ทันทีที่ลูกธนูร่ายเวทมนตร์อันทรงพลัง ปักลงกลางจี้อัญมณีสีส้มหรือน้ำตาฟีนิกซ์ พลังทั้งหมดที่โดนสะกดไว้ถูกปลดปล่อยออกมาในทันที
ตู้ม
เกิดการะเิพลังของน้ำตาฟีนิกซ์ ทำให้ร่างบางของลู่หานที่หมดสติไปก่อนหน้านั้นก็ได้เบิกตาโพลงขึ้นในทันที ั์ตาสีน้ำตาลอ่อนบัดนี้เปลี่ยนเป็สีส้มประกายเช่นเดียวกันกับสีของน้ำตาฟีนิกซ์ แรงะเิของพลังในน้ำตาฟีนิกซ์เกิดแสงสว่างจ้าเป็วงกว้าง คนอื่นๆ ที่อยู่รอบๆ ตัวรวมถึงร่างสูงโปร่งที่อุ้มลู่หานไว้ ก็กระเด็นออกจากคนตัวเล็กด้วยแรงผลักของพลังมหาศาล ร่างเล็กนั้นลอยอยู่เหนือพื้นดิน ทั้งตัวของลู่หานมีไฟลุกไหม้อย่างโชกโชน
อัก!
"อะไรกัน เ้าทำอะไรลงไปซิ่วหมิน!" แบคฮยอนร้องออกมาด้วยความใ หลังจากที่เกิดเหตุการณ์เมื่อครู่ขึ้น คนตัวเล็กพยายามลุกขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกจุกอยู่ที่อก เพราะโดนแรงะเิของพลังอย่างรุนแรง เมื่อลุกขึ้นมาได้ก็เห็นเพื่อนตัวเล็กที่ลอยอยู่เหนือพื้นพร้อมกับไฟที่กำลังลุกไหม้ร่างบางไปทั้งตัว
"เกิดอะไรขึ้น ลู่หาน" ไคก็ยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งยังงุนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า แต่เมื่อมองไปที่ร่างของเพื่อนตัวเล็กก็ต้องร้องจนเสียงหลงเมื่อเห็นไฟบนตัวของลู่หาน
ไคพยายามจะเข้าไปหาเพื่อนตัวเล็ก แต่เขาเข้าใกล้ลู่หานได้ไม่ถึงสิบเมตรเพราะความร้อนของไฟนั้นรุนแรงจนเกินไป
"ถอยไป ข้าช่วยเอง" ซิ่วหมินที่เดินตามหลังไคมาพร้อมกับคนตัวเล็กอีกสองคนเอ่ยขึ้นมา ฝ่ามือหนาของซิ่วหมินมีไอความเย็นแผ่ออกมาพร้อมกับพื้นดินที่เริ่มมีน้ำแข็งปกคลุมไปเรื่อยๆ แต่เมื่อลามขึ้นไปถึงที่ที่ลู่หานอยู่ น้ำแข็งกลับละลายไม่สามารถดับไฟที่กำลังลุกไหม้อยู่ได้
"เป็ไปได้ยังไง? ไม่เคยมีไฟอะไรละลายน้ำแข็งของข้าได้"
ซิ่วหมินรู้สึกใเป็อย่างมาก ที่น้ำแข็งของเขาละลายเมื่อยามเข้าใกล้ไฟที่กำลังลุกโชนอยู่ คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยก่อนจะเบิกตาโพลงขึ้นเมื่อมองไปที่หน้าของคนที่กำลังโดนไฟแผดเผาอยู่ เมื่อได้มองหน้าที่อยู่ภายใต้ไฟที่กำลังลุกโชนอยู่สองขาแกร่งก็ทรุดลงกับพื้นทันที
"เป็ไปไม่ได้!"
ซิ่วหมินพึมพำกับตัวเองเบาๆ เมื่อคิดว่าคนที่ตายไปแล้วจะมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง คนที่ตายไปเมื่อร้อยปีที่แล้วจะยังมีชีวิตอยู่ในตอนนี้ มันเป็ไปไม่ได้
"รีบช่วยลู่หานสิซิ่วหมิน" แบคฮยอนวิ่งเข้ามาหาคนที่มีพลังดับไฟได้ มือเล็กเขย่าแขนของคนที่นั่งกองอยู่กับพื้นทั้งน้ำตา
"คนคนนี้มีชื่อว่าอะไร" ซิ่วหมินหันไปถามแบคฮยอนที่กำลังร้องไห้อยู่ข้างเขา
"ลู่หาน"
ลู่หาน?
"พ่อกับแม่เขาคือใคร?"
"ไม่รู้ แม่ข้าเก็บเขามาเลี้ยง"
"เ้า บยอน แบคฮยอน แม่ของเ้าคือบยอน นายอน ใช่หรือไม่!?"
"ใช่ เ้ารู้จักแม่ข้าได้ยังไง แล้วมัวแต่ถามอะไรอยู่ เ้าต้องช่วยลู่หาน!"
"ข้าช่วยไม่ได้ ไม่มีใครสามารถดับไฟนั่นได้ นอกจากตัวเขาเอง"
สายตาคมดุมองขึ้นไปยังคนที่กำลังอยู่ในเพลิงสีส้มอีกครั้ง ใบหน้าคุ้นเคยที่เขาไม่ได้เห็นมานานถึงร้อยปี ทำไมเห็นครั้งแรกเขาถึงจำเพื่อนสนิทของเขาไม่ได้กัน
เป็เ้าจริงๆ ใช่หรือไม่ ลู่หาน
"เ้ารู้ได้ยังไง! เ้าพูดเหมือนกับรู้จักเพื่อนของข้าดียิ่งนัก"
"..."
"ลู่หานจะไม่เป็อะไรใช่หรือไม่?" ไคถามขึ้นด้วยความเป็ห่วง
"อย่าห่วงไปเลย" ซิ่วหมินยืนขึ้นเต็มความสูงก่อนจะเห็นไปตอบไคที่กำลังมีสีหน้ากังวลเป็อย่างมาก
"พวกเ้าทำอะไรกับเด็กคนนั้น!" ร่างสูงโปร่งอีกคนที่มองเหตุการณ์อยู่ห่างๆ ก็บินเข้ามาถามคนตรงหน้า ไคที่เห็นดังนั้นก็เอาตัวมาขวางร่างสูงโปร่งของเซฮุนไว้ทันที
"อย่ามายุ่งกับเพื่อนของข้า" ั์ตาสีเหลืองอ่อนของสิงโตเ้าป่าแข็งกร้าวขึ้นมาทันที สายตาคมดุดันจ้องมองไปที่ร่างสูงโปร่งของคนที่คิดจะฆ่าเพื่อนของเขา
"เ้ารู้หรือไม่ ว่าคนที่เ้า้าจะเอาชีวิตไป เขาคือใคร" ซิ่วหมินเอ่ยออกมาพลางช้อนตามองร่างสูงโปร่งของเซฮุน
"เ้าเป็ใคร" เซฮุนมองไปที่ซิ่วหมินอย่างแปลกใจ เขาเหมือนจะเคยเห็นคนผู้นี้เมื่อนานมาแล้ว
"เ้าจำคนรักของตัวเองไม่ได้เลยงั้นหรือ?"
ใบหน้าคมคายหันขวับไปหาคนที่กำลังอยู่ในเพลิงสีส้มทันที ั์ตาสีม่วงอำพันเบิกกว้างขึ้นมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ ใบหน้าคุ้นเคยที่เขาเฝ้าถวิลหามาตลอดกำลังหลับตาพริ้มอยู่ในเพลิงไฟ
ลู่หาน
คนที่เขาคิดว่าตายจากไปนานถึงร้อยปีทำไมถึงมาอยู่ตรงหน้าเขา แล้วทำไมเขาถึงจำคนรักของเขาไม่ได้ และที่สำคัญเขาเกือบจะฆ่าคนที่เขารักสุดหัวใจด้วยมือของเขาเอง
เพียงแค่เวทมนตร์บังตา ข้าก็จำเ้าไม่ได้เสียแล้ว คนโง่เง่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างข้า เ้าพอจะอภัยให้ข้าได้หรือไม่
สองขาแกร่งทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง เขาเกือบจะฆ่าคนที่เขารักเพราะความแค้นบังตา เขาไม่ปฏิเสธเมื่อเห็นคนคนนี้ครั้งแรกแล้วรู้สึกถูกชะตา แววตาคู่นั้นที่มองกี่ทีก็รู้สึกเหมือนถูกมนต์สะกดเอาไว้ แต่เขาไม่ได้เชื่อหัวใจตัวเองมากพอ เขาเลือกที่จะจมปลักกับความเคียดแค้น เมื่อรู้ว่าอีกคนมีสายเืของตระกูลฟินิกซ์ ทำไมเขาถึงไม่คิดว่านั่นจะเป็คนที่เขารัก
คนโง่อย่างข้า ไม่สมควรได้รับความรักจากเ้าเลยสักนิด
ั์ตาสีม่วงอำพันคลอไปด้วยหยาดน้ำสีใส น้ำตาหยดแรกที่ไม่ได้ไหลออกมานานถึงร้อยปีหยดลงสู่พื้นดินอย่างไม่น่าเชื่อ ร่างสูงโปร่งของผู้ทรงพลังอำนาจมากที่สุดบัดนี้กลับหมดสภาพไม่เหลือภาพลักษณ์อันน่าเกรงขามเลยแม้แต่น้อย
ไฟที่กำลังลุกโชนบัดนี้เริ่มอ่อนแรงลงจนดับลงไปในที่สุด ร่างเล็กกำลังหล่นลงมาสู่พื้นดิน แต่ร่างสูงโปร่งของเซฮุนก็เข้าไปรับคนตัวเล็กได้ทันท่วงที ปีกสีดำสยายออกมาแขนแกร่งอุ้มคนตัวเล็กเอาไว้แน่น
"เ้าจะพาลู่หานไปไหน!" ไคเอ่ยออกมาก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะพาคนตัวเล็กออกไป
"ตามข้ามา" เสียงทุ้มเอ่ยออกมาก่อนจะพุ่งตัวบินขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับร่างบางในอ้อมแขน
"..." ไค คยองซูและแบคฮยอนหันมามองหน้ากันด้วยความงุนงง
"นี่มันเื่อะไรกันเนี่ย! แล้วตกลงเ้าปีกสีดำนั่นจะไม่ฆ่าพวกเราแล้วหรือ มันเกิดอะไรขึ้น แล้วคนรักอะไรกัน นี่มันเื่บ้าอะไร แค่มีดินแดนลี้ลับที่เข้ามายากเย็นแสนเข็ญแล้วออกไปไม่ได้มันยังไม่พิสดารพอรึอย่างไรกัน!"
คยองซูที่เงียบและเฝ้าดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาั้แ่แรกก็พรั่งพรูความในใจตัวเองออกมา พร้อมกับเอามือทึ่งผมตัวเองอย่างกับคนคิดอะไรไม่ออก
"ข้าก็ไม่รู้อะไรเลย" แบคฮยอนที่มีความรู้สึกเดียวกันกับคยองซูเอ่ยขึ้นมาอย่างเห็นด้วย นี่มันเื่บ้าอะไรกันเนี่ย
"ตามเขาไปเถอะ เดี๋ยวพวกเ้าจะได้รู้เื่ทั้งหมด" ซิ่วหมินเอ่ยออกมา
.
.
.
"เซฮุน! นั่นเ้าอุ้มใครมาน่ะ แล้วเ้าหายไปไหนมา ข้าตามหาเ้ามานานแล้วนะ มีผู้บุกรุกเข้ามาที่นี่เ้าไม่รู้เลยงั้นหรือ?"
"..."
"แล้วเ้าเด็กนั่นไปโดนอะไรมา ไหนว่าเ้าจะฆ่าเด็กนี่ไง แล้วทำไมถึงอุ้มกันมาแบบนั้นได้เล่า"
"..."
"นี่เ้าสนใจข้าก่อนสิ เ้าควรสนใจเื่ที่มีคนบุกรุกเข้ามาที่นี่มากกว่าเด็กคนนี้นะ!"
"เ้าหยุดพูดแล้วมองหน้าคนผู้นี้อีกครา" ร่างสูงโปร่งที่อุ้มร่างบางมาั้แ่ปากถ้ำจนถึงข้างในถ้ำก็ฟังเพื่อนสนิทตัวเองพูดไม่หยุด เซฮุนวางร่างบางลงอย่างเบามือ ก่อนจะบอกให้ชานยอลมองหน้าเด็กที่เขากำลังพูดถึงอีกครั้ง
"!"
"เ้าจำได้หรือไม่"
"ทำไมเด็กคนนี้ถึงหน้าเหมือนกับคนรักของเ้าขนาดนี้ หรือว่า! ลู่หานคนนี้ก็คือลู่หานคนรักของเ้าจริงๆ งั้นหรือ แล้วทำไมั้แ่ที่เห็นครั้งแรกถึงจำไม่ได้เลยล่ะ ข้ามองพลาดไปได้ยังไง ไม่สิ! แม้แต่เ้าเองก็ยังจำไม่ได้!"
"มีคนซ่อนตัวตนที่แท้จริงของลู่หานเอาไว้"
"แล้วทำไมลู่หานถึงยังไม่ตาย"
"ข้าไม่รู้ว่าเื่ราวเป็มายังไง แต่พวกเขาอาจจะรู้"
"พวกเขาไหน"
ร่างสูงโปร่งพยักพเยิดหน้าไปทางผู้มาใหม่ ที่กำลังยืนมองพวกเขาอยู่
"นี่มันพวกบุกรุกนี่! ข้าจำเ้าได้"
ชานยอลชี้ไปยังคนที่กำลังทำหน้าใเหมือนกันที่เห็นเขา
"นั่นมันคนโรคจิตนี่" แบคฮยอนเบิกตากว้างเมื่อเจอชานยอล คนตัวเล็กก็นึกไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าที่พวกเขาสามารถเข้ามาที่นี่ได้เพราะพายุที่รวมพลังกันสร้างขึ้น เมื่อเข้ามาได้พายุก็พัดพวกเขาไปกันคนละทิศละทาง แต่เขาดันโชคร้ายตกลงมาทับไอ้โรคจิตคนนี้ เขาถูกผู้ชายคนนี้ขโมยจูบแรกไป แถมมือนั่นก็ยังถือวิสาสะวางไว้ที่สะโพกของเขาอีกต่างหาก
"เป็เ้าเองที่ตกลงมาทับข้า เ้าควรจะเป็คนโรคจิตไม่ใช่ข้าเสียหน่อย"
"กรี๊ดด เ้าขโมยจูบข้าไปนะ!"
"ก็เ้าเองไม่ใช่หรือที่ตกลงมา ข้าก็อยู่ของข้าดีๆ แถมเ้ายังตบหน้าข้าอีกด้วย"
"เ้าจะยืนอยู่ตรงนั้นทำไมกัน!"
"หยุดเถียงกันก่อนจะได้มั้ย?" ไคเอ่ยขึ้นมาห้ามเพื่อนของเขาที่ตอนนี้เกือบจะปาข้าวของใส่อีกคน
"แล้วนี่อะไรกัน เ้าให้คนพวกนี้มาที่นี่ทำไม" ชานยอลละสายตาจากผู้มาใหม่ก่อนจะหันไปถามคนที่กำลังดูแลคนรักของตัวเองอยู่อย่างถนุถนอม
"ข้าจะแนะนำตัวก่อน ข้าคือ โอ เซฮุน " ร่างสูงโปร่งละจากร่างบางที่กำลังนอนไม่ได้สติอยู่ หันหน้ามาคุยกับผู้มาใหม่ พร้อมกับผายมือเชื้อเชิญให้นั่ง
"…อ โอ?" คยองซูเอ่ยออกมาอย่างติดๆ ขัดๆ นามสกุลที่ไม่ได้ยินมานาน ตระกูลของั
"รู้จักด้วยงั้นหรือ?"
"จริงๆ หรอ เ้า เอ้ย ท่านคือ ม ั ันิลงั้นหรือ?" คยองซูเอ่ยถามอย่างสงสัยอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้รับรู้
"ใช่ ข้าคือั"
"โอ้พระเ้า เป็ไปได้ยังไง" แบคฮยอนที่กำลังนั่งฟังอย่างตั้งใจก็โพล่งออกมาด้วยความใ
"มีคนลือว่าเ้าตายไปแล้ว ัทั้งหมดสูญพันธุ์ไปแล้วมิใช่หรือ?" ไคเอ่ยออกมาอย่างเรียบนิ่งก่อนจะจ้องไปที่เซฮุนอย่างจับผิด
"ข้าไม่เคยออกไปจากถ้ำแห่งนี้ เดี๋ยวพวกเ้าจะได้รู้ทุกอย่าง แต่สิ่งที่ข้าอยากรู้ตอนนี้คือ เ้าเป็ใคร แล้วรู้จักกับลู่หานได้ยังไง ดูเหมือนว่าเ้าจะรู้จักข้าด้วย" เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอย่างราบเรียบก่อนจะหันไปถามคนที่ดูเหมือนจะรู้เื่มากกว่าใคร
"ข้า ซิ่วหมิน เป็เพื่อนของลู่หาน"
"ซิ่วหมิน? เป็เ้านี่เอง แล้วเ้ารู้เื่ที่ลู่หานยังไม่ตายงั้นหรือ?"
"ข้าไม่รู้"
"ข้ารู้ว่าเ้าตั้งใจยิงไปที่น้ำตาฟีนิกซ์"
"ใช่ ข้าตั้งใจ แต่สาบานได้เลยว่าข้าไม่รู้"
"..."
"..."
"ข้าจะไม่คาดคั้นเ้า ส่วนเื่ราวทั้งหมดข้าจะอธิบายให้พวกเ้าฟัง" เซฮุนหน้ามามองคนทั้งสามอีกครั้งก่อนจะเริ่มเล่าเื่ราวของเขากับคนตัวเล็กที่กำลังหลับไม่ได้สติอยู่
.
.
.
เมื่อครั้งที่เขาถูกไล่ออกจากป่าเบรย์เดน ก็ได้มาอาศัยอยู่นอกเขตป่ารกร้าง เด็กชายที่เคยร่าเริงบัดนี้กลับต้องรู้สึกโดดเดี่ยว ผู้คนที่เคยรักและเอ็นดูตอนนี้กลับเกลียดชังหวังจะฆ่าเขาให้ตายสิ้น แม้พยายามปกปิดน้ำตา แต่ความโดดเดี่ยวทำให้หัวใจเขาแตกสลาย
ท้องฟ้ายามพลบค่ำถูกย้อมด้วยสีแดงหม่นเหมือนเืไหลริน เงาไม้ในป่าทอดตัวยาวราวกับจะกักขังร่างของเด็กหนุ่มผู้ถูกขับไล่ให้จมหายไปในความมืด เซฮุนเดินเรื่อยไปโดยไม่รู้ทิศทาง ดวงตาสีอำพันสั่นไหว แต่กลับแข็งกร้าวราวกับ้าปกปิดความเ็ปที่กำลังกัดกินหัวใจของตน
เสียงฝีเท้าเหยียบลงบนกิ่งไม้แห้งกรอบดัง กรอบแกรบ ทุกครั้งที่ก้าวไปข้างหน้า ความเงียบงันก็ยิ่งหนาวเหน็บราวกับป่าได้ทอดทิ้งเขาเหมือนกับผู้คนในนั้น ผู้ที่เคยเป็เผ่าพันธุ์เดียวกัน ผู้ที่เขาเคยคิดว่าเป็คนที่รักเขากลับไม่เหลือแม้แต่ผู้เดียว
“ข้าถูกทิ้งแล้วจริงๆ” ดวงตาเด็กหนุ่มสั่นระริกอย่างไม่ยอมให้หยดน้ำตาร่วงลง
แต่เขาหาได้รู้ไม่ ว่ามีสายตาคู่หนึ่งคอยเฝ้ามองอยู่ไม่ไกล ร่างเล็กของลู่หานซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ ดวงตาเปล่งประกายอ่อนโยนเหมือนแสงดาวที่พยายามฉายแสงในค่ำคืนอันมืดมิด หัวใจของเขาบีบแน่นเมื่อเห็นแผ่นหลังที่สั่นสะท้านของเซฮุน เขารู้ดีว่าตามกฎแล้ว ตระกูลของเขาเป็เพียงผู้รับใช้ั ไม่มีสิทธิ์ก้าวล้ำเกินกว่านั้น และยิ่งไม่มีสิทธิ์ตามไปดูแลผู้ที่ถูกขับไล่
แต่สำหรับลู่หาน… เขาไม่อาจหันหลังกลับได้เลย
'หากเ้าต้องอยู่เพียงลำพัง ข้าก็จะอยู่เพียงลำพังกับเ้า' ลู่หานพึมพำกับตนเองเบาๆ ราวกับคำสาบาน
ทุกฝีก้าวที่เซฮุนก้าวออกไป ลู่หานก็คอยเดินตามอยู่ห่างๆ แอบหลบเลี่ยงเงาและเสียง หวังเพียงให้ได้อยู่เคียงข้าง แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่รู้ตัว แม้ว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธเขาในอนาคต แต่สำหรับลู่หานแล้ว เซฮุนคือผู้เดียวที่เขาจะไม่ทอดทิ้งไปตลอดกาล
ยามค่ำคืนอันเวิ้งว้าง แสงจันทร์ส่องลอดใบไม้ลงมาเป็ริ้วสีเงิน เซฮุนนั่งพิงต้นไม้ใหญ่ ลมหายใจเหนื่อยอ่อนจากการเดินทางไร้จุดหมาย ความโดดเดี่ยวกัดกินหัวใจจนรู้สึกเหมือนตนกำลังจะหายไปกับความมืด
เสียงกิ่งไม้แห้งถูกเหยียบดังขึ้นด้านหลัง เด็กหนุ่มรีบหันกลับมาพร้อมดวงตาแข็งกร้าว ราวกับพร้อมสู้กับทุกสิ่งที่อาจทำร้ายเขา แต่สิ่งที่ปรากฏไม่ใช่สัตว์ร้าย หากเป็ร่างเล็กที่คุ้นตา
“ลู่หาน เ้ามาที่นี่ทำไม” เซฮุนเอ่ยเสียงแ่ ดวงตาเต็มไปด้วยความใปนไม่อยากเชื่อ
ลู่หานยกยิ้มบางๆ ดวงตาเจิดจ้าราวกับไม่หวาดกลัวความมืดใดๆ เขาวางห่อผ้าเล็กๆ ลงตรงหน้าเซฮุน ก่อนเอียงศีรษะนิดๆ แล้วเอ่ยขึ้นอย่างล้อเลียน
“ก็เพราะเ้าัน้อยน่ะสิ ขืนปล่อยให้อยู่คนเดียว ไม่แน่ว่าเ้าจะหลงป่าจนร้องไห้หาทางกลับไม่ถูกหรอกหรือ”
ดวงตาสีอำพันของเซฮุนเบิกกว้างเล็กน้อย แววตาที่เคยแข็งกร้าวสั่นไหวเมื่อถูกลู่หานหยอกเข้าเต็มๆ
“ข้าไม่ใช่เด็กที่จะร้องไห้เสียหน่อย” เขาตอบกลับเสียงแข็ง แต่ปลายเสียงกลับสั่นเล็กน้อย
“งั้นหรือ?” ลู่หานหัวเราะเบาๆ พลางนั่งลงข้างเขาอย่างไม่กลัวการปฏิเสธ
“แล้วที่ดวงตาเ้าดูเหมือนจะเปียกๆ อยู่นั่นล่ะ เป็เพราะหมอกยามค่ำคืน หรือว่า…เพราะเ้ากำลังคิดถึงใครบางคนกันนะ”
ลู่หานแกล้งชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ ทำให้แก้มของเซฮุนร้อนวูบโดยไม่ทันตั้งตัว หัวใจเต้นแรงจนแทบเจ็บอก เขาพยายามหันหน้าหนีใบหน้าจิ้มลิ้มนั่น
“เ้า… เ้าไม่ควรมาที่นี่ ลู่หาน ถ้าใครรู้เข้าจะเกิดเื่ใหญ่”
ทว่ามือเล็กกลับวางลงบนหลังมือของเขา อบอุ่นจนความหนาวเหน็บรอบกายเลือนหายไปทันที
“ข้าไม่สนหรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ลู่หานพูดเบาๆ แต่ชัดเจน “ตราบใดที่เ้าัน้อยยังอยู่ ข้าก็จะอยู่ด้วย ไม่ว่าเ้าจะถูกทิ้งจากใครสักกี่คนก็ตาม”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยความเดียวดาย หากเป็ความอบอุ่นที่ซึมเข้ามาแทนที่ เซฮุนรู้สึกเหมือนกำแพงที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเอง กำลังถูกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของฟินิกซ์ตรงหน้าค่อยๆ ทำลายลงอย่างง่ายดาย
.
.
.
"นี่ที่สิ่งที่พวกเ้าควรจะรู้ ส่วนเื่อื่นๆ ข้าคงจะบอกพวกเ้าไม่ได้ในตอนนี้" ร่างสูงโปร่งพูดประโยคสุดท้ายหลังจากที่ร่ายยาวมานาน เขาพูดมากที่สุดในรอบร้อยปีก็น่าจะวันนี้นี่แหละ แต่ในเมื่อพวกเขาเป็เพื่อนกับคนที่เขารักก็คงจะปล่อยปละละเลยไปไม่ได้ ร่างสูงโปร่งยืนขึ้นเต็มความสูงก่อนจะอุ้มคนตัวเล็กที่ปานนี้ก็ยังไม่ได้สติ เข้าไปยังที่พักข้างในถ้ำ
"ปล่อยเขาเถอะไค เ้าก็ได้ฟังเื่ทั้งหมดแล้วนี่ เขาสองคนรักกัน รักกันมาร้อยกว่าปีแล้วด้วย"
คยองซูเอ่ยห้ามร่างโปร่งของไคที่กำลังจะเดินตามคนตัวเล็กที่ถูกอุ้มเข้าไปด้านใน เมื่อได้ฟังคยองซูเอ่ยออกมา ร่างสูงโปร่งก็ช่างใจเล็กน้อย ก่อนจะนั่งลงที่เดิม
"แต่สิ่งที่พวกเราไม่รู้ในตอนนี้คือ ลู่หานคนนั้นจะเป็เพื่อนกับพวกเราได้ไหม ข้าควรจะรู้สึกยังไงดี ข้าสับสนไปหมดแล้ว" แบคฮยอนพูดออกมาอย่างสับสน เขาจับต้นชนปลายไม่ถูกแล้ว เขาที่คิดว่าตัวเองนั้นสนิทกับลู่หานมากที่สุด แต่ในตอนนี้นั้นเขาไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับลู่หานเลยสักนิด
"ลู่หานในตอนนี้หรือเมื่อร้อยปีที่แล้ว เขาก็คือคนเดียวกัน ยังไงเสียเขาก็เป็เพื่อนของเ้าไม่ใช่หรอกหรือ"
"ก็ใช่ เข้าใจแล้ว แแต่ทำไมลู่หานคนนี้ถึงเป็ลู่หานเมื่อร้อยปีที่แล้วได้ล่ะ ข้าอยู่กับลู่หานมาั้แ่เด็กๆ ข้าเป็พยานได้เลยนะ ว่าข้าโตมากับเขาั้แ่ยังแบเบาะจริงๆ เป็ไปไม่ได้ที่ลู่หานจะยังไม่ตาย หรือว่าตายแล้วเกิดใหม่?"
"ข้าว่าใช่" คยองซูเอ่ยอย่างเห็นด้วย
"แต่วันนั้นข้าเห็นกับตา นกฟีนิกซ์ที่กำลังหมดไฟแล้วตกลงไปยังหุบเหวลึกของเบรย์เดน มันเป็ที่ลงทัณฑ์ของสัตว์เทพที่นี่ ไม่ว่าใครที่ตกลงไปยังหุบเหวนั้น จะไม่มีทางได้เกิดใหม่อีกครั้ง"
"แล้วมันยังไงกันหล่ะเนี่ย" แบคฮยอนใช้มือทึ่งผมตัวเองรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ หลังได้รับรู้เื่ราวที่น่าเหลือเชื่อพวกนี้
"อย่าเพิ่งคิดอะไรเลย พวกเราพักกันก่อนเถอะ รอลู่หานฟื้นเราคงได้คำอธิบายมากกว่านี้" ไคบอกกับคนตัวเล็กที่กำลังนั่งทึ่งผมตัวเองอยู่ ก่อนจะเอนหลังลงไปพิงกับผนังถ้ำ และหลับตาลง
.
.
.
"เซฮุน เ้ากำลังคิดอะไรอยู่?"
"ข้ากำลังคิดว่ามยองซุงยังไม่ตาย"
"เ้าก็เห็นกับตานี่ ว่ามยองซุงตกลงไปในเหวนั่น"
"ข้าก็เห็นกับตาเช่นกันว่าลู่หานตกลงไปในเหวนั่นพร้อมกับมยองซุง แต่ลู่หานก็ยังอยู่ตรงหน้าข้าในตอนนี้ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่"
"ถ้ามยองซุงยังไม่ตายจริงๆ รอบนี้อาจจะเป็เ้าที่ต้องตาย เ้าต้องคิดให้รอบคอบนะเซฮุน"
"ข้ารู้"
"มีอะไรก็บอกข้าได้เสมอ ไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนนี้ข้าก็จะอยู่ข้างเ้า"
"ตอนนั้นทำไมเ้าถึงเลือกที่จะอยู่ข้างข้าหรือ ข้าไม่เคยถามเหตุผลของเ้าเลยสักครั้ง"
"..."
"ทั้งๆ ที่รู้ว่าข้ามีสายเืของปีศาจ ทำไมเ้าถึงไม่รังเกียจข้า"
"คนรักของเ้าก็ยังอยู่เคียงข้างเ้านี่ ทั้งๆ ที่รู้เขาก็ยังอยู่ข้างเ้า สละชีวิตเพื่อเ้า"
"นั่นแหละ ข้าถึงไม่เข้าใจ ทุกคนมองข้าเป็ปีศาจ รังเกียจข้า ยกเว้นเ้ากับลู่หาน"
"เ้าลองไปถามลู่หานดูสิ เหตุผลของข้าคงไม่ต่างไปจากนั้นมากเท่าไหร่" ชานยอลมองเพื่อนสนิทของตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะตบบ่าคนตัวสูงไล่เลี่ยกันอย่างให้กำลังใจ
"เ้ากังวลงั้นหรือ?"
"ใช่ ข้ากลัวว่าลู่หานจะจำข้าไม่ได้ และมองข้าเปลี่ยนไป"
"ข้าเชื่อว่าไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนนี้เขาก็คงจะมองเ้าเป็เ้าคนเดิม"
"..."
"ข้าไปดูเด็กพวกนั้นก่อน" ชานยอลเดินออกไปเพื่อให้ร่างสูงโปร่งได้ใช้ความคิดเงียบๆ คนเดียว เื่ราวมากมายที่เกิดขึ้น เขาจำเป็ต้องเรียบเรียงและคิดทบทวนอยู่ไม่น้อย
ตอนนี้เ้ายังรักข้าอยู่หรือไม่ ลู่หาน