(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

    ตอนที่ 84 โจ๊กสูตรพิเศษ

    ตอนที่ 84 โจ๊กสูตรพิเศษ



    การจัดเรียงโต๊ะอาหารถือเป็นเรื่องสำคัญ มองเผินๆ อาจเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เชื่อเถอะว่าสิ่งเล็กน้อยที่หลายๆ ร้านอาหารนั้นมองข้าม มันทำให้ร้านของพวกเขาเกิดปัญหากันมานักต่อนักแล้ว


    โดยการจัดเรียงโจ๊ะและกำหนดหมายเลขให้กับมัน เป็นสิ่งที่ทุกคนในร้านต่างต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันทั้งหมดและที่สำคัญต้องจดจำในมาตรฐานเดียวกัน


    ดั่งเช่นโต๊ะที่อยู่ใกล้กับห้องครัวมากที่สุด ก็จะกำหนดให้เป็นโต๊ะ A ไล่เรียงต่อๆ กันไปตามหมายเลข เป็น A1,A2..A5

    ทั้งนี้ก็เพื่อให้พนักงานเสิร์ฟ หลังจากนำอาหารออกมาจากห้องครัวเพื่อนำไปเสิร์ฟให้กับลูกค้า ก็จะสามารถแยกแยะโต๊ะได้ในทันที



    อย่างไรก็ตามการจัดเรียงโต๊ะและกำหนดหมายเลขให้กับมัน ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะด้วยสภาพของร้านที่บางโต๊ะอาจจะถูกจัดวางให้อยู่ในระหว่างกลางของสองแถว เพื่อเพิ่มจำนวนโต๊ะภายในร้านให้มีมากขึ้นนั่นเองและเพื่อใช้สอยพื้นที่ว่างเปล่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด

    ดังนั้นไลท์จึงจัดการแก้ปัญหานี้ด้วยการ นับรวมเป็นแถวเดียวกับแถวนั้นไปเลย พลางกำหนดหมายเลขเพิ่มเติมขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่น A6/1 อะไรทำนองนี้ และเมื่อกำหนดหมายเลขโต๊ะเป็นที่เรียบร้อย ไลท์ก็ได้เรียกให้ทุกคนภายในร้าน รวมไปถึงแมท ที่รับหน้าที่เป็นคนจัดเรียงคิว เข้ามาอบรมถึงเรื่องนี้ ในช่วงตอนปิดร้านเมื่อคืนวาน จนทุกคนเข้าใจตรงกัน



    ถึงแม้ว่าทุกคนจะยังจดจำยังไม่ได้ ซึ่งนั้นเกิดจากที่ยังไม่คุ้นชิน ทุกคนจึงได้จดบันทึกตำแหน่งของโต๊ะทุกตัว ลงบนกระดาษหรือแม้แต่การใช้พลังเวทจดจำ แผนผังของโต๊ะเอาไว้ในใจ

    รวมไปถึงไลท์ยังได้มอบหมายให้ โทมัสและจิม สลักตัวอักษรและหมายเลขของโต๊ะกำกับไว้ที่ข้างโต๊ะ เป็นการย้ำเตือนถึงความแม่นยำของทุกคนกันอีกที

    และด้วยวันนี้เอง ก็คือวันแรกที่ร้านอาหารสามเวลา เริ่มใช้การกำหนดหมายเลขโต๊ะ ทำให้คุณยายเฮลีย์และคุณตาเกล ดูจะค่อนข้างแสดงออกถึงความกังวล ในตอนที่บอกถึงเมนูที่กลุ่มลูกค้าได้สั่งให้กับไลท์



    “โต๊ะ A1 ใส่ทุกอย่าง 7 และไม่ใส่เครื่องในอีกอย่างละ 2 นะครับ” ไลท์ทวนคำเพื่อความแน่ชัด

    “ใช่ ใช่” คุณยายเฮลีย์ งกๆ งั่นๆ ใช้ดินสอไม้ไล่ทวนเมนูที่ได้จดบันทึกเอาไว้ กลอกตาซ้ำอยู่สองสามรวบ ก่อนจะพยักหน้าเป็นการยืนยันว่า ทุกอย่างที่ได้สั่งไปนั้นถูกต้อง

    “ขอโทษด้วยนะไลท์ ยายยังไม่ค่อยชินกับหมายเลขโต๊ะพวกนี้เท่าไหร่?!” ในระหว่างที่กำลังรอคนในครัวอย่าง ไลท์ โทมัส จิม จัดเตรียมโจ๊กตามใบสั่ง



    หญิงชราก็ได้พูดขอโทษขอโพยไลท์เป็นการยกใหญ่ เนื่องจากเมื่อคืนวันก่อน ตัวของไลท์ก็ได้สอนเรื่องนี้ให้กับสองตายายอยู่หลายเที่ยว ผิดกับพวกเด็กๆ ทั้ง 4 คนและแมท ที่รับฟังเพียงไม่กี่รอบ ทุกคนก็แทบจะเข้าใจเรื่องนี้ได้อย่างแม่นยำ


    “ไม่จำเป็นต้องขอโทษเลยครับ รอตากับยาย ทำมันซ้ำๆ เดี๋ยวก็จะจำได้ไปเอง...แต่ถ้าหลงลืมแล้วไม่เข้าใจตรงไหน ก็มาถามผมได้ทุกเมื่อครับ ผมยินดีสอนใหม่ทุกเมื่อที่คุณยายต้องการครับ” ไลท์ส่งยิ้มให้กับคุณยาย โดยไม่มีสีหน้าของความรำคาญใจเลยสักนิด



    เคยได้ยินกันไหมว่า ‘คนแก่มักจะกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง’ โดยการกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งของคนชรา ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะแต่งตัวเป็นเด็ก

    เพียงแต่พฤติกรรมและบางอย่าง มันมีความละม้ายคล้ายคลึงกับเด็กก็แค่นั้น



    ในตอนที่เราเป็นเด็ก สิ่งที่เราไม่เข้าใจหรือทำอะไรไม่ได้ เราก็มักจะถามพ่อกับแม่ หรือถามคุณตา คุณยาย อยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า วนเวียนไม่รู้จบ...แต่กระนั้นจะมีสักกี่ครั้งกันที่พ่อกับแม่ หรือตาและยาย จะรู้สึกรำคาญในสิ่งที่เราถาม


    คำตอบคือน้อยครั้ง หรืออาจแทบไม่มีเลย หากนับเฉพาะบางครอบครัวที่มีการอบรมเลี้ยงดูบุตรหลายที่ดี



    พ่อกับแม่ของเราจะตอบคำถามของเรา ซ้ำไปซ้ำมา จนกว่าจะเข้าใจ ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่รำคาญ ในเบื้องลึกการถูกถามคำถามเดิมซ้ำๆ ยังไงเสียมันก็น่ารำคาญอยู่ดี เพียงแต่พวกเขาไม่แสดงออกมาก็เพราะเขารักและอยากจะสอนเราให้เข้าใจ ด้วยความหวังดี

    ซึ่งในส่วนของไลท์ในโลกก่อน เขาไม่ได้มีโอกาสที่จะได้ดูแลพ่อแม่ในยามที่ทั้งสองแก่ชรา เพราะพวกท่านได้เสียชีวิตกันไปเสียก่อน


    ฉะนั้นแล้ว ไลท์ ที่มีโอกาสกลับมามีชีวิตอีกครั้งในโลก The Gloria และได้สองตายายช่วยเหลือเอาไว้ในยามยาก จึงได้มีโอกาสประสบพอเจอกับ คำกล่าวในข้างต้นนี้ด้วยตัวเอง


    คนแก่ก็เหมือนเด็ก...เพียงแต่พวกท่านจะไม่เติบโตขึ้นและเรียนรู้ได้เหมือนกับเด็กที่โตขึ้นในทุกวันอีกต่อไปแล้ว พวกเขามีแต่จะก้าวถอยหลัง ในไม่ช้าก็เร็ว!



    ไลท์ได้จัดแจงตักโจ๊กที่เดือดปุดๆ ลงในถ้วยชาม โดยมีโทมัสและจิม คอยตักเครื่องต่างอย่างพวกหมูเด้ง เนื้อเด้งและเครื่องในส่งให้กับเขาอีกทอดหนึ่ง


    พร้อมกับ ‘ต๊อก...แกว๊ก’ ไข่ลวกฝีมือเด็กชาย จะตอกลงไปในชามที่มีความร้อนจากโจ๊กช่วยอุ้มความร้อนให้ไข่สุก น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น

    โดยโจ๊กของไลท์ที่ได้นำไปเสิร์ฟให้ตามโต๊ะต่างๆ เขาไม่ได้โรยพวกต้นหอม ขิง พริกไทยและซีอิ๊วขาว ไปให้กับลูกค้า เพราะบางคนอาจจะชอบหรือไม่ชอบ รสสัมผัสจากเครื่องพวกนี้กันเสียเท่าไหร่


    เขาจึงได้จัดเรียงไปให้กับตามโต๊ะต่างๆ แยกเป็นอีกชาม หากใครใคร่สะดวกที่จะกินกันแบบไหน ก็ให้ตักปรุงกันเอาเอง



    นี้แหละคือเสน่ห์ของการกินโจ๊ก ที่ถึงแม้ว่าต้นกำเนิดของมันจะไม่ได้มาจากประเทศไทย แต่วัฒนธรรมการกินโจ๊กของคนไทย มันคือจุดสูงสุดของบรรดาโจ๊กที่แม้แต่ชาวต่างชาติ ก็ยังต้องติดใจ

    “โจ๊กร้อนนะจ๊ะ ทุกคนระวังกันด้วย ส่วนผักและเครื่องปรุงรสพวกนี้ ก็เลือกใส่ได้ตามใจชอบเลย” คุณยายเฮลีย์นำโจ๊กออกไปเสิร์ฟให้กับลูกค้าที่รออยู่ภายในร้านตามโต๊ะต่างๆ แล้ว



    ภายในร้านอาหารนั้นเต็มไปด้วยไอควันที่เกิดจากโจ๊กร้อนๆ ลอยฟุ้งไปทั่ว กลิ่นของร้านล้วนตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นของข้าวที่ถูกต้มและเคี่ยวจนออกมาเป็นโจ๊ก

    โจ๊กที่มีสีขาวและเม็ดข้าวที่ละเอียดจนนวลเนียน ช่างมีความละม้ายคล้ายกับปุยเมฆ เพียงแค่ใช้ช้อนตัก ไอความร้อนที่มาจากโจ๊กบนช้อน ก็ลอยขึ้นมาห่อหุ้มประสาทการรับกลิ่นของทุกคนเอาไว้



    ฟู่~ ทุกคนต่างใช้ปากเป่า เพื่อขับไล่ความร้อนของโจ๊กให้ลดลง เป่าเพียง 2-3 ครั้ง ความร้อนก็ลดตัวลงจนสามารถที่จะรับประทานได้ ซึ่งทุกคนต่างก็รอช่วงเวลานี้กันเต็มที่แล้ว



    พวกเขาอ้าปากกลืนโจ๊กบนช้อนเข้าไป เต็มปากเต็มคำ สัมผัสแรกนอกจากความร้อนที่ยังคงเจืออยู่ มันคือความนุ่มลื่นของโจ๊กที่แทบจะไม่ต้องเคี้ยวกันให้ยุ่งยาก เพียงแค่กลืนก็เป็นอันจบ



    ‘โจ๊กนี้ ไม่มีความเละเลย อีกทั้งยังไม่ต้องเคี้ยวอีกด้วย...ท่านไลท์ต้มโจ๊กได้สมบูรณ์แบบจริงๆ’

    ‘เนื้อหมูพวกนี้ก็สุดยอดไปเลย เด้งหนึบสู้ฟัน แถมยังมีของกลิ่นพริกไทยอ่อนๆ และความเค็มที่เข้ากันได้อย่างลงตัว ไม่รู้ว่าท่านไลท์ทำยังไง? เนื้อสัตว์ถึงได้อร่อยแบบนี้’

    กลุ่มลูกค้าที่กำลังดื่มด่ำกับโจ๊ก ต่างก็เคลิบเคลิ้มไปกับรสชาติของอาหารที่อยู่ตรงหน้า


    ก่อนที่ทางด้านของ ไลท์ที่เป็นผู้รังสรรค์เมนูชามนี้ จะโผล่หน้าออกมาถามไถ่ถึงรสชาติของมันกับกลุ่มลูกค้า พร้อมกับเสนอแนะถึงวิธีการกินที่หลากหลาย


    “หากใครคิดว่าโจ๊กชามนี้จืดเกินไป ทุกคนสามารถลองหยดซีอิ๊วขาว ในชามเล็กๆ ที่อยู่ด้านข้างดูสิครับ หยดลงไปเล็กน้อยแล้วจะได้รสชาติที่แตกต่างกันออกไป”

    “หรือไม่ทุกคนก็ลอง ใช้ช้อนเจาะไข่แดงแล้วคลุกมันให้เข้ากับโจ๊กในชาม ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการกิน ที่ผมอยากให้ทุกคนลิ้มลอง”

    “ส่วนต้นหอมและขิง หากใครชอบก็ลองใส่ดูครับ มันช่วยตัดเลี่ยนได้ดีทีเดียว”



    ไลท์แนะนำวิธีการกินโจ๊กให้กับกลุ่มลูกค้าหลายต่อหลายอย่าง แน่นอนว่าทุกคนก็เลือกที่จะลิ้มลองตามวิธีการกินของไลท์ ด้วยความอยากรู้และอยากทดลอง

    เพราะทุกคนนั้นมั่นใจและเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ว่า วิธีการกินที่ไลท์แนะนำ มันจะต้องทำให้โจ๊กชามนี้อร่อยมากแน่ๆ



    “ท่านคาห์น ท่านพึ่งจะหายดี ยังไงลองใส่พวกขิงซอยพวกนี้ลงไปสักหน่อยสิครับ ขิงจะช่วยให้เลือดลมของท่านคาห์นกลับมาไหลเวียนดีขึ้น” ก่อนที่จะกลับเข้าไปในครัว


    พ่อครัวหนุ่มก็ถือโอกาสแวะทักทายกับโต๊ะที่อยู่ใกล้กับทางเข้าครัว ซึ่งก็คือโต๊ะของคาห์น แมทและหัวหน้าหน่วยนั่นเอง

    ทั้งนี้ที่ไลท์เอ่ยทักทายกับโต๊ะของคาห์นเป็นกรณีพิเศษ ก็สืบเนื่องจากความรู้สึกผิดที่ตัวเขาได้ไปใช้คาห์นให้เป็นเหยื่อล่อกับการแสดงละครของเจ้าโปริ่ง จนอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บ



    “ถ้าไลท์แนะนำมาแบบนี้ ฉันและพรรคพวกคงต้องกินกันเยอะๆ เสียแล้ว” คาห์นหัวเราะร่า ด้วยความที่ไม่รู้ถึงเบื้องลึกเบื้องหลัง

    ชายชราและพรรคพวกต่างก็คิดเอาเองว่า ที่ไลท์เข้ามาทักทายพวกของตน นั้นเป็นเพราะความสนิทสนมที่มีต่อกันเพียงเท่านั้น



    ไลท์อยู่พูดคุยกับโต๊ะของคาห์นอีกสักพักหนึ่ง ก่อนที่ภายในร้านอาหารสามเวลาจะเริ่มมีกลุ่มลูกค้าที่ตื่นสายไปเสียหน่อย เดินเข้ามานั่งในร้าน เพื่อที่จะสั่งโจ๊กมากินเหมือนกับลูกค้าคนอื่นในร้าน ที่กำลังยกซดโจ๊กกันอย่างครื้นเครง


    “อร่อยมากขึ้นจริงๆ ด้วย เพียงแค่หยดซีอิ๊วขาวตามที่ท่านไลท์บอก รสชาติก็เข้มข้นขึ้นทันที”

    “หยดซีอิ๊วก็อร่อยดีอยู่หรอก แต่สู้ไม่ได้กับไข่พวกนี้ที่เมื่อคลุกกับโจ๊กจนทั่วแล้ว ค่อยหยดซีอิ๊วขาวตามลงไป จะได้รสชาติที่ล้ำลึกขึ้นไปอีก”

    โจ๊กของลูกค้าแต่ละคน ต่างก็ทำตามวิธีการกินที่ไลท์แนะนำมา หน้าต่างของโจ๊กแต่ละคนก็ดูจะแตกต่างกันออกไปตามความชอบส่วนตัวของแต่ละคน



    แต่ทว่า...ในส่วนของหน้าตาโจ๊กในชามของแมท ที่ระยะหลังๆ มานี้ ชายหนุ่มผู้นี้เริ่มปรับเปลี่ยนนิสัยไปในทิศทางที่ดีขึ้น และดูจะได้รับความไว้วางใจจากไลท์อยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะให้แมทมาช่วยจัดการลำดับของลูกค้าที่หน้าร้าน หรือแม้กระทั่งพาเข้ามาอบรมถึงตำแหน่งของโต๊ะที่มีการจัดลำดับใหม่



    ฉะนั้นในเมื่อ แมท คือคนที่ไลท์นั้นให้ความไว้วางใจ ก็ไม่แปลกที่ไลท์จะแนะนำวิธีการกินโจ๊กสูตรพิเศษที่ไม่เหมือนใครให้กับแมทได้รับรู้และกินเป็นกรณีพิเศษ


    “ท่านไลท์จะบอกเคล็ดลับความอร่อยให้กับผมจริงๆ เหรอครับ” น้ำเสียงของแมท ดูจะตื่นเต้นยินดี

    เมื่อเห็นว่าไลท์กำลังจะปรุงรสโจ๊กในชามของแมทให้ออกมาอร่อยมากยิ่งขึ้น


    พ่อครัวหนุ่มได้ตักบางอย่างที่มีลักษณะเป็นผงสีแดงๆ ออกมาจากกระเป๋า ใช่แล้วผงสีแดงที่ว่านี้ก็คือ ‘พริกป่น’


    เนี่ยแหละ เคล็ดลับอีกหนึ่งอย่างของโจ๊กที่คนไทยมักจะกินกันในตอนเช้า


    โจ๊กใส่พริกนั่นเอง!



    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

    ถ้าใช่ถ้าชอบ...ฝากกดหัวใจหรือกดติดตามนิยาย

    หัวใจและการติดตามของนักอ่าน ช่วยให้นักอ่านคนอื่นๆ ผ่านเข้ามาเห็นนิยายเรื่องนี้ได้มากขึ้น...ขอบคุณครับ


    เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

    www.facebook.com/writelazy