บทที่ 40 ล่าสัตว์ที่เขาลู่อวิ๋น
หยุนอินถอนหายใจ ลูบหัวหนานลี่แล้วพูดว่า "คงได้แต่ตามหาต่อไป จริงสิ เมื่อวานข้าให้คนสะกดรอยตามหญิงอ้วนที่ก่อเรื่อง แต่ตามไปได้ครึ่งทางก็พลัดหลงกันร่องรอยขาดหายไป"
หนานลี่มองหยุนอินด้วยสายตาที่เห็นใจ "เช่นนั้นวันนี้พวกเรายังควรออกไปล่าสัตว์กันอีกหรือ"
หยุนอินพยักหน้าอย่างรวดเร็ว "แน่นอนว่าต้องไป"
ไม่มีอะไรสำคัญเท่าการล่าจิ้งจอกหิมะมาทำชุดให้อาลี่!
"งั้นจะรออะไรอยู่ ไปกันเถิด" หนานลี่ดึงแขนเสื้อของหยุนอิน แล้วก็พุ่งตัวออกไปราวกับลมกระโชกแรง
ในหัวของหนานลี่ เต็มไปด้วยภาพเนื้อกระต่าย เนื้อจิ้งจอก เนื้อไก่ ที่กำลังถูกย่างอยู่บนเตาไฟ พวกมันส่งกลิ่นหอม ทำเอานางน้ำลายไหล ดวงตาระยิบระยับด้วยแสงดาว
หยุนอินกะพริบตาปริบๆ เขารู้สึกว่าผ่านไปแค่แป๊บเดียวก็มาถึงหน้าประตูบ้านแล้ว ม้าสีน้ำตาลตัวหนึ่งกำลังยืนส่งเสียงร้องอยู่ที่หน้าประตู หยุนอินจึงถอยหลัง หลบม้าที่กำลังเข้ามาใกล้
"อาลี่!" หยุนอินพึมพำ อยากจะถามภรรยาของตัวเอง ว่าเหตุใดถึงได้มาถึงหน้าประตูเร็วปานนี้ ปกติแล้วเวลาเขาเดินจากห้องนอน มาที่หน้าประตู ต้องใช้เวลาราวๆหนึ่งเค่อแท้ๆ
หนานลี่ขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังม้าแล้วมองลงมาที่เขา "ขึ้นมาเร็ว!"
หยุนอินเงยหน้าขึ้น สบตากับดวงตาสีดำของหนานลี่ สมองของตัวเองคล้ายหยุดทำงาน ยื่นมือไปจับอานม้า แล้วก็ขึ้นไปนั่งอยู่ข้างหลังหนานลี่ กอดเอวของนางไว้แน่น
ตอนนี้หัวใจของหยุนอินเบาหวิว ในหัวล่องลอยไปด้วยฟองสบู่รูปหัวใจ เขาขี่ม้าตัวเดียวกับอาลี่ รู้สึกตื่นเต้นมาก หัวใจเต้นแรงเหมือนจะกระเด็นออกมาจากอก นี่ข้าเป็นอะไรไปนะ ใช่ป่วยหนักหรือไม่?
หยุนอินลำคอแห้งผาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอนที่หนานลี่เตะท้องม้า ม้ากู่ร้องออกมา แล้ววิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว หน้าอกของตัวเองแนบกับหลังของหนานลี่ ประกอบกับแรงกระแทกตอนที่ม้าวิ่ง ทำให้เขารู้สึกร้อนไปทั้งตัวเหมือนถูกไฟไหม้ ทำอะไรไม่ถูก
หนานลี่หันกลับไปมองหยุนอินที่กำลังเหม่อลอย "เพื่อนท่านรออยู่ที่ใด"
หยุนอินใช้เวลาอยู่นานกว่าจะรู้สึกตัว เขากลืนน้ำลายลงคอ "อาลี่ เมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะ"
หนานลี่กลอกตา คิดว่าตัวเอกจะฉลาดขึ้นแล้ว ที่แท้ก็ยังทึ่มเหมือนเดิม
หนานลี่จึงถามอีกครั้ง หยุนอินพยายามไม่สนความรู้สึกแปลกๆ ในใจ แล้วตอบว่า "พวกเขารออยู่ที่ประตูเมืองด้านทิศเหนือ วันนี้พวกเราจะไปที่เขาลู่อวิ๋น"
หนานลี่ตอบรับเบาๆ แล้วก็เร่งความเร็วกว่าเดิม เนื่องจากแรงเฉื่อย ร่างกายของหยุนอินจึงเลื่อนไปข้างหน้า เขากอดเอวของหนานลี่ไว้แน่น ฝ่ามือของตัวเองเริ่มมีเหงื่อผุดซึม
หยุนอินเบือนหน้าหนี แกล้งทำเป็นชื่นชมทิวทัศน์ ทว่าม้าวิ่งเร็ว ทิวทัศน์ข้างทางจึงเหมือนกับลมที่พัดผ่านไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน
ม้าวิ่งมาหยุดที่หน้าประตูเมืองด้านทิศเหนือ เห็นชายหนุ่มสองคนสวมชุดหรูหรา นั่งอยู่บนหลังม้าสีน้ำตาล พอเห็นหนานลี่ขี่ม้ามา ก็พากันอุทาน ไม่คิดเลยว่าพี่อินจะเปิดตัวเช่นนี้
หยุนอินแนะนำ "อาลี่ นี่อาโกว นี่อาเฟย เจ้ารู้จักพวกเขาอยู่แล้ว"
หนานลี่พยักหน้า ค้นหาความทรงจำในอดีต อาโกวกับอาเฟยเป็นญาติห่างๆ ของตัวเอก เพราะบิดาของตัวเอกทำการค้าใหญ่โตที่เมืองหนานเฉิง จึงเรียกญาติพี่น้อง มาช่วยงาน หยุนอินจึงได้มีเพื่อนเล่น ก็คือสองคนที่อยู่ตรงหน้านี้
อาโกวมองหนานลี่แล้วก็ผิวปาก "พี่อิน ภรรยาของท่านสวยขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย"
หนานลี่กลอกตา นางไม่ชอบคำชมที่เหมือนกำลังแซวกันเช่นนี้
หยุนอินตอบรับเบาๆ "ภรรยาข้าสวยอยู่แล้ว เอาล่ะ พวกเรารีบไปกันเถิด หากชักช้า ประเดี๋ยวตะวันจะตกดินก่อนถึงเชิงเขาลู่อวิ๋น"
อาเฟยยิ้มออกมา "เช่นนั้นพวกเรามาแข่งกันไหม ใครไปถึงเชิงเขาเป็นคนสุดท้าย คืนนี้คนนั้นเลี้ยงข้าว"
ทั้งสี่คนตกลง แล้วก็พากันขี่ม้าไปยังเขาลู่อวิ๋น ฝีมือการขี่ม้าของหนานลี่ ไม่เป็นสองรองใคร ไม่นานก็ทิ้งห่างคนอื่นไว้ข้างหลัง
...
เขาลู่อวิ๋นรมรื่นย์ไปด้วยแมกไม้ แม้ยามเที่ยงแสงแดดก็ส่องลงมาไม่ถึงพื้น หนานลี่ลงจากม้า ให้ม้าที่วิ่งมาตลอดทางได้พักผ่อนที่เชิงเขา
หยุนอินสะพายธนู เดินตามหนานลี่ไป หนานลี่ถือไม้ที่เหลาจนแหลม เดินไปเรื่อยๆ แต่จู่ๆ นางก็หยุดเดิน แล้วเงี่ยหูตั้งใจฟังเสียง
หยุนอินไม่เข้าใจ จึงถามว่า "อาลี่ เป็นอะไรไป"
หนานลี่ "เจ้าได้ยินเสียงเสือคำรามหรือไม่"
หยุนอินเย็นวาบไปทั่วแผ่นหลัง ร่างกายแข็งทื่อ อาเฟยบอกแค่ว่าบนเขาลู่อวิ๋น มีจิ้งจอกหิมะเยอะแยะ ไม่ได้บอกว่ามีเสือ ด้วยวิชายุทธงูๆปลาๆของเขา นี่เท่ากับแส่หาที่ตาย
หยุนอิน "อาลี่ พวกเราอย่าเข้าไปในป่าเลย รออาโกวกับอาเฟย ที่นี่ก่อนเถอะ"
"ก็ได้" หนานลี่พยักหน้า
ทั้งสองคนรออยู่นาน ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยาม ถึงจะเห็นอาโกวกับอาเฟยเดินทางมาถึง
"พี่อิน พวกท่านชนะแล้ว คืนนี้ข้าเลี้ยงข้าว" อาโกวพูดพลางตบหน้าอกของตัวเอง
อาเฟยตบหน้าอกของอาโกว "สหาย คืนนี้จะพาพวกเราไปกินข้าวที่ไหน"
พวกเขากำลังพูดคุยกันไปพลาง เดินไปข้างหน้าไปพลาง จู่ๆ ก็มีเสียงเสือคำรามดังขึ้น อาเฟยกับอาโกวแข้งขาอ่อน แทบทรุดลงไปกับพื้น
"ข้าเพิ่งได้ยินอะไร? เหตุใดถึงมีเสือ" อาเฟยหน้าซีดเผือด ความมั่นใจที่บอกว่าจะล่าหมาป่าสักตัวค่อยกลับบ้าน หายไปหมดสิ้น
"เป็นเสือจริงๆ พวกเรากลับลงไปข้างล่างกันเถิด สถานการณ์อันตรายเกินรับมือแล้ว" อาโกวเริ่มถอย เขาไม่อยากตาย ไม่อยากเป็นอาหารของเสือ
หยุนอินใจเย็นกว่า จับมือหนานลี่ไว้ มองนางด้วยสายตาที่ให้กำลังใจ แสดงออกว่าเขาจะปกป้องนาง
หนานลี่มองอาเฟยกับอาโกวที่ขี้ขลาด แล้วพูดอย่างองอาจว่า "พวกเจ้าจะกลัวอะไร ก็แค่เสือตัวเดียว พอดีเลย ข้ากำลังอยากได้พรมที่ทำจากหนังเสือ" พูดจบก็จูงมือหยุนอิน เดินไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงเสือคำรามอย่างมั่นใจ
อาเฟยกับอาโกวมองหน้ากัน สงสัยว่าตัวเองตาฝาดหรือเปล่า ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ภรรยาของพี่อินกล้าหาญขนาดนี้ เมื่อก่อนพวกเขาได้ยินมาว่า นางเป็นแค่คนอ่อนแอที่ถูกแม่หยุนใช้งานทุกวันมิใช่หรือ?
อาโกว "พวกเราจะตามไปหรือไม่"
อาเฟยกลอกตาแล้วพูดว่า "ตามไปดูก็แล้วกัน"
....
ตอนนี้หนานลี่กับหยุนอินกำลังหลบอยู่หลังต้นไม้บนเนินเขาเตี้ยๆ มองภาพการต่อสู้ที่อยู่ไม่ไกล คาดว่าจะเป็นนายพรานบนเขาที่มาร่วมมือกันล่าเสือ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเสียงเสือคำรามถึงได้น่ากลัวนัก
ตอนนี้นายพรานแต่ละคนบาดเจ็บ ส่วนเสือถูกพวกเขารุมโจมตี จนดวงตาแดงฉาน
มันคำรามขึ้นฟ้า แล้วกระโจนเข้าใส่นายพรานที่บาดเจ็บสาหัสที่สุด กัดเข้าที่คอของเขา นายพรานคนอื่นๆ ต่างก็ตกใจ พากันใช้หอกแหลมแทงเข้าที่หลังของเสือ แต่เสือไม่ยอมปล่อย นายพรานคนนั้นร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แล้วก็แน่นิ่งไป
ถึงตอนนี้ หยุนอินหยิบธนูขึ้นมา เล็งไปที่หัวของเสือ ตอนที่มันหันไปโจมตีนายพรานที่เหลืออยู่สองคน ลูกธนูก็พุ่งออกมา ปักเข้าที่หัวของเสืออย่างแม่นยำ คมศรเจาะทะลุหัวของมัน
ราวกับห้วงเวลาหยุดนิ่ง
ณ ขณะนี้ ร่างของเสือแข็งทื่อ ค้างอยู่กลางอากาศ ในท่าทางที่กำลังจะกระโจนเข้าไป สุดท้ายร่างของมันก็ร่วงลงพื้น ฝุ่นฟุ้งกระจาย
นายพรานสองคนที่เหลือ ทิ้งตัวนั่งอยู่บนพื้นด้วยความอ่อนเพลีย ถอนหายใจโล่งอก ในที่สุดเสือก็ตาย
หนานลี่กับหยุนอินเดินไปที่ข้างๆ นายพรานทั้งสองคน "พวกท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่"
นายพรานทั้งสองคนส่ายหน้า แสดงความขอบคุณ ชี้ไปที่เสือแล้วพูดว่า "ศรนี่ เป็นของพวกท่านหรือ"
หยุนอินพยักหน้ารับ ใบหน้าเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ในที่สุดเขาก็ได้แสดงความสามารถให้อาลี่ได้เห็น
นายพรานสองคนมองหน้ากัน แล้วพูดว่า "พวกเราก็มีส่วนในการล่าเสือตัวนี้เช่นกัน อีกทั้งสหายของพวกเราตายไปหนึ่งคน ดังนั้นพวกเราไม่สามารถยกเสือทั้งตัวให้พวกท่านได้"
หนานลี่พยักหน้าเข้าใจ เดินเข้าไปใกล้ มองนายพรานที่ถูกเสือขย้ำคอ แล้วถอนหายใจ ตอนนี้เขายังมีโอกาสรอด แต่น่าเสียดายที่นางไม่มีเข็ม ด้าย หรือกล่องยาพกติดตัวมา
นางฉีกผ้าผืนหนึ่งออกมา พันรอบคอของชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว พูดอย่างจริงจังว่า "เขายังพอช่วยชีวิตได้ พวกท่านรีบพาเขาไปหาหมอ เขายังมีหวัง"
นายพรานทั้งสองคนพอได้ฟังก็ดีใจมาก รีบแบกเพื่อนลงจากเขา ไม่สนใจเรื่องส่วนแบ่งเสืออีก
หนานลี่มองไปรอบๆ แล้วถามว่า "อาอิน สหายสองคนของท่านหายไปไหน?"
***ทุกคนคนนน หลังจากตอนที่ 40 เป็นต้นไปเราจะเริ่มติดเหรียญแล้ว ถ้าชอบฝากอุดหนุนด้วยน้าาาา
ปล. Ebook เล่มแรกใน Meb กำลังรออนุมัตินะ