ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

เล่มที่ 11 บทที่ 321 พรสวรรค์ด้านดาบระดับตะวันความก้าวหน้าอันยิ่งใหญ่ในวิถีแห่งดาบเขตแดนลับดาบสวรรค์

        เขตแดนลับดาบสวรรค์

        หลังจากที่เย่เทียนเข้ามาเขาสัมผัสได้ถึงปราณที่แหลมคมแพร่กระจายไปทั่วในอากาศ

        ที่นี่ราวกับว่าเป็นโลกแห่งดาบ!

        หลังจากที่เหล่าผู้ฝึกยุทธ์เข้ามาในเขตแดนลับดาบสวรรค์พวกเขาก็มุ่งหน้าไปยังใจกลางเขตแดนลับ เย่เทียนเองก็บินตามไปเช่นกัน

        นอกจากศิลาดาบสวรรค์แล้ว ที่นี่ไม่มีสมบัติอื่นอีกการมองหาสมบัติอื่นๆ เป็นเรื่องที่เสียเวลาเปล่า

        ไม่นานเย่เทียนก็มาถึงศิลาดาบสวรรค์

        ศิลาดาบสวรรค์นั้นมีขนาดใหญ่มากมีความสูงถึง 1,000 เมตรฐานของมันตั้งตรงราวกับว่าเป็นเสาหลักที่คอยค้ำจุนโลกใบนี้

        ด้วยเหตุนี้การนำศิลาดาบสวรรค์ออกไปจึงเป็นเรื่องยาก

        ต่อให้นำมันออกไปได้ แต่ผู้ฝึกยุทธ์ก็ไม่มีใครกล้านำมันออกไป!

        เขตแดนลับดาบสวรรค์ไม่ได้จำกัดความแข็งแกร่งของผู้ฝึกยุทธ์แม้แต่ตัวตนระดับเทพที่แท้จริงก็สามารถเข้าสู่เขตแดนลับดาบสวรรค์ได้ แล้วใครจะกล้ารับประกันว่าไม่มีตัวตนที่เหนือกว่าระดับเทพที่แท้จริงคอยดูแลเขตแดนลับดาบสวรรค์อยู่?

        ยิ่งกว่านั้น นอกเหนือจากการมีอยู่ของเทพที่แท้จริงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในเขตแดนลับดาบสวรรค์ แต่ตราบใดที่จิตสำนึกของตัวตนที่แข็งแกร่งให้ความสนใจสถานที่แห่งนี้อยู่เมื่อมีคนกล้าที่จะขโมยศิลาดาบสวรรค์ มันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะหยุด

        ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้ามีความคิดที่จะขโมยศิลาดาบสวรรค์แม้แต่ตัวตนระดับเทพที่แท้จริงก็ไม่กล้าเช่นกัน

        ตอนนี้เหล่าผู้ฝึกยุทธ์เริ่มเข้าใกล้ศิลาดาบสวรรค์จากนั้นพวกเขานั่งสมาธิเพื่อใช้ศิลาดาบสวรรค์ทำความเข้าใจวิถีเต๋าแห่งดาบทันที

        อย่างไรก็ตามเย่เทียนไม่ได้ทำเช่นนั้นเขาหลบมุมออกไปอย่างเงียบๆ ออกห่างศิลาดาบสวรรค์เพื่อหาสถานที่หลอมรวมพรสวรรค์ด้านดาบระดับจันทราทั้งสองที่เพิ่งคัดลอกมาเพื่อยกระดับพรสวรรค์ด้านดาบของเขาอีกครั้ง

        “หลอมรวมพรสวรรค์!”

        พรสวรรค์ด้านดาบระดับตะวันเริ่มต้นกระบวนการหลอมรวม

        ผ่านไปกว่าสิบนาทีกระบวนการหลอมรวมเสร็จสิ้น

        ตามที่เย่เทียนคาดไว้ แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะยกระดับพรสวรรค์ด้านดาบระดับจันทราของเขาให้กลายเป็นพรสวรรค์ด้านดาบระดับตะวันด้วยการหลอมรวมพรสวรรค์ด้านดาบระดับจันทราเพียงครั้งเดียวแต่เย่เทียนก็ไม่ได้คัดลอกพรสวรรค์ด้านดาบระดับจันทรามาเพียงหนึ่ง แต่คัดลอกมาถึงสอง

        ลุยกันต่อ!

        ตูม!

        ทันทีที่เริ่มกระบวนการหลอมรวมการเปลี่ยนแปลงก็เริ่มขึ้น!

        ร่างของเย่เทียนเต็มไปด้วยความเจ็บปวดในขณะที่เวลาไหลผ่านไปทีละนิด

        ไม่นาน พรสวรรค์ด้านดาบก็เสร็จสิ้นกระบวนการเปลี่ยนแปลง

        “ตรวจสอบ!”

        [พรสวรรค์ด้านดาบ: ระดับตะวัน]

        เมื่อรวมเอาพรสวรรค์ด้านดาบระดับจันทราของคนอื่นๆเข้าด้วยกันแล้ว ในที่สุดเย่เทียนก็เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง พรสวรรค์ด้านดาบที่แต่เดิมเป็นพรสวรรค์ด้านดาบระดับจันทราตอนนี้มันได้ยกระดับขึ้นกลายเป็นระดับตะวันแล้ว

        หลังจากพักผ่อนอยู่ครึ่งชั่วโมงเย่เทียนก็รีบกลับไปที่ศิลาดาบสวรรค์

        การลอบออกไปและกลับมาของเย่เทียนไม่ได้ทำให้คนอื่นๆเกิดความสงสัยอะไรนัก

        ในสายตาของคนอื่นๆ เย่เทียนอาจจะเพิ่งเคยมาเขตแดนลับดาบสวรรค์เป็นครั้งแรกการกระทำของเย่เทียนคงเป็นเพราะเขาต้องการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบเพื่อดูว่าจะมีโอกาสอื่นอีกหรือไม่แต่พวกเขาคงไม่คิดว่าสิ่งที่เย่เทียนเพิ่งจะทำไปนั้นเป็นเรื่องที่พวกเขาไม่อาจจะจินตนาการได้

        “มาเริ่มกันเลย!”

        เย่เทียนสาวเท้าไปยังหินก้อนหนึ่งจากนั้นก็นั่งลงและเริ่มต้นทำความเข้าใจเต๋าแห่งดาบด้วยความช่วยเหลือของศิลาดาบสวรรค์

        ฟูม!

        ข้อมูลมากมายพุ่งเข้าสู่ห้วงความคิดของเย่เทียนในขณะที่เย่เทียนค่อยๆ กระจ่างถึงเส้นทางวิถีแห่งดาบที่เพิ่มขึ้นทีละน้อย

        เห็นได้ชัดว่าพรสวรรค์ด้านดาบระดับตะวันได้ปรับปรุงความเร็วในการเข้าใจเต๋าแห่งดาบของเย่เทียนเป็นอย่างมากและนี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมเย่เทียนถึงไม่ต้องการเปิดใช้งานพรสวรรค์ด้านความเข้าใจระดับสูงสุดตั้งแต่แรก

        “เปิดพรสวรรค์ด้านความเข้าใจ!”

        ในทันที ความเข้าใจของเย่เทียนเพิ่มมากกว่าเดิมถึง20 เท่า ควบคู่ไปกับความเข้าใจที่เหนือกว่าคนในระดับเดียวกันถึง2 เท่า รวมไปถึงพรสวรรค์ด้านดาบระดับตะวัน ผลลัพธ์ในตอนนี้เพิ่มสูงเสียดฟ้า

        แต่เย่เทียนก็ไม่ได้หยุดแค่นั้น

        “พรสวรรค์ด้านเวลาเร่งความเร็วขึ้นสิบเท่า!”

        เย่เทียนจำกัดขอบเขตของพรสวรรค์ด้านเวลาไว้แค่ตัวเขาดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่คนอื่นๆ จะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของเวลา

        เดิมทีขอบเขตเต๋าแห่งดาบของเย่เทียนยังไม่บรรลุถึง35% การที่เขาสามารถเรียนรู้ทักษะดาบระดับเทพได้ก็เพราะว่าทักษะดาบที่เขาฝึกฝนเกี่ยวข้องกับมิติดังนั้นเขาจึงสามารถเรียนรู้มันได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านข้อกำหนดขั้นต่ำ

        หากเป็นโลกภายนอก การฝึกฝนแค่2-3 วัน ไม่มีทางที่จะสามารถทำให้เต๋าแห่งดาบไปถึง31% ได้

        แต่ตอนนี้ เขารู้สึกว่าเขาจะไปถึงขอบเขตเต๋าแห่งดาบ32% ได้ในไม่ช้าและด้วยความช่วยเหลือของศิลาดาบสวรรค์ ผลลัพธ์ที่ได้ก็ช่างยิ่งใหญ่เกินไปจริงๆ

        วันรุ่งขึ้นเย่เทียนประสบความสำเร็จในการทำความเข้าใจเต๋าแห่งดาบถึง32%

        วันที่สาม 33%

        วันที่สี่ 34%

        วันที่ห้า 35%

        วันที่หก 36%!

        เมื่อเทียบกับความเร็วในการทำความเข้าใจอันน่าอัศจรรย์ของเย่เทียนความเร็วของคนอื่นนั้นช้ากว่ามาก แม้แต่บุตรแห่งสวรรค์คนอื่นๆ ก็ยังไม่เร็วเท่าเย่เทียนไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ได้เป็นอัจฉริยะ แต่หากเทียบกับเย่เทียน เย่เทียนมีข้อได้เปรียบกว่าพวกเขามากมาย

        ในวันที่สิบแปด เต๋าแห่งดาบของเย่เทียนก็มาถึงขอบเขต40%

        ขอบเขต 35% ของเต๋าแห่งดาบนั้นเพียงพอที่จะฝึกฝนทักษะดาบระดับเทพไปจนถึงขั้นต้นและขอบเขต 40% ก็เพียงพอที่จะฝึกฝนทักษะดาบระดับเทพไปจนถึงขั้นกลาง

        แต่สำหรับเย่เทียนนั้นต่างออกไป

        ดาบทำลายล้างดวงดาวเป็นทักษะดาบระดับเทพที่เกี่ยวข้องกับพลังมิติขอบเขตเต๋าแห่งดาบ 40% ก็เพียงพอที่เย่เทียนจะฝึกฝนทักษะดาบระดับเทพไปถึงขั้นสูงสุดได้ไม่ต้องคิดเลยว่าทักษะดาบระดับเทพขั้นสูงสุดนั้นจะน่ากลัวมากแค่ไหน!

        อาจกล่าวได้ว่าพลังการต่อสู้ของเย่เทียนตอนนี้สามารถเข้าสู่บุตรแห่งสวรรค์ระดับ2 ดาราได้ทันทีเมื่อเขาฝึกฝนทักษะทำลายล้างดวงดาวไปจนถึงขั้นสูงสุดแล้ว

        “ต่อกันเลย!”

        จิตใจของเย่เทียนจมดิ่งลงสู่โลกเต๋าแห่งดาบอีกครั้งเขาดูดซับข้อมูลเกี่ยวกับดาบอย่างบ้าคลั่ง

        ด้วยความช่วยเหลือของศิลาดาบสวรรค์บวกกับพรสวรรค์ด้านความเข้าใจระดับสูงสุดและพรสวรรค์ด้านเวลา รวมไปถึงพรสวรรค์ด้านดาบระดับตะวันเย่เทียนสามารถทำความเข้าใจเต๋าแห่งดาบได้อย่างง่ายดาย

        หนึ่งเดือนแห่งการฝึกฝนนี้สามารถพูดได้ว่าการเข้าใจเต๋าแห่งดาบของเย่เทียนเทียบเท่ากับการเรียนรู้ของคนอื่นๆในโลกภายนอกอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายพันปี

        ในชั่วพริบตาเวลาก็ผ่านไปอีกสิบวันเย่เทียนเข้าใจเต๋าแห่งดาบถึงขอบเขต 43% แล้ว เห็นได้ชัดว่ายิ่งความเข้าใจเกี่ยวกับเต๋าแห่งดาบสูงขึ้นแค่ไหนมันก็ยิ่งยากเย็นขึ้นเท่านั้น

        เหลือเวลาอีก 2 วัน ด้วยความเร็วในปัจจุบันของเย่เทียนการบรรลุขอบเขตเต๋าแห่งดาบ 44% ยากที่จะเป็นไปได้ ดังนั้นเย่เทียนจึงเลิกทำความเข้าใจเต๋าแห่งดาบแต่หันไปทำความเข้าใจทักษะดาบทำลายล้างดวงดาวแทน

        ด้วยความช่วยเหลือของศิลาดาบสวรรค์เป็นผลให้เย่เทียนเรียนรู้ทักษะดาบระดับเทพ ดาบทำลายล้างดวงดาวได้อย่างรวดเร็ว

        สองวันผ่านไปในชั่วพริบตาความเข้าใจของเย่เทียนเกี่ยวกับดาบทำลายล้างดวงดาวนั้นพัฒนาขึ้นอย่างมาก แต่ยิ่งความเข้าใจสูงขึ้นมากเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องใช้เวลามากขึ้นเท่านั้นจึงจะสามารถเลื่อนระดับทักษะดาบทำลายล้างดวงดาวไปถึงขอบเขตระดับสูงสุดได้

        “หมดเวลาแล้ว!ทุกคนออกจากเขตแดนลับดาบสวรรค์ทันที!”

        เสียงไร้อารมณ์ดังก้องกังวานไปทั่วเขตแดนลับดาบสวรรค์

        ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหมดหยุดการฝึกฝนด้วยใบหน้าที่ไม่เต็มใจนัก

        ทุกคนต้องการที่จะใช้ศิลาดาบสวรรค์ในเขตแดนลับดาบสวรรค์ต่อไปแต่เห็นได้ชัดว่าเป็นไปไม่ได้

        หนึ่งเดือนคือขีดจำกัด และไม่มีใครที่มีสิทธิ์พิเศษมากไปกว่านี้

        เย่เทียนลืมตาขึ้น ความเสียดายปรากฏขึ้นบนใบหน้าเขา

        หากเขามีเวลามากพอ เขาย่อมสามารถทำความเข้าใจเต๋าแห่งดาบไปจนถึงขอบเขต50% ได้ หากเป็นเช่นนั้นทักษะดาบทำลายล้างดวงดาวของเขาก็จะสามารถฝึกฝนได้จนถึงขั้นสมบูรณ์แบบ

        อย่างไรก็ตาม เขาต้องจากไปทำได้เพียงรอคอยให้เขตแดนลับดาบสวรรค์เปิดออกในครั้งต่อไป

        วูซ!

        เย่เทียนผละตัวออกจากศิลาดาบสวรรค์ไม่นานเขาก็ผ่านประตูทองสัมฤทธิ์ขนาดยักษ์ออกสู่โลกภายนอก

        ทันใดนั้น จักรพรรดิอัสนีก็ตะโกนเรียกเย่เทียน

        “จักรพรรดิหมื่นสวรรค์รอก่อน!”

        “จักรพรรดิอัสนีมีอะไรหรือไม่?” เย่เทียนถามออกไปด้วยความสงสัย

        “จักรพรรดิหมื่นสวรรค์ฉันพบซากโบราณสถานแห่งหนึ่งในกาแล็กซีทางช้างเผือก ฉันต้องการชวนบุตรแห่งสวรรค์สองสามคนไปสำรวจด้วยกันว่ากันว่ามันเป็นวิหารแห่งเต๋าของเทพที่แท้จริงโบราณ บางทีอาจจะมีสมบัติที่ยอดเยี่ยมเหลือทิ้งไว้มากมายคุณสนใจหรือไม่?” จักรพรรดิอัสนีกล่าวเชิญชวน

        “ต้องขอโทษด้วยผมไม่สนใจ!”

        เย่เทียนปฏิเสธทันที

        เขาไม่คุ้นเคยกับจักรพรรดิอัสนีหากคนพูดนี้มีเจตนาร้าย บางทีเขาอาจต้องตกหลุมพราง

        นอกจากนี้เย่เทียนยังเหลือเวลาอีกเพียง3 ปีก่อนจะกลับสู่โลกเขาไม่มีเวลามากพอที่จะออกไปท่องจักรวาล อีกทั้งการเปิดขึ้นของโบราณสถานเช่นนี้ปกติมักแฝงไปด้วยอันตรายถึงชีวิต!

        “ถ้าคุณเปลี่ยนใจติดต่อฉันได้ผ่านโลกเสมือนจริงนะ!”

        จักรพรรดิอัสนีกล่าวอีกครั้ง

        “อืม!”

        เย่เทียนตอบอย่างไม่ใส่ใจและหันหลังจากไปอย่างรวดเร็ว

        จักรพรรดิอัสนีมองไปยังทิศทางที่เย่เทียนจากไปดวงตาของเขาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเฉยเมย “ฮึ่ม เขาปฏิเสธฉันง่ายๆ เลย!”

        วูซ!

        จักรพรรดิเฟิงซวีปรากฏตัวขึ้นและพูดด้วยรอยยิ้ม“อะไรกัน! คุณต้องการขุดหลุมฝังจักรพรรดิหมื่นสวรรค์อย่างนั้นหรือ? คราวก่อนคุณก็ไปที่นั่นพร้อมกับบุตรแห่งสวรรค์3 คน แต่กลับกลายเป็นว่าคุณรอดกลับมาได้เพียงคนเดียวและยังได้รับบาดเจ็บสาหัสคุณยังไม่ตัดใจอีกหรือ? พวกเราไม่ไปกับคุณ คุณก็เลยหลอกล่อหน้าใหม่ระวังเถอะ หากคนอื่นรู้เข้า พวกเขาจะกลายเป็นศัตรูกับคุณ!”

        “จักรพรรดิเฟิงซวีถ้าคุณไม่ไปก็อย่าสร้างปัญหา!”

        จักรพรรดิอัสนีพ่นลมหายใจออกมาอย่างเย็นชา

        ในความเป็นจริงเขาไม่ได้ต้องการที่จะขุดหลุมฝังศพผู้อื่นแต่โบราณสถานแห่งนั้นอันตรายอย่างมากถ้าไปที่นั่นคนเดียว แต่ด้วยความร่วมมือจากบุตรแห่งสวรรค์คนอื่นมันอาจจะสามารถหลีกเลี่ยงอันตรายบางอย่างได้

        ตัวเขานั้นมีแผนที่โบราณสถานที่สมบูรณ์อยู่ในขณะที่คนอื่นไม่มี ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะมีโอกาสรอดมากกว่าคนอื่นๆ

        การร่วมมือกันสำรวจเป็นเรื่องปกติสำหรับบุตรแห่งสวรรค์ด้วยกัน

        น่าเสียดายที่เย่เทียนระวังตัวมากกว่าที่เขาคิด!

        อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จักรพรรดิอัสนีไม่รู้ก็คือเย่เทียนที่อยู่ห่างออกไปมองย้อนกลับมาและกล่าวด้วยสีหน้าเยาะเย้ย “จักรพรรดิอัสนีดูเหมือนว่าเขาต้องการจะหลอกล่อเรา ยังดีที่เรามีพรสวรรค์การตรวจจับความดีและความชั่วคนผู้นี้มีเจตนาร้าย เราต้องอยู่ให้ห่างจากเขาในอนาคต!”

        ไม่นานเย่เทียนก็ใช้อุปกรณ์เคลื่อนย้ายของเมืองแม่น้ำโลหิตกลับไปยังเมืองฉินเฟิงอย่างรวดเร็ว

คล้ายกับเรื่องระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】 ที่คุณอ่าน