กึกกึก กึกกึก ~
เสียงรถไฟดังขึ้นในโสตประสาทของดีแลนหูฟังหนึ่งข้างหล่นไปเมื่อไหร่ไม่รู้ตัว เขาตื่นงัวเงียขึ้นมาพร้อมกับการสะกิดของใครบางคน เ้าตัวขมวดคิ้วมองไปที่คนที่สะกิดตนด้วยความหงุดหงิด
“เอ่อ ขอโทษครับพอดีว่าที่นั่งของผมชำรุด และไม่มีที่ว่างแล้วผมขออนุญาตนั่งตรงนี้ด้วยได้ไหมครับ” ชายรูปร่างสูงราวร้อยเจ็ดสิบ อายุเทียบเท่าดีแลนพูดด้วยความสุภาพ
“ไม่ล่ะ” ดีแลนทำหน้าหงุดหงิดมมากขึ้นเมื่อเห็นว่าใครปลุกเขา ชายคนนั้นเป็อสูรซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่สุงสิงกับพวกอสูร แม้ว่ารูปร่างหน้าตาเหมือนคนทั่วไปแต่มีกลิ่นของอสูรจางๆ อยู่และครอบครัวนักล่าอย่างเขามองเห็นออร่าอสูรอยู่แล้ว
“ขอร้องนะครับ ไม่มีที่นั่งว่างแล้วกว่าจะถึงปลายทาง” ชายคนนั้นขอร้องอีกครั้งเพราะถ้าเขาต้องยืนจนกว่าจะถึงจุดหมายคงเมื่อยตาย
“ฉันไม่ชอบอสูร และจะไม่สุงสิงกับอสูร” ดีแลนบอกตรง ๆ เขาเริ่มขมวดคิ้วหนักขึ้นด้วยความหงุดหงิด แม้ว่าโลกนี้จะยอมรับอสูรแล้วแต่ก็ยังมีหลายคนที่ไม่ชอบและกลั่นแกล้งพวกอสูรอยู่เรื่อย ๆ ั้แ่เด็กจนถึงวัยรุ่น ชายคนนั้นยืนสิ้นหวังเล็กน้อยที่ต้องยืนตลอดหลายชั่วโมง
“ขออภัยในความไม่สะดวกนะครับคุณลูกค้า แต่ว่ามีที่นั่งว่างเพียงที่เดียวเท่านั้นครับขอความกรุณาด้วยนะครับ” พนักงานรถไฟเห็นปัญหาหลังจากที่เขาจัดการธุระเื่ที่นั่งชำรุดก็เดินตามลูกค้ามาแล้วพบว่าอีกคนไม่ยินยอม
“ฉันซื้อที่นั่งตรงนี้ไว้เองเพราะอยากนั่งคนเดียว ทำไมต้องให้ไอ้อสูรนี่มานั่งด้วย” ดีแลนเริ่มโมโหขึ้นมา จนชายคนนั้นทำหน้ากังวลและพนักงานเองก็เริ่มกังวลเช่นกัน
“ขออภัยที่รบกวนครับคุณลูกค้า แต่ช่วยสุภาพด้วยนะครับ” พนักงานชายเดินนำชายคนดังกล่าวไปที่เก้าอี้พักพนักงานซึ่งเขายกมันให้ชายคนนั้นเป็พนักงานที่ทำงานได้ดีเด่นเหลือเกิน หลังจากหมดปัญหาดีแลนก็ใส่หูฟังตามเดิมคนรอบข้างที่พยายามมองว่าเกิดอะไรขึ้นก็เลิกมองและหันไปสนใจเื่ของตัวเอง
“เป็การเดินทางที่ห่วยจริง ๆ” ดีแลนบ่นกับตัวเองด้วยความหงุดหงิดก่อนจะกดมือถือเล่นเกม
เมื่อการเดินทางมาถึงสถานีปลายทางทุกคนบนรถไฟเดินลงจากรถจนหมดและดีแลนเองก็ถือสัมภาระของเขาไปที่หน้าสถานีเพราะมีรถรอรับอยู่แล้ว มีพี่น้องของเขาอีกหลายคนที่ยังฝึกดาบอยู่ที่สำนักนี้และยังมีนักเรียนจากที่อื่นมาฝึกดาบด้วยซึ่งการฝึกดาบยังถือว่าฮิตมาก ๆ สำหรับยุคนี้เพราะสามารถใช้สอบเข้ารับราชการและทหารได้นั่นเอง
“สวัสดีครับท่านเดมิโรวิชที่122 ชายแก่คนหนึ่งกล่าวทักทายดีแลนด้วยท่าทางสุภาพ ดีแลนเองก็รู้ดีว่าเขาเป็ใคร
“สวัสดีครับลุงโรม” ดีแลนเคารพเขาเนื่องจากเขาเคยดูแลแม่ของดีแลนมาก่อน ชายแก่เปิดประตูในดีแลนขึ้นรถก่อนจะเอากระเป๋าไปเก็บท้ายรถและเดินไปขับรถออกจากสถานีรถไฟ
เมื่อถึงสำนักดาบที่มีนักเรียนมากมายเดินขวักไขว่ นักเรียนที่เป็เพียงคนธรรมดานั้นจะเรียนดาบเพียง 5 ปีเท่านั้นซึ่งไม่ต้องรอความคุมพลังดาบเหมือนเหล่านักล่า ดังนั้นนักล่าจะต้องไปเข้าคลาสพิเศษก่อนและไม่มีสิทธิ์ทำความรู้จักใครก่อนทั้งนั้นเพราะพวกเขาคือคนในความลับ ชายแก่เดินนำดีแลนเข้าไปในอาคารใหญ่สีขาวเก่าๆ และไปทางประตูลับเพื่อเข้าหอพักพิเศษดีแลนเดินตามเข้าไปเงียบๆ เมื่อเข้าไปถึงด้านในก็มีคนนั่งจับกลุ่มคุยกันราวสิบคนทุกคนล้วนเป็พี่น้องห่างๆ ของดีแลนทั้งนั้น
“โอ้นั่น ดีแลนหรือเปล่า” ชายตัวสูงบึกบึนทักขึ้นทำให้ดีแลนจำต้องมองไปทางนั้นทั้งที่เขาอยากเข้าไปพักในห้องแล้วแท้ๆ
“ไงบรูซ” ดีแลนทักทายพร้อมกับเดินไปนั่งที่โต๊ะรวมที่ทุกคนนั่งอยู่ ส่วนสำภาระของเขาโรมพ่อบ้านได้เอาไปเก็บให้ทั้งหมด และแน่นอนว่าดีแลนรู้จักคนพวกนี้ทั้งหมดผ่านการเข้างานกับเครือญาติในหลายๆ ครั้ง
“อ้าวๆ เ้าหนูดีแลนนี่นา อายุเท่าไหร่แล้วล่ะโตพอจะจับดาบแล้วเหรอ” ชายอีกคนพูดแซวขึ้น เป็ที่แน่ชัดเลยว่าดีแลนไม่ชอบพวกนี้มากนัก
“ฉันจะ 20 แล้ว” ดีแลนตอบรำคาญทำเอาคนกลุ่มนั้นขำกันใหญ่ที่ได้แกล้งเด็กขี้โมโห
“ไงดีแลนจำฉันได้ปะ” ชายคนหนึ่งพูดขึ้น ดีแลนมองไปแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อยเขาจำได้พลางๆ ว่าเคยเจอแต่จำชื่อไม่ได้แล้วดีแลนจึงส่ายหัวไปมา
“ว้า ลืมสุดหล่อได้ยังไง” ชายอีกคนที่หน้าตาเหมือนกับราวกับแกะพูดแทรก
“ฉันเจย์เดน ส่วนฉันเจย์เลน” ทั้งคู่ยื่นมือไปทักทายดีแลนด้วยหน้าตายิ้มแย้ม ดีแลนยักไหล่แล้วยื่นสองมือออกไปทักทายและแล้วร่างของดีแลนก็ลอยขึ้นกลางอากาศเ้าตัวใมากที่อยู่ ๆ ก็โดนแฝดนรกนั่นจับตัวขว้างแบบนั้น ก่อนร่างจะร่วงลงพื้นก็มีชายอีกคนรับตัวของดีแลนไว้ด้วยมือข้างเดียว
“อย่าแกล้งกันแรงนักสิ” คนที่รับดีแลนไว้พูดขึ้นก่อนจะวางดีแลนลง ร่างกายของเขาสูงกำยำกล้ามเนื้อทรงพลังมากเขสจับดีแลยราวกับเป็ลูกหมาตัวหนึ่ง “เป็อะไรหรือเปล่า” เขาถามดีแลน
“อ่า สบายดี” ดีแลนตอบพลางจัดชุดให้เรียบร้อย “ขอบคุณ” ดีแลนพูดต่อ
“ฮ่า ฮ่า ไม่เป็ไร ฉันชื่อไทเลอร์เป็เพื่อนของพี่ชายนาย” ชายคนนั้นพูดพร้อมกับตบที่บ่าของดีแลนด้วยความแรง
“พี่เหรอ? ไม่เห็นเคยเล่า” ดีแลนทำหน้างง ว่าแต่ทำไมเพื่อนของพี่ชายถึงยังอยู่ที่สำนักล่ะ ไม่ใช่ว่าควรฝึกเสร็จไปเป็นักล่าเต็มตัวแล้วหรอ
“ใช่แล้ว ฉันไม่ให้เล่าเองล่ะอยากทำความรู้จักกับนายด้วยตัวเอง” ไทเลอร์พูดก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะใหญ่ คู่แฝดซุบซิบขำกันคิกคักส่วนคนอื่น ๆ ไม่ได้สนใจอะไรอีก
“ทำไมถึงยังอยู่? ไม่ได้ไปเป็นักล่าหรอกหรอ” ดีแลนถามงงๆ ทุกคนมองหน้ากันแล้วขำอีกรอบ
“นี่ไอ้หนู ไทเลอร์น่ะเก่งมากก็เลยได้เป็ครูของสำนักยังไงล่ะ” ชายอีกคนพูดขึ้น
“ไทเลอร์น่ะ เข้าเรียนหลังพี่ชายนายแต่จบก่อนนะจะบอกให้ เพราะว่าควบคุมพลังได้ในครั้งเดียวน่ะสิ” อีกคนพูดเสริม
“เอาน่า ไซม่อน ชอน อย่าไปพูดให้น้องชายที่รักพี่ชายเสียใจสิ” ไทเลอร์พูดด้วยหน้ายิ้มทำเอาดีแลนฉุนขึ้นมา
“ฉันไปล่ะ” ดีแลนขอตัวไปห้องพักของตัวเองเพราะว่าเขาเบื่อพวกนี้เต็มทน
เมื่อเห็นห้องพักดีแลนก็ต้องรู้สึกอารมณ์เสียอีกรอบเพราะเขาได้รู้ว่าห้องของเขามีรูมเมทอีก 2 คน เขาอยากนอนคนเดียว
“ว่าไง ฉันธีโอรูมเมทนาย ฉันพึ่งมาเหมือนกันน่ะ” ธีโอที่นั่งอยู่ในห้องทักทายเพื่อนร่วมห้องตามมารยาท
“ฉันดีแลน” ดีแลนแนะนำตัวก่อนจะนั่งลงตรงเตียงที่ว่างอย่างเหนื่อยหน่าย
“ไม่ค่อยคุ้นนายเลยนะดีแลน ไม่ค่อยออกงานหรอ” ธีโอถาม
“อ่า มันน่าเบื่อน่ะ หลังจากอายุ 15 ฉันก็เลิกไปแล้วล่ะ” ดีแลนลุกขึ้นจัดของใช้ให้เข้าที่เพราะพรุ่งนี้ก็เริ่มฝึกอย่างจริงจังแล้ว
“อ้อ อีกคนที่เป็รูมเมทเราออกไปข้างนอกน่ะ” ธีโอบอกก่อนที่เ้าตัวจะเดินออกจากห้องไป ดีแลนพยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนจะจัดของต่อ
“ห้องกว้างก็จริง แต่ต้องอยู่ถึงสามคนเลยหรอ” ดีแลนบ่นกับตัวเองก่อนจะเอนตัวนอนและเผลอหลับไป
เวลา 16.25 น.
“ธีโอฉันไม่โอเคเลย” เสียงคนคุยกันดังเข้ามาให้โสตของดีแลน เขาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อที่จะลุก ดวงตาหรี่เล็กลงเพื่อปรับโฟกัส ดีแลนอาการงัวเงียอยากรู้ว่าใครมาคุยกันจนเขาตื่น
“อ่า ช่วยไม่ได้นะเอเดน มันเหลือห้องว่างแค่นี้แล้วจริง ๆ” ธีโอพยายามอธิบายอะไรบางอย่างกับใครซักคนที่ดีแลนยังไม่โฟกัสหน้า
“นายคนนี้คือคนที่นิสัยแย่มากและฉันไม่อยากจะยุ่งด้วย บอกไว้ตรงนี้เลยว่าโคตรเกลียด” ชายคนนั้นพูดเสียงดังฟังชัดแถนน้ำเสียงยังคุ้นๆ เสียด้วย
“แกเองหรอ เข้ามาในนี้ได้ยังไง” ดีแลนมองเห็นชายตรงหน้า คนเดียวกับที่มาขอนั่งด้วยบนรถไฟนั่นเอง อสูรอย่างเ้านี่จะเข้ามาในเขตนี้ได้ยังไง
“ฉันถามแกอยู่นะ” เมื่ออีกคนไม่ตอบดีแลนจึงถามซ้ำโดยธีโอก็ยังมึนๆ งงๆ ว่าสองคนนี้รู้จักกันมาก่อนหรือ
“ธีโอฉันขอตัวก่อนนะ” ชายคนนั้นเดินหนีออกไปข้างนอกโดยธีโอเองก็ห้ามไม่ทัน
“นี่มันอะไรยังไงนะดีแลน?” ธีโอสับสนไปหมดและนั่งลงที่เก้าอีกโซฟาพร้อมกับเอามือกุมขมับ
“ไอ้อสูรนั่นเข้ามาในโซนพิเศษนี่ได้ไง” ดีแลนนั่งลงบนเก้าอี้ตัวตรงข้ามก่อนจะขมวดคิ้วถาม
“นั่นน่ะ เขาชื่อเอเดน-”
“ไม่อยากรู้” ธีโอพูดยังไม่ทันจบประโยคแต่ดีแลนก็ขัดขึ้นราวกับเด็กเอาแต่ใจ ธีโอกรอกตาขึ้นบนด้วยความหน่าย
“เอเดนเป็สายเืนักล่าเหมือนกัน มีคุณพ่อเป็นักล่าและมีคุณแม่เป็อสูร ซึ่งมีทุกอย่างเหมือนเราเพียงแต่เขาเป็รายแรกที่เป็อสูร นายเข้าใจใช่ไหม” ธีโออธิบายอย่างรวบรัด
“อืม อย่าบอกนะว่ามันเป็รูมเมทเรา” ดีแลนจับคางทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อย เขารู้สึกจะเป็ประสาท
“เขาเป็รูมเมทนาย เตียงข้างๆ นายและแน่นอนว่าเขาจองเตียงก่อนนายไม่มีสิทธิ์ไล่ใคร” ธีโอเข้าใจสถานการณ์เล็กน้อยแล้วว่าทั้งคู่ไม่ถูกกันแน่นอน
“ฉันจะย้ายออกจากห้องนี้ ติดต่อใครได้บ้าง” ดีแลนลุกขึ้นยืนพร้อมกับจะไปดำเนินเื่นี้ทันที
“อันที่จริงก็ติดต่อคุณไทเลอร์ได้โดยตรงเลย แต่พอดีว่าห้องมันเต็มทั้งหมดเลยน่ะ” ธีโอพูดยังไม่ทันจบประโยคดีแลนก็เดินออกไปก่อนแล้วโดยไม่ฟังประโยคท้ายเลย
โถงทางเดินกว้างด้านหน้าโถงตรงข้ามประตูมีรูปหล่อของชายผู้ยิ่งใหญ่ไว้ทำความเคารพและสรรเสริญอยู่ ตรงมุมห้องเป็ที่วางรูปหล่อขนาดเล็กของวีรบุรุษนักล่าที่เคยทำวีรกรรมยิ่งใหญ่มากมายเอาไว้และยาวไปตลอดทางเดินชายตัวสูงโปร่งผมสีดำขลับกับนัยย์ตาสีดำสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวและสวมเสื้อฮู้ดสีดำทับกับกางเกงยีนส์เข้ารูปสีดำสวมรองเท้าใส่สบายยี่ห้อดัง เดินเร่งรีบผ่านโถงทางเดินไปจนถึงทางเดินระเบียงก่อนจะหยุดอยู่ตรงรูปหล่อของวีรบุรุษคนหนึ่ง เป็หญิงหน้าตาดียิ้มแย้มและที่รูปหล่อนั้นได้ให้ข้อมูลไว้ว่าเธอคือวีรสตรีผู้ยิ่งใหญ่ที่สามารถใช้ดาบต่อจากชายผู้ยิ่งใหญ่ได้เป็คนแรกของตระกูลแถมยังสร้างงานมากมายเพียงแต่เธอไม่มีครอบครัวเลยและได้เสียชีวิตไปก่อน
“รอนด้า” ดีแลนอ่านชื่อของเธอก่อนจะนึกได้ว่าตนต้องรีบไปหาไทเลอร์
“คุณไทเลอร์ผมจริงจังนะครับ เขาบอกเองว่าเขาไม่ชอบอสูรและจะไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย ผมเองก็ไม่ชอบเขาและจะไม่ยุ่งเกี่ยวด้วยเหมือนกัน คุณต้องให้ผมย้าย” ดีแลนได้ยินเสียงใสของเอเดนกำลังพูดกับไทเลอร์เื่ที่เขาเองก็กำลังจะมาพูด
“อ้าวดีแลนมาพอดีเลย ว่ายังไงล่ะ” ไทเลอร์เป็คนเฮฮายิ้มแย้ม เขามักจะไม่แสดงความซีเรียสออกมา
“ฉันก็มาเื่นั้น” ดีแลนตอบเรียบ ๆ พลางยืนกอดอกพิงผนัง
“อ๋อ นายจะมาบอกว่าไม่มีปัญหาสินะ งั้นก็ไม่มีปัญหาแล้วล่ะเอเดนเธอสบายใจได้เลย ดีแลนไม่รังควานเธอแน่นอนจ้ะ” ไทเลอร์พูดไปเองเป็ตุเป็ตะ
“จ้ะบ้านนายสิ ไม่เอาโว้ยฉันไม่ชอบอสูร รังเกียจ” ดีแลนพูดแกมโมโหพร้อมกับประโยคสุดท้ายที่มองไปทางเอเดน
“ไม่มีห้องว่างแล้วไม่มีใครเปลี่ยนด้วยปรับตัวเข้าหากันเองแล้วกันนะ” ไทเลอร์หลังจากที่ได้ยินประโยคนั้นจากดีแลนเขาก็หุบยิ้มทันทีและพูดเสียงกดต่ำเล็กน้อยก่อนจะรีบหายไปจากตรงนั้นด้วยความเร็วที่ฝึกมา ทำเอาดีแลนอึ้งที่อยู่ ๆ เขาก็หายไปราวกับว่าเทเลพอร์ตได้
“เดี๋ยวสิคุณไทเลอร์” เอเดนเรียกไทเลอร์เพราะตนคงอยู่ร่วมกับคนแบบนี้ไม่ได้แน่นอน
ดีแลนกับเอนเดนมองหน้ากันพักหนึ่งก่อนที่ดีแลนกำลังจะพูดเอเดนก็สวนขึ้นก่อน
“ต่างคนต่างอยู่ อย่ามายุ่งกับผม ผมจะไม่ยุ่งกับคุณ” เอเดนเดินกลับไปทางโถงทางเดินส่วนดีแลนยืมมองอีกคนหน้าเข้ม
“ออร่าสีม่วงอ่อนๆ นั่นน่ารำคาญเป็บ้า” ดีแลนบ่นกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเดินกลับทางเดินพลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนถึงโถงทางเดินดีแลนสังเกตเห็นว่าเอเดนยืนดูบางอย่างอยู่ตรงมุมห้องที่ดีแลนยังเดินไปไม่ถึง เขาสงสัยว่าอีกคนยืนมองใครอยู่กันแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เขาจึงเดินกลับห้องไป
“เป็ยังไงบ้าง ได้ย้ายหรือเปล่า” ธีโอถามด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย
“ไม่อะ ไทเลอร์บอกว่าไม่มีห้องแล้วก็หายไปเลย” ดีแลนตอบเรียบๆ พร้อมกับหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไป จากนั้นไม่นานเอเดนก็เดินเข้ามาในห้องมองธีโอพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ เอเดนรู้สึกเหนื่อยล้าจึงหยิบผ้าเช็ดตัวไปเข้าห้องน้ำซึ่งธีโอเองก็ลืมไปว่าดีแลนอยู่ในห้องน้ำ กำลังจะห้ามแต่ก็ไม่ทันแล้ว
“เห้ย ทำไมไม่ล็อคประตูเนี่ย!!” เอเดนใะโส่วนดีแลนก็ใบวกกับงงเพราะเขานึกว่าล็อคแล้ว เ้าตัวพักอยู่คนเดียวมานานเวลาเข้าห้องน้ำก็มักจะไม่ล็อคประตูเพราะี้เีและไม่มีใครมากวนอยู่แล้ว
“เพราะแบบนี้ไงถึงได้อยากพักคนเดียว” ดีแลนไม่ได้ใส่ใจที่มีคนแปลกหน้ามาเห็นเขาเปลือยแบบโต้งๆ แต่เขาหงุดหงิดที่รู้สึกว่าไม่มีความเป็ส่วนตัวแล้วอาบน้ำต่อเพราะอีกคนวิ่งออกไปนานแล้ว
“บอกไม่ทันอะ ลืมตัว” ธีโอพูดเบาๆ เอเดนได้แต่มองหน้าด้วยความหงุดหงิด
To be continue