และตอนนี้เองที่เขาได้รู้ว่าแสงสีแดงที่มองเห็นได้ชัดเจนว่ากระพริบอยู่ในลาวานั้นแท้จริงแล้วคือดวงตาของงูหลามเพลิงตัวนี้นี่เอง
“มันกลับกลายเป็นงูหลามเพลิง ด้วยร่างกายที่ใหญ่โตและความแข็งแกร่งของมันย่อมทำให้ข้าขัดเกลาเพลงดาบได้อย่างดีแน่นอน!"ดวงตาของ เทียนฉินหรี่ลงเล็กน้อยและเกราะมังกรสีดำถูกเรียกออกมาเพื่อปกป้องร่างกายของเขา ก่อนจะพริ้วหลบงูหลามเพลิงตัวนั้น
ฟ่อ!
งูหลามเพลิงขู่ร้องออกมาอย่างโกรธแค้นที่มันโจมตีพลาดจนไปชนเข้ากับโขดหินที่อยู่ด้านข้างแทน ดวงตาสีแดงของมันแฝงด้วยความอาฆาต จากนั้นมันก็วกกลับแล้วพุ่งตรงมาทางเทียนฉินราวกับลูกศรที่แหลมคมอย่างรวดเร็ว
ตู้ม!
เทียนฉินตอบสนองอย่างฉับไววาดดาบเข้าปะทะกับมันอย่างรุนแรง แต่แทนทีมันจะหวาดกลัวกลับตวัดหางราวกับแส้เข้าใส่ด้านหลังอย่างรุนแรง
แน่นอนว่าหางของงูหลามเพลิงไม่อาจจะสร้างบาดแผลให้กับเทียนฉินได้ เพราะเขามีเกราะมังกรสีดำคอยป้องกันอยู่ แต่ถึงอย่างนั้นแรงกระแทกของหางงูหลามเพลิงตัวนั้นก็ส่งเทียนฉินให้กระเด็นออกไปหลายก้าว
เทียนฉินกระทืบเท้าของเขาลงที่พื้นอย่างแรงเพื่อหยุดไม่ให้ตนเองนั้นกระเด็นไปไกลมากกว่านี้ ดวงตาทั้งสองข้างของเขาจ้องมองไปที่งูหลามเพลิงตัวนั้นอย่างไม่กระพริบตา
แต่งูหลามเพลิงตัวนั้นไม่ยอมให้เขาได้ตั้งหลักได้ มันพุ่งเข้าใส่พร้อมกับแยกเขี้ยวอันแหลมคมหมายจะขย้ำให้จมเขี้ยว
เพลิงโลกันตร์สีดำถูกเทียนฉินขับเคลื่อนออกมาปกคลุมที่ดาบเพลิงสุริยาอย่างเต็มที่ เมื่อได้ระยะที่พอเหมาะเทียนฉินจึงออกกระบวนท่าออกไปอย่างรวดเร็ว
"เฉือนนภา!"
เปลวเพลงสีดำแฝงความเย็นยะเยือกพวยพุ่งเข้าใส่ปากงูหลามเพลิงนั้นอย่างไม่รู้จบ งูหลามเพลิงไม่ได้รู้ถึงอำนาจของเพลิงโลกันตร์ มันยังพุ่งเข้าใส่พร้อมกับขู่ออกมาอย่างน่ากลัว
ถึงแม้ว่างูหลามเพลิงตัวนี้จะเป็นเพียงสัตว์อสูรที่ถูกสร้างขึ้นมาจากพลังวิญญาณ แต่สัญชาตญาณของมันก็ยังมีอยู่บ้าง เมื่อสัมผัสเข้ากับเพลิงโลกันตร์อันเยือกเย็น มันก็รีบม้วนตัวใช้เกร็ดเพลิงสีแดงเข้าปะทะแทนทันที
เปรี้ยง!
เสียงกระทบกันของเพลิงโลหะกับเกล็ดเพลงของงูหลามดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว และเป็นงูหลามเพลิงตัวนั้นเองที่ปลิวกระเด็นลอยออกไปไกล
ดวงตาสีแดงกล่ำสองดวงของงูหลามเพลิงจ้องมาทางเทียนฉินอย่างดุร้าย พร้อมทั้งส่งเสียงขู่และคำรามออกมาด้วยความโกรธแค้น
ตู้ม!
ในชั่วพริบตาทั้งเทียนฉินและงูหลามเพลิงก็พุ่งทะยานเข้าหากันอีกครั้ง เทียนฉินอาศัยท่าร่างอันว่องไวหลบหลีกพร้อมกับออกกระบวนท่าจู่โจมเข้าไปอย่างต่อเนื่อง
ด้วยพลังปราณที่สามารถฟื้นฟูได้ตลอดเวลาจากทักษะแก่นแท้เบญจธาตุ รวมถึงกระบวนท่าต่างๆที่ผสมผสานเข้ากับแก่นแท้ทั้งสามธาตุ ทำให้งูหลามเพลิงตัวนั้นต้านทานต่อไปอีกไม่ไหว เกล็ดเพลิงบนหัวของมันก็แตกออกและมีเลือดไหลทะลักออกมา
ฟ่อ!
งูหลามเพลิงกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บแค้นและร่องรอยของความกลัวก็ปรากฏขึ้นในดวงตาที่ดุร้ายของมัน แต่มีหรือที่เทียนฉินจะให้โอกาสแก่งูหลามเพลิง ร่างกายทั้งหมดถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีดำสลับกับสีส้มอย่างสวยงาม ก่อนจะจ้วงแทงเข้าใส่เกร็ดที่แตกร้าวนั้นอย่างไม่ใจอ่อน
"ทะลดารา!"
ทันทีที่ดาบเพลิงสุริยาเสียบแทงเข้าซ้ำที่รอยแผลนั้น หัวของงูหลามเพลิงก็ราวกับแตงโมที่หล่นลงพื้น เลือดและสมองสีแดงผสมสีขาวก็กระจายออกมาจนส่งกลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้งไปทั่ว
บูม!
"เจ้ารีบร่ายเคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคีเดี๋ยวนี่เลย!"หลงยู่หมิงกล่าวร้องออกมาอย่างเร่งรีบ
"ทำไมหรอหรือผู้อาวุโสหลง?"เทียนฉินยืนมองซากงูหลามเพลิงตัวนั้นที่ยังดิ้นอยู่ก่อนเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"เอาเถอะหน่า! เจ้ารีบทำตามที่ข้าบอกก่อนแล้วกัน!"หลงยู่หมิงกล่าวกำชับมาอีกรอบอย่างร้อนลน
"ก็ได้!"เทียนฉินพยักหน้าอย่างรู่เรื่องก่อนจะนั่งลงร่ายเคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคีออกมาอย่างไม่รอช้า
ทันทีที่เขาร่ายเคล็ดวิชาจิตมังกรอัคคี พลังวิญญาณที่กำลังจะสลายจากร่างของงูหลามเพลิงตัวนั้น ก็ถูกฉุดรั้งดึงเข้าสู่ร่างกายของเทียนฉินอย่างรวดเร็ว ในเวลานี้เองที่เทียนฉินได้เข้าใจแล้วว่า ที่หลงยู่หมิงแสดงอาการร้อนลนเช่นนี้ เพราะอยากให้เขาได้ซึมซับพลังวิญญาณเหล่านี้นี่เอง
"ข้าขอบใจอาวุโสหลงมากที่ช่วยบอกให้ข้าได้ซึมซับพลังวิญญาณพวกนั้นได้ทัน"เทียนฉินเอ่ยออกมาด้วยความซาบซึ้งหลังจากที่เขาซึมซับพลังวิญญาณพวกนั้นหมดแล้ว
"ไม่เป็นไรหรอก! แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้นเอง!"
หลงยู่หมิงกล่าวออกมาด้วยความเอ็นดู หลังจากที่ได้เข้ามาอาศัยอยู่ในร่างเทียนฉินได้ระยะหนึ่งแล้ว เขาก็รู้สึกชื่นชมในพรสวรรค์ของเทียนฉินรวมถึงนิสัยใจคอของเขาที่นอบน้อมเป็นอย่างมาก
จึงทำให้หลงยู่หมิงเริ่มยอมรับแล้วว่าเด็กหนุ่มคนนี้เหมาะสำหรับสืบทอดสายเลือดอันศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าพันธุ์เขาจริงๆ อีกทั้งยังยอมรับแล้วว่าเทียนฉินนั้นเปรียบเสมือนลูกศิษย์ของเขาแล้ว จึงบอกทุกสิ่งทุกอย่างที่เขารู้ให้เทียนฉินอย่างไม่ลังเล
แต่ทว่ายังไม่ได้ทันจะดีใจกับสิ่งที่ตนเองได้รับมา พื้นดินที่เขายืนอยู่ก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณ ภูเขาน้อยใหญ่ต่างเริ่มพังทะลายลงมาเรื่อยๆ เศษหินเศษดินปลิวว่อนราวกับโดนระเบิด
"ซวยแล้วไง!"
เทียนฉินร้องอุทานออกมาอย่างตื่นตระหนก ภาพที่ปรากฏตรงหน้าเขาคืองูหลามเพลิงหลายขนาด พุ่งทะยานออกมาจากโพลงทั้งหลายแหล่ที่อยู่บนภูเขาราวกับสายฝนที่โปรยลงมา
แต่สิ่งที่ทำให้เทียนฉินถึงกับใจสั่นจนเก็บอาการไม่อยู่ ก็คืองูหลามตัวใหญ่มหึมาสีแดงเพลิงที่อยู่ด้านบนสุดนั้นต่างหาก เกล็ดของมันลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีแดง ดวงตาสีแดงกล่ำทั้งสองข้างที่จ้องมาทำให้จิตวิญญาณของผู้คนสั่นสะท้าน แต่จุดที่เด่นที่สุดของมันก็คือหงอนสีดำที่งอกออกมาตรงกลางระหว่างตาทั้งสองข้าง
"ราชางูหลามเพลิง!"หลงยู่หมิงอุทานออกมาอย่างตกใจเหมือนกัน
"ท่านรู้จักมันด้วยหรือ?"เทียนฉินถามออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ในอดีตมันเคยเป็นบริวารของข้ามาก่อน แต่ตอนนี้ดูเหมือนมันคงไม่มีความนึกคิดอันใดอีกแล้ว!"หลงยู่หมิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวด
หึ!
"ตาข่ายฟ้า!"
ทันทีที่เทียนฉินได้สัมผัสถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา เขาไม่รีรอเลยที่จะปลดปล่อยกระบวนท่าออกมาอย่างรวดเร็ว
ฉั้บ! ฉั้วะ!
งูหลามเพลิงขนาดเล็กบางตัวถูกเทียนฉินฟันขาดอย่างง่ายได้ แต่นี่ไม่เรื่องที่น่ายินดีอะไรเลยเพราะงูหลามเพลิงที่เหลือต่างมีขนาดไม่ต่างไปจากงูหลามเพลิงตัวแรกที่เทียนฉินสังหารไปแม้แต่น้อย
เกล็ดสีดำถูกเรียกออกมาป้องกันอีกครั้ง พร้อมกับมังกรเพลิงสองสีที่ลอยอยู่ด้านหลัง เทียนฉินรู้สถานการณ์ดีว่านี่คงเป็นศึกครั้งใหญ่สำหรับตัวเขาอย่างแน่นอน จึงขับเคลื่อนพลังปราณออกมาอย่างสุดขีด พร้อมกับใช้แก่นแท้ทั้งสามธาตุไม่ว่าจะเป็นธาตุไฟ ธาตุน้ำและธาตุพิษ ต่างถูกผสานรวมเข้ากับเปลวเพลิงทั้งสองชนิดอย่างรวดเร็ว
เปรี้ยง!
ดาบเพลิงสุริยาถูกวาดเข้าใส่หัวของงูหลามเพลิงตัวหนึ่งเต็มแรงจนมันกระเด็นปลิวกลับไป แต่งูหลามเพลิงอีกตัวก็พุ่งมาถึงเทียนฉินเสียแล้ว
ตู้ม!
ปากของมันอ้างับที่หัวไหล่ของเทียนฉินอย่างไม่ทันตั้งตัว แต่คมเขี้ยวของงูหลามเพลิงหรือจะแข็งแกร่งกว่าเกล็ดของมังกรได้ เทียนฉินเซถลาถอยหลังสองสามก้าว ก่อนที่เขาจะกัดฟันระงับความเจ็บปวดจ้วงแทงดาบเพลิงสุริยาเข้าที่ใต้คอของงูหลามเพลิงตัวนั้นสุดแรง
ฉึ้บ!
ดาบเพลิงสุริยาถูเสียบเข้าไปจนเกือบมิดด้าม เลือดสีแดงข้นทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก เทียนฉินไม่รอชื่นชมผลงานรีบดึงดาบออกมาฟาดฟันเข้าใส่ตัวที่เหลืออย่างรวดเร็ว
"ใต้ท้องของมันทำลายได้ง่ายกว่าสินะ!"
หลังจากที่ได้รู้ถึงจุดอ่อนของงูหลามเพลิงพวกนี้ เทียนฉินก็จัดการฟาดฟันออกไปพร้อมกับหลบหลีกอย่างชำนาญ งูหลามเพลิงตัวแล้วตัวเล่าถูกสังหารลงไปไม่ใช่น้อย
เทียนฉินหลบหลีกพลางร่ายทักษะแก่นแท้เบญจธาตุออกมาฟื้นฟูอยู่ตลอดเวลา หน้าตาผมเผ้าของเขาตอนนี้ล้วนเปรอะปนไปด้วยเลือดของงูหลามเพลิง เขาไม่ได้สนใจกับมันเลยสักนิดวาดดาบออกไปอย่างไม่มีหยุดยั้ง
แต่ทว่าในชั่วขณะนั้นเองที่ประสาทรับรู้ของเทียนฉินก็ได้สัมผัสถึงกระแสลมที่พัดผ่านตัวดาบจากการฟาดฟันในแต่ละครั้ง คมดาบที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงทะลุทะลวงฟาดฟันใส่ร่างงูหลามเพลิงนั้นอย่างคล่องแคล่ว
สิ่งที่อยู่รอบกายของเทียนฉินเปลี่ยนเป็นเคลื่อนไหวไปอย่างเชื่องช้าราวกับว่าพวกมันถูกใยแมงมุมเกาะกุมไว้ แต่เพลงดาบของเขากลับกลายเป็นดุดันว่องไวจนไม่อาจจะหลบหลีกได้ทัน
"ข้าสำเร็จเพลงดาบถึงขั้นผสานกายแล้ว!"
จบตอนที่ 78