เพราะเขาคิดว่าหลี่เฉิงเฟิงทำให้ตู้หรูฮุ่ยถูกฟ้าผ่าตาย
ทว่าหลี่เฉิงเฟิงยังคงจิกกัดหลี่ซื่อหมินจนแทบอกแตกตาย
เจ้าเด็กคนนี้จะไม่ไว้หน้าเขาสักนิดเลยหรือ?
หลี่ซื่อหมินโกรธเกรี้ยวดั่งมังกรพิโรธ
เบื้องล่างลานประลอง ขุนนางฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหารล้วนมีสีหน้าตื่นตกใจ ซีดเซียว แดงก่ำ หมองคล้ำ
เหตุการณ์นี้ช่างน่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง
แต่เดิมองค์ชายแปดทำให้ไหลกว๋อกงถูก ‘ไฟดูดตาย’ ย่อมทำให้ฝ่าบาทหลี่ซื่อหมินขุ่นเคืองพอแล้ว ถึงกระนั้นเขายังเรียกพระนามของฝ่าบาทอีกด้วย? สิ่งนี้นับว่าอุกอาจแล้ว!
ครานี้แม้แต่หลี่ยวนก็ยังตาเบิกโพลง อ้ำอึ้งจนไม่รู้จะเอ่ยวาจาเช่นไร!
เดิมทีเขาต้องการช่วยหลี่เฉิงเฟิงพูด ทว่าหลานชายของเขาดูเหมือนจะกล้าหาญเกินกว่าที่เขาจินตนาการไว้
บังอาจเอ่ยต่อหน้าขุนนางฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหารว่า : หลี่ซื่อหมินท่านช่างหน้าไม่อาย
จบสิ้นแล้ว หากหลี่ซื่อหมินทรงกริ้วจนสั่งประหารหลี่เฉิงเฟิงเล่า?
ไม่ได้การ ข้าจะพาหลานชายข้าหนีออกจากวัง
หลี่ยวนคิดในใจ : ข้าจะไม่ยอมให้หลี่ซื่อหมินประหารหลี่เฉิงเฟิงเด็ดขาด!
หลี่ซื่อหมินพลันรู้สึกขมขื่นระคนขุ่นเคือง
อย่างไรก็ตามเมื่อหวูกงกงหยุดหมุนเครื่องปั่นไฟ ตู้หรูฮุ่ยก็โบกมือพลางกระแอมไอแล้วเอ่ยว่า “แค่กแค่ก ฝ่าบาท กระหม่อมไม่เป็นอะไร กระหม่อมเพียงตกใจกระแสไฟฟ้าขององค์ชายแปดก็เท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ!”
“ตอนนี้ไฟฟ้าหมดแล้ว กระหม่อมรู้สึกสดชื่นขึ้นมากทีเดียว!”
ดังนั้นตู้หรูฮุ่ยที่คิดว่าตนเองไม่เป็นอะไรแล้ว จึงปัดฝุ่นที่บั้นท้ายแล้วลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
“หืม?”
หลี่ซื่อหมินหยุดโวยวาย ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่พร้อมสีหน้าสับสน
ไม่เป็นอะไรหรือ? เขาถูกฟ้าผ่าตายมิใช่หรือ?
เมื่อครู่เขาตาเหลือก แล้วยังน้ำลายฟูมปากอีกด้วย?
หลี่เฉิงเฟิงเอามือกอดอกแล้วเอ่ยว่า “ฝ่าบาท ท่านดูสิ ข้าสังหารไหลกว๋อกงที่ไหนกัน? เห็นได้ชัดว่าเป็นท่านที่ไม่ฟังคำอธิบายแล้วใส่ร้ายข้า กลับถูกเป็นผิด แยกดำเป็นขาวมิได้”
“เอ่อ…”
ครู่หนึ่งหลี่ซื่อหมินพูดไม่ออกและไม่รู้จะเอ่ยเช่นไร!
แต่ก็ยังดีที่ไหลกว๋อกงยังไม่ตาย
จิตใจของหลี่ซื่อหมินจึงรู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อย
หากองค์ชายแปดทำให้ไหลกว๋อกงตาย หลี่ซื่อหมินคงต้องลงโทษสถานหนักแล้ว!
“ฟู่ ไม่เป็นอะไรก็ดี ไม่เป็นอะไรก็ดี…”
ขุนนางฝ่ายพลเรือนกับฝ่ายทหารที่อยู่ล่างต่างพากันตบหน้าอกและถอนใจอย่างโล่งอก
เมื่อครู่นี้บอกได้เลยว่าหัวใจของพวกเขาแทบพุ่งขึ้นมาจุกลำคอแล้ว
การประลองปัญหาเชาว์ระหว่างองค์ชายแปดกับไหลกว๋อกงน่าตื่นเต้นเกินไปไหมนี่?
“ไหลกว๋อกง ท่านไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่?”
หลี่ซื่อหมินก้าวเข้ามา ถามย้ำว่าอาการของตู้หรูฮุ่ยเป็นอย่างไร
ตู้หรูฮุ่ยนวดขมับแล้วกล่าวด้วยความเคารพว่า “ทำให้ฝ่าบาทกังวลแล้ว กระหม่อมสบายดีพ่ะย่ะค่ะ! อย่างไรก็ตามเครื่องปั่นไฟที่องค์ชายแปดคิดค้นขึ้นนั้นก็ทำให้คนชักได้จริง ๆ ! กระหม่อมขอชื่นชม สมแล้วที่องค์ชายแปดเป็นเด็กอัจฉริยะ กระหม่อมขอยกย่อง!”
ตู้หรูฮุ่ยที่เพิ่งได้สติกล่าวยกย่องหลี่เฉิงเฟิง
เขาคิดว่าหลี่เฉิงเฟิงแค่สมองฉลาดเท่านั้น แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะคิดค้นสิ่งประดิษฐ์บางอย่างที่ก่อให้เกิดสายฟ้าได้
หากหลี่เฉิงเฟิงมิใช่องค์ชายแปดแห่งราชวงศ์ถัง ตู้หรูฮุ่ยคงนับถือหลี่เฉิงเฟิงเป็นเซียนน้อยแล้ว!
“ฮึ ไม่เป็นไรก็ดีรึ! ทั้งที่ตำหนิคนอื่นโดยแยกดำเป็นขาวไม่ได้แท้ ๆ !”
“นั่น…”
หลี่ซื่อหมินหน้าหมองลง เจ้าตัวแสบคนนี้ จะไม่ไว้หน้าเขาหน่อยเลยรึ?
หลี่ซื่อหมินเอ่ยตอ่ว่า “เช่นนั้นพวกเจ้าจะแข่งกันต่อหรือไม่? ไหลกว๋อกง องค์ชายแปด?”
“แข่งสิทำไมจะไม่แข่ง? ไม่ว่าจะสามคำถามต่อคนหรือชนะสามในห้าก็ย่อมได้ ไหลกว๋อกง หากท่านถามแล้วข้าแพ้ ข้าก็จะเชื่อฟังเสด็จพ่อ แต่ถ้าข้าชนะ คงต้องเสียใจกับเสด็จพ่อแล้วที่ไม่สามารถควบคุมข้าได้อีกในอนาคต!”
“เฟิงเอ๋อร์ เจ้าจะทำเช่นนั้นจริงเหรอ?”
“แน่นอน เงื่อนไขเป็นดังที่ท่านว่า กฎการประลองเป็นดังที่ท่านกำหนด!”
“เอาล่ะ มาเริ่มการแข่งขันรอบที่สามกันเถอะ!”
ในชั่วพริบตา หลี่เฉิงเฟิงชนะสองตาติด การแข่งขันมาถึงจุดตัดสินแล้ว
การประลองปัญหาเชาว์ระหว่างตู้หรูฮุ่ยกับหลี่เฉิงเฟิงนั้นกล่าวได้ว่าทั้งน่าอัศจรรย์ทั้งน่าตื่นเต้น
นับประสาอะไรกับขุนนางฝ่ายพลเรือนกับฝ่ายทหารในราชสำนัก แม้แต่หลี่ซื่อหมินกับหลี่ยวนก็ยังหน้าถอดสีประเดี๋ยวขาวประเดี๋ยวเขียวเพราะหลี่เฉิงเฟิง
ตู้หรูฮุ่ยคิดในใจ ตนเองแพ้สามคำถามรวดให้กับองค์ชายแปด ถึงเวลาของรอบตัดสินแล้ว!
หากพ่ายแพ้อีกครั้ง ในอนาคตองค์ชายแปดก็จะสามารถเข้าออกวังได้อย่างอิสระ โดยไม่อยู่ภายใต้การดูแลของฝ่าบาทอีกต่อไป!
ดูเหมือนตอนนี้คงถึงเวลาของปัญหาชั่วกาลแล้ว
ตู้หรูฮุ่ยกระแอมเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยว่า “องค์ชายแปด การแข่งขันรอบที่สามเริ่มขึ้นแล้ว โปรดฟังคำถาม!”
“ข้าฟังอยู่!”
“ในรอบนี้ กระหม่อมจะให้ปัญหาในหัวข้อคณิตศาสตร์! หากองค์ชายแปดตอบได้ ผู้เฒ่าคนนี้คงต้องขอยกย่อง!”
“ตกลง ท่านถามมาเถอะ!”
หลี่เฉิงเฟิงยกยิ้ม ไม่ว่าโจทย์คณิตศาสตร์แบบใด นักเรียนชั้นยอดในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดอย่างเขามีหรือจะแก้ไม่ได้?
ถึงแม้จะแก้ไม่ได้ เขาก็ยังมีระบบอันเหนือชั้นอยู่มิใช่หรือ?
ตู้หรูฮุ่ยเอ่ยด้วยความมั่นใจว่า “ขอถามองค์ชายแปด มดฝูงหนึ่งยกหมั่นโถวหนึ่งลูกหนักหนึ่งร้อยจิน ใช้เวลากินทั้งหมดหนึ่งพันวัน! มดตัวเล็กกินเฉลี่ยหนึ่งเค่อทุกห้าวัน มดตัวใหญ่กินเฉลี่ยห้าเค่อต่อวัน! ขอถามว่า มดหนึ่งฝูงมีมดตัวใหญ่กับมดตัวเล็กทั้งหมดกี่ตัว!”
“อะไรกัน? ไหลกว๋อกง ใครเป็นคนคิดปัญหานี้?”
หลี่เฉิงเฟิงตกตะลึง
ปัญหานี้คล้ายกับโจทย์พระกินหมั่นโถวนัก สมัยก่อนก็มีโจทย์เช่นนี้ด้วยเหรอ?
มันจะเป็นไปได้อย่างไร?
ตู้หรูฮุ่ยยกยิ้มแล้วกล่าวว่า “องค์ชายแปด นี่คือปัญหาชั่วกาลที่สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ส่วนใครเป็นคนคิดนั้น พวกเราก็มิอาจรู้ได้! แต่ถ้าองค์ชายแปดสามารถแก้ได้ กระหม่อมยอมคุกเข่าคำนับด้วยความยกย่องเลยพ่ะย่ะค่ะ!”
หลี่เฉิงเฟิงเหลือบมองหลี่ซื่อหมิน ทว่าหลี่ซื่อหมินกลับหันหน้าหนี ดูเหมือนเขาจะยังโกรธหลี่เฉิงเฟิงเรื่องก่อนหน้านี้อยู่
“หึ ปัญหาง่าย ๆ เช่นนี้ พวกเจ้าไม่มีใครตอบได้เลยหรือ? พวกเจ้าหลบไป คอยดูข้าให้ดี!”
“หวูกงกง ขอพู่กันกับหมึก!”
“พ่ะย่ะค่ะองค์ชายแปด!”
ดังนั้นหวูกงกงจึงกลับเข้าไปในจวนเจิ้นอ๋องแล้วนำพู่กันของหลี่เฉิงเฟิงกับกระดาษซวนจื่อแผ่นใหญ่มาให้
หลี่เฉิงเฟิงหยิบพู่กันขึ้นมาแล้วเริ่มแก้โจทย์ปัญหาบนกระดาษซวนจื่อ
“นี่มัน? องค์ชายแปดเริ่มแก้ปัญหาแล้วหรือ?”
“ล้อเล่นรึเปล่า? องค์ชายแปดสามารถแก้ปัญหาชั่วกาลที่ก่อกวนโลกหล้ามานับพันปีได้งั้นหรือ?”
“เป็นไปไม่ได้? เขาเขียนอยู่จริง ๆ พวกเราดูสิ องค์ชายแปดกำลังแก้โจทย์ปัญหา!”
“ไปๆ ๆ พวกเราขึ้นไปดูกันเถอะว่าองค์ชายแปดจะแก้ปัญหาอย่างไร!”
เป็นผลให้กลุ่มขุนนางลืมเรื่องที่ตู้หรูฮุ่ยชักกระตุกเมื่อสักครู่นี้ ก่อนจะเข้าไปมุงดูหลี่เฉิงเฟิงซึ่งกำลังแก้ปัญหาอายุพันปีอยู่
ตู้หรูฮุ่ยก็เบียดเสียดเข้าไปเช่นกัน ด้วยต้องการดูว่าหลี่เฉิงเฟิงจะแก้ปัญหานี้อย่างไร!
หลี่ซื่อหมินยืนอยู่นอกฝูงชน ยื่นหน้ามองเข้าไปข้างใน แต่ก็พบว่าตนมองไม่เห็นอะไรเลย
“ไม่จริงใช่ไหม? เฟิงเอ๋อร์สามารถคลี่คลายปัญหานับศตวรรษได้จริงหรือ?”
“กระทั่งเค่อต่อเค่อ หรือวันเดือนปี สิ่งเหล่านี้ก็สามารถคำนวณได้หรือ?”
หลี่ซื่อหมินอยากรู้อยากเห็นมาก แต่เขาไม่สามารถก้มหน้า เบียดตัวเข้าไปในฝูงชนเพื่อดูวิธีแก้ปัญหาของหลี่เฉิงเฟิงได้