวงเวทย์สักเอาไว้บนผิวหนัง ทุกคนที่ต้องการจัดการพ่อบ้านล้วนระวังเพราะตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ไม่ใช่เพียงแค่ผู้นำตระกูลเท่านั้นที่ใช้คำสาปได้ เหล่าพ่อบ้านทุกคนก็ใช้คำสาปได้เช่นกัน ดังนั้นจึงต้องระวังให้มากเป็นพิเศษ
“บุก!”
หนึ่งในนักฆ่าสั่งการจนนักเวทย์ 800 ปีทั้ง 10 เคลื่อนไหวเข้าไปหาพ่อบ้าน ระหว่างนี้เองนักเวทย์ 600 ปีก็ได้วิ่งไปรอบข้างเพื่อวางอุปกรณ์เวทย์สร้างวงเวทย์ขนาดใหญ่ใช้โจมตี พ่อบ้านที่เห็นดังนั้นจึงโจมตีด้วยการกระทืบเท้าปลดปล่อยคำสาปของพวกเขาลงไปยังชั้นดิน เพื่อขัดขวางไม่ให้วงเวทย์ที่กำลังจะกางไม่สามารถทำงานได้
—----------------------
จ๋อม!
“มีเสียงแล้วเหรอ”
แอนเดอร์สันเงี่ยหูฟัง เท้าที่ก้าวไปข้างหน้าเมื่อครู่นั้นส่งเสียงออกมาอย่างกับเขาเหยียบอยู่บนผืนน้ำ หลังจากไม่ได้มองเห็นและได้ยินเสียงมาเป็นเวลานาน แอนเดอร์สันก็พบว่าความมืดรอบข้างค่อยๆเปลี่ยนไป เขาสามารถมองเห็นรอบข้างได้แล้วแต่ทุกอย่างกลับกลายเป็นสีขาวดำ
“ฮิฮิฮิฮิ ฮิ”
เสียงหัวเราะเล็กแหลมเหมือนกับคนป่วยทางจิตดังก้องไปทั่ว แอนเดอร์สันจึงพยายามกวาดตามองไปรอบๆจนเจอเข้ากับเสาสีดำขนาดใหญ่ หากเป็นไปตามที่พ่อของเขาเล่าให้ฟัง สิ่งๆนี้น่าจะเป็นเสาที่ทำให้เขาปลุกพรได้
“มาสิ เจ้ามาปลุกจิตวิญญาณไม่ใช่อย่างนั้นเหรอ มาสัมผัสมันสิ”
แอนเดอร์สันมองหาเสียงจนพบเข้ากับคนสวมใส่ผ้าคลุมสีดำมีออร่าพลังเวทย์สีดำลอยออกจากตัวอย่างกับชุดของเขาถูกไฟไหม้ ทว่าไฟนั้นกลับเป็นสีดำค่อยๆลอยออกจากผ้าคลุมแล้วหายไปแอนเดอร์สันจึงอ้าปากพูดกับมัน
“ที่นี่ที่ไหน”
“ทำไมต้องรู้ด้วยว่าที่นี่ที่ไหน ในเมื่อเจ้ามาเพื่อปลุกจิตวิญญาณให้กับพรของเจ้า ทำไมเจ้าไม่ทำเพียงแค่ปลุกวิญญาณล่ะจะอยากรู้จักสถานที่แห่งนี้ไปทำไมกัน”
“นั่นสินะ”
แอนเดอร์สันไม่คิดมากเดินมุ่งหน้าเข้าหาเสาสีดำ หากมีอันตรายเกิดขึ้นระบบจะแจ้งเตือนให้เขาทราบ ตอนนี้ภายในระบบมีเพียงแค่เสียงการสุ่มรางวัลเท่านั้นเขาจึงมั่นใจว่าตัวเองจะไม่ตาย
“นั่นแหละ เดินเข้าไปเลยไม่ต้องสนอะไรทั้งสิ้น แค่ยื่นมือไปสัมผัสก็เสร็จสิ้นสิ่งที่เจ้าต้องทำในที่แห่งนี้แล้ว”
“แกเป็นใคร” แอนเดอร์สันเกิดความสงสัยเขาจึงเอ่ยปากออกไป
“เจ้าจะอยากรู้ไปทำไมกัน หากรู้แล้วมันจะทำให้เจ้าปลุกจิตวิญญาณได้ไหม”
“นั่นสินะ”
แอนเดอร์สันเดินต่อไป ระบบยังคงเงียบไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ กระทั่งเขามาถึงเสาสีดำเหลือเพียงแค่ยื่นมือไปสัมผัสเท่านั้นทุกอย่างก็จบ
“เอาสิ ยื่นมือไปแตะมันเลย เจ้าลังเลอะไรกัน เจ้าไม่กลัวตายไม่ใช่หรือยังไง แค่จับแล้วก็ออกไปใครๆก็ทำกันทั้งนั้น”
ดวงตาสีแดงก่ำมองจ้องแอนเดอร์สัน เขาจึงหันมองมันด้วยความรู้สึกหลากหลาย การที่เขายื่นมือสัมผัสเสาอาจจะเป็นอย่างที่มันพูดก็ได้ แต่เขาก็กลัวว่าจะมีแผนบางอย่างดักรอเขาจนไม่สามารถรอดจากการตาย
“จับสิแอนเดอร์สัน ยื่นมือจับมัน ยิ่งอันตรายเจ้าก็ยิ่งได้สิ่งที่เรียกว่าตั๋วไปสุ่มเพิ่มความแข็งแกร่งไม่ใช่อย่างนั้นเหรอ”
ความตกใจเผยออกมาทางสีหน้าแอนเดอร์สัน สิ่งที่กำลังพูดกับเขารู้ทุกอย่างที่เป็นความลับ เขาจึงมองมันด้วยสายเป็นกังวล
“จับสิ ยื่นมือไปจับมันก็จบแล้ว เชื่อข้าสิ ถ้าเจ้าเชื่อข้ามันก็จบแล้ว”
แปะ
“อย่างนั้นแหละ”
แอนเดอร์สันยื่นมือไปแตะเสาสีดำ ก่อนที่เขาจะพบว่ามานาสีดำในเสากำลังไหลเข้าสู่ร่างกาย ภายใต้ความรู้สึกกดดันและความรู้สึกหนักอึ้งที่กำลังวิ่งไปทั่วร่าง แอนเดอร์สันก็พบว่าชายสวมผ้าคลุมสีดำมาปรากฎตัวด้านข้างเขาแล้ว
“แกมีหน้าที่ทำอะไร”
“ล่อลวงและทำให้การปลุกจิตวิญญาณยากยิ่งขึ้น”
“แกล่อลวงแบบไหน”
“ก็แค่เล่นกับจิตใจมนุษย์ พวกที่ใช้เวทย์ความมืดและคำสาปล้วนแล้วเป็นพวกคิดมากและมักระวังตัวเป็นพิเศษ ถ้าเจ้าไม่จับเสาตามที่ข้าพูดเพราะมัวระแวง บททดสอบทั้งหมดก็จะเริ่มขึ้น”
“เราต้องสู้กันสินะ”
“ใช่ เมื่อมนุษย์ระแวงหรือรู้สึกไม่ปลอดภัย พวกเขาจะฆ่าสิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกเหล่านี้ หน้าที่ของข้ามีเพียงแค่ฆ่าทุกคนที่ระแวงจนทำให้การต่อสู้เกิดขึ้นเท่านั้น”
“แล้วการต่อสู้จะจบลงยังไงกัน”
“จนกว่าจะใช้ทุกอย่างที่มีออกมาทั้งหมด จากนั้นก็ถูกข้าฆ่าตายถึงจะผ่าน”
“แล้วตอนนี้ต้องฆ่ากันไหม”
แอนเดอร์สันอยากรู้ว่าเขาต้องฆ่าไหม เนื่องจากเขาไม่ได้ชักอาวุธออกมาฆ่าชายสวมผ้าคลุมสีดำ
“ไม่ ทำไมข้าต้องสู้กับคนที่เล่นกับความตายด้วยล่ะ มนุษย์ทุกคนต่อให้จะใช้ศาสตร์มืดหรือศาสตร์ใดก็ตามล้วนแล้วกลัวความตายทั้งนั้น แม้จะพูดว่าไม่กลัวตายเมื่อถึงจุดๆหนึ่งพวกเขาก็จะร้องขอชีวิตเช่นเดิม ผิดกับเจ้าที่ข้ารู้จัก เจ้าไม่แม้แต่จะร้องขอความเมตตาเลยด้วยซ้ำ ยังร้องขอความตายจากคนเหล่านั้นอีก ยิ่งความตายเข้ามาใกล้จนเกือบจะเสียชีวิต เจ้ายิ่งชอบ ต่อให้ข้าจะฆ่าเจ้ามันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ”
อือ..
แอนเดอร์สันกัดฟันด้วยความเจ็บปวด มานาสีดำที่เข้ามาในร่างของเขากำลังพุ่งเข้าไปฉีกกระชากเส้นเลือดทั้งหมดในร่างกาย กล้ามเนื้อมากมายล้วนถูกฉีกขาด อวัยวะของเขานั้นล้วนถูกทำลายและสร้างขึ้นมาใหม่ ทุกๆอย่างที่มานาสีดำไหลผ่านล้วนถูกทำลายและสร้างกลับขึ้นมาใหม่ด้วยความเร็วที่น่ากลัว
“น นี่มันอะไรกัน”
ไม่มีคำตอบ มีเพียงแค่รอยยิ้มส่งออกมาจากผ้าคลุม แอนเดอร์สันจึงกัดฟันทนปล่อยให้มานาที่กำลังไหลไปทั่วร่างกายสงบลง ทันใดนั้นเขาก็มองไปยังชายสวมผ้าคลุมที่ได้ยื่นมือมายังหน้าผากของเขาแล้วใช้นิ้วชี้จิ้มมันลงไป
“เจ้าได้คำสาปทั้งหมดในที่แห่งนี้ไปครอบครอง ข้าจะขอมอบหนึ่งในคำสาปของข้าให้เจ้าก็แล้วกัน ข้าหวังว่าเจ้าจะใช้มันเป็นอย่างดี”
อือ..
แอนเดอร์สันกัดฟันหลังจากมีความรู้บางอย่างส่งผ่านเข้ามาในหัวทำให้เขารู้วิธีการใช้คำสาปใหม่ มันไม่จำเป็นต้องร่ายวงเวทย์ใดๆ เขาเพียงแค่คิดมันก็ทำงานได้เหมือนคำสาปที่เขาได้รับมา ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงกระซิบข้างหูบอกให้รู้ว่าตอนนี้ เขาจะต้องออกไปแล้ว
“ข้าจะฝากคำพูดให้เจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ด้านนอกมีคนมากมายรอฆ่าเจ้าอยู่ ส่วนคำสาปที่ข้าให้เจ้าไปจงเปิดใช้งานก่อนจะทำการต่อสู้ทุกครั้ง ต่อให้เจ้าจะเจ็บปวดมากแค่ไหน ขอแค่เจ้าใจไม่สลายไปเสียก่อน เจ้าจะรอดตามที่เจ้าหวัง”
ตุบ!
แอนเดอร์สันปรากฎตัวหน้าทางปากเข้าถ้ำพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนดังให้เขารู้ตัวว่าฉายาลูกหลานผู้ต้องสาปมาคัสได้รับการปลุกจิตวิญญาณแล้ว อย่างไรก็ตามเหล่าคนสวมชุดสีดำหลายสิบคนกลับส่งจิตสังหารมาโจมทีเขาทันทีที่เปิดตัว แอนเดอร์สันจึงพยายามองออกไปรอบๆกวาดตามมองหาพ่อบ้านของตนเอง
“ไม่ต้องหาพวกมันหรอก ความหวังของแกจบลงไปแล้ว”
หัวของพ่อบ้านทั้งสองคนกลิ้งมาหยุดตรงหน้าแอนเดอร์สัน เขากลับไม่ได้ตื่นกลัวหรือตื่นตระหนกกับการตายของพ่อบ้าน ดูจากร่องรอยการต่อสู้รอบๆแล้ว เหล่าคนสวมชุดดำคงจะเสียหายมากพอสมควร การที่พ่อบ้านจะตายได้ คงจะต้องมีนักเวทย์ 800 ปีตายไปหลายคนเช่นกัน
“คำสาปจำแลงศพ”
แอนเดอร์สันใช้คำสาปที่ชายสวมผ้าคลุมสีดำในพื้นที่ถ้ำด้านหลังมอบให้ มันเป็นคำสาปที่จะทำให้เขารอดไปในสถานการณ์ตอนนี้ได้ ถึงแม้มันจะต้องแลกเปลี่ยนกับความเจ็บปวดที่มากกว่าเดิม 10 เท่าแต่ผลของมันกลับทำให้เขาไม่ตายหากไม่ถูกทำลายจนเซลล์ทั้งหมดสลายไปพร้อมกัน
“พวกแกมากันกี่คนล่ะ ถึงได้เหลือแค่ 5 คน อย่าบอกนะว่ามีหลายสิบแต่ก็ตายไปหมดแล้ว ฮ่าๆๆๆ”
แอนเดอร์สันหัวเราะลั่นก่อนที่เขาจะกระแทกเท้าลงไปบนพื้นดินปรากฎวงเวทย์ขนาดใหญ่ กลุ่มคนที่ต้องการจะฆ่าเขาล้วนถอยออกไปเพราะยังไม่รู้ว่าแอนเดอร์สันทำอะไรได้บ้าง
“แกหนีไม่รอดหรอก”
“ถ้าแกพูดแล้วเป็นจริง งั้นฉันขอพูดบ้างก็แล้วกัน พวกแกน่ะ ฆ่าฉันไม่ได้หรอก”