ตอนที่ 25 ไป๋เพ่ยเพ่ยเข้าใจในในทันที
“ดี! ดีมาก! ไป๋เพ่ยเพ่ย ข้าจะจำเ้าไว้”
“โอ้ ความทรงจำของท่านหัวหน้าหมู่บ้านเว่ยไม่ค่อยดีนักสินะเ้าคะ ได้ ข้าเข้าใจแล้ว ในอนาคตข้าจะระวัง ขอบคุณท่านมาก ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ไม่พูดเื่นี้แล้ว เรามาพูดถึงค่าชดเชยกันดีกว่า ต้ายาของข้าน่าสงสารถึงเพียงนั้น ท่านคิดว่าค่าหมอค่ายาที่ข้าออกปากบอกไปตอนแรกนั้นแพงเกินไป เช่นนั้นแล้วท่านคิดว่าควรจ่ายเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสมล่ะ?”
“ตระกูลเฉียวจ่ายเงินให้เ้าเท่าไหร่?”
ไป๋เพ่ยเพ่ยเข้าใจได้ในทันที ที่แท้ก็เื่นี้เอง
นางแอบแดกดันอยู่เล็ก ๆ ชาวบ้านในหมู่บ้านของตนถูกทำให้คับแค้นใจ ทว่าหัวหน้าหมู่บ้านอย่างเขานอกจากจะไม่ได้ช่วยเหลืออะไรแล้ว ซ้ำยังไกล่เกลี่ยอย่างสะเปะสะปะอีก จุ๊ จุ๊ จุ๊…
นางควรจะดีใจไหมที่เมื่อวานนี้นางไม่ได้ไปตามคนวางอำนาจเช่นหัวหน้าหมู่บ้านเว่ยมา? หากนางพาเขาไปด้วย ไม่แน่ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาอาจเป็นางเพียงคนเดียว
เว่ยเหวินสือ หัวหน้าหมู่บ้านเมื่อเห็นไป๋เพ่ยเพ่ยไม่ได้พูดอะไร ก็คิดว่าไป๋เพ่ยเพ่ยไม่เห็นด้วย จึงเอ่ยว่า “เ้าคงไม่ได้คิดว่าน้อยไปหรอกกระมัง? เมื่อวานเซี่ยต้ายาถูกพากลับมา ทุกคนก็ล้วนเห็นกันหมดว่านางได้ตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง ทั้งยังไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานแค่ไหน เ้าก็ได้เงินมาสองเฟินแล้ว ในเมื่อหักกระดูกไม่ได้ ก็คิดจะขูดเืขูดเนื้อกันงั้นสิ?”
“ดีนี่ กล้าใช้ความคิดเช่นนี้งั้นรึ!” ป้าซุนลิ่วทำเหมือนกับว่านางคว้าความหวังสุดท้ายเอาไว้ได้ แล้วจ้องเขม็งไปยังไป๋เพ่ยเพ่ยด้วยสายตาหยามเหยียด “ต้ายาของครอบครัวเ้า เดิมทีก็กำลังจะตายอยู่แล้ว เ้าตั้งใจ... เ้าอยากให้ข้าทุบตีนางให้ตาย เพื่อที่จะได้เก็บเงินจากข้า”
ก่อนที่นิ้วของป้าซุนลิ่วจะได้ชี้หน้าไป๋เพ่ยเพ่ย ไป๋เพ่ยเพ่ยก็สะบัดตบเข้าที่ใบหน้าของหญิงมีอายุด้วยสีหน้าเ็า
ป้าซุนลิ่วเงียบปากทันที นางยกมือกุมใบหน้าพลางเอ่ยฟ้องเว่ยเหวินสือ หัวหน้าหมู่บ้านว่า “ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ท่านเห็นหรือยัง นางต่อต้าน์แล้ว แม้แต่ต่อหน้าท่าน นางยังกล้าตบตีผู้คน ท่านรีบจัดการกับนางเสีย จัดการนาง...”
เว่ยเหวินสือ หัวหน้าหมู่บ้านพลันกล่าวเตือน “ไป๋เพ่ยเพ่ย อย่าได้กำเริบเสิบสานนัก เื่ในหมู่บ้านหนิงซานไม่ใช่เื่ที่เ้าจะต้องมาตัดสินใจ”
“ข้าเพียงปล่อยให้นางไม่คายงาช้างออกจากปากสุนัขก็เท่านั้น ต้ายาของข้ายังมีชีวิตอยู่สุขสบายดี หากวันนี้นางไม่มาบุกรุกหาเื่ทะเลาะถึงบ้าน แล้วเอาความโมโหเดือดดาลมาลงที่ต้ายา ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ต้ายาก็คงสามารถลุกจากเตียงจนวิ่งไปทั่วทั้งหมู่บ้านได้แล้ว
หากไม่ใช่เพราะนาง ต้ายาของข้าก็คงไม่กลายเป็คนป่วยกระเสาะกระแสะจนต้องดื่มยาไปตลอดชีวิตเช่นนี้หรอก แม้ว่านางจะตายไปครึ่งหนึ่งแล้ว แต่ทว่าตราบใดที่ข้ายังอยู่ ข้าย่อมสามารถรักษาต้ายาให้มีชีวิตอยู่ได้นานกว่าป้าซุนลิ่วก็แล้วกัน”
“เ้าคิดว่าเ้าเป็ใครกัน” แม้ป้าซุนลิ่วจะพูดเช่นนี้ แต่นางกลับไม่กล้าก้าวออกมาประจันหน้า เอาแต่ซ่อนตัวอยู่หลังเว่ยเหวินสือ หัวหน้าหมู่บ้าน
มุมปากของไป๋เพ่ยเพ่ยพลันกระตุก ถึงขนาดนี้แล้วยังกล้ายั่วโมโหนางอีกหรือ? จริง ๆ เลย...
“เ้าจะรู้หรือไม่ว่าตัวเองเป็ใคร ข้าไม่รู้ แต่ข้ารู้ว่าตัวข้าเป็ใคร ข้าเป็แม่ของต้ายา ที่บังเอิญโชคดีได้พอรู้จักสมุนไพรมาบ้างเมื่อ่ต้นของชีวิต ได้เรียนทักษะการฝังเข็มมาบ้างนิดหน่อย ไม่เช่นนั้นแล้วหากต้องมาพบเจอกับเื่ของต้ายาในวันนี้ ข้าคงสิ่งใดไม่ได้เลย นอกจากก้มหน้าก้มตาร้องไห้เหมือนใครบางคน มองดูลูกสาวของตัวเองตายไปอย่างจนปัญญา โอ้! จริงสิ ข้านับว่าโชคดีนักที่สามารถหยุดอาหารตกเืของต้ายาได้แล้ว”
รูม่านตาของป้าซุนลิ่วพลันหดเล็กลงอย่างรุนแรง “ตกเื... เ้า เ้ารักษาอาการตกเืได้อย่างนั้นหรือ?!”
“ข้าบอกแล้วว่าข้าโชคดี”
ป้าซุนลิ่ว “...”
ให้ตายสิ!
นังแพศยานี่ เห็นนางอวดดีเช่นนี้แล้วอยากจะฉีกนางออกเป็ชิ้น ๆ เสียจริง!
“เ้าสามารถรักษาอาการตกเืได้งั้นรึ?” เว่ยเหวินสือ หัวหน้าหมู่บ้านขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่เชื่อเสียเท่าไหร่นัก
เื่ราวคลุมเครือไม่ชัดเจนเช่นนี้ เหมือนว่าเขาเองจะได้ยินเื่ตกเืไม่ตกเือะไรนี่มาเหมือนกัน เช่นนั้นแล้วก็หมายความว่าเซี่ยต้ายามีอาการตกเื และไป๋เพ่ยเพ่ยช่วยชีวิตนางไว้ได้งั้นหรือ?
ทำไมเขาถึงไม่เชื่อกันนะ?
“จะเชื่อหรือไม่นั้นเป็เื่ของท่าน ส่วนรักษาได้หรือไม่นั้นเป็เื่ของข้า เื่ที่เราคุยกันตอนนี้คือเื่เงินชดเชย เมื่อครู่มีคนซักถาม กล่าวบอกว่าข้าอยากได้เงินสองส่วน ข้าจึงอยากจะใช้ข้อเท็จจริงบอกเขาว่าเงินนั้นข้าย่อม้า แต่เงินที่ข้าจะเก็บมาไม่ใช่เงินของคนตาย เป็เงินของคนเป็ เงินทั้งหมดนี้เป็สิ่งที่ต้ายาสมควรได้รับ ใครก็ตามที่รังแกนาง คนผู้นั้นก็ต้องรับผิดชอบต่อร่างกายที่เหลืออยู่ของนาง”
เจรจาหารือกันไปมา เื่เงินชดเชยนั้นอย่างไรก็ต้องจ่ายอย่างแน่นอน อีกทั้งไป๋เพ่ยเพ่ยยังตกลงว่าจะคิดเงินน้อยกว่าที่คิดกับตระกูลเฉียวเล็กน้อย แต่หากน้อยกว่านั้นอีกนางย่อมไม่ยินยอม
เหตุผลนั้นง่ายมาก คราที่ตระกูลเฉียวลงมือกับต้ายา นั่นคือ ‘์สูงฮ่องเต้ห่างไกล*[1] ’ คิดว่าไป๋เพ่ยเพ่ยมองไม่เห็นและควบคุมไม่ได้ แต่กับป้าซุนลิ่วนั้นทำเกินไป นางไม่ได้อยู่สูงบนูเา เห็นยืนหัวโด่อยู่ไม่ไกลแต่กลับกล้าทำร้ายตระกูลเซี่ย เจตนาชั่วร้าย หาญกล้ากระทำโดยพลการ หากไม่จัดการอย่างจริงจัง เช่นนั้นจะเท่ากับเป็การส่งเสริมให้ท้าย
หากต่อไปมีใครเลียนแบบแล้วเอาไปทำตามบ้าง จะไม่เป็การทำลายประเพณีวัฒนธรรมของหมู่บ้านหรือ?
“ลิงที่ดู้าฆ่าไก่นะ ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน”
เว่ยเหวินสือ หัวหน้าหมู่บ้านเงียบงัน “...”
ยิ่งมองไป๋เพ่ยเพ่ยก็ยิ่งไม่ถูกชะตา จะทำอย่างไรต่อไปดี?
ด้วยมีดวงตาหลายคู่ที่มองมาจากรอบ ๆ จึงเป็เื่ยากที่จะไม่ลงโทษตระกูลซุนเลย อีกทั้งไป๋เพ่ยเพ่ยนั้นดูเหมือนจะเรียกเงินจำนวนมาก แต่ที่นางกล่าวบอกว่านั่นคือ ‘ค่ารักษาพยาบาล’ ของเซี่ยต้ายาจริง ๆ
ส่วนเื่ที่ว่านางรู้วิชาการแพทย์หรือไม่นั้น เว่ยเหวินสือยังคงคลางแคลงอยู่บ้าง ทว่าชาวบ้านที่ไปบ้านตระกูลเฉียวกับนางเมื่อวานนี้ล้วนพูดเป็เสียงเดียวกัน ทั้งยังสาบานด้วยใจจริงว่าพวกเขาเห็นไป๋เพ่ยเพ่ย ‘ช่วยชีวิต’ เซี่ยต้ายาด้วยตาเนื้อของพวกเขาเอง
โดยเฉพาะป้าหลิว ผู้ที่กล่าวบอกว่าในตอนนั้น ไป๋เพ่ยเพ่ยบอกว่าเซี่ยต้ายาจะมีลูกไม่ได้อีก แต่ชีวิตของหลานสาวนั้นนางต้องช่วยเอาไว้ให้ได้
กล่าวคือ เมื่อวานนี้เซี่ยต้ายายังดี ๆ อยู่ กระทั่งวันนี้ที่นางกลับกลายเป็ ‘คนป่วยกระเสาะกระแสะ’ ไม่อาจห่างจากโถต้มยาได้ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็ความผิดของตระกูลซุน
เว่ยเหวินสือ หัวหน้าหมู่บ้านไม่สามารถปฏิเสธได้ ตระกูลซูนเองก็ไม่สามารถยกหลักฐานอื่นได้ จังหวะทั้งหมดของการเจรจาทั้งหมดอยู่ในมือของไป๋เพ่ยเพ่ย นางพูดเช่นไรก็เป็เช่นนั้นไปเกือบเสียทุกสิ่ง
หัวหน้าหมู่บ้าน เว่ยเหวินสือรู้สึกหงุดหงิดมากเสียจนต้องเดินจากไปด้วยความอับอายและหดหู่ใจ
ครอบครัวซุนพลันลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธพร้อมสบถสาปแช่ง ในขณะเดียวกันก็มีเสียงคร่ำครวญฟูมฟายของป้าซุนลิ่วด้วยเช่นกัน
ผู้เห็นเหตุการณ์ค่อย ๆ ทยอยแยกย้ายกันไป บางคนก็กระซิบกระซาบกันว่า
“เ้าคิดว่าซุนเหล่าลิ่วจะหย่าภรรยาของเขาจริงไหม?”
“ใครจะรู้ คงขึ้นอยู่กับว่าซุนเหล่าลิ่วนั้นโเี้มากเพียงใด”
“ข้าว่าอันตราย ซุนเหล่าลิ่วดูเหมือนจะไม่ใช่คนใจอ่อน”
…
แน่นอนว่าเื่ทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลเซี่ย ไป๋เพ่ยเพ่ยเองตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่รับผิดชอบเื่การหย่าร้างของซุนเหล่าลิ่ว
นางแสดงความขอบคุณต่อป้าหลิว โดยบอกว่าหากไม่ใช่เพราะป้าหลิว นางคงไม่รู้ว่าลูกสาวทั้งสามจะเป็อย่างไรเมื่อนางกลับมา
ป้าหลิวถอนหายใจ “เฮ้อ... ใครกันจะคาดคิดว่าชีวิตของเซี่ยต้ายาจะขมขื่นขนาดนี้! เ้าเองก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นแล้ว แต่นางก็ยังโดนลงโทษอีก... น้องสาว ในอนาคตเ้าช่วยทำดีกับต้ายาสักหน่อยเถิดนะ แม้ว่าเ้าจะรักษานางไว้ไม่ได้ ก็ช่วยปล่อยให้นางไปอย่างสบายใจทีเถิด”
“พี่หลิว ท่านอย่าได้กังวล ข้ามั่นใจว่าข้าสามารถรักษาต้ายาไว้ได้ เมื่อนางดีขึ้น ข้าจะให้ต้ายาพาเหมียวเหมียวและเสี่ยวหย่าไปขอบคุณท่านที่บ้าน”
“ได้ ข้าจะรอ”
ความจริงแล้วป้าหลิวไม่ได้้าของขวัญขอบคุณ เพียงแต่การที่เซี่ยต้ายาสามารถพาน้องสาวของนางไปยังเรือนของตนได้ นั่นก็หมายความว่านางสบายดีแล้ว
หากเป็เช่นนั้นจริง ป้าหลิวก็หวังให้วันนั้นมาถึงโดยเร็ว
ในตอนที่นางกลับบ้าน นางได้พบกับชุยเม่ย ลูกสะใภ้ของนางซึ่งมา ‘ดูความสนุก’ ระหว่างทาง ชุยเม่ยได้ตำหนิที่นางเข้าไปยุ่งเื่ชาวบ้าน จะเกิดอะไรขึ้นหากนางต้องประจันหน้ากับพวกเขา จะเป็อย่างไรหากตระกูลซุนมาแก้แค้นนาง
ป้าหลิวจึงเอ่ยว่า “ญาติที่อยู่ไกลก็ไม่สู้คนบ้านใกล้เรือนเคียง อยู่ใกล้กันถึงเพียงนี้ หากวันนี้ข้าทำเป็มองไม่เห็น แล้วเผื่อในอนาคตมีเื่เกิดขึ้นกับบ้านเราบ้าง ข้าจะมีหน้าไปเคาะประตูขอความช่วยเหลือหรือ?”
ชุยเม่ยพลันนึกถึงว่าหลังจากแม่สามีของนางกลับมาเมื่อวานนี้ นางพูดว่าจากนี้ไปนางจะสามารถขอความช่วยเหลือจากไป๋เพ่ยเพ่ยได้ โดยบอกว่าไป๋เพ่ยเพ่ยซึ่งอยู่บ้านฝั่งตรงข้ามสามารถรักษาอาการตกเืได้ หญิงสาวก็พลันเงียบปาก
แม้ว่านางจะโชคดีที่ตนนั้นไม่มีภาวะคลอดบุตรยาก สามารถให้กำเนิดหลานชายคนโตของตระกูลหลิวได้ แต่ทุกวันนี้จะมีแม่กี่คนเชียว ที่กล้ารับประกันว่าการคลอดครั้งต่อไปจะราบรื่นปลอดภัยเช่นกัน?
พี่สาวของสามีนางเอง ก็ตกเืเมื่อครั้งที่คลอดบุตรคนที่สาม
ตอนนี้นางเพิ่งคลอดลูกไปคนเดียว และแน่นอนว่าย่อมต้องมีลูกเพิ่มอีกในอนาคต ไหนจะน้องสาวสามีของนางอีก เมื่อนางแต่งงานออกเรือนไป จะอย่างไรก็ต้องมีลูกเต้า
ทันใดนั้น ชุยเม่ยก็เข้าใจว่าทำไมแม่สามีของนางถึงกระตือรือร้นที่จะ ‘ช่วย’ เพื่อนบ้านนัก นี่ไม่ใช่การ ‘ช่วยเหลือ’ คนอื่น แต่นี่เป็การแสดงน้ำจิตน้ำใจ เพื่อที่ในอนาคตจะหยิบยกเื่นี้มาใช้ได้ในภายหลัง
*[1] ์สูงฮ่องเต้ห่างไกล หมายถึงสถานที่ห่างไกล อำนาจจากศูนย์กลางไปไม่ถึง โดยรวมหมายถึงการใช้อำนาจโดยพลการ