ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่319 เจดีย์น้อยจากไป

  ผู้นำหมู่บ้านตงเป่ย ครั้นเห็นอี้เฉิน เดินมาพร้อมเด็กสาวแรกรุ่น ผิวพรรณขาวเนียนละเอียด ราวกระเบื้องแก้ว ใบหน้างดงามสมวัย สวมชุดไหมดูเรียบง่าย สะท้อนมากับยามอาทิตย์อัสดง ใกล้จะลับขอบฟ้า ชายชราอดไม่ได้ ที่จะรู้สึกคุ้นเคย ใบหน้านั้นของเด็กสาวชอบกล อดไม่ได้ที่จะไต่ถามออกมา "แม่นางน้อยเจ้าเป็นใครงั้นหรือ หมู่บ้านของเรากำลังประสบปัญหาอยู่ คงไม่ว่างมาต้อนรับแม่นางเป็นแน่"


 

  เจียวหยาง ที่ได้ยินคำพูดนั้น นางอดไม่ได้ที่จะมองกายาตนเอง ในยามนี้ผิวพรรณของนาง ไม่หยาบกร้าน เฉกเช่นแต่ก่อนอีกต่อไป ไม่เหมือนผู้คนที่อยู่อาศัย ภายในบริเวณทุ่งกว้าง อันกว้างใหญ่ แต่นางก็ไม่คาดคิดว่าชายชรา ผู้นำหมู่บ้านจะจดจำตัวนางไม่ได้
"ท่านผู้นำหมู่บ้าน ข้าเอง เด็กกำพร้าที่มีนามว่า เจียวหยาง"


 

  ผู้นำหมู่บ้านชราตกตะลึงอยู่ไม่น้อย วิ่งกรูเข้ามาหาเด็กสาวด้วยความตกใจ จนลืมอายุของเขาไปเสียเลย "เจียวหยาง อย่าบอกนะว่าเจ้า เลื่อนขั้นกายาอย่างก้าวกระโดด ข้าเองก็เคยได้ยินมา หากผู้ใดก้าวข้ามขั้นกายาในช่วงต้น จะทำให้กายาเติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แต่อายุจะไม่ขยับขยายแต่อย่างใด"


 

  ครั้น เจียวหยาง ได้ยินคำชื่นชมของชายชรา นางเพียงขำออกมา แห้งๆ กลบเกลื่อนรอยยิ้มเท่านั้น "แฮะๆ!!!" ปล่อยให้ชายชรา เข้ามาตรวจสอบกายาอย่างถี่ถ้วน ใบหน้าที่เคยบึ้งตึงจากหมู่บ้านถูกทำลายพลันสลายหายไปในพริบตา ประหนึ่งหมู่บ้านที่พังเสียหาย เป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับชายชรา ในยามนี้ไปเลย

 


  ผู้นำหมู่บ้านชรา ใบหน้าเปื้อนยิ้มไม่น้อย ครั้นเห็นว่า เจียวหยาง เลื่อนขั้นกายามาอยู่ในขั้นกายาทองคำ ก่อนจะละสายตาออกจากตัวนาง จ้องมองไปที่ชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผล ขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่เล็กน้อย 'ต้องเป็นเขาแน่ๆ ที่ทำอะไรสักอย่างกับเลือดเหล่านั้น ไม่เช่นนั้นเจียวหยางน้อย ไม่น่าจะเลื่อนขั้นพลังกายาเป็นแน่' เขาพยักหน้าให้ชายหนุ่ม ประหนึ่งเป็นการขอบคุณ ในทันที


 

เจียวหยาง เอ่ยคำพูดออกมาขอร้องในทันใด ครั้นเห็นใบหน้าที่ เปื้อนยิ้มของผู้นำหมู่บ้าน "ผู้นำหมู่บ้าน รุ่งเช้าของวันพรุ่งนี้ ท่านช่วยพา อี้เฉินเข้าเมืองไปกับพวกเราด้วย ได้หรือไม่"


 

ชายชราที่ได้ยินคำขอ ของเด็กสาว ขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย เขากลัวว่าจะเกิดปัญหา ครั้นเมื่อเห็นสายตาอ้อนวอนของเด็กสาว มันก็อดไม่ได้ที่ชายชราจะไต่ถามจุดประสงค์ของอี้เฉินออกมา "เจ้าต้องการจะเข้าร่วมงานคัดสรร ของสำนักน้อย ใหญ่ ภายในนครหินผา งั้นหรือ"


 

อี้เฉินที่ได้ยินเขาส่ายหัวในทันที "ข้าแค่ต้องการติดตามท่านเข้าไปภายใน นครหินผ่า ก็เท่านั้น ส่วน หลังจากนั้นเราจะเดินทางของใครของมัน ข้ารู้ดีท่านกังวลเรื่องความเป็นมาของตัวข้า ข้าจะไม่ทำอะไรที่ผิดต่อหมู่บ้านของท่านอย่างแน่นอน"


 

ครั้นที่ชายชรา ได้ยินน้ำเสียงที่จริงจัง หนักแน่นของชายหนุ่ม เขาอดไม่ได้ที่จะชื่นชมออกมา "ได้ๆ เอาเช่นนั้นก็ได้ หากเกิดเรื่องอะไรขึ้น เราจะทำเป็นไม่รู้จักกัน"

 


แต่เจียวหยาง ที่ได้ยินข้อตกลงระหว่างพวกเขาทั้งคู่ นางไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก ใบหน้าอดไม่ได้ที่จะบูดบึ้งขึ้นมา


 

ผู้นำหมู่บ้านชรา ที่เห็นว่า เจียวหยาง จะเอ่ยคำพูดออกมาโต้เถียง เขาตัดบทพูดของนางในทันที "เชิญเจ้าไปพักก่อน อีก3ชั่วยาม ใกล้ฟ้าสาง พวกเราจะออกเดินทางไปยัง นครหินผา"


 

ครั้นอี้เฉินได้ยิน เขาพลิ้วกายาจากไปจากบริเวณนั้นในทันทีไม่เอ่ยพูดคำใดอีกต่อไป 'เขารู้ดีหากสร้างปัญหาภายใน นครหินผา หมู่บ้านอาจล่มสลายเลยก็เป็นได้ ผู้นำหมู่บ้านเพียง ต้องการรักษาหมู่บ้านไว้ก็เท่านั้น เขาเองก็ไม่รู้ที่มาของตัวเขา จะให้มาไว้ใจคนนอก ก็คงจะเสี่ยงเกินไป'


 

แต่ในใจลึกๆ ชายชราเองก็ อดเสียดายไม่ได้ ที่ไม่ดึงคนผู้นี้ ไว้ภายในหมู่บ้าน แต่เขาก็ไม่อาจมองชายหนุ่มผู้นี้ได้ ทะลุปรุโปร่ง เขาดูล้ำลึกยากที่จะหยั่งถึงพลัง 'หมู่บ้านแห่งนี้คงเล็กเกินไปที่จะฉุดรั้งตัวเขาไว้'


 

  ครั้นเมื่ออี้เฉินจากไปได้ ไม่กี่อึดใจ เจียวหยาง นางเองก็พยายาม ส่งคำพูดออกไปขอร้องชายชรา แต่ชายชรา ก็ไม่มีท่าทีผ่อนปรนแม้แต่น้อย เอ่ยคำพูดออกมาตักเตือน เจียวหยาง ราวกับสอนลูกสอนหลาน "เจ้ายังเด็ก เจียวหยาง โลกใบนี้ยังมีอะไรอีกมากที่เจ้าจะต้องเรียนรู้ เราเองก็ไม่รู้ชายหนุ่มผู้นั้น จะนำพาหายนะมาให้ หมู่บ้านของเราหรือไม่ แต่เขาไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน"


 

เจียวหยาง นางเองก็พอเข้าใจคำพูดของชายชราขึ้นมาบ้าง อี้เฉินนั้น มีความลับแอบซ่อนอยู่ไม่น้อยจริงๆ แถมยังไม่รู้ที่มาของเขาอีก นางจึงต้องจำยอม เลิกโต้เถียงกับชายชราแล้วพลิ้วกายาจากไปหาอี้เฉิน หมายมั่นจะพูดคุยให้เข้าใจ ไม่ให้มีความเคลือบแคลงใจต่อกัน


 

...ทั้งสอง นอนท่ามกลางทุ่งหญ้าโล่ง มองดวงดาว บนผืนฟ้า ไม่ห่างกันมากนัก อยู่นานสองนานไม่เอ่ยคำพูดใดออกมา ลมที่ปลิวไสว พัดพาเอาดอกหญ้า วูบไหวไปตามแรงลมส่งกลิ่นอายธรรมชาติ รอยตลบอบอวล แต่ก็ไม่อาจปิดกั้นบรรยากาศที่กระอักกระอ่วนของทั้งสองคนได้


 

เจียวหยาง นาง อดกลั้นไม่ไหวอีกต่อไป เตรียมจะเอ่ยอธิบายเรื่องต่างๆ ให้อี้เฉินเข้าใจ "ข้าทำผิดข้อตกลงระหว่างเราหรือไม่อี้เฉิน เจ้าอย่าได้ถือโทษ"

 


  อี้เฉินเขาตัดบทพูดของนางในทันที ในยามนี้จิตใจของเขาสงบนิ่งเป็นอย่างมากในรอบ 1ปีมานี้ เขาไม่ได้รู้สึกถึงช่วงเวลานี้มานาน จึงไม่อาจให้ใครมารบกวนได้ "เจ้าไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้วเจียวหยาง มองดูดวงดาวไปเสีย ข้าเองก็ไม่ได้นอนดู ผืนนภาเช่นนี้มายาวนานแล้วเช่นกัน"


 

เจียวหยาง ที่ได้ยินนางทำปากพองลมขึ้นมาในทันที ไม่กล้าเอ่ยพูดคำใดออกมาอีกต่อไป นอนมองดวงดาว ท่ามกลางทุ่งหญ้าอยู่ เฉกเช่นนั้นพร้อมกับตัวของอี้เฉิน 'อีกไม่ช้าพวกเรา คงได้จากลา กันจริงๆ แล้วสินะ ไม่รู้ว่าข้าจะมีโอกาสได้เจอเจ้าอีกหรือไม่ แม้แต่คำขอบคุณข้ายังไม่กล้าเอ่ยมันออกมา'



จู่ๆ อี้เฉินที่สัมผัสได้ว่า ภายในทะเลความรู้ของเขา เจ้าเจดีย์น้อย มันมีท่าที แปลกๆ สั่นไหวขึ้นมาไม่หยุด ประหนึ่งมัน ที่สะสมปราณพลังไว้เต็มที่แล้ว พร้อมจะจากอี้เฉินไป เขาส่งปราณจิตเข้าไปไต่ถามมันในทันที "เจ้าจะไปแล้วหรือเจ้าเจดีย์น้อย ข้ามีอะไรจะถามเจ้าเยอะแยะไปหมด"


 

เจ้าเจดีย์น้อย ที่ได้ยินมันส่องแสง ศักดิ์สิทธิ์ออกมาน้อยๆ ในทันที ก่อนมันจะบอกกล่าวอี้เฉิน ด้วยท่าทีอิดออด"การที่เจ้าไม่รู้อะไรแล้วค่อยๆ เดินทางไปมันจะไม่ดีกว่าหรือ ส่วนเรื่องการฟื้นคืนจุดตันเถียน ของเจ้า เจ้าจงตามหา เมล็ดบัวแห่งการหวนคืน"


 

  อี้เฉินที่ได้ยินเขา จดจำมันไว้ในทันที แม้แต่ชื่อของมัน  เขาเองก็ยังไม่เคยได้ยิน ครั้นเมื่อเห็นว่า เจ้าเจดีย์น้อย มันเตรียมที่จะจากลาเขาไปจริงๆ อี้เฉินจึงอดไม่ได้ที่จะไต่ถาม โลกใบนี้ที่เขาอยู่มันกว้างใหญ่ถึงเพียงใดกันแน่ "เจ้าเจดีย์น้อย เจ้าช่วยเล่าเรื่องของโลกใบนี้ให้ข้าฟังได้หรือไม่"


 

  เจ้าเจดีย์น้อย มันถอนหายใจออกมายาว พอจะคาดเดาความคิดของอี้เฉินได้ "เจ้าต้องการจะไปตามหา แม่นางนามว่าหลินเฟยผู้นั้นหรือ ข้าจะบอกอะไรให้ ทวีปแห่งนี้ไม่เล็กเลย ทวีปรกร้างชางไห่ ที่เจ้าอยู่อาศัย ทวีปเหมันต์ตงเหลิ่ง ทวีปโพ้นทะเลหนานหยาง ไหนจะมีสถานที่ปลอดคน อย่าง ทะเลมืดหยงหย่วน ที่ยังไม่ได้ถูกสำรวจนั้นอีก"


 

อี้เฉินได้ยินเขาถึงกับมีใบหน้าที่บูดเบี้ยว ไม่คิดโลกใบนี้จะกว้างใหญ่ไพศาลถึงเพียงนี้ การจะหาใครสักคน คงไม่ต่างอะไรไปจากการ งมเข็มในมหาสมุทรเป็นแน่



  เมื่อครั้นอี้เฉิน ได้ยินน้ำเสียงของเจ้าเจดีย์น้อย สั่นเครือ เจือปน มาพร้อม ความหวาดกลัวบางอย่าง เมื่อเอ่ยชื่อ ทะเลมืดหยงหย่วน มันก็ทำให้อี้เฉิน อดที่จะประหลาดใจไม่ได้สถานที่แห่งนั้นหรือว่าจะเป็น ทะเลหมึกสีดำสนิทที่อยู่ในนิมิตของพู่กันด้ามเก่า ที่เขาเห็น มันอาจจะเป็นสถานที่เดียวกันก็เป็นได้ ไหนจะชายวัยกลางคนผมสีขาวคนนั้นอีก ที่ประหนึ่งเป็นพระเจ้าของโลกใบนี้ เขาเป็นใครกันแน่ หรือข้าจะมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับตัวเขา


 

  อี้เฉินอดไม่ได้ที่จะไต่ถาม แต่เจ้าเจดีย์น้อย มันไม่ปริปากบอกอะไรอี้เฉินอีกต่อไป มันบอกเพียงว่า "หากเจ้าเดินไปในเส้นทางข้างหน้า สักวันเจ้าจะต้องไปเหยียบย่ำยังสถานที่แห่งนั้น" ครั้นที่เจ้าเจดีย์น้อย เอ่ยวาจาออกมาเสร็จสิ้น ตัวมันก็พลิ้วกายาออกไปจากหัวสมองของอี้เฉิน พุ่งหายออกไป ราวกับดาวที่ตกลงจากฟากฟ้า ไม่หลงเหลือความลังเลแม้แต่น้อย


เจียวหยาง ที่เห็นบางอย่างพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว นางอดไม่ได้ที่จะจ้องมองไล่หลัง เจ้าเจดีย์น้อย ไปอย่างไม่วางตา นางไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใดกันแน่ มันรวดเร็วเป็นอย่างมาก เพียงเสี้ยววินาทีมันก็หายออกไป ลับสายตาของนางเสียแล้ว หลงเหลือเพียงแสงศักดิ์สิทธิ์ที่น่าคร้ามเกรง


แต่เจียวหยาง นางก็ไม่กล้าเอ่ยคำพูดใดออกไป ครั้นเห็นอี้เฉินไม่มีท่าทีใดแสดงออกมาแม้แต่น้อย นอนจ้องมองท้องฟ้าอยู่อย่างนั้น นางรู้ดี อี้เฉินเองก็น่าจะรับรู้ได้เช่นกัน