บทที่ 12 ชุดเกราะราคาเท่าไหร่
ร็อบบ์กล่าวเสียงติดจะรำคาญ “ฉันบอกว่าหยุดจ้องแล้วตอบคำถามมาสักทีได้ไหม! ชุดเกราะนี้ราคาเท่าไหร่”
ชายหนุ่มไม่รู้ว่าระบบเงินในโลกนี้เป็อย่างไร แต่สุดท้ายมันก็เปลี่ยนไปตามเซิร์ฟเวอร์ต่าง ๆ ของเกม
“เอิ่ม?” พ่อค้าสะบัดหน้าให้หลุดจากภวังค์ และพูดอย่างจริงจังว่า “ขออภัย ฉันแค่รู้สึกทึ่งเพราะเกราะหนังันี่ยอดเยี่ยมมาก... โอ้ สาบานได้เลยว่าไม่เคยเห็นงานที่ประณีตเช่นนี้มาก่อนในชีวิต อย่างน้อย ๆ นี่คงจะเป็ฝีมือของผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องหนัง…”
ร็อบบ์คิดกับตัวเอง ‘พ่อค้าคนนี้ค่อนข้างฉลาดหลักแหลม แต่ก็เป็เพียงพ่อค้าตัวเล็ก ๆ เกรงว่าคงไม่ได้เห็นโลกมากนัก เห็นได้ชัดว่านี่เป็ผลงานของระดับปรมาจารย์! แต่เขากลับบอกว่ามันเป็ฝีมือของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น มันจบแล้ว! เขาคงเข้าไม่ถึงไอเทมชั้นยอดไหน ๆ ในโลกนี้ได้อีกแล้ว…’
ร็อบบ์เคาะโต๊ะและพูดว่า “คุณพูดถูกครึ่งหนึ่ง ชุดเกราะนี้แท้จริงแล้วคือผลงานระดับผู้เชี่ยวชาญหรือสูงกว่านั้น แต่พูดให้ถูกคือมันถูกสร้างโดยปรมาจารย์ด้านเครื่องหนัง”
“ร... ระ... ระดับปรมาจารย์?” พ่อค้าตื่นตระหนกจนคางแทบฟุบลงกับโต๊ะ มีปรมาจารย์ด้านเครื่องหนังเพียงสองหรือสามคนในโลกนี้ ซึ่งเป็เื่ยากที่นักบวชโรเบิร์ตจะควักแผ่นหนังเปล่าเพื่อทำเป็เกราะภายในเวลาไม่กี่นาที
ร็อบบ์พูดอย่างหน่าย ๆ “เอาล่ะ ตอนนี้ราคาเท่าไหร่”
พ่อค้าปาดเหงื่อออกจากหน้าผาก “แม้ว่าช่างทำเครื่องหนังระดับปรมาจารย์จะสร้างมันขึ้นมา แต่วัสดุคือหนังัหยกมณี มันไม่ใช่วัสดุชั้นยอด แม้จะดีกว่าหนังหมูป่าหรือกิ้งก่า แต่ก็ด้อยกว่าหนังั หนังบิฮีมอท หนังเสือดาว หรือมอนสเตอร์ตัวอื่น ๆ ดังนั้นมันก็ไม่ได้เป็ของชั้นยอดที่ทำเงินสูงขนาดนั้น”
ร็อบบ์พยักหน้า “ก็จริง”
พ่อค้ากล่าวต่ออีกว่า “พวกคนรวยไม่ค่อยนิยมซื้อ ซึ่งต่างกับหมู่ขุนนางฐานะปานกลางกับนักผจญภัยบางคนที่ไม่ได้มีเงินมากมาย และถ้าเกราะหนังสลักชื่อผู้ทำ มันก็พิสูจน์ได้ว่าช่างทำเครื่องหนังมีชื่อเสียงคนใดเป็ผู้สร้าง และมันก็ควรค่าแก่มูลค่าห้าร้อยเหรียญทอง”
ร็อบบ์ขัดขึ้น “คุณไม่ต้องมองหาเขาหรอก คนที่ทำชุดเกราะนี้ไม่ใช่ช่างทำเครื่องหนังชื่อเสียงเลื่องลือ แต่เป็คนที่มีบุคลิกแปลก ๆ ที่ไม่ชอบยุ่งกับผู้อื่น เขาไม่ทิ้งสัญลักษณ์ใด ๆ ไว้บนชุดเกราะหนังเลย”
“โอ้ เกราะนิรนาม งั้นมันก็มีค่ามากสุดแค่สองร้อยเหรียญทองเท่านั้นแหละ” พ่อค้ายังพูดต่ออีกว่า “อืม… บางทีสองร้อยเหรียญทองอาจขายไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะผู้ซื้อจะสงสัยว่าเป็ฝีมือของปรมาจารย์ด้านเครื่องหนังจริง ๆ รึเปล่า คุณรู้ไหม คนทั่วไปสามารถตีมูลค่าสิ่งของว่าดีหรือแย่โดยดูว่าใครเป็คนสร้าง พ่อค้าอย่างฉันยังได้แต่มองว่าเ้าเกราะนี่เป็ผลงานระดับผู้เชี่ยวชาญ แต่ก็ดูไม่ออกว่าเป็ฝีมือระดับปรมาจารย์คนใด… ฉะนั้น…”
“เข้าใจแล้ว” ร็อบบ์ยิ้ม “ระหว่างพูดคุยกันไปมากมาย คุณคงตั้งราคาไว้ในใจแล้ว หรือก็คือ้ากดราคาลงกึ่งหนึ่ง แล้วซื้อไปขายที่เมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์ในราคาที่มากกว่าเท่าตัว”
พ่อค้าหน้าแดงจัด “ขออภัย นี่เป็เื่ปกติของพ่อค้า”
ชายหนุ่มถามเสียงเรียบ “แล้วคุณ้าซื้อเท่าไหร่”
คนฟังหัวเราะแก้เขินสองสามครั้ง “หนึ่งร้อยเหรียญทอง”
ร็อบบ์โต้กลับอย่างสบาย ๆ “จากนั้นคุณก็นำไปขายในเมืองสักสองร้อยเหรียญทองและได้กำไรมาหนึ่งร้อยเหรียญทอง เป็ธุรกิจที่ไม่เลวนี่”
พ่อค้าหน้าแดงแจ๋แล้ว “คุณโรเบิร์ต มันก็ต้องมีค่าขนส่งด้วยไม่ใช่เหรอ? ถ้าไม่แบกไปขายที่เมืองหลวงด้วยตัวเอง คุณก็ต้องไปเร่ขายตามทาง มันเสียเวลากว่าไม่ใช่เหรอ”
เมื่อพูดเช่นนี้ เขาก็มองท่าทีของร็อบบ์ด้วยความรู้สึกผิด ในใจก็นึกไปว่า …ดูเหมือนว่าเ้าหนุ่มตรงหน้าจะเรียกราคาที่ถูกกว่านี้อีก!
อย่างไรก็ตาม ร็อบบ์ไม่ได้ทำเช่นนั้น แม้ว่าจะเยาะเย้ยพ่อค้าที่ทำเงินได้มากมาย แต่ไม่ได้ตั้งใจจะต่อรองราคาอีกต่อไป สำหรับเขาแล้ว เกราะหนังัชนิดนี้ไม่ได้ล้ำค่าเพียงนั้น เขาี้เีเกินกว่าจะมานั่งเสียเวลาอันมีค่ากับสิ่งเล็กน้อยเช่นนี้ เอาเวลาไปอยู่เฉย ๆ ไม่ดีกว่าเหรอ~
ชายหนุ่มพูดห้วน ๆ ว่า “จะบอกอะไรให้นะ ถ้าคุณให้เหรียญทองหนึ่งร้อยเหรียญกับสาวน้อยคนนี้กับฉัน …เกราะหนังันี่จะเป็ของคุณ”
“อ๊ะ? ไม่ได้พูดเล่นใช่ไหม!” พ่อค้ารู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่งและรีบกล่าวว่า “มติเป็เอกฉันท์!!”
ดูเหมือนเขากลัวว่าร็อบบ์จะเปลี่ยนใจ จึงโบกมือเป็พัลวันให้คนรับใช้รีบนำหญิงสาวตัวเล็ก ๆ คนนั้นออกมา และเธอก็รีบวิ่งไปที่ด้านหลังชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว!
[ร็อบบ์ได้รับสาวใช้]
ชายหนุ่มหันไปมองหญิงสาว เห็นได้ชัดว่าเธอรู้สึกโล่งใจ อีกทั้งดวงตาคู่ใสยังเต็มไปด้วยความสุข ดูเหมือนจะพอใจมากที่ร็อบบ์ซื้อตัวเองไป
ร็อบบ์พบว่าตัวตนของนักบวชในโบถส์แห่งแสงนั้นมีประโยชน์จริง ๆ แม้แต่การซื้อคนรับใช้ก็ทำให้คนคนนั้นมีความสุข ในอนาคต เขาอาจจะต้องรักษาภาพลักษณ์นี้ไว้โดยไม่จำเป็ต้องเปิดเผยตัวตน
พ่อค้าเดินกลับไปที่ห้องและหยิบถุงใบหนึ่งวางลงตรงหน้าร็อบบ์ เมื่อเปิดออกก็พบว่าข้างในเต็มไปด้วยเหรียญทอง "ทั้งหมดนี่หนึ่งร้อยเหรียญทอง ลองนับดูสิ"
“ไม่ต้องหรอก” ร็อบบ์บอกปัดอย่างไม่ใส่ใจ เขาเก็บถุงเงินมาและยกยิ้มมุมปาก “ฉันไม่คิดว่าคุณจะกล้าเล่นลูกไม้หรอก …ใช่ไหม?”
“ไม่มีใครกล้าโกงคุณนักบวชหรอกครับ!”
“อืม ข้อตกลงเป็ที่น่าพอใจ” ร็อบบ์หยัดกายขึ้นและพูดว่า “ฉันจะกลับไปที่โบสถ์ และเดาว่าคุณคงหาเงินได้มากมายจากเมืองหลวงศักดิ์สิทธิ์นั่นแน่ โชคดี”
พ่อค้าตอบ “คุณโรเบิร์ต ฉันไม่เข้าใจว่าคุณ... เอ่อ คุณสร้างเกราะหนังัในห้องเล็ก ๆ ได้ยังไง หนังับินม้วนใหญ่นั่นหายไปไหน แล้วยังใช้เวลาไม่กี่นาทีอีก…”
ร็อบบ์ลดเสียงลงและพูดอย่างมีเลศนัย “ฉันจะบอกคุณแค่คนเดียวนะ อย่าไปบอกคนอื่นล่ะ ตอนที่เข้าไปในห้องน่ะ ฉันใช้ม้วนคัมภีร์เคลื่อนย้ายเพื่อเทเลพอร์ตออกไปร้อยไมล์ และได้พบเพื่อนระดับปรมาจารย์ด้านเครื่องหนัง ฉันเลยเอาหนังับินให้ จากนั้นเขาก็มอบเกราะหนังันี่ให้ฉัน เื่มันก็เท่านี้”
“โอ้ เข้าใจแล้ว” แววตาของพ่อค้าลุกเป็ไฟอีกครั้ง “อืม... คุณช่วยไปหาเขาอีกได้ไหม ฉัน... ฉันยินดีจ่ายไม่อั้น!”
ร็อบบ์หัวเราะเสียงดัง “ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเขาแหละนะ จะบอกอะไรให้ เขาเป็คนที่ี้เีมากและไม่ชอบเื่ไร้สาระพวกนี้เท่าไหร่”
“จริงเหรอ ว้า น่าเสียดายจัง…”