[กลางป่าทึบ]
ชานนท์ยืนมองสภาพอันทุรนทุรายของเหมันต์ด้วยความรู้สึกที่สับสนเพราะความจริงแล้วชานนท์ไม่ได้คิดที่จะมุ่งหมายเอาชีวิตเหมันต์อย่างที่ปากพูดเลย
“อ่าห์อ๊าก”
ชานนท์รู้สึกเวทนาสงสารเหมันต์ขึ้นมาจับใจเมื่อเขาเห็นเหมันต์กอดตัวเองและร่ำร้องด้วยท่าทางเ็ปทุกข์ทรมานจากาแที่ชานนท์เป็คนสร้างขึ้น
“เหมันต์?”
ชานนท์เดินขาสั่นเข้าไปหาเหมันต์เพื่อหวังจะช่วยพยุงลุกขึ้นแต่เมื่อเขาเห็นเขี้ยวขาวยาวเฟื้อยเลยริมฝีปากของเหมันต์ออกมาเขาก็เกิดความลังเลเพราะความกลัว
“ทำไงดีวะ?ถ้าเกิดว่าเราช่วยมันจะลุกขึ้นมากัดคอเราไหมนะ?”
ชานนท์เริ่มมือไม้สั่นเพราะเขาทั้งกลัวและใในเวลาเดียวกันที่สำคัญเขาไม่รู้เลยว่าในสถานการณ์แบบนี้เขาควรจะจัดการอะไรก่อนดีและในขณะที่ชานนท์กำลังยืนลังเลอยู่นั้น เหมันต์ก็เริ่มทุรนทุรายรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
“อ๊ากอ่าห์ ทรมานเหลือเกิน อ๊าก”
ชานนท์เบิกตากว้างด้วยความใสุดขีดเมื่อิัของเหมันต์เริ่มเปื่อยยุ่ยและค่อย ๆ หลุดออกมาทีละนิดทีละหน่อยอย่างน่าสยดสยอง
“แย่แล้วเราจะปล่อยให้เหมันต์ทรมานอยู่แบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว เราต้องช่วยเขาอย่างน้อยเขาก็คือผู้มีพระคุณ เพราะถ้าไม่ได้เขาป่านนี้เราอาจจะกลายเป็ิญญาไปแล้วก็ได้”
ชานนท์ตัดสินใจย่อตัวนั่งลงข้าง ๆ ร่างของเหมันต์และช่วยพยุงเหมันต์ลุกขึ้นอย่างเบามือ
"นายบอกมาสิว่าจะให้ฉันช่วยยังไง นายถึงจะหายทรมาน”
ชานนท์ถามเหมันต์เสียงสั้น ก่อนที่เขาจะรีบก้มหน้ามองพื้นอย่างสำนึกผิด แต่เหมันต์ก็ไม่ยอมปริปากพูดอะไรกับชานนท์เลย นอกจากจากจ้องมองต้นคอของชานนท์ด้วยท่าทางหิวกระหาย
"อ่าห์! ข้าหิว!"
ชานนท์เริ่มร้อนรนเมื่อเหมันต์มีท่าทางเปลี่ยนไปเพราะดวงตาที่จ้องมองมายังต้นคอของเขานั้นเต็มไปด้วยประกายสีแดงเื
"เหมันต์? น ...นาย จ ...ทำอะไร?"
ชานนท์ร่นถอยหลังหนีเมื่อเหมันต์เคลื่อนริมฝีปากสีแดงสดเข้ามาใกล้ลำคอของเขามากขึ้นเรื่อยๆ
"เื!!"
เหมันต์บอกความ้าของเขาเสียงเยือกเย็นจนคนฟังถึงกับเสียวสันหลังวาบ
"เื!!!”
ชานนท์ทวนคำของเหมันต์ด้วยความใในขณะที่เขายังคงพยายามร่นถอยหลังออกห่างจากรัศมีอันตรายไปเรื่อย ๆจนแผ่นหลังของเขาชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่อีกต้น
ตึก!
“ฉิบหาย! กูเจอทางตันแล้ว ตายแน่เลยคราวนี้”
ชานนท์สบถคำหยาบสดุดีให้กับตัวเองออกมาเบาๆ ก่อนที่เขาจะพยายามตั้งสติให้มั่นคง และเฉไฉชวนเหมันต์คุย
“เออ! ใช่ ๆ เื”
ชานนท์ชี้นิ้วขึ้นฟ้าเป็สัญลักษณ์บอกว่าเขารู้และเข้าใจความ้าของเหมันต์แต่ดูเหมือนเหมันต์จะไม่สนุกไปกับมุกตื้น ๆ ของชานนท์เลยเพราะเหมันต์แยกเขี้ยวเล็งไปยังลำคอขาวของชานนท์แล้วซึ่งตอนนี้เส้นเืใหญ่ที่วิ่งผ่านลำคอขาวนั้นกำลังฟูฟ่องโผล่นูนดันิัออกมาโชว์เรียกน้ำย่อยของเหมันต์พอดี
“หยุด!”
ชานนท์หันนิ้วชี้ของตัวเองพุ่งไปด้านหน้าระดับสายตาเพื่อบอกให้เหมันต์หยุดความคิดของเขาและทันทีที่เหมันต์หยุด ชานนท์ก็ไม่รอช้า เขารีบยื่นถุงต้มเืหมูที่เพื่อนรักฝากซื้อและเหลือเพียงถุงเดียวในมือให้กับเหมันต์ทันที
“ฉันมีเืที่ต้มสุกแล้วให้นายดื่มประทังชีวิตไปก่อน"
"เื!!!"
เหมันต์จ้องมองถุงเืในมือของชานนท์ด้วยความสงสัยก่อนที่เหมันต์ยื่นจมูกของเขาเข้าไปสูดดมเพื่อพิสูจน์กลิ่นเื
“เออ!เื”
หมับ!
เหมันต์คว้าหมับเข้าไปกระชากถุงเืมายัดเข้าปากของตัวเองอย่างหิวกระหายและจัดการกับเืถุงนั้นจนหมดเกลี้ยงภายในเสี้ยววินาทีเท่านั้น
อึก อึก แผล๊บ แผล๊บอ่าห์
เหมันต์ตวัดลิ้นเลียตามริมฝีปากของตัวเองด้วยท่าทางเอร็ดอร่อยเมื่อเืหมดถุงไปแล้วก่อนที่เหมันต์จะเงยหน้าขึ้นมาจ้องหน้าของชานนท์ด้วยแววตาที่แดงก่ำพร้อมกับถามอย่างเยือกเย็นว่า
"มีแบบสด ๆ ไหม?"
"ม ...ไม่มี! ม ...หมดแล้ว"
ชานนท์ตอบเหมันต์เสียงสั่นด้วยความกลัวเพราะเหมันต์อ้าปากกว้างและแยกเขี้ยวใส่ต้นคอของเขาอีกแล้ว
"แต่ข้ายังไม่อิ่ม!"
"เฮือก!"
ชานนท์สะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงคำรามของเหมันต์ว่ายังไม่อิ่ม และในขณะที่เหมันต์กำลังจะฝังเขี้ยวลงบนลำคอของชานนท์นั้นชานนท์ก็ร้องไห้สะอื้นพร้อมกับเพ้อออกมาเบา ๆ เพราะความกลัว
"ฮึก ฮึก เหมันต์! กูกลัว ฮึก ฮึก"
เหมันต์ขยับออกห่างจากชานนท์ทันทีเมื่อเขาได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กหนุ่มจากนั้นเหมันต์ก็พยายามควบคุมความหิวของตัวเองจนกระทั่งเขาได้สติกลับมาอีกครั้ง
หมับ!
เหมันต์คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของชานนท์ก่อนที่เขาจะเค้นเสียงออกไปเฉกเช่นมนุษย์บอกชานนท์ว่า
"เอาไม้จิ้มฟันของเ้าออกไป"
ชานนท์เงยหน้าขึ้นมาจ้องมองเหมันต์ด้วยความหวาดระแวงก่อนที่เขาจะพยักหน้ารัวรับปากเหมันต์ออกไปทันที
"ด ...เดี๋ยวเอาออกให้"
ชานนท์ยื่นมือที่สั่นเทาเข้าไปจับด้ามไม้กางเขนที่ยังเสียบคาอยู่ที่หน้าอกข้างซ้ายของเหมันต์อย่างกล้าๆ กลัว ๆ
"เร็ว!"
เหมันต์ตวาดลั่นออกไปเพื่อกดดันให้ชานนท์รีบจัดการให้เร็วไวและชานนท์ก็ตอบรับเสียงสั่นในฟังไม่ได้ศัพท์
"ค ...ครับ" พร้อมกับถอดไม้กางเขนออกจากร่างของเหมันต์ทันใด
พรวด!
อ๊าก!
เหมันต์ร้องโหยหวนเหมือนว่าเขาทรมานมากก่อนที่เขาจะล้มกลิ้งลงไปกอดตัวเองอย่างทุรนทุราย โดยมีชานนท์นั่งเอามืออุดปากและมองอยู่เงียบๆ ด้วยความกลัวจนกระทั่งเหมันต์สงบลง ชานนท์จึงเอ่ยถามเหมันต์ขึ้นว่า
"น ...นายโอเคแล้วใช่ไหม? "
พอสิ้นเสียงของชานนท์เหมันต์ก็ดีดตัวตีลังกาลุกขึ้นทันใด พร้อมกับหันขวับกลับมาจ้องชานนท์ด้วยแววตาราวโรจน์
"ยัง!"
"เฮือก"
ชานนท์ยกมือขึ้นมากุมต้นคอของตัวเองไว้ด้วยความหวาดระแวงเพราะเหมันต์เริ่มจ้องต้นคอของเขาอีกแล้วแต่แล้วสักพักสีหน้าและแววตาของเหมันต์ก็ค่อย ๆ สงบลงและแปรเปลี่ยนกลับเหมือนคนปกติ
"เ้ารีบกลับไปเถอะ ไม่ต้องห่วงข้าหรอก"
เหมันต์บอกชานนท์ก่อนที่เขาจะก้มลงไปใช้ลมปากเป่าาแพุพองตามร่างกายของเขาเพื่อบรรเทาความเ็ปซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ชานนท์รู้สึกะเืใจและเกิดความเมตตาสงสารต่อเหมันต์มากจนชานนท์เริ่มรู้สึกว่าเหมันต์กลายเป็เพื่อนต่างเผ่าพันธุ์ของเขาไปแล้ว
"ไม่เป็ไร เดี๋ยวเราจะนั่งอยู่ที่นี่เป็เพื่อนนายเอง"
ชานนท์บอกเหมันต์ พร้อมกับค่อย ๆขยับเข้าไปหาเหมันต์เรื่อย ๆเพื่อแอบสังเกตดูาแตามร่างกายของเหมันต์ด้วยความกังวล เพราะาแเ่าั้มันกลายเป็ชิ้นเนื้อที่เปื่อยยุ่ยหลุดกร่อนออกมาอยู่ตลอดเวลา
"แล้วนายจะนั่งอยู่แบบนี้อีกนานแค่ไหน"
ชานนท์ขยับเข้าไปนั่งข้าง ๆเหมันต์อย่างไม่นึกรังเกียจเลยแม้แต่น้อยซ้ำชานนท์ยังรู้สึกเวทนาสงสารเหมันต์มากยิ่งขึ้นอีกด้วย
"ตราบใดที่แสงแดดยังรำไรข้าจะไม่มีทางดีขึ้น เพราะฉะนั้นข้าต้องอยู่ที่นี่และรอจนกว่าพระอาทิตย์อับแสงเสียก่อน"
เหมันต์บอกชานนท์เสียงเรียบ ก่อนที่เขาจะก้มลงไปพรมเป่าตามผิวไหม้ของตัวเองต่อเพื่อรอให้พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า...
-------------------------------------
ซันด๊อก