บทที่ 17 : เส้นทางแห่งแสงและเงาที่ติดตาม
หลังจากช่วยลูน่า (ราศีมีน) และชาวมหานครแห่งสายลมให้ตื่นจากเมฆหมอกแห่งความฝันได้สำเร็จ คณะผู้ถือโฉลกแห่งดวงดาวก็พักผ่อนในมหานครแห่งนี้เพื่อฟื้นฟูพลังและเตรียมตัวสำหรับการเดินทางต่อไป ซายรัส (ราศีตุลย์) ที่กลับใจจากความมืดมิด ได้ตัดสินใจที่จะไม่ร่วมเดินทางไปกับพวกเขา เขาเลือกที่จะอยู่ช่วยฟื้นฟูมหานครแห่งสายลม และชดใช้ความผิดในอดีต แต่เขาก็ให้คำมั่นสัญญาว่าจะใช้พลังของตนเองเพื่อสนับสนุนพวกเขาจากเื้ั หากมีสิ่งใดที่เขาช่วยเหลือได้
"ข้าขอขอบใจพวกท่านทุกคน" ซายรัสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงใจ ขณะที่พวกเขากำลังเตรียมตัวจะออกจากมหานครแห่งสายลม "พวกท่านได้แสดงให้ข้าเห็นว่าความหวังนั้นมีอยู่จริง... และความจริงนั้น แม้จะเ็ป แต่ก็งดงามกว่าความฝันปลอมๆ เสมอ"
ลูน่าได้มอบ 'เกล็ดปลาแห่งความฝัน' ให้เมษา ซึ่งเป็ของวิเศษที่สามารถช่วยให้พวกเขาเข้าใจและบิดเบือนภาพลวงตาได้ง่ายขึ้นในอนาคต เป็สัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและพลังของราศีมีนที่เธอจะมอบให้แก่เมษาและทีม
เมษารับเกล็ดปลาแห่งความฝันไว้ด้วยความขอบคุณ "เราจะไม่มีวันลืมสิ่งที่ท่านและลูน่าช่วยพวกเราค่ะ"
มาเรีย ผู้พิทักษ์แห่งความทรงจำ (ราศีกรกฎ) เป็ผู้ที่นำทางพวกเขาต่อไป "ตามบันทึกโบราณ ผู้ใช้พลังราศีที่เหลืออยู่อีกสองคน คือ 'ผู้พิทักษ์แห่งราศีเมษ' และ 'ผู้พิทักษ์แห่งราศีกันย์' มักจะพบได้ในดินแดนที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง" มาเรียเอ่ยขึ้นขณะที่พวกเขากำลังบินอยู่เหนือหมู่เมฆโดยใช้พลังของเมษาและบาลานซ์ช่วยพยุง "ผู้พิทักษ์แห่งราศีเมษมักจะอยู่ในดินแดนที่ร้อนระอุและเต็มไปด้วยไฟ ส่วนผู้พิทักษ์แห่งราศีกันย์มักจะอยู่ในดินแดนที่อุดมสมบูรณ์และบริสุทธิ์"
อัคคีพยักหน้า "ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องมุ่งหน้าไปทางทิศใต้สู่ 'หุบเขาเพลิงอัสนี' และทางตะวันออกสู่ 'ป่าศักดิ์สิทธิ์แห่งชีวิต' อย่างนั้นรึ!"
ลูคัสเองก็เตรียมพร้อม "ไม่ว่าที่ไหน ขอแค่มีศัตรูให้โจมตี ข้าก็พร้อม"
เอลิน่าเพิ่มความระมัดระวังรอบตัวเธอ เธอกำลังใช้พลังราศีพฤษภของเธอััถึงสิ่งมีชีวิตที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนดิน หรือพลังชีวิตที่ผิดปกติ
พวกเขาตัดสินใจที่จะมุ่งหน้าสู่ 'หุบเขาเพลิงอัสนี' ก่อน เพราะนั่นคือบ้านเกิดของอัคคี และเขาก็รู้สึกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ของบิดาที่ยังคงไม่ฟื้นคืนจากพิษของเงามืด
ก่อนออกเดินทาง มาเรียได้ใช้พลังราศีกรกฎของเธออีกครั้ง เธอมองเข้าไปในดวงตาของลูคัส "ลูคัส... ข้าััได้ถึงความเ็ปที่ซ่อนอยู่ในใจท่านเกี่ยวกับอเธอร์ (จ้าวแห่งเงามืด) จงระวังตัวไว้ให้ดี... อดีตอาจจะตามมาหลอกหลอนท่านในรูปแบบที่คาดไม่ถึง"
ลูคัสพยักหน้าเล็กน้อย เขารู้ดีว่ามาเรียััได้ถึงความรู้สึกที่เขากัดเก็บไว้ เขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงเื่เพื่อนเก่าของเขา ไม่ช้าก็เร็ว
ขณะที่คณะเดินทางบินอยู่เหนือหมู่เมฆ มุ่งหน้าสู่หุบเขาเพลิงอัสนี พวกเขาก็ััได้ถึง 'บางสิ่ง' ที่กำลังติดตามพวกเขาอยู่ เงาที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและไร้เสียง ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางเมฆหมอกและสายลมที่พัดกระโชกแรง
"มีบางอย่างตามเรามาค่ะ" เมษาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด "พลังของมันละเอียดอ่อนมาก และเคลื่อนไหวได้รวดเร็วเกินกว่าที่เราจะมองเห็นได้"
อัคคีพยักหน้า เขาััได้ถึงกระแสลมที่ผิดปกติรอบตัวเขา ลูคัสเองก็เตรียมพร้อม ยกคันธนูแสงขึ้นเพื่อเตรียมโจมตี
ทันใดนั้น เงาสีดำขนาดใหญ่ก็พุ่งเข้ามาจากด้านหลัง พวกมันไม่ได้โจมตีด้วยกำลัง แต่กลับพยายามจะ 'บิดเบือน' สภาพอากาศรอบตัวพวกเขา สร้างกระแสลมที่รุนแรงและก่อให้เกิดพายุพลังงานที่อันตราย
"มันกำลังสร้างพายุเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของเรา!" บาลานซ์เอ่ยขึ้น เขาใช้พลังราศีตุลย์ของเขาเพื่อ 'ปรับสมดุล' กระแสลมที่บิดเบี้ยว ทำให้พายุนั้นไม่รุนแรงเท่าที่ควร
"นี่ไม่ใช่แค่เงามืดธรรมดา!" เอลิน่าร้อง "มันมีรูปแบบการโจมตีที่แตกต่างออกไป!"
จากพายุที่ก่อตัวขึ้น ร่างของบุรุษผู้หนึ่งก็ปรากฏกายขึ้นบนสายลม เขามีเรือนผมสีเงินยาวสลวย ดวงตาสีฟ้าอ่อนที่ดูว่างเปล่าและไร้อารมณ์ ออร่าสีดำอมฟ้าที่เปล่งประกายจากกายของเขานั้นเย็นเยือกและห่างเหิน
"ผู้ส่งสารแห่งความมืดอีกคนงั้นรึ!" อัคคีคำราม
"ข้าคือ 'ไคริส' ผู้ส่งสารแห่งความว่างเปล่า" บุรุษผู้นั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ปราศจากอารมณ์ใดๆ "ข้ามาที่นี่เพื่อนำทางพวกเ้าไปสู่ความว่างเปล่า... ที่ซึ่งไม่มีสิ่งใดอีกต่อไป"
ไคริสไม่ได้โจมตีด้วยกำลัง แต่เขาใช้พลังราศีเมถุนที่ถูกบิดเบือนของเขา 'บิดเบือนความรู้สึก' ของพวกเขา เขาส่งกระแสพลังงานที่ทำให้พวกเขารู้สึกว่างเปล่า ไร้ความรู้สึก ไร้เป้าหมาย อัคคีรู้สึกถึงไฟในใจที่กำลังจะมอดดับ เมษาและบาลานซ์รู้สึกถึงความสมดุลที่กำลังจะสลาย เอลิน่ารู้สึกถึงพลังชีวิตที่กำลังเหือดหาย ลูคัสรู้สึกถึงความปรารถนาที่จะปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่าง
"มันกำลังเล่นงานจิตใจพวกเราโดยตรง!" มาเรียเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ออร่าสีเทาอ่อนของเธอสั่นไหวเมื่อมันพยายามต้านทานพลังของไคริส
"นี่คือพลังของจ้าวแห่งเงามืดอย่างนั้นรึ!" ลูคัสพึมพำ ดวงตาของเขาฉายแววหวาดกลัวเมื่อััได้ถึงพลังที่ไร้อารมณ์ของไคริส
ไคริสยิ้มเยาะ "พวกเ้ายังคงยึดติดกับสิ่งไร้สาระอย่าง 'ความหวัง' และ 'เป้าหมาย' จงปล่อยวางเสียเถิด แล้วพวกเ้าจะพบกับความสงบที่แท้จริง"
เขาควบคุมกระแสลมรอบตัวให้กลายเป็ 'เขาวงกตแห่งความว่างเปล่า' ที่พยายามจะกลืนกินพวกเขาเข้าไปในความมืดมิดที่ไร้สิ้นสุด
"อย่าหลงกลมัน! จงยึดมั่นในเป้าหมายของพวกเ้า!" เมษาะโ เธอกำลังใช้พลังลูกแก้วราศีกุมภ์ระดับ 2 ของเธออย่างสุดกำลังเพื่อ 'บิดเบือน' กระแสพลังงานที่ไคริสใช้ในการสร้างเขาวงกต แต่พลังของไคริสนั้นละเอียดอ่อนและไร้อารมณ์อย่างมาก จนยากที่จะรับมือ
อัคคีพยายามเรียกพลังราศีสิงห์ของเขา ออร่าสีแดงเพลิงของเขากะพริบอย่างแ่เบา เมื่อพลังแห่งความว่างเปล่าพยายามจะมอดดับเปลวไฟในใจของเขา แต่เขานึกถึงบิดา และคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ เขาจะไม่ยอมแพ้!
"ข้าไม่ยอมแพ้!" อัคคีคำราม พลังลูกแก้วราศีสิงห์ระดับ 2 ของเขาปะทุขึ้นอีกครั้ง แสงสีแดงเพลิงที่บริสุทธิ์ส่องสว่างออกมาจากกายของเขา พยายามจะเผาผลาญความว่างเปล่าที่เข้าครอบงำ
ลูคัสยิงลูกธนูแสงสีทองออกไปอย่างรวดเร็ว ลูกธนูนั้นไม่ได้โจมตีไคริสโดยตรง แต่พุ่งเข้าไปกลางเขาวงกตแห่งความว่างเปล่า เพื่อพยายามทำลายแกนกลางพลังงานที่ไคริสสร้างขึ้น
เอลิน่าใช้พลังราศีพฤษภของเธอ สร้าง 'รากแห่งชีวิต' ที่แข็งแกร่งยึดโยงทุกคนไว้กับพื้นดิน เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกดูดกลืนเข้าไปในเขาวงกตแห่งความว่างเปล่า
บาลานซ์ใช้พลังราศีตุลย์ของเขา 'ปรับสมดุล' พลังงานที่ไคริสใช้ในการบิดเบือนความรู้สึก ทำให้ความรู้สึกว่างเปล่าที่เข้าครอบงำพวกเขาเจือจางลง
มาเรียใช้พลังราศีกรกฎของเธอ 'เชื่อมโยง' จิตใจของทุกคนเข้าด้วยกันอย่างมั่นคง เพื่อเสริมสร้างความมุ่งมั่นและป้องกันไม่ให้ถูกความว่างเปล่ากัดกิน
แต่ไคริสก็ยังคงยิ้มเยาะ "ความพยายามที่ไร้สาระ... พวกเ้าไม่เข้าใจถึงความยิ่งใหญ่ของ 'ความว่างเปล่า' ที่แท้จริง"
ทันใดนั้น เงาสีดำขนาดใหญ่ก็พุ่งเข้าใส่ไคริสจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว เงาร่างนั้นไม่มีเสียง และเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ใครจะมองทัน ไคริสไม่ทันได้ตั้งตัว เขาถูกเงาร่างนั้นโจมตีเข้าที่กลางลำตัวอย่างจัง ร่างของเขากระเด็นไปกระแทกกับก้อนเมฆขนาดใหญ่
"โซลอน!" อัคคีอุทานด้วยความประหลาดใจ
โซลอนไม่ได้พูดอะไร เขายืนอยู่บนก้อนเมฆ มองไคริสด้วยดวงตาสีดำลึกที่ฉายแววเ็า ไคริสพยายามจะลุกขึ้น แต่เขารู้สึกได้ถึงพลังราศีัที่มหาศาลของโซลอนที่กำลังควบคุมกระแสเวลาและพลังงานรอบตัวเขาอยู่
"เ้ามันน่ารำคาญ!" ไคริสคำราม เขาส่งพลังแห่งความว่างเปล่าที่รุนแรงกว่าเดิมออกมา แต่โซลอนก็สามารถบิดเบือนมันให้สลายไปได้อย่างง่ายดาย
ไคริสรู้ว่าเขาไม่อาจเอาชนะโซลอนได้ในตอนนี้ เขาจึงใช้พลังของเขา 'สลายร่าง' ไปในสายลมอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงเขาวงกตแห่งความว่างเปล่าที่เริ่มจางหายไป
โซลอนยังคงยืนอยู่บนก้อนเมฆ มองไปยังทิศทางที่ไคริสหายไป ก่อนจะหันมามองอัคคีและคณะเดินทาง เขาไม่ได้พูดอะไร เขามองพวกเขาด้วยแววตาที่ยากจะอ่าน จากนั้นเขาก็หายไปในหมู่เมฆอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงคำเตือนที่ชัดเจนว่าการเดินทางของพวกเขากำลังถูกจับตามอง
อัคคีและคณะเดินทางหอบหายใจอย่างหนัก พวกเขารู้สึกได้ถึงความอ่อนล้าจากการต่อสู้กับศัตรูที่เล่นงานจิตใจ และการปรากฏตัวของโซลอนก็ยังคงเป็ปริศนาที่ซับซ้อน
"เขาคือ... ผู้ใช้พลังราศีเมถุนอย่างนั้นรึ!" ลูคัสพึมพำ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเ็ปและความสับสน
"เขาคือ 'ผู้ส่งสารแห่งความว่างเปล่า'" เมษาตอบ "เป็หนึ่งในผู้ที่ถูกจ้าวแห่งเงามืดบิดเบือนไปแล้ว"
การเผชิญหน้ากับไคริสทำให้พวกเขารู้ว่าศัตรูของพวกเขานั้นฉลาดและมีกลยุทธ์ที่หลากหลาย และการที่จะเอาชนะพวกเขาได้นั้น ไม่ใช่เพียงแค่พลังลูกแก้วราศีที่แข็งแกร่งขึ้น แต่ยังต้องมีจิตใจที่มั่นคงและเข้าใจในแก่นแท้ของตนเองอย่างแท้จริง
เส้นทางสู่หุบเขาเพลิงอัสนียังคงอีกยาวไกล และพวกเขาจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับศัตรูที่แข็งแกร่งและซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม