โหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล

    บทที่ 61 ทักษะต้องห้าม

    บทที่ 61 ทักษะต้องห้าม

     

     

     

    ทันทีที่หมีเถ้าถ่านปรากฏกายขึ้นมอนสเตอร์ที่เคยล้อมพวกเราไว้ด้วยความเงียบเชียบกลับพร้อมใจกันแผดเสียงระเบิดคำรามออกมาพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันนั้นชวนให้ขนลุกซู่ และสยดสยองอย่างบอกไม่ถูก

     

    เสียงกรีดร้องของพวกมันอัดแน่นไปด้วยความเกลียดชังและความแค้นฝังลึก

     

    พวกมันทุกตัวทิ้งเป้าหมายเดิมแล้วพุ่งเข้าใส่เจ้าหมีนั่นอย่างบ้าคลั่งบ้างก็ปีนป่ายเหยียบย่ำพวกเดียวกันเองเพียงเพื่อจะเข้าถึงตัวเจ้าหมียักษ์ให้เร็วที่สุด

     

    แต่หมีเถ้าถ่านกลับไม่ได้แยแสต่อความคลุ้มคลั่งเหล่านั้นแม้แต่น้อย

     

    มันยังคงก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคงทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยความเยือกเย็นที่น่าสะพรึงกลัวสะเก็ดไฟสีส้มขนาดเท่าลูกองุ่นยังคงพุ่งออกจากร่างของมันอย่างต่อเนื่อง

     

    สะเก็ดไฟนั้นเผาผลาญทุกชีวิตที่ขวางทางจนมอดไหม้เป็นจุลในพริบตา

     

    ไม่ว่าจะเป็นแบทเทิลโทรลล์ หมีวายุหรือหมาป่าสองหัวมอนสเตอร์ทุกตัวที่สัมผัสละอองสะเก็ดไฟต่างก็ถูกเปลวเพลิงลุกท่วมร่างทันทีราวกับว่าร่างกายของพวกมันทำมาจากเชื้อเพลิงที่ไวไฟที่สุดในโลก

     

    สะเก็ดไฟเหล่านั้นดูล่องลอยงดงามราวกับหิ่งห้อยในยามราตรีแต่มันกลับแฝงไปด้วยพลังทำลายล้างที่พร้อมจะแผดเผาทุกชีวิตให้กลายเป็นเถ้าถ่าน

     

    ผมเหลือบมองตัวเลขจับเวลาเป็นครั้งสุดท้ายเหลือเวลาอีกเพียงสิบนาที!

     

    "หนีเร็ว!"

     

    ผมตะโกนก้องสั่งการสั้นๆก่อนจะออกตัววิ่งสุดกำลัง ซึ่งทุกคนก็รับรู้ถึงหายนะที่กำลังคืบคลานมาถึง และรีบพุ่งตัวตามมาทันที!

     

    พวกเราวิ่งตะบึงฝ่าดงมอนสเตอร์ไปอย่างรวดเร็วซึ่งในวินาทีนี้พวกมันไม่ได้ปรายตามองมาที่พวกเราเลยแม้แต่น้อยเพราะเป้าหมายเดียวที่อยู่ในโสตประสาทของพวกมันคือเจ้าหมีนั่น

     

    พวกเราคอยหลบหลีกมอนสเตอร์ขนาดมหึมา และกระแทกพวกตัวเล็กที่ขวางทางให้พ้นไป

     

    โชอี้รีดเค้นพลังที่เหลืออยู่กดดันมอนสเตอร์ที่กำลังบ้าคลั่งส่งผลให้พวกมันแตกฮือ แยกออกจากกันเป็นทางยาวราวกับเกลียวคลื่นที่แหวกออก ในตอนที่กลุ่มของเธอวิ่งผ่าน

     

    แฮดวินเมินเฉยต่อการจู่โจมของพวกระดับต่ำเขาเพียงแค่ใช้พละกำลังมหาศาลกระแทกพวกที่แข็งแกร่งกว่าให้กระเด็นออกไปจากเส้นทาง

     

    ส่วนผมยังคงเร่งดูดซับ พลังงานจลน์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อใช้มันเบี่ยงทิศทางการพุ่งชนของมอนสเตอร์ตัวที่อันตราย

     

    พวกเราวิ่งกันจนรู้สึกเหมือนผ่านไปหลายชั่วโมงจนในที่สุดเงาของมอนสเตอร์เหล่านั้นก็ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

     

    แต่ถึงอย่างนั้นฝีเท้าของพวกเราก็ยังไม่หยุดนิ่งเทสกับคิมใช้ทักษะเฉพาะตัวเร่งความเร็วไปข้างหน้าส่วนลิลลี่กับเควินเริ่มหอบพร่าจนเกือบจะรักษาความเร็วไว้ไม่ได้ทำให้ผมต้องย้อนกลับไปช่วยพยุง

     

    พวกเราวิ่งฝ่าผืนป่ามาโดยไม่รู้ทิศทางจนกระทั่งหลุดเข้ามาในลานกว้างแห่งหนึ่งแล้วก็ต้องชะงักกึกไปตามๆ กัน

     

    ถ้าผมยังมีอารมณ์ขันเหลืออยู่ผมคงหลุดหัวเราะร่าออกมาอย่างบ้าคลั่งไปแล้ว

     

    เพราะเบื้องหน้าของพวกเราคือตู้ขบวนรถไฟสภาพยับเยินที่จอดนิ่งอยู่กลางลาน

     

    ความจริงเราควรจะอยู่ห่างจากจุดเริ่มต้นมาหลายชั่วโมงแต่นี่กลับเป็นตู้ขบวนใบเดิมที่เรานั่งมาไม่มีผิดเพี้ยน!

     

    หน้าต่างทุกบานแตกละเอียดจนเหลือเพียงเศษกระจกรอบตู้ขบวนถูกล้อมด้วยรั้วไม้หนามที่แหลมคมยื่นออกมาปกป้องทุกทิศทางราวกับป้อมปราการที่บิดเบี้ยว

     

    “ไอ้ระบบเฮงซวย... แกสนุกมากนักใช่ไหม?”

     

    ผมอดไม่ได้ที่จะสบถออกมาด้วยความสมเพชในโชคชะตา

     

    เหลือเวลาอีกเพียงสามนาที

     

    สายตาของผมพลันไปสะดุดเข้ากับสะเก็ดไฟสีส้มสว่างจ้าดวงหนึ่งที่ลอยเคว้งอยู่ใกล้ๆ...มันเป็นสะเก็ดไฟแบบเดียวกับที่หมีเถ้าถ่านปลดปล่อยออกมาไม่มีผิด

     

    มันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วทำไมพวกเราถึงวนกลับมาที่จุดเริ่มต้น?

     

    ผมกัดฟันแน่นจนกรามแทบแตกด้วยความสับสนลนลานในจังหวะนั้นเองผมรู้สึกถึงแรงสะกิดที่ขา เจ้าบิสกิตนั่นเอง

     

    ไม่ใช่ตอนนี้ เจ้าหมา!

     

    ผมตวาดในใจ แต่พอหันหลังเตรียมจะวิ่งหนีต่อผมกลับสัมผัสได้ถึงคลื่นมานาอันมหาศาลที่ระเบิดออกมาจากสะเก็ดไฟดวงนั้น

     

    พรึ่บ!

     

    เปลวเพลิงขนาดมหึมาปะทุขึ้นเผาไหม้อากาศจนบิดเบี้ยวและท่ามกลางกองไฟที่โชติช่วงนั้นเอง เจ้าอสูรกายตัวเดิมก็ก้าวเท้าออกมาอย่างช้าๆ

     

    คลื่นมานาหนาหนักแผ่เข้าปกคลุมทั่วทั้งลานกว้างในพริบตาความหวาดกลัวอันเยือกเย็นเข้าเกาะกินหัวใจ จนพวกเราแทบจะขยับร่างกายไม่ได้

     

    [หมีเถ้าถ่าน - เลเวล 26]

     

    เลเวลของมันเพิ่มขึ้น ทั้งที่เวลาผ่านไปไม่นานเนี่ยนะ!

     

    มันแผดเสียงคำรามกึกก้องพลางขยับก้าวเข้าหาพวกเราผมสังเกตเห็นบาดแผลฉกรรจ์เหวอะหวะเต็มตัวมันไปหมด แต่มันกลับดูไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด

     

    มันก้าวเข้ามาหาเราเรื่อยๆ

     

    ลิลลี่เข่าอ่อนจนทรุดลงไปกองกับพื้นส่วนเควินได้แต่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างเธอ ในตอนนี้ทั้งคู่คือคนที่อยู่ใกล้ชิดมัจจุราชตัวนี้มากที่สุด

     

    ก่อนที่ใครจะทันได้ตั้งตัว เจ้าหมียักษ์ก็มาถึงตัวพวกเขาแล้วมันหยุดยืนตระหง่านค้ำร่างของลิลลี่ไว้ราวกับขุนเขาแห่งเปลวเพลิง

     

    เธอทำได้เพียงสะอื้นออกมาเบาๆด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ขณะที่เควินได้แต่ยืนตัวสั่นเทิ้มอยู่ข้างอสูรกายตนนั้น ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะขยับเขยื้อนแม้เพียงนิ้วเดียว

     

    เจ้าหมีเถ้าถ่านค่อยๆ อ้าปากกว้างโน้มศีรษะมหึมาลงหมายจะขย้ำเด็กสาวที่สิ้นเรี่ยวแรง

     

    ทว่าในวินาทีแห่งความเป็นตายนั้นเองบางสิ่งที่น่าสยดสยองพลันก่อตัวขึ้นจากร่างของลิลลี่

     

    กลุ่มก้อนมานาสีเทาหม่นพวยพุ่งออกมาพร้อมกับเส้นใยมานาที่สั่นพริ้วอย่างคลุ้มคลั่ง

     

    ผมคาดเดาว่านี่คือทักษะ การย่อยสลาย มันคือพลังที่เธอไม่เคยปลดปล่อยออกมาได้เลยแม้แต่ครั้งเดียวทว่ามันกลับเริ่มทำงานในวินาทีที่ชีวิตของเธอกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย

     

    เส้นใยประหลาดเหล่านั้นทำให้เจ้าอสูรกายชะงักไปเพียงชั่วอึดใจก่อนที่จะโน้มศีรษะลงมาหมายจะงับเหยื่อตรงหน้าให้แหลกคาปากต่อไป

     

    และแล้วปากอันกว้างใหญ่ของหมีเถ้าถ่านก็ปะทะเข้ากับทักษะการย่อยสลายเลเวล 1 เข้าอย่างจัง!

     

    กลุ่มก้อนมานาสีเทาระเบิดเส้นใยออกมาดุจเข็มพิษนับพันเส้นใยเหล่านั้นพุ่งกระจายเข้าใส่ขากรรไกรที่อ้าค้างของเจ้าหมีอย่างจัง

     

    วินาทีต่อมาขากรรไกรล่างของมันก็อันตรธานหายวับไปราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นลบเลือนออกไปจากโลกใบนี้เลือดสีข้นทะลักออกจากบาดแผลที่แหว่งวิ่น หยดลงบนร่างของเด็กสาวที่สั่นเทาอยู่เบื้องล่าง

     

    หมีเถ้าถ่านชะงักมันเอียงคอเล็กน้อยอย่างประหลาดใจในความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น

     

    แรงกดดันที่เคยกดทับพลันสลายลงชั่วขณะ

     

    ผมที่อยู่ในสภาวะสมาธิขั้นสูงไว้อยู่แล้วจึงรู้ตัวก่อนใครผมจึงพุ่งสุดตัวเข้าไปคว้าลิลลี่แล้วโยนเธอออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยระวังไม่ให้ร่างกายสัมผัสโดนเส้นใยมานาสีเทาหม่นที่ยังตกค้างอยู่ในอากาศ

     

    ลิลลี่ที่ถูกแรงเหวี่ยงไถลไปกับพื้นเงยหน้าที่อาบไปด้วยเลือดขึ้นมองผมดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความสับสนปนหวาดกลัว

     

    "เควิน! ช่วยเควินด้วย!"

     

    เธอละล่ำละลักตะโกนเรียกชื่อเพื่อนที่เคยยืนอยู่ข้างกันเมื่อครู่

     

    ผมรู้ดีว่าไม่มีเวลาเหลือให้ลังเลจึงรีบเอื้อมมือออกไปหวังจะคว้าตัวเด็กหนุ่ม

     

    ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้นเองผมกลับต้องหยุดชะงักหัวใจของผมหล่นวูบไปกองกับพื้น

     

    ดวงตาที่เหลือเพียงข้างเดียว ที่ไร้ซึ่งแววแห่งชีวิตจ้องมองตรงมาที่ผมใบหน้าซีกหนึ่งของเขาหายไปจนเหลือเพียงความว่างเปล่า

     

    มันถูกลบหายไปด้วยทักษะของลิลลี่!

     

    ร่างไร้วิญญาณของเควินค่อยๆทรุดลงกองกับพื้นอย่างช้าๆ ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปนานแล้ว

     

    “บ้าเอ๊ย!”

     

    ผมแผดเสียงคำรามออกมา เพื่อกลบฝังความโกรธแค้นและความสิ้นหวัง ก่อนจะตัดขาดจากความรู้สึกทุกอย่างที่กัดกินใจแล้วดิ่งลึกลงสู่สภาวะ สมาธิ ขั้นที่ลึกที่สุดเท่าที่เคยทำมาในชีวิต!

     

     

    คล้ายกับเรื่องโหมดความยากระดับนรก: ผมจะอยู่รอดด้วยการอัปเลเวล ที่คุณอ่าน