เมื่อรับประทานอาหารเช้ากันเสร็จ ภรรตรีก็เก็บกล่องข้าวไปล้าง โดยตฤณภาสยังคงนั่งมองแผ่นหลังบอบบางนิ่ง ไม่พูดไม่จาอะไรออกมาอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้ามาสวมกอดร่างบาง ไว้ทางด้านหลัง และแถมยังก้มลงจุมพิต ที่ซอกคอหอมกรุ่นของหญิงสาวด้วยอีกต่างหาก จนร่างบางสะดุ้งน้อยๆ ขนลุกชูชันไปทั้งตัว
“อุ้ย! คะ คุณภาส ปล่อยภรรตค่ะ อย่าทำอย่างนี้” ภรรตรีซึ่งล้างกล่องใส่อาหารเสร็จพอดี ร้องบอกคนตัวโตด้วยน้ำเสียงสั่นๆ พร้อมกับเบี่ยงตัวให้ออกจากการโอบกอด ซุกไซ้นั้นพัลวัน
“ทำอย่างนี้ คืออย่างไหนล่ะ? ฮึ!” ตฤณภาสแสร้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ และกระชับอ้อมแขนแกร่งให้แน่นมากขึ้นกว่าเดิมอีก
“ก็อย่างที่ทำอยู่นี่ไงคะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า เขาก็จะเอานินทาภรรตอีกหรอกค่ะ” ภรรตรีนึกคิดไปถึงคำพูดของคนงานหญิงเมื่อเช้านี้ ที่ได้พูดกระแนะกระแหนเธอมาในรถจนสุดทาง ด้วยหัวใจที่รู้สึกเจ็บแป๊บยังไม่หาย พยายามสะบัดตัวออกจากการเกาะกุมนั้นจนได้
“ทำไมจะต้องกลัวด้วยล่ะ เราทำกันมากกว่านี้ก็ยังทำมาแล้วเลย ไม่เห็นจะต้องไปแคร์ใครที่ไหนเลยนี่” ตฤณภาส ยักไหล่ก่อนจะเอ่ยพูดออกมาอย่างไม่คิดจะใส่ใจ หรือสนใจอะไรเลยสักนิด
“ใช่สิคะ คุณก็พูดได้นี่คะ คุณเป็ผู้ชาย คุณไม่ได้เสียหายอะไร แต่คุณคงลืมคิดไปหรือเปล่าคะ ว่าภรรตเป็ผู้หญิง ที่ทำอะไรไปหรือขนาดไม่ได้ทำลงไปเองก็เถอะ ก็ถูกนินทาตำหนิติเตียน ให้เสียหายไปหมดแล้วในตอนนี้ ภรรตแคร์ค่ะ แคร์กับคำพูดและการที่ผู้คนมองมาอย่างดูถูกดูแคลนพวกนั้น ภรรตขอเถอะนะคะ อย่าทำอย่างนี้กับภรรตอีกเลย ภรรตมาที่นี่เพื่อมาทำงานหาเงิน ไม่ได้มาเพื่อหวังจะหาสามี หรือจะมาจับใคร”
ภรรตรี เม้มปากเข้าหากันแน่น มองหน้าครามครันคมเข้มของคนตัวโตด้วยสีหน้าเ็ป ก่อนจะพูดในสิ่งที่ตนเองเก็บกดมาั้แ่ที่นั่งรถมาทำงาน และทั้งในใจก็ไม่้า ให้เื่ของเธอกับชายหนุ่มตรงหน้าคาราคาซังกันอยู่อย่างนี้
ซึ่งในการที่ภรรตรีเลี่ยงในการที่จะเรียกร้อง หาความรับผิดชอบกับชายหนุ่ม ก็เพราะหญิงสาวไม่้าอย่างนั้น เพราะสิ่งที่ได้เกิดขึ้นมา มันก็ไม่ใช่ความผิดของฝ่ายชายเพียงฝ่ายเดียว เป็เพราะเธอด้วยแหละ เพราะหากเธอพยายามขัดขืนไม่ยินยอมจนถึงที่สุดในวันนั้น ก็คงไม่ได้เกินเลยกันมาจนถึงในวันนี้หรอก
และในสิ่งที่เกิดขึ้นมานั้น ก็ไม่ได้เกิดขึ้นมาจากความรักของคนสองคนด้วย จึงคิดว่าหากร้องหาความรับผิดชอบไปก็แค่นั้น เพราะถ้าหากอยู่กันไปอีกหน่อย ก็คงจะต้องเลิกลากันไปอยู่ดี มันจึงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องทำอย่างนั้น จึงได้ร้องขออยู่ที่นี่อย่างสงบสุขจากชายหนุ่มตรงหน้าดีกว่า
“ที่พูดมานี้หมายความว่าอะไรยังไง? อยากให้ผมรับผิดชอบหรือว่ายังไงกัน?” ตฤณภาส หรี่ตาจ้องมองมายังคนตัวเล็ก อย่างอยากจะประเมินค่า และเพื่อจะให้รู้ถึงความ้าที่คิดอยู่ในใจของเ้าหล่อน
“ภรรตก็พูดชัดเจนแล้วนี่คะ ว่าไม่ได้คิดจะเรียกร้องความรับผิดชอบจากคุณ ภรรตขอแค่ให้ภรรตทำงานอยู่ที่นี่อย่างสงบ และเราก็จะไม่ไปก้าวล่วงเื่ส่วนตัวของกันและกันอย่างที่แล้วๆ มาอีก ขอให้มันจบลงเพียงแค่นั้น และให้สิ่งที่ผ่านมานั้นมันผ่านเลยไป ถือว่าไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นก็แล้วกันค่ะ”
ภรรตรีสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกล่าวถึงสิ่งที่เธอ้าออกมา ให้ชายหนุ่มได้รับทราบอย่างชัดเจน ชัดถ้อยชัดคำ
“ฮึ! ผู้หญิงสมัยนี้เขาพูดกันง่ายๆ คิดกันง่ายๆ จริงเลยนะ ถ้าคุณ้าอย่างนั้นก็ย่อมได้ ต่อไปนี้เราจะเป็แค่เ้านายกับลูกจ้างกันเพียงเท่านั้น”
ตฤณภาสมองใบหน้าสวยหวานซึ้ง ด้วยใบหน้าที่คนมองอ่านไม่ออก และนิ่งเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่ชายหนุ่มจะพูดบอกคนตัวเล็กตรงหน้า ด้วยน้ำเสียงเ็าและไร้เยื่อใย แล้วหันหลังเดินออกไปจากห้องรับประทานอาหารของออฟฟิศนั้นทันที อย่างไม่สนใจใยดีคนตัวเล็กเลยแม้แต่น้อย
ภรรตรี มองตามแผ่นหลังแกร่งบึกบึนอที่ได้เดินออกไปจากห้องรับประทานอาหารของออฟฟิศไป ด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยวหดลงไป หลับตาลงเพื่อข่มความเ็ปรวดร้าวนั้นอย่างยากลำบาก เพราะตอนนี้ภายในจิตใจมันรู้สึกสับสนวุ่นวายตีกันให้วุ่นไปหมดแล้ว
ทำไมกันนะ ทำไมเธอถึงได้รู้สึกเ็ปรวดร้าว ขึ้นมาภายในจิตใจอย่างนี้ ทั้งๆ ที่ตนเองเป็คน้าและเรียกร้อง ขอจากชายหนุ่มอย่างนี้แท้ๆ แล้วตฤณภาสก็ไม่ได้คัดค้านอะไรออกมาเลยแม้แต่น้อย กลับยินยอมทำตามที่เธอ้านั้นแต่โดยดีเสียด้วยซ้ำ แล้วใจหนอใจทำไมถึงไม่ดีใจกับผลที่ได้รับนั้นเลยล่ะ
๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑