เกาะรัก...ทะเลแดง

    ตอนที่ 48 ตามหา...กว่าจะเจอ

    นี่ขนาดหล่อนรีบเดินทางตอนเช้าผ่านจนเกือบจะเที่ยงแล้ว  เพิ่งผ่านไปสามเกาะเอง ยังไม่เจอสักที

            หญิงสาวให้คนขับตระเวนดูตามเกาะต่างๆ  ไปเรื่อย ๆ  หล่อนหยุดทานอาหารกลางวันกับภคกร แต่ตายังคงมองไปเบื้องหน้าตลอด

            เวลาผ่านไปผ่านเกาะมาหลายเกาะจวบจนเลยบ่ายค่อนไปช่วงเย็น   ดวงอาทิตย์สีแสดกลมโตใกล้ผิวน้ำมาก

            ฝูงนกบนฟ้าเหนือหัวบินตามกันเป็นทิวแถว

            “น้ำ  ยังไม่เจอเกาะที่ว่าอีกเหรอ”

            “ยังเลย”

            “น้ำจำได้แน่นะ”

            “แน่ซิ  อย่าลืมนะว่าเราไปอยู่ที่นั่นตั้งนาน”

            “แล้วถ้าไม่เจอล่ะ”  ภคกรพยายามเปลี่ยนใจเพื่อนสาว

            “น้ำไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น  น้ำอยากให้ทุกอย่างมันเคลียร์ ทุกอย่างไม่ใช่เพื่อน้ำแต่เพื่อคุณแม่และความถูกต้อง”

            “เอา ว่าไงว่าตามกัน”  ภคกรเออออ อ่อนใจ รู้ดีว่าน้ำใสมีนิสัยทำอะไรทำจริงมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

            เวลาผ่านไปจนกระทั่งความมืดมาเยือนทั้งสามคนเหน็ดเหนื่อยคนขับเรือล็อคพวงมาลัยเรือแล้วเดินมาหาน้ำใสกับภคกรที่นั่งอยู่บนพื้นเรือด้านหน้า

            “คุณหนูครับ นี่ก็มืดแล้ว คุณหนูจะไปต่อหรือจะวกกลับครับ”  คนขับถามสีหน้าเป็นกังวล

            “ไปต่อค่ะ”  น้ำใสตอบเสียงหนักแน่นพอ ๆกับแววตาที่มุ่งมั่น

            “แต่ถ้ายังไม่เจออีกแล้วคุณหนูจะหาต่อเราคงต้องค้างคืนกันที่เกาะที่อยู่ใกล้แถวนี้นะครับ แต่ถ้าคุณหนูจะกลับ   ผมก็จะหันเรือกลับเลยไม่พัก  และเราคงจะไปถึงบ้านพักได้ก็ตอนดึกโขหน่อย”คนขับเรืออธิบายเพื่อให้น้ำใสตัดสินใจ

            น้ำใสหยุดคิด  แล้วก็ตอบออกไปว่า

            “ไปต่อค่ะ”  หญิงสาวยังคงยืนยันคำเดิม

            “น้ำ เราว่าน้ำค่อย ๆ คิดไม่ดีกว่าเหรอ  นี่มันมืดแล้วนะ”

            “กร  เรามาถึงขนาดนี้แล้ว  ถ้าวกกลับไปแล้วค่อยกลับมาใหม่มันก็เหมือนเริ่มนับหนึ่งใหม่  ถ้ายังไงเราก็ค้างที่เกาะใกล้ ๆ แถวนี้แล้วกันอุปกรณ์เราก็เตรียมมาพร้อมแล้ว   แค่คืนเดียวคงไม่เป็นไร”

            “ถ้าน้ำมุ่งมั่นขนาดนั้น  เราก็ตามใจแล้วกัน”

            “นายไม่โกรธเรานะ  ที่เราไม่ฟังคำเตือนของนาย”

            “ตั้งแต่คบกันมา  เราเคยโกรธน้ำบ้างหรือเปล่า”

            “ขอบใจนะ  ขอบใจจริง ๆ  เพื่อน  นายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเรากร”  น้ำใสจับมือชายหนุ่มเขย่าไปมา   ภคกรดีใจแต่ก็แอบน้อยใจลึก ๆ นี่ขนาดเขาทำดีกับน้ำใสขนาดนี้ยังเป็นได้แค่เพื่อน   เมื่อไหร่นะ น้ำใสจะเห็นเขาเป็นมากกว่าเพื่อนสักที

            คนขับเรือยังคงทำหน้าที่ตามเดิมเรือแล่นฝ่าความมืดโต้คลื่นไปข้างหน้ามีไฟที่หน้าเรือเท่านั้นส่องสว่างนอกจากแสงจันทร์แสงดาวเบื้องบน

            น้ำใสกับภคกรอ่อนเพลียมาก สองคนเผลอหลับเอนตัวกึ่งนั่งกึ่งนอนพิงด้านหน้าเรือตรงผนังห้องคนขับด้านนอก

            “คุณหนู  คุณหนูครับ” เสียงคนขับเรือปลุกให้ทั้งสองตื่น

            “คะ  มีอะไรคะ”

            “ไหน ๆ  อะไรครับ”

            “คือ ผมว่าผมเจอะอีกเกาะแล้วคุณหนูลองดูซิครับว่าจะใช่เกาะที่คุณหนูตามหารึเปล่า”  น้ำใสมองฝ่าความมืดไปตามลำแสงของไฟหน้าเรือหญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองสูง น้ำใสเห็นเกาะใหญ่สูงท่วมหัว มีต้นไม้ขึ้นเต็มจนไม่เห็นทางขึ้นเกาะ   สูงขึ้นเลยยอดไม้มองเห็นยอดตึกรำไรเป็นตึกใหญ่สูงประมาณสี่ถึงห้าชั้น

            “ใช่แล้วา กร เราเจอแล้ว นั่นไงเกาะเอริค”  น้ำใสดีใจกระโดดตัวลอย  ภคกรงัวเงียมองตามมือน้ำใสเห็นเกาะใหญ่เบื้องหน้า

            “นั่นเหรอ   เกาะเอริคที่ว่า เฮ้อกว่าจะเจอ  แทบแย่”

            “ไป๊ เราไปกันเถอะ  คุณขับเรือไปเทียบข้างได้มั๊ยคะ เราอยากไปที่ตึกนั่นนะค่ะ”

            “ครับได้”  คนขับหันพวงมาลัยเรือเข้าไปใกล้ ส่องไฟไปตามแนวหินที่อยู่เลียบน้ำเพื่อดูว่าพอจะมีทางขึ้นไปบนฝั่งได้หรือไม่

            “เดี๋ยว น้ำใส เรามาตกลงกันก่อน”

            “จริงสิ  น้ำลืมไป”   น้ำใสมัวแต่ตื่นเต้นที่หาเกาะเอริคเจอจนลืมตกลงกันก่อนว่าจะไปยังไงกลับยังไง แล้วต้องทำอะไรกันอย่างไรบ้าง

            ภคกรเห็นน้ำใสมัวแต่ตื่นเต้น เขาจึงแจงรายละเอียดที่เขาคิดอย่างละเอียดรอบคอบมาแล้วว่า

            “คุณครับ   ผมกับน้ำใสจะไปที่ตึกนั่น   เราจะใช้เวลากันทั้งคืน  แล้วตอนเช้าประมาณตีห้าเราจะออกมา   ถ้าคุณเห็นว่าเช้าแล้วพวกเรายังไม่ออกมา คุณออกเรือไปตามคนมาช่วยเราได้เลยนะครับ   ไปที่เกาะที่ใกล้ที่สุด   พาคนและอาวุธมาให้มากที่สุด เรื่องค่าใช้จ่ายหรือค่าจ้างที่จะจ้างคนของคุณไม่ต้องห่วง   ผมจะจัดการเอง  คุณโทรไปตามเบอร์นี้” ชายหนุ่มยื่นนามบัตรของเขาให้กับคนขับไปแล้วอธิบายต่อว่า

            “นี่คือนามบัตรผม โทรไปเบอร์บนนามบัตรนี้ ติดต่อเลขาผม เขาจะจัดการทุกเรื่องที่คุณต้องการได้ และนี่”   ภคกรล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบเงินมาปึกหนึ่งยัดใส่มือคนขับเรือก่อนบอกแก่คนที่เขาฝากความหวังไปว่า

            “นี่คือคำรับประกันจากผม   ผมฝากคุณช่วยพวกเราด้วยนะครับ”

            “ขอบใจนะกร   ที่ทำเพื่อน้ำขนาดนี้” น้ำใสตบไหล่เพื่อนมองสบตาเพื่อนด้วยแววตาเป็นประกายทั้งซึ้งใจและดีใจที่หล่อนมีเพื่อนที่ดีมากขนาดนี้

            “ไม่เป็นไรหรอกน้ำ แค่นี้เอง เราไปกันเถอะ”   หนุ่มสาวหันมาใส่ใจตัวเอง  ตรวจดูเสื้อผ้ารองเท้าให้กระชับ  ดูของในกระเป๋าเป้ว่าขาดเหลืออะไรหรือลืมอะไรที่จำเป็นที่ควรติดตัวไปด้วยหรือไม่

            คนขับเรือเบาเครื่องยนต์  เรือค่อย ๆ แล่นเอื่อยเข้าไปใกล้แนวโขดหินริมฝั่ง คนขับเลือกจอดเรือใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นตรงแง่งหินก้อนใหญ่ริมหน้าผา  กิ่งก้านใบไม้บังสายตาได้เป็นอย่างดี

            สองหนุ่มสาวเดินไปลงเรือเล็กคนขับเรือใหญ่ส่องไฟบอกทาง  ภคกรกับน้ำใสช่วยกันพายเรือไปจนใกล้ชายฝั่ง เลือกตรงที่มีต้นไม้พุ่มใหญ่และโขดหินจะได้จอดเรือได้สะดวกไม่มีใครสังเกตเห็น

            ภคกรเอาเชือกไปคล้องกับก้อนหินใหญ่ริมฝั่งจากนั้นจึงปีนขึ้นไปก่อนแล้วค่อย ๆไต่ด้วยความระมัดระวังจนกระทั่งสามารถยืนได้สำเร็จ

            น้ำใสขึ้นจากเรือเล็กไต่ก้อนหินบ้างภคกรเอื้อมมือมาชายหนุ่มออกแรงฉุดหญิงสาวให้ขึ้นมายืนบนก้อนหินที่ตนเองยืนอยู่ก่อนได้

            “เฮ้อ ขึ้นมาได้ซะที” น้ำใสดีใจยิ้มก้มปริ

            “เอ้าน้ำ ถึงคราวเธอนำทางบ้างแล้ว แต่บอกก่อนนะว่าเราจะใช้เวลากันแค่คืนนี้คืนเดียว  ถ้าไม่ได้เรื่องก็ต้องกลับ เข้าใจ๋”

            “โอเค ไปกันเล้ย” น้ำใสออกเดินนำหน้า   หญิงสาวหยิบไฟฉายอันเล็กแบบคาดหน้าผากมาคาดเพื่อใช้ส่องทางเหมือนภคกร   พร้อมกับมองหาท่อนไม้ขนาดยาวประมาณท่อนแขนตนเองมาหนึ่งอันไว้คอยป้องกันตัวและเหวี่ยงไปมาตามพื้นป่าเพื่อแหวกหญ้ารกให้แยกเป็นทาง ทั้งสองคนไต่ไปตามทางลาดชันของเนินเขามีตึกใหญ่เป็นจุดหมายเบื้องหน้า อุปสรรค์สำคัญคือความมืดและพื้นป่าที่เป็นโขดหินตะปุ่มตะป่ำและหญ้ารกชื้นแฉะน้ำใสเดินสะดุดบ้างบางครั้งแต่ก็ระมัดระวังเป็นที่สุด

            ภคกรเดินเคียงข้างไปกับน้ำใส คอยดูแลหญิงสาวตลอดเวลา  ขณะที่เหลือบตามองเพื่อนสาวใจคิดไปว่า  นี่เราคิดถูกหรือผิดเนี่ยที่ทำแบบนี้

            เสียงสัตว์กลางคืนร้องระงมภคกรเอื้อมมือไปด้านหลังในช่องด้านหน้าของกระเป๋าเป้ที่สะพายหลังคลำของสิ่งหนึ่งที่เขานำติดตัวมาเพื่อป้องกันอันตรายโดยที่ไม่ได้บอกให้น้ำใสรู้

    มันคือปืนสั้นขนาดเล็ก

            เขาแอบล้วงมันออกมาแล้วใส่เข้าไปในกระเป๋ากางเกงตรงช่วงล่างข้างๆ หัวเข่าของกางเกงเดินป่าที่มีประเป๋ามากมายทั้งตัว

            ทั้งสองเดินไปเหงื่อไหลซึมจนรู้สึกเหน็ดเหนื่อยและร้อนรุ่มจนเวลาผ่านไปพักใหญ่  สองหนุ่มสาวมาหยุดยืนอยู่ริมกำแพงรั้วปูนใหญ่ยาว

            “น้ำ น้ำ ไหนละทางเข้านะ”  ภคกรกระซิบถามเบา ๆ

            “เดี๋ยว  น้ำกำลังมองหาอยู่ มันมืดนะ” น้ำใสพยายามกวาดสายตามองพิจารณาให้ทั่วๆ  หญิงสาวมองไปด้านข้าง   ทั้งหน้าและหลัง เห็นลิบ ๆ มีไฟส่องสว่างดูคุ้น น่าจะใช่

            “ไป๊  ทางนี้” น้ำใสเดินนำหน้าภคกรเลียบกำแพงไปตามแสงไฟเบื้องหน้าจนมาถึงตรงทางเข้าที่หล่อนเคยมาอยู่แต่มันอยู่อีกฝั่งถนนมียามคือพวกเสื้อขาวเดินอยู่หน้าประตูในมือถือปืนยาวใหญ่และอีกสองคนกำลังเดินตรงมายังหล่อน

            “กร  หลบเร็ว”  น้ำใสฉุดมือภคกรให้ก้มลงแนบกับกอหญ้าอำพรางตัว จนพวกเสื้อขาวเดินผ่านไปจึงค่อย ๆ  ยืดตัวขึ้นเล็กน้อย

            “เฮ้อ น้ำ เราว่ามันน่ากลัวอย่างที่น้ำเล่าจริง เราว่า เรากลับกันดีกว่ามั๊ย อย่าไปต่อเลย”

            “ไม่ได้หรอกกร  ถ้าเรากลับทุกอย่างที่เราอุตส่าห์ทำมาทั้งหมดก็ไม่มีผลเลยนะซิ  แล้วแม่เราจะเป็นยังไงแม่เราจะต้องแต่งงานกับคนแบบคุณลุงธเนศเหรอ  แล้วเด็กที่โดนฆ่าอีกล่ะ กรคิดว่าจะต้องมีเด็กโดนฆ่าอีกสักกี่คน”

            “แล้วทำไมเราไม่บอกตำรวจ”

                “กรคิดว่า ถ้าเราบอกตำรวจ   มันจะเกิดอะไรขึ้น ตำรวจเขาก็ต้องทำตามหน้าที่ มาตรวจแบบเปิดเผย   พอดีพวกนั้นไหวตัวทัน   เก็บกวาดหลักฐานจนหมด ต่อไปมันก็จะทำอีก  แต่คราวนี้มันคงระวังตัวมากกว่าเดิม เราเองก็ไม่ใช่จะไปสู้รบปรบมือกับพวกมันซะเมื่อไหร่เราขอแค่ได้หลักฐานบ้างเท่านั้น อาจจะเป็นรูปถ่ายแล้วก็เทปบันทึกเสียงได้แล้วเราก็จะรีบกลับทันที  นะ” น้ำใสอธิบายเหตุผลยืดยาวหวังว่าเพื่อนหนุ่มจะเข้าใจและร่วมมือด้วย

            “เอ้า ถ้างั้น เป็นไงเป็นกัน” ภคกรเหนื่อยใจที่จะหว่านล้อมให้หญิงสาวเปลี่ยนใจหันมาช่วยเจ้าหล่อนทำงานให้สำเร็จดีกว่า  อย่างน้อยวันนี้เขาก็มีตัวช่วยมาด้วย  ฉุกเฉินยังไงไอ้เกาะปีศาจนี่เป็นพินาศแน่  ฮึ ฮึ ชายหนุ่มกระหยิ่มยิ้มย่องใจโดยน้ำใสไม่รับรู้ด้วย

            น้ำใสครุ่นคิด จะต้องไปฝั่งโน้นให้ได้  เอาไงดี  เอาแบบเดิมดีกว่าว่าแล้วน้ำใสก็ควานหาก้อนหินขนาดพอเหมาะแล้วเขวี้ยงมันออกไปที่พุ่มไม้ที่อยู่ไกลออกไปดัง ‘ตุ๊บ’

            พวกยามเสื้อขาววิ่งกรูไปตามเสียงที่ได้ยิน น้ำใสเห็นโอกาสเหมาะ  หญิงสาววิ่งฝ่าความมืดข้ามไปยังฝั่งโน้นทันที ภคกรเองก็วิ่งตามมาติด ๆ

            สองคนหอบหายใจถี่ทั้งตื่นเต้นทั้งเหนื่อยระคนหวาดกลัว

            “น้ำใส  เธอนี่แน่มากเลยนะ  ทำอะไรไม่เตี้ยมกันก่อนเลย”

            “ก็มันไม่มีเวลานี่”

            “อ๋อเหรอ  ทีหลังถ้าจะทำอะไรแบบนี้อีก บอกกันก่อนหน่อยก็ดีนะ   อย่าลืมสิว่าเราอยู่ทีมเดียวกัน ”

            “จ๊ะ จ๊ะ ขอโทษด้วยแล้วกัน ทีหลังจะบอกก่อน”

            “เธอนี่  ทำอะไรตามใจตัวเองชะมัด”

            “เพิ่งรู้เหรอยะ”

            “เออ  ได้ทีเอาเข้าไปแม่คู้ณ เก่งจริงไม่มาคนเดียวเล่า”

            “นายนี่  ไปกันต่อเถอะ”

            “ฮื่อ”   สองคนยิ้มและหยอกล้อตามประสาเพื่อนสนิท แล้วพยักหน้าให้กันพากันสาวเท้าไปข้างหน้า

            น้ำใสเริ่มคุ้นทาง ดังนั้นหญิงสาวจึงพาภคกรลอดช่องกำแพงตรงรอยแตกที่หล่อนเคยใช้เมื่อคราวก่อนเข้าไปด้านในได้สำเร็จ

            และแล้ว น้ำใสก็พาภคกรเข้ามาภายในตึกได้ตรงประตูด้านข้างค่อนไปด้านหลังเหมือนครั้งก่อน

            ทันทีที่ขาก้าวเข้าไปในห้องแรกที่เจอกลิ่นเหม็นอับปะทะจนชายหนุ่มย่นจมูกยกมือขึ้นบีบมันไว้ ตาที่ตี่อยู่แล้วก็เล็กลงไปอีก

            “น้ำ  กลิ่นอะไรนะ  เหม็นเป็นบ้าเลย”

            “จุ๊ จุ๊”  น้ำใสยกนิ้วขึ้นจ่อที่ปาก ถลึงตาใส่ปรามไม่ให้เพื่อนเสียงดัง  ก่อนที่หญิงสาวจะใช้ภาษาท่าทางโบกมือให้ชายหนุ่มเดินตามมาเงียบๆ

            ภคกรมองดูภายในอย่างตื่นตาตื่นใจ  ไม่นึกว่ามันจะใหญ่โตมากมายขนาดนี้  แสดงว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลย

            ชายหนุ่มเดินตามหญิงสาวเพราะเธอเป็นผู้ชำนาญเนื่องจากเคยผ่านมาก่อน อดสงสัยไม่ได้ว่าน้ำใสหนีรอดจากที่น่ากลัวและอันตรายแบบนี้กลับบ้านได้อย่างไร น่าจะมีคนช่วยเธอไว้ แต่ทำไมไม่เห็นเธอเล่ารายละเอียดอะไรเลย

            อยากจะถาม แต่เขารู้นิสัยน้ำใสดี  ถ้าหญิงสาวอยากให้เขารู้ ก็คงเล่าให้ฟังหมดแล้ว

    ส่วนน้ำใส ตอนนี้น้ำใสอยากเจอเอริคมากที่สุด อยากขอบคุณเขาสำหรับคราวก่อนที่เขาช่วยหล่อนไว้ ไม่ฆ่าหล่อนแล้วยังพาหล่อนไปลงเรือ  อีกทั้งหาอุปกรณ์จำเป็นไว้ให้อีก

            น้ำใสพาภคกรเดินออกไปจากห้องเล็กนั้นไปทางด้านในลึกเข้าไปในตัวตึก มีทางเดินยาว   ที่หล่อนเคยเจอ

            ถ้าจำไม่ผิดทางด้านซ้ายมือสุดจะมีลิฟต์ตัวในที่ขึ้นไปเป็นห้องของดอกเตอร์เกื้อและหล่อนเคยแอบได้ยินเอริคกับดอกเตอร์เกื้อพูดคุยกันในนั้น

            น้ำใสย่องไปที่ลิฟต์ มีภคกรเดินตามติด   แต่น้ำใสไม่ใช้ลิฟต์ กลับใช้บันไดข้างลิฟต์เดินขึ้นไปชั้นบนแทน

            หญิงสาวเดินไปที่ห้องที่อยู่ลึกสุด มีแสงไฟลอดออกจากช่องประตูของห้องนั้น  แสดงว่ามีคนอยู่

            น้ำใสโบกมือให้สัญญาณ ภคกรเดินตามเพื่อนไปยังห้องที่เป็นจุดหมายนั่น

    คล้ายกับเรื่องเกาะรัก...ทะเลแดง ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592