รู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress

    เหล่าตัวตนสูงสุด

             

            หวงจื่อหานเดินนำคณะของไป่ฟานเซียนไปยังโรงแรมขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่กึ่งกลางเมืองโรงแรมนี้มีชื่อว่าโรงแรม “เมฆาเคียงตะวัน”ถือว่าเป็นโรงแรมที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดในหมู่บ้านแห่งนี้ โรงแรมทั้งหลังถูกสร้างมาจากไม้ทั้งทำเลยังอยู่ติดกับบ่อน้ำพุร้อนทำให้เกือบทุกห้องสามารถแช่น้ำพุร้อนในบ่อน้ำส่วนตัวที่อยู่ติดกันได้ทันที

             

            “นายหญิงถึงแล้วครับ”

             

            ลุงหวงหันมาพูดกับไป่ฟานเซียนผู้กำกับหวังที่เดินตามมาถึงกับประหลาดใจ ก่อนหน้านี้เขากำลังตกใจจนไม่ทันคิดแต่ไม่ใช่ว่าพ่อบ้านของตระกูลถังกำลังเรียกนางว่า “นายหญิง” ใช่ไหม?

             

            ผู้กำกับหวังไม่รู้เลยว่าการเรียกขานเช่นนี้เป็นสิ่งที่หวงจื่อหานไตร่ตรองมาเป็นอย่างดีแล้วและมักจะเป็นคำเรียกขานที่ใช้เวลาอยู่กับคนแปลกหน้าเท่านั้น

             

            ปกติหวงจื่อหานจะเรียกไป่ฟานเซียนว่า“ท่านปรมาจารย์ไป่”

             

            แต่เพื่อหลีกเลี่ยงความตกใจและความวุ่นวายยามอยู่กับคนอื่นที่ไม่รู้เรื่องพ่อบ้านชราจึงต้องระมัดระวังคำพูดมากขึ้น

             

            ที่โรงแรมเมฆาเคียงตะวันแห่งนี้  ด้วยความที่เป็นโรงแรมซึ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดความนิยมของมันจึงมากตาม แม้แต่ตัวตนอย่างตระกูลถังก็ยังสามารถจองได้เพียงแค่สองห้องติดกันเท่านั้น  แต่ด้วยความกว้างขวางของห้องพักต่อให้เข้าไปอยู่ 4 – 5 คนต่อห้องก็ยังสบาย

             

            ดังนั้นคืนนี้การแบ่งห้องจึงเป็นหวงจื่อหานจะนอนกับถังเทียนจี๋ส่วนเด็กน้อยทั้งสองยืนยันหนักแน่นว่าจะนอนกับนายหญิงของพวกนาง

             

            เมื่อส่งนายหญิงเข้าไปในห้องเรียบร้อยหวงจื่อหานก็หันขวับกลับมาหาผู้กำกับหวังและคนของเขาทั้งสองคนที่กลืนน้ำลายเอื๊อก

             

            “เราไปหาสถานที่คุยกันเถอะนะครับ...”

             

             

            เพราะอยู่ในช่วงนี้ของปีบรรยากาศของหมู่บ้านแห่งนี้จึงคล้ายจะมีงานเทศกาลอยู่ตลอดเวลา บ้านเรือนที่อยู่ติดถนนหลักแทบทุกหลังถูกดัดแปลงให้ชั้นล่างกลายเป็นร้านค้าเพื่อรับมือกับจำนวนนักท่องเที่ยวและเหล่าผู้ฝึกตน

             

            หวงจื่อหานและผู้กำกับหวงนั่งอยู่ตรงข้ามกันในร้านน้ำชาแห่งหนึ่งคนของเขาสองคนนั่งตัวลีบอยู่ด้านหลัง ไม่กล้าเอ่ยขัดการสนทนาที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้

             

            “พวกคุณมีธุระอะไรกับนายหญิงของผมเหรอครับ?”

             

            เป็นลุงหวงที่เปิดประเด็นก่อนเขาเผยแววตาเฉียบคมขณะที่จับจ้องไปยังผู้กำกับหวงอย่างไม่คลาดสายตา

             

            “เอ่อ...ขอถามตามตรงนะครับพ่อบ้านหวง ผมขอสัมภาษณ์นายหญิงของคุณได้ไหมครับ?”

             

            ผู้กำกับหวังถามอย่างมีความหวัง

             

            “ผมไม่เคยเห็นหญิงสาวคนไหนที่งดงามขนาดนี้เวลายิ้มมาก่อนผมแน่ใจเลยว่าอย่างน้อยเธอต้องเป็นสามอันดับแรกในการจัดอันดับเทพธิดาในปีนี้แน่ครับ”

             

            ยิ่งเขาพูดสายตาของเขาก็ยิ่งเป็นประกายแต่หวงจื่อหานที่ตอนแรกพยักหน้าอย่างพอใจกลับขมวดคิ้วขึ้นมาในประโยคสุดท้าย

             

            “สามอันดับแรก?”

             

            “...ไม่ใช่อันดับหนึ่งเหรอครับ?”สายตาลุงหวงเปล่งประกายแหลมคม เพราะต่อให้เขาจะอายุอานามไม่น้อยขนาดนี้แล้วแต่สายตาเขาก็ยังไม่ย่ำแย่ขนาดแยกไม่ออกว่าใครสวยหรือไม่สวย

             

            และเขามั่นใจว่าเทียบกับผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยเห็นท่านปรมาจารย์ไป่คืออันดับหนึ่งแน่นอน!

             

            “เอ่อ...เรื่องนั้นมัน”ผู้กำกับหวังเกาหน้าอย่างลำบากใจเขาหันไปพยักหน้าให้ผู้ช่วยชายของเขานำคอมพิวเตอร์พกพาออกมาวางไว้บนโต๊ะแล้วเปิดรูปๆหนึ่งให้ดู

             

            “พ่อบ้านหวงอาจจะไม่ได้สนใจ  แต่นี่คือคนที่ได้อันดับหนึ่งมาทั้งสี่ปีครับ”

             

            รูปภาพที่เขาเปิดให้ดูคือรูปของหญิงสาวในชุดสีแดงสดนางมีใบหน้างดงามและผมสีดำขลับยาวสยายริมฝีปากสีชาดของนางยกยิ้มบางจนเกิดเป็นความงามที่น่าตรึงใจ

             

            หวงจื่อหานมองภาพตรงหน้าอย่างแปลกใจ“ผู้หญิงคนนี้มัน...”

             

            “ใช่ครับ...นางพญาแม่ม่ายแดงปรมาจารย์เซี่ยซูเหยา ครับ”

             

            ลุงหวงเข้าใจในทันทีว่าทำไมผู้กำกับหวังถึงไม่กล้าจะให้ไป่ฟานเซียนเป็นอันดับหนึ่ง

             

            เพราะชื่อเสียงของปรมาจารย์เซี่ยซูเหยาคนนี้...มันค่อนข้างจะไม่ดีอย่างยิ่ง!

             

            แม้แต่เขาก็ยังรู้จัก! ความงดงามของเธอยังเหมือนเดิมแม้จะผ่านมาเป็นสิบปี!

             

            เธอเป็นปรมาจารย์ที่เชี่ยวชาญในด้านยาพิษเป็นอย่างมากพิษของเธอสามารถสังหารผู้ฝึกตนที่ต่ำกว่าปรมาจารย์ได้ในไม่กี่อึดใจ ลำพังแค่พลังปราณที่สูงล้ำก็เพียงพอที่เธอจะอยู่เหนือใครแต่พอบวกรวมเข้ากับยาพิษนับร้อยนับพันชนิด ทำให้เธอกลายเป็นตัวตนที่แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับปรมาจารย์ยังไม่อยากไปวุ่นวาย

             

            ทั้งเธอยังมีชื่อเสียงเรื่องเชื่อมั่นในความงดงามของตัวเองและชอบทำอะไรตามใจตัวเองอย่างที่สุด หากว่าเธอได้รู้ความจริงว่ามีคนจัดอันดับหญิงสาวคนหนึ่งให้งดงามกว่าเธอต้องมาเอาเรื่องทั้งหญิงสาวคนนั้นทั้งคนจัดอันดับอย่างผู้กำกับหวงแน่ๆ

             

            “ก็อย่างที่ว่ามานั่นแหละครับ”ผู้กำกับหวงถอนหายใจ สถานะของเขาก็ค่อนข้างจะลำบาก ต้องทำตามคำสั่งจากเบื้องบนทั้งยังต้องคอยระวังไม่ให้ไปขัดใจท่านผู้ยิ่งใหญ่คนไหนจนแม้แต่หวงจื่อหานก็เริ่มที่จะรู้สึกสงสารผู้กำกับคนนี้ขึ้นมานิดหน่อย

             

            “ผมก็พอจะเข้าใจนะ...แต่ผมแนะนำว่าอย่ามายุ่งกับนายหญิงของผมเลยจะดีกว่า”พ่อบ้านชราเตือนด้วยความหวังดี

             

            ชายชราลุกขึ้นและจ่ายเงินค่าน้ำชา“ผมยังมีธุระ ขอตัวก่อน”

             

            “ดะ...เดี๋ยวสิครับ! วันนี้มีคนเห็นหน้านายหญิงของคุณตั้งหลายคนแน่นอนว่าต้องคาดหวังจะเห็นนางเข้าไปอยู่ในการจัดอันดับเทพธิดาในปีนี้แน่ๆ!”

             

            หวงจื่อหานชะงักเท้าเขาหันกลับมาพูดกับผู้กำกับหวังและคนของเขาว่า

             

            “นั่นมันปัญหาของพวกคุณครับ”

             

             

             

             

            หวงจื่อหานก่อนจะเดินออกจากร้านก็ได้แวะคุยกับเจ้าของร้านเพื่อเจรจาขอซื้อใบชาแห้งที่เป็นของขึ้นชื่อของเมืองมาส่วนหนึ่งความจริงที่เขายอมออกมาคุยกับผู้กำกับหวังก็เพราะต้องการออกมาตระเวนหาชาพวกนี้กลับไปให้ท่านปรมาจารย์ไป่อยู่แล้ว

             

            ระหว่างทางเขายังแวะซื้อขนมที่ขายเฉพาะช่วงเทศกาลกลับไปให้เด็กๆด้วย

             

            แต่ขณะที่กำลังเลือกซื้อขนมและของฝากนั้นเพราะความระมัดระวังตัวอันเป็นนิสัย ทำให้เขาได้ยินข่าวลือที่ผู้ฝึกตนซึ่งนั่งกันอยู่ข้างทางกำลังสนทนากันอยู่โดยไม่ตั้งใจ

             

            “เมื่อตอนบ่ายๆมีคนเห็นจอมดาบปรมาจารย์เจิ้งเหรินอี้เดินอยู่ในเมืองด้วยล่ะ”

             

            “ฉันก็ได้ยินเหมือนกันเห็นว่ามากับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง”

             

            “ปีนี้น่าสนใจจริงๆนอกจากท่านหมอเทวดาจะออกมาตรงกับวันสัมมนาของสมาคมแล้วยังมีปรมาจารย์มาปรากฏตัวที่นี่ด้วยเหรอ!”

             

            ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอย่างออกรสก็มีชายที่ดูเหมือนจะเป็นเพื่อนของเขาอีกคนวิ่งเข้ามาอย่างหน้าตาตื่น

             

            “พวกแกได้ยินข่าวรึยัง! ปรมาจารย์หานจุนโป๋เองก็พึ่งจะมาถึงเมื่อครู่นี้เหมือนกัน!”

             

            “อะไรนะ!? ปีนี้มันเกิดอะไรขึ้นที่นี่เนี่ย?ปกติตัวตนระดับปรมาจารย์จะออกมาให้เห็นบ่อยขนาดนี้เลย?”

             

            หวงจื่อหานหรี่ตาเขาพอจะคาดเดาได้ว่าทำไมหานจุนโป๋ถึงเดินทางมาที่นี่!

             

            เขามั่นใจว่าบาดแผลที่ท่านปรมาจารย์ไป่มอบให้ในวันนั้นคงไม่สามารถรักษาจนหายได้ในไม่กี่วัน!

             

            นอกจากนี้บางทีอาจจะไม่ใช่แค่หานจุนโป๋คนเดียวบางทีหลานสาวของเขา หานเซียวยี่ก็น่าจะยังไม่หายดีเพราะฉะนั้นพวกเขาต้องสนใจข่าวที่หมอเทวดาจะออกมาจากการปิดด่านฝึกตนเป็นธรรมดา!

             

            แต่สำหรับจอมดาบเจิ้งเหรินอี้นั้นพ่อบ้านชราได้แต่คาดเดาอยู่ในใจถึงสาเหตุที่แม้แต่ตัวตนอิสระเช่นเขายังมาที่นี่

             

            “แปลว่าในเมืองนี้มีปรมาจารย์อยู่ถึงสองคนเลยสิ?”

             

            “นอกจากนี้พวกนายคงยังไม่ลืมจักรพรรดินีโอสถ นะ”

             

            “จักรพรรดินีลึกลับที่ตอกหน้าอาจารย์ของสมาคมโอสถจนหงายเงิบคนนั้น? มีคนคาดเดาว่าเธออาจจะเป็นถึงระดับปรมาจารย์เหมือนกัน”

             

            “ใช่เพราะความรู้ที่เธอแสดงออกมาพวกนักปรุงโอสถบอกว่ามันเหนือกว่านักปรุงระดับ 4ไปแล้ว บางทีเธออาจจะเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ที่พึ่งออกจากการฝึกตนก็ได้”

             

            “เธอพิมพ์บอกไว้ว่ากำลังจะมาใช่ไหม?”

             

            “ใช่แล้ว! ฉันเป็นแฟนคลับของเธอ  แค่ได้เห็นใกล้ๆฉันก็คงจะมีความสุขแล้ว!”

             

            “แต่นายไม่รู้จักหน้าตาของเธอนะ...”

             

            “...นั่นสิ”

             

             

            สำหรับผู้ฝึกตนระดับผู้ฝึกยุทธ์เช่นพวกเขาตัวตนของระดับปรมาจารย์ย่อมสูงส่งเหมือนดาราที่เห็นได้แค่ในรูปและจอโทรทัศน์ก็เหมือนเวลาที่คนธรรมดาไปเที่ยวและได้ยินว่ามีดาราดังของประเทศพักอยู่โรงแรมข้างๆนั่นแหละ

             

            หวงจื่อหานจ่ายเงินและกำลังจะจากไปเงียบๆแต่ประเด็นสนทนาของพวกเขากลับเปลี่ยนไปเสียก่อน

             

            “จะว่าไป เมื่อตอนบ่ายพวกนายได้เห็นรอยยิ้มของเทพธิดา ไหม?”

             

            “เสียดายที่ฉันไม่ได้อยู่แถวนั้นแต่มีคนถ่ายรูปไว้ได้  สวยมากเลยล่ะ!”

             

            “ใช่ไหมล่ะคุณภาพพอๆกับรูปก่อนเลย!ไม่นึกไม่ฝันว่ารอยยิ้มเทพธิดาจะเป็นผู้ฝึกตนเหมือนพวกเรา”

             

            “ตอนเห็นรูปนั้นครั้งแรกฉันนึกว่าเป็นดารา! แต่พอได้มาเห็นตัวจริงฉันถึงกับตะลึงเลยล่ะ!”

             

            “นายว่าเธอคนนั้นจะได้เข้าไปอยู่ในอันดับเทพธิดาในปีนี้หรือเปล่า?”

             

            “ต้องอยู่สิ! ถ้าในปีนี้ไม่มีเธออยู่ ฉันนี่แหละจะเป็นคนประท้วงชุมนุมผู้ฝึกตนเอง!”

             

            “ฉันด้วย!”

             

            ลุงหวงถอนหายใจดูเหมือนว่าต่อให้เขาจะปฏิเสธผู้กำกับหวังไปมันก็คงจะไม่ได้ผลเท่าไรต้องโทษความงดงามของท่านปรมาจารย์ไป่ที่มากเกินไป

             

            ยังดีที่ในตอนนี้คนจะรู้จักเพียงแค่ชื่อของนางไม่ก็เคยเห็นหน้าของนางผ่านรูปที่แอบถ่ายพวกนั้นมีน้อยคนที่รู้ว่าไป่ฟานเซียนหน้าตาเป็นอย่างไรและหญิงสาวในรูปรอยยิ้มของเทพธิดาชื่อว่าไป่ฟานเซียน!

             

            หากว่าพวกเขารู้ว่ารอยยิ้มของเทพธิดาที่พวกเขาชื่นชอบนั้นเป็นถึงตัวตนระดับปรมาจารย์ ไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำหน้ากันอย่างไร!

             

            ได้แต่หวังว่ามันจะไม่นำพาปัญหามาให้

             

            ไม่เช่นนั้นถ้านางรำคาญขึ้นมาจนลงไม้ลงมือเขาเกรงว่าแม้แต่เมืองใต้เมฆานี้ก็อาจจะหายไปได้ทั้งเมือง

             

            นอกจากนี้ หวงจื่อหานคิดว่ายังมีอีกคนที่ไม่ควรให้ปรมาจารย์ไป่เจอเด็ดขาด

             

            ปรมาจารย์เซี่ยซูเหยา!

             

            ทั้งสองคนเป็นคนที่ชอบทำตามใจตัวเองทั้งคู่หากปรมาจารย์เซี่ยซูเหยาไปได้ยินข่าวลือของหญิงสาวที่งดงามกว่าเธอจนไปหาเรื่องท่านประมาจารย์ไป่จนนางรำคาญเข้าละก็หวงจื่อหานไม่รู้ว่าอะไรมันจะเกิดขึ้นบ้าง

             

            พ่อบ้านชราถอนหายใจอีกครั้ง

             

            ได้แต่หวังว่ามันจะไม่เกิด

             

            ลุงหวงกลับไปถึงที่พักพร้อมกับรอยยิ้มเขาเดินเข้าประตูโรงแรมไปพร้อมกับของพะรุงพะรังเต็มมือแต่วินาทีที่เขาก้าวเท้าเข้าไปเขากลับสัมผัสบรรยากาศเย็นยะเยือกจนแม้แต่จอมยุทธ์ขั้น 5 ยังขนลุกซู่!

             

            ลุงหวงรีบหันไปหาสาเหตุแต่เมื่อเห็นหญิงสาวสองนางกำลังยืนอยู่ตรงข้ามกันก็ทำเอาหัวใจของเขาเกือบหยุดเต้นขึ้นมาจริงๆ!

             

            เหมือนสวรรค์กำลังเล่นตลก! เพราะเรื่องที่เขาภาวนาไม่อยากให้เกิดที่สุดมันดันเกิดขึ้นตรงหน้าเขาเสียแล้ว!

             

            ฝ่ายหนึ่งคือนายหญิงของเขาท่านปรมาจารย์ไป่ฟานเซียนที่กำลังถือชากระป๋องจากตู้กดน้ำอัตโนมัติที่ข้างทางเดิน ให้เดาว่านางก็แค่สนใจจนลองกดออกมาเล่นๆกระป๋องหนึ่งแน่ๆ

             

            แต่อีกฝั่งคือหญิงสาวหน้าตางดงามในชุดสีแดงสดอันเป็นเอกลักษณ์เส้นผมสีดำปลิวสยายไปทั่วแผ่นหลังในยามที่เธอกำลังจ้องใบหน้าของไป่ฟานเซียน!

             

            นางพญาแม่ม่ายแดงปรมาจารย์เซี่ยซูเหยา

    คล้ายกับเรื่องรู้ตัวอีกทีเวลาของข้าก็ผ่านมาหนึ่งหมื่นปี : The next 10,000 years of Alchemy Empress ที่คุณอ่าน