ระบบฝึกเทพ god training system

    ตอนที่ 149 ทำลายจนสิ้นซาก

    แต่ทันใดนั้นเองอีแร้งที่เกาะอยู่บนไหล่ของชายร่างใหญ่ก็บินเข้ามาอย่างว่องไว จากนั้นมันจึงกางกรงเล็บที่เต็มไปด้วยความแหลมคม ตะปปเข้าใส่ม่งหวุ่นอย่างเหี้ยมโหด


    "ไปตายซะ!" ม่งหวุ่นที่ตั้งขบวนค่ายกลเสร็จพอดี เงื้อกระบี่ฟาดเข้าใส่อีแร้งตัวนั้นอย่างโกรธเกรี้ยว


    "ตู้ม!"


    กระบี่ในมือม่งหวุ่นเข้ากระแทกกับกรงเล็บของอีแร้งเต็มแรง จนร่างของมันปลิวกระเด็นออกไปไกล จากนั้นจึงส่งสัญญาณให้กับคนที่เหลือเร่งขับเคลื่อนค่ายกลกันทันที ทันใดนั้นก็ปรากฏแสงสีฟ้าเปล่งกระจายขึ้นมาล้อมรอบกลุ่มของศิษย์ที่ตั้งค่ายกลอยู่จนสว่างจ้า ทำให้ชายร่างใหญ่ที่กำลังพุ่งเข้ามาหมายจะแก้แค้นให้กับสัตว์เลี้ยงของตนเกิดชะงักงันในทันที


    สีหน้าของอูติงเถินแสดงความโล่งอกออกมา ส่วนมือของเขาจับด้ามกระบี่แน่น และด้วยกำลังทั้งหมดของเขาก็เงื้อกระบี่ฟาดเข้าไปกลางหน้าอกของปีศาจที่น่ารังเกียจนั้นอย่างเร็ว


    ตู้ม!


    คลื่นกระบี่หมุนวนเหมือนลมบ้าหมู เข้ากระแทกปีศาจสีดำจนร่างแตกกระจาย แต่ในจังหวะนั้นเองพลันมีหนามแหลมพุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว จนทำให้อูติงเถินต้องรีบพริ้วตัวหลบออกมาทันที


    ชายชราส่งเสียงร้องคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว ก่อนที่ร่างกายของมันจะมีปราณสีดำพวยพุ่งออกมาทางด้านหลัง จากนั้นกลุ่มปราณสีดำนั้นแตกออกเป็นร่างของสัตว์ประหลาดสี่ตัว และสัตว์ประหลาดทั้งสี่ตัวก็กระโจนเข้าใส่อูติงเถินอย่างบ้าคลั่ง


    อูติงเถินขับเคลื่อนพลังปราณออกมาเป็นชุดเกราะป้องกัน แล้วระเบิดพลังวาดกระบี่ออกไปโจมตีอีกครั้ง


    ตู้ม!


    คลื่นกระบี่แปรเปลี่ยนเป็นพยัคฆ์สีฟ้าครามตัวใหญ่ พุ่งเข้าต่อสู้กับสัตว์ประหลาดทั้งสี่เต็มแรงจนผนังถ้ำสั่นสะเทือน แต่ถึงกระนั้นภายใต้การล้อมของคนสี่คนและกระบวนท่าต่างๆที่จู่โจมเข้ามาก็ทำให้เขารับมือยากอยู่บ้าง ทว่ากลุ่มลูกศิษย์ที่ตั้งตัวได้แล้วก็เริ่มปรับเปลี่ยนค่ายกลเข้าร่วมต่อสู้ ทำให้สถานการณ์ตอนนี้เป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดมาก


    แต่อูติงเถินก็ไม่กล้าประมาทแต่อย่างใด เพราะเขาไม่รู้ว่าคนทั้งสี่นี้จะหันกลับไปโจมตีกลุ่มลูกศิษย์ของเขาหรือเปล่า ถึงแม้พวกมันเหล่านั้นจะมีพลังระดับก่อกำเนิดขั้นต้น ทว่าว่าการต่อสู้เป็นตายแบบนี้ ลูกศิษย์ของเขาก็เปรียบเสมือนเด็กทารกที่อยู่ตรงหน้าโจรที่เหี้ยมโหดเท่านั้น


    "คลื่นเมฆาคลั่ง!"


    ศิษย์ทุกคนตะโกนกันออกมาอย่างพร้อมเพียง ก่อนจะปรากฏคลื่นพายุหลายลูกซาดซัดเข้าใส่พวกมันทั้งสี่คนอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าพลังโจมตีของคลื่นพายุที่ออกมาจากค่ายกลจะไม่สูงนัก แต่ก็ทำให้พวกมันสับสนอยู่บ้างพอสมควร


    อูติงเถินเห็นว่าพวกมันกำลังงุนงงกันอยู่ ก็พุ่งทะยานพร้อมกับวาดกระบี่เข้าใส่ร่างของชายชราอย่างรวดเร็ว


    ตู้ม!


    ชายชราดูเหมือนจะสูญเสียจังหวะไปเล็กน้อย จนไม่ทันได้หลบกระบี่ที่อูติงเถินฟาดฟันออกมาเลย ทำให้คมกระบี่ทะลุผ่านร่างที่เหี่ยวย่นของมัน ขาดสะบั้นออกจากกันเป็นสองส่วนทันที เลือดสีแดงพุ่งกระจายออกมาเป็นจำนวนมากภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ทำให้สามคนที่เหลือหันมามองด้วยความเหลือเชื่อว่าชายชราจะพลาดท่าได้ง่ายดายขนาดนี้


    ชายร่างใหญ่เห็นสมาชิกของตนถูกสังหารไปต่อหน้าต่อตา ก็เหวี่ยงแส้ในมือเข้าใส่อูติงเถินอย่างโกรธแค้น แต่มีหรือที่อูติงเถินจะอยู่นิ่งเฉยให้โจมตีง่ายๆ อีกทั้งเหล่าศิษย์ของเขาก็ปรับเปลี่ยนรูปขบวนค่ายกลอีกครั้ง จนเกิดเป็นปราณสายสีฟ้าจำนวนมาก พุ่งเข้าล้อมรอบตัวของชายร่างใหญ่อย่างรวดเร็ว


    ชายร่างใหญ่ตวัดแส้ในมือเข้าตอบโต้เส้นปราณเหล่านั้นอย่างไม่เกรงกลัว แต่พลังของมันสามารถต้านทานการโจมตีได้เพียงแค่บางส่วน กระทั่งปราณสีฟ้าห่อหุ้มรอบตัวชายร่างใหญ่จนมิด จากนั้นจึงมีคลื่นกระบี่แหลมคมหลายเล่มพุ่งเข้าใส่ร่างของมันทันที อีแร้งที่เห็นนายของมันถูกล้อมไปด้วยคลื่นกระบี่ ก็พุ่งเข้าใส่หมายจะช่วยเจ้านายของมันให้ได้ แต่กลับถูกคลื่นกระบี่สายหนึ่งตัดเข้าที่คอจนหัวขาดกระเด็น


    ตู้ม!


    เสียงดังสนั่นหวั่นไหวดังขึ้นอีกครั้ง และเมื่อคลื่นสีฟ้าค่อยๆจางหายลง ก็ปรากฏร่างของชายร่างใหญ่มีเลือดไหลจนย้อมไปด้วยสีแดงทั้งตัว สุดท้ายร่างของมันก็ระเบิดออกราวกับดอกไม้สีแดงจำนวนนับไม่ถ้วนเปรอะเปื้อนไปเต็มผนังถ้ำ


    "โต่วฝง!"


    ชายร่างผอมตะโกนเสียงแหบแห้งของมันออกมาด้วยความตกตะลึง ความกลัวค่อยๆแผ่ขยายขึ้นมาในจิตใจ มันไม่ได้คาดหวังเลยว่าความแข็งแกร่งของค่ายกลที่อยู่ข้างหน้ามันจะรุนแรงถึงเพียงนี้


    ในเวลาเดียวกันอูติงเถินก็ไม่ปล่อยโอกาสที่เพิ่มขึ้นมาทางฝั่งเขา พริ้วตัวหายไปจากจุดเดิมก่อนจะโผล่มาทางด้านหลังชายร่างท้วม จากนั้นวาดกระบี่เข้าใส่มันอย่างรวดเร็ว ชายร่างท้วมรับรู้ถึงอันตรายก็รีบหันกลับมา พร้อมกับฟาดง้าวเข้าใส่กระบี่เต็มแรง


    ตู้ม!


    อย่างไรก็ตามการต่อสู้แบบประชิดตัวเช่นนี้ มีหรือที่ง้าวของมันจะว่องไวเท่ากับกระบี่ในมือของอูติงเถิน เมื่อกระบี่ปะทะเข้ากับง้าวของมันเขาก็ปลดปล่อยคลื่นพลังออกมาเป็นกระบี่อีกเล่มแทงเข้าใส่ท้องของมันทันที


    อ้าก!


    ชายร่างท้วมก้มมองดูกระบี่ที่เสียบคาอยู่ที่ท้องของมัน ก่อนจะแหงนหน้าแหกปากร้องออกมาอย่างเจ็บปวด อูติงเถินแสยะยิ้มไม่รอช้าก่อนจะตวัดกระบี่ในมือเข้าใส่อย่างรวดเร็ว ฉับพลันรอบๆคอของชายร่างท้วมก็ปรากฏเส้นสีแดง ก่อนที่หัวของมันจะค่อยๆไหลตกลงพื้นจบสิ้นชีวิตไปอีกคน


    ชายร่างผอมเห็นสมาชิกในลัทธิถูกสังหารไปทีละคน ก็ไม่รอช้ารีบหันหลังหนีกลับเข้าไปในถ้ำด้วยความเร็ว แต่ทันทีที่มันหันกลับมามองด้านหลังอีกครั้ง คลื่นกระบี่ก็ฟาดไปที่ต้นขาของมันจนขาดอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว จนทำให้ความเร็วของมันลดลงเป็นอย่างมาก และชั่วพริบตาคลื่นกระบี่ที่สองก็ฟาดฟันเข้าที่ด้านหลังของมันอีกครั้ง


    ตู้ม!


    "ไม่!!"


    ดวงตาสีแดงของมันเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความกลัว ก่อนที่เสียงของมันจะขาดหายไปกะทันหัน เพราะคลื่นกระบี่เล่มที่สามได้ตัดสะบั้นเข้าที่คอของมัน จนเลือดพุ่งกระจายออกมาแดงฉานไปทั่ว และร่างกายของชายร่างผอมก็ร่วงลงพื้นเสียงดัง


    "ตามข้าเข้าไปด้านใน! แล้วอย่าพึ่งสลายค่ายกลกันเด็ดขาด!"


    อูติงเถินไม่มีเวลามาสนใจกับศพของคนทั้งสี่ แต่กลับหันมาตะโกนบอกกับเหล่าศิษย์ของตนเสียงดัง ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าไปในถ้ำทันที เพราะเขาคิดว่าการล่าครั้งนี้ยังไม่จบลงง่ายๆแน่ ภายในถ้ำต้องมีคนของลัทธิอีกาดำอยู่อีกมาก และที่สำคัญบางทีอาจจะมีคนที่พลังระดับสูงยิ่งกว่าสี่คนนี้ก็เป็นได้


    และพอเมื่อเข้ามาถึงด้านใน กลุ่มคนของอูติงเถินก็พบกับสมาชิกที่เหลือของลัทธิอีกาดำ ถึงแม้ว่าจะมีคนอยู่ภายในนี้นับสามสิบคน แต่ด้วยระดับพลังที่ไม่ได้สูงมากนัก มีเพียงแค่สองคนเท่านั้นที่มีระดับพลังก่อกำเนิดขั้นกลาง 


    เพียงใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่นัก อูติงเถินกับเหล่าลูกศิษย์ของเขาก็จัดการสังหารพวกลัทธอีกาดำจนหมดสิ้น และหลังจากการเก็บเกี่ยวสินสงครามจนเกลี้ยงแล้ว พวกเขาจึงได้เดินทางกลับนิกายกันทันที


    และในเวลาไล่เรี่ยกันกับที่อูติงเถินบุกเข้าโจมตีฐานลับของลัทธิอีกาดำ คนอื่นภายในนิกายเมฆอนันต์ที่ตั้งกลุ่มกันขึ้น ก็กระจายตัวพากันบุกเข้าทำลายฐานลับตามตำแหน่งที่ระบุไว้ในผลึกที่เทียนฉินได้มากันอย่างดุเดือด


    ผ่านไปเพียงสองชั่วยามฐานลับของลัทธิอีกาดำทั้งหมดก็ถูกทำลายจนสิ้นซาก สมาชิกที่หลบซ่อนอยู่ภายในไม่อาจจะหลบหนีไปได้ ถูกคนของนิกายเมฆอนันต์สังหารจนเลือดเจิ่งนองไปทั่วบริเวณ อีกทั้งหลังจากกวาดของมีค่าไปจนหมดสิ้นแล้ว ฐานลับทุกแห่งล้วนถูกทำลายจนพังทะลาย หลงเหลือเพียงเศษซากปรักหักพังกองพะเนินเกลื่อนกลาด


    และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้นี่เอง ทำให้เกิดความโกลาหลไปทั่วแคว้นชิง นิกายใหญ่ต่างๆรวมถึงกษัตริย์ที่ปกครองแคว้นอยู่ ต่างสั่งการให้คนของตนกระจายกันไปสืบข่าวกันอย่างเร่งรีบ ส่วนโรงเตี้ยมทุกแห่งก็กลายเป็นสถานที่พูดคุยกันอย่างสนุกปาก ไม่เว้นแม้แต่ตามร้านค้าก็ยังมีการแลกเปลี่ยนข่าวสารกันอย่างคึกคัก


    ซึ่งเรื่องนี้ทางนิกายเมฆอนันต์ก็ไม่ได้ปิดบังแต่อย่างไร กลับพากันเฉลิมฉลองความสำเร็จที่ทางนิกายกันอย่างครื้นเครง ยิ่งกลุ่มคนที่ได้ออกไปทำภารกิจ ยิ่งมีควา

    มสุขกันอย่างมากจากการได้รับคะแนนและของรางวัลจากประมุขนิกายของตนเอง



    จบตอน 149

    คล้ายกับเรื่องระบบฝึกเทพ god training system ที่คุณอ่าน