ทุกคนหันมามองหน้าเทียนทันที แล้วรอฟังว่าเทียนจะพูดอะไรต่อ
“ อย่าเพิ่งใจร้อน ข้าอยากสอบถามข้อหนึ่งก่อน ทำไม เมื่อจักรวรรดิคิงส์หยาง
อยากจะก่อสงคราม ก็ไม่เห็นต้องทำเรื่องให้วุ่นวาย ก็แค่นำกำลังไปบุกเมืองเจิ้งหนัน ก็จบแล้วไม่ใช่หรือ” เทียนสงสัย
“ ท่านนักพรตน้อยยังไม่ทราบ เมื่อ สิบปีก่อนที่เซ็นสัญญาสงบศึกโดยทาง เมืองเจิ้งหนันยอมส่งเครื่องบรรณาการให้ แล้วลดจากจักรวรรดิ เหลือเป็นแค่เมืองบริวาร ในเวลานั้น ทั้งสองฝ่ายทำสัญญาเลือดเอาไว้จะไม่ก่อสงคราม หากใครผิดคำสัญญาเมื่อไร ฝ่ายนั้นจะต้องตายโดยไร้ผู้สืบสกุล นี่คือคำสัญญาจากทั้งสองฝ่าย จึงไม่มีใครกล้าผิดสัญญาเลือด” กุนซืออธิบาย
“ แล้วท่านจักรพรรดิเจิ้งหนันเฉินจะกล้าก่อสงครามหรือ” เทียนสงสัย
“ มีทางเดียว ก็คือสละราชบัลลังก์ แล้วมอบตำแหน่งให้องค์ชายคนใดคนหนึ่งแล้วยกกองทัพบุกจักรวรรดิคิงส์หยาง” กุนซือเอ่ยออกมาเบา ๆ
“ เรื่องนี้ยังเป็นเพียงแค่การคาดเดา สงครามยังไม่เกิด อย่าเพิ่งด่วนสรุป แต่ที่แน่ๆ
ข้าจะจัดการผู้บุกรุกนี้ก่อน ให้มันได้รับบทเรียน อย่างสาสม” เทียนเอ่ยกับทุกคน
“ นักพรตน้อยท่านจะทำอย่างไร” แม่ทัพรีบเอ่ยถาม
“ พวกท่านช่วยทำแท่นบูชาฟ้าให้ข้าหน่อย สูงเก้าศอกยาวเก้าศอกเท่ากัน ข้าจะอัญเชิญเทพอัสนีลงมาจัดการกับพวกมันให้หมด” เทียนเอ่ยจบทุกคนได้แต่อ้าปากกว้าง นี่นักพรตน้อย จะอัญเชิญเทพอัสนี ลงมาเลยหรือ รองแม่ทัพรีบไปจัดการตามที่เทียนสั่งทันที พอตั้งแท่นพิธีเสร็จ ทุกคนก็ยืนอยู่ด้านหลังเทียน
โดยที่ทุกคนสงสัยว่า เทียนไปเอาอุปกรณ์จากไหนมามากมาย เทียนหยิบธูป มาให้ทุกคนจุด แล้วมาปักไวในกระถาง ซึ่งเทียนซื้อมาไว้นานแล้ว มันเป็นพิธีเรียก พลังจากสายฟ้า ตามปกติเทียนก็สามารถเรียกได้ แต่คราวนี้เทียนใช้พลังนิรันดร์ที่สามบวกกับพลังเวทย์ที่เรียนมาจากตำราของอาจารย์บรรพบุรุษ ซึ่งคิดว่าครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ลองดูว่า พลังนิรันดร์ที่สามกับพลังเวทย์อัสนีรวมกันจะเป็นอย่างไร พอเทียนจุดธูป 99ดอกท้องฟ้า ก็มืดคลื้มลงไปทั่วทั้งผืนป่า ฟ้าเริ่มร้อง สายลมกระโชกแรง ต้นไม้ปลิวไหวตามแรงลม สายฝนเริ่มโปรดปราย ไปจนทั่ว แต่ไม่มาตกที่จุดแท่นบูชาเลย
สายฟ้าเริ่มมีผ่าลงมีทีละเส้น จนกระทั่ง 100 เส้น พันเส้น กลายเป็นพายุสายฟ้า เคลื่อนไหวไปรอบ ๆ ทุกคนได้ยินเสียงกองทัพม้าวิ่งเข้ามา หลายพันคน
ที่แท้พวกมันมีกองหนุนเพิ่มมาอีก เกือบหมื่นคน พวกมันเริ่มเข้าโจมตี โดยมี จักรพรรดิพรหมเทพเพิ่มมา อีก สองคน เป็น สามคน แต่ว่าพายุสายฟ้าวิ่งผ่ากองทัพพวกมัน ทำให้ ทหารม้าถูกฟ้าผ่าตายทีเดียวเป็นพันคน แล้วพายุสายฟ้า
ก็พัดผ่านมาอีกรอบ ฟาดเอากองทัพม้ากองหน้าหายไปอีกหลายพันคน
จักรพรรดิพรหมเทพ ผสานพลังเจ้าโจมตี ค่ายกล 5 ธาตุ โดยใช้อาวุธส่องแสงเข้ามา แต่พายุสายฟ้า ก็เพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ เริ่มกลืนกินกองทัพนับหมื่นจนหมดไม่มีเหลือ สุดท้าย จักรพรรดิพรหมเทพทั้งสาม ก็ถูกพายุสายฟ้านับพันฟาดเข้าใส่
จนร่างสะบักสะบอมไปหมด ดีที่มีพลังระดับจักรพรรดิคุ้มกาย ไม่เช่นนั้น ตายไม่มีเหลือแน่ สุดท้ายทั้งสามก็ใช้พลังเฮือกสุดท้ายหนีหายไปทั้งสามคน ทิ้งซากศพทหารนับหมื่นคนตายกันเกลื่อนไปทั่วผืนป่าแห่งนี้ เทียนแกล้งหมดพลังแล้วล้มตัวนอนสลบ ไม่อยากตอบคำถามเรื่องนี้กับใคร องค์หญิงหยวนอี้ให้นางกำนัล
พาเทียนกลับขึ้นรถม้าไปพักผ่อน เหล่าแม่ทัพกับคนอื่นได้แต่ตะลึง มองซากศพ
ที่ตายเกลื่อน ไม่คิดเลยว่า นักพรตน้อย จะอัญเชิญเทพอัสนีลงมาได้รุนแรงขนาดนี้ หากเมื่อสิบปีก่อน เขาเกิดทัน เมืองเจิ้งหนัน ต้องไม่แพ้แน่
“ นี่ฝีมืออัญเชิญเทพ ของนักพรตน้อยวัย 9 ปีหรือนี่ ถ้าอาจารย์ของเขาอัญเชิญเล่า จะรุนแรงแค่ไหน” ทูตจักรวรรดิคิงส์หยางเอ่ยออกมาเบา ๆ แต่ทุกคนก็คิดตามไปด้วยอย่างรวดเร็ว ใช่แล้ว ถ้าเป็นอาจารย์ของเขาคงทำลายล้างทั้ง จักรวรรดิได้เลย
ในรถม้าเทียนแกล้งหลับตาพักผ่อน แต่นางกำนัลคนสนิทขององค์หญิงหยวนอี้
เอ่ยออกมาเบาๆ ว่า
“ นึกไว้แล้ว ทำไมองค์จักรพรรดิถึงได้ฝากฝัง องค์หญิงไว้กับนักพรตน้อยผู้นี้ ที่แท้พระองค์ทรงรู้อยู่แล้ว ว่านักพรตน้อยมีพลังที่ยิ่งใหญ่แค่ไหน คราวนี้องค์หญิงสบายใจได้ ขอเพียงเอาใจนักพรตน้อยนี่ ถ้าไม่อยากเขาพิธีอภิเษกสมรส ก็นักพรตน้อย แสดงอิทธิฤทธิ์อีกครั้ง ไม่มีใครกล้าต่อต้านแน่” องค์หญิงได้ฟังก็ส่ายหัว แล้วยิ้มน้อย ๆ ออกมามอง หน้านักพรตน้อยอย่างรู้สึกเอ็นดูเป็นพิเศษ
“ เงียบเถอะ เขาเสียพลังไปมากแล้ว ให้เขาพักผ่อนมาก ๆ อย่าไปรบกวนเขาเลย”
องค์หญิงเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา
จากนั้นขบวนเสด็จก็เดินทางออกจากป่าแห่งนี้ แล้วในที่สุดก็เข้ามาที่จักรวรรดิคิงส์หยางที่ยิ่งใหญ่ มีเมืองบริวารหลายสิบเมือง มีทหารออกมาต้อนรับมากมาย
โดยมีองค์ชายรองซีหยาง ก็มาต้อนรับด้วย ท่านทูตเข้าไปรายงานเรื่องทั้งหมดให้องค์ชายรองซีหยางฟัง องค์ชายฟังจบก็แสดงความรู้สึกโกรธแค้นเป็นอันมากแต่ไม่สามารถแสดงออกมาได้ จึงได้แต่เข้ามาที่รถม้าขององค์หญิงหยวนอี้แล้วเอ่ยว่า
“ องค์หญิงหยวนอี้ เรื่องที่เกิดขึ้น ข้าต้องของอภัยอย่างยิ่ง หากว่าองค์หญิงเป็นอะไรไป ข้าจะเชือดคอตายตาม ไปรับใช้ท่านในโลกหน้าอย่างแน่นอน”
องค์ชายซีหยางพูดด้วยน้ำเสียงมั่นคงเด็ดเดี่ยวยิ่งนัก แต่องค์หญิงหยวนอี้เพิ่งผ่านความเป็นความตาย กลับไม่ซาบซึ้งไปกับคำพูดเช่นนี้
“ องค์ชายคิดมากไปแล้ว เรื่องนี้ท่านลืมไปเสียเถอะ อย่างไรฟ้าดินมีตา ได้ส่งเทพอัสนีลงโทษคนทำชั่วไปหมดแล้ว ให้มันแล้วไปเถอะ” องค์หญิงเอ่ยโดยไม่ยอมเปิดม่านมาพูดคุยด้วย องค์ชายซีหยางได้ยืนอึ้งพูดอะไรไม่ออก จนรถม้าขององค์หญิงเคลื่อนตัวออกไป
พอคณะขององค์หญิงมาถึงตำหนักที่พัก ทูตรีบขอตัวไปรายงานเรื่องนี้กับจักรพรรดิคิงส์หยาง แล้วรอให้ท่านจักรพรรดิเรียกตัวให้เข้าเฝ้าเมื่อใด จะมาแจ้งองค์หญิง
“ เดี๋ยวก่อนท่านทูต พวกเราต้องการพบองค์ชายใหญ่ของเรา ท่านพอจะแจ้งให้เขามาพบพวกเราที่นี่ได้ไหม”
“ เรื่องนี้ข้าต้องกราบทูลฝ่าบาทก่อน แล้วถึงจะให้คำตอบท่านได้” ท่านทูตรีบขอตัวไปเฝ้าจักรพรรดิทันที
ตำหนักองค์รัชทายาท
“ อะไรนะ ตุลาการน้ำเงิน กับ ตุลาการแดง ตายแล้วหรือ” รัชทายาทเอ่ยอย่างตกใจ
“ กระหม่อมไม่ทราบเลยว่าใครเป็นคนทำ พวกเราเห็นแต่ร่างศพของท่านตุลาการน้ำเงิน แต่ตุลาการแดงนั้น ร่างกระจัดกระจายหลือแต่เพียงเศษผ้าเท่านั้น แต่ในกลุ่มพวกมันไม่มีใครสามารถทำเช่นนี้ได้อย่างแน่นอน”
หนึ่งในจักรพรรดิพรหมเทพที่ลำตัวยังมีแผลไฟไหม้เอ่ยตอบองค์รัชทายาท
“ แล้วใครที่มันทำให้พวกเจ้าตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ลำพังแม่ทัพฉางอี้ไม่มีทางทำได้แน่”
“ มันเป็นนักพรตน้อยวัย ไม่น่าเกิน 10 ปี มันมีพลังอัญเชิญเทพอัสนีออกมาเป็นพายุสายฟ้า กองทัพนับหมื่นตายเรียบ ส่วนพวกเราก็ตกอยู่ในสภาพแบบนี้”
ยอดยุทธ์จักรพรรดิ เอ่ยเสียงเบาๆ
“ กองทัพนับหมื่นของข้า ที่อุตส่าห์ฝึกมาหลายปี เสียทรัพยากรไม่รู้เท่าไร สามารถสู้ศึกได้ 1 ต่อ 10 แต่ถูกเด็กน้อยวัยไม่ถึง 10 ปีเนี่ยนะ เจ้าจะให้ข้าเชื่อได้อย่างไง”
“ เป็นความจริง กระหม่อมไม่ได้พูดเกินไปเลย”
“ พอแล้ว เรื่องนี้ท่านทูตต้องมารายงานอีกครั้งกับเสด็จพ่อ ข้าจะไปฟังเอง พวกเจ้าหลบไปสักพัก หายดีแล้วค่อยมาหาข้า ค่อยคิดกันใหม่ว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรดี” ทั้งสามคนจากไป กุนซือของรัชทายาทที่ยืนฟังอย่างสงบ ค่อยๆพูดออกมา
“ ที่พวกเขาพูดมา นักพรตน้อยนั้นน่าจะเป็นจอมเวทย์เหมือนกระหม่อมอย่างแน่นอน” กุนซือหลิวเอ่ยกับรัชทายาท
“ นักพรตน้อยทำแบบนั้นได้ ต่อไปหากสู้กัน ท่านสามารถเรียก เทพอัสนีมาเป็นพายุสายฟ้าแบบมันได้หรือเปล่าล่ะ”
“ ข้าเองเพิ่งจะฝึกได้ขั้น 7 ยังไม่สามารถทำได้ ต้องเชิญอาจารย์กระหม่อมออกมา
อาจจะทำได้เช่นกัน” กุนซือหลิวเอ่ยแบบไม่มั่นใจ
“ เฮอะ อาจารย์ของท่านใช่ว่า อยากจะเชิญก็เชิญมาได้เสียเมื่อไร ข้าอยากได้มันมาเป็นพวกเดียวกับเรา ท่านไปหามันบอกความประสงค์ให้มันฟัง มันต้องการอะไร ก็ให้มันให้หมด หากได้มันมาเป็นพวก พลังพายุอัสนี ในแผ่นดินนี้จะมีใครต้านทัพของข้าได้” รัชทายาทต้องการตัวของเทียนอย่างมีจุดประสงค์แบบนี้นี่เอง
“ แล้วเรื่ององค์หญิง จะให้กระหม่อมทำยังไงต่อดี” กุนซือหลิวเอ่ย
“ ฮื่ม องค์ชายรองบังอาจสู่ขอองค์หญิงต่อหน้าท่านพ่อก่อนข้า ทั้งที่ข้าเจอก่อน
เรื่องนี้ข้าไม่ยอมปล่อยไปแบบนี้แน่ ท่านไปตามตุลาการอีกห้าคนมาหาข้า
เรื่องตุลาการที่ตายปริศนานี่ ต้องสืบให้กระจ่างก่อน เรื่ององค์หญิงหยวนอี้ ข้าต้องได้นางมาเป็นชายาของข้าให้ได้” องค์รัชทายาทกำหมัดแน่น
ท้องพระโรงแห่งจักรวรรดิคิงส์หยาง
“ จริงหรือ อัญเชิญเทพอัสนีมาเป็นพายสายฟ้า ฟาดคนนับหมื่นตายในพริบตา”
“ เป็นเรื่องจริง ให้แม่ทัพชายแดนไปตรวจสอบได้เลย เวลานี้ศพเป็นหมื่นนอนเกลื่อนเต็มป่าไปหมด” จักรพรรดิคิงส์หยาง สั่งขันทีไปตรวจสอบโดยด่วน
“ ไม่ใช่แค่นั้น ท่านนักพรตน้อย ยังต่อแขน ต่อขา ของทหารที่ถูกฟันขาด กลับมาเป็นปกติได้อย่างน่าอัศจรรย์อีกด้วย ขนาดคนที่ถูกฟันจนไส้ไหลออกมา มีคนลากกลับมาเหมือนว่าตายไปแล้ว นักพรตน้อยผู้นี้ กับชุบชีวิตขึ้นมาได้อีก กระหม่อม
รู้สึกแปลกใจตั้งแต่อยู่เมืองเจิ้งหนันแล้ว ทำไม จักรพรรดิจึงเกรงใจนักพรตน้อยเป็นพิเศษ ถึงขนาดฝากฝังองค์หญิงหยวนอี้ กับนักพรตน้อยเลย” ทูตคนนี้พูดจาทำให้จักรพรรดิถึงกับก้นร้อนเลย ตื่นเต้นอยากเจอกับนักพรตน้อย ไม่นานมีขันทีมากระซิบเรื่องที่ให้ไปถาม พระองค์ทำตาโต ทันที
“ ท่านนักพรตน้อยเวลานี้อยู่ที่ใด รีบเชิญมาหา ข้าตอนนี้ได้หรือไม่” จักรพรรดิคิงส์หยางทนไม่ไหวแล้ว อยากเจอตัวจริง
“ นี่มันจะเที่ยงคืนแล้ว กระหม่อมว่าพรุ่งนี้จะไปเชิญมาเข้าวังแต่เช้าเลย”
“ ดีดี ข้าอยากพบผู้วิเศษที่แท้จริงแบบนี้มานาน ที่ผ่านมาเจอแต่พวกหลอกลวง
ประกาศออกไป พรุ่งนี้เชิญองค์หญิงเจิ้งหนันหยวนอี้ ให้มาประทับในตำหนักหลวง สั่งองครักษ์คุ้มครองความปลอดภัยขั้นสูงสุด แจ้งองค์ชายใหญ่ให้ไปพบหน้าองค์หญิงเจิ้งหนันหยวนอี้ได้ตามที่ต้องการ” จักรพรรดิคิงส์หยางสั่งการอย่างแข็งขัน
รุ่งเช้าทุกคนตื่นขึ้นมาก็ตกใจ มีทหารจากวังหลวงมากันเต็มไปหมด ท่านทูตตืนนอนแต่เช้า มาขอพบท่านแม่ทัพเพื่อแจ้งข่าวดี ทั้งหมดพอได้ฟังก็ยินดียิ่งนัก ส่วนเทียนตื่นนอนมา ก็มีคนรับใช้ขององค์หญิงมาคอยปรนนิบัติ ตลอดจนเทียนตกใจ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“ นักพรตน้อยไม่ต้องเกรงใจ พวกเรายินดีปรนนิบัติ ท่านอยู่แล้ว”
“ ไม่ต้องหรอกพี่สาว เรื่องล้างหน้าแปรงฟันเปลี่ยนเสื้อผ้า พวกนี้ข้าทำเป็นแล้ว” เทียนเอ่ยเสียงอ่อย แต่ก็ถูก พวกพี่สาวจับล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้าเหมือนที่แม่เจนเคยทำให้อีกแล้ว จนกระทั่งมีคนมาบอกว่าท่านทูตมาขอพบ จึงได้ออกมาได้
“ ท่านนักพรตน้อย เวลานี้ฝ่าบาทมีรับสั่งให้ท่านเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์ ท่านนักพรตน้อยเชิญเถอะ” ท่านทูตเอ่ยอย่างรวดเร็ว
“ เดี๋ยวก่อน ข้าต้องดูแลความปลอดภัยให้องค์หญิง บอกท่านจักรพรรดิด้วย ข้าคงไปไม่ได้หรอก” เทียนพูดแบบนั้น ทั้งองค์หญิง กับแม่ทัพ ก็ตกใจ รีบบอกให้เทียนไปเถอะ พวกเขาไม่เป็นอะไร เพราะต้องย้ายเข้าไปพักในวังหลวง องค์จักรพรรดิมีบัญชาออกมาแล้ว เพื่อความปลอดภัยขององค์หญิง แล้วก็องค์ชายใหญ่ก็รออยู่ที่วังหลวงด้วย
“ ถ้าเช่นนั้น พวกเราก็เข้าวังหลวงพร้อมกันเลย” เทียนบอกออกไป แต่ท่านทูตเตรียมรถม้าจากวังหลวงมารับเทียนเพียงคนเดียว ส่วนคนอื่น ๆ ค่อยนำรถม้าทยอยเข้าไปกับทหารองค์รักษ์ของวังหลวง
“ นักพรตน้อย ท่านไปก่อนเถอะ อีกสักครู่พวกข้าจะตามไปทีหลัง” องค์หญิงหยวนอี้รีบเอ่ยออกไป กลัวว่าฝ่าบาทจะรอนาน
“ ถ้าเช่นนั้น ท่านเก็บหยกนี้เอาไว้ หากมีปัญหาอะไร ก็ติดต่อข้าผ่านหยก แล้วข้าจะมาทันที ข้าไปรอพวกท่านที่วังหลวงก่อนนะ” เทียนสั่งจบก็ขึ้นรถม้าไปกับท่านทูตทันที
พอถึงท้องพระโรงก็พบกับ องค์จักพรรดิคิงส์หยาง กับ ฮองเฮาทรงนั่งคอยอยู่นานพร้อมกับรัชทายาท องค์ชายซีหยาง และอีกหลายคนทั้งชายและหญิงเต็มไปหมด
เทียนมองหน้าท่านทูตเหมือนจะบอกว่า ไหนบอกว่าเป็นการพบส่วนพระองค์ ทำไมมากันทั้งราชวงศ์เลย
“ คำนับท่านจักรพรรดิ” เทียนก้มคำนับเป็นพิธี แต่ไม่คุกเข่า ขันทีกระซิบบอกให้คุกเข่า
“ ต้องขออภัย ตัวข้ามีร่างเทพเซียน หากคุกเข่าไป หากเป็นผู้มีบุญหนักจะสิ้นอายุขัยภายใน 7 วัน แต่ถ้าเป็นขันทีเช่นท่าน ข้า คุกเข่า ภายในสามอึดใจท่านต้องเลือดออกทั้งทวารทั้ง 7 ตายในทันที กงกง ท่านอยากให้ข้าคุกเข่าให้ไหม”
“ ไม่ต้อง ไม่ต้อง” กงกงรีบเอ่ยทันที จักรพรรดิพอฟังก็รีบเอ่ย
“ นักพรตน้อย ไม่ต้องคุกเข่า เชิญมาใกล้ข้าได้เลย” เทียนเดินเข้าไปตรงด้านหน้าของเชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์
“ นักพรตน้อย เจ้าอายุเท่าไรแล้ว” ฮองเฮาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเอ็นดูเป็นพิเศษ
“ เก้าปี หกเดือน พะยะค่ะ” เทียนตอบตามตรง
“ พูดจาฉะฉาน ดีจัง” ฮองเฮารู้สึกดีกับเทียน
“ นักพรตน้อย เจ้าอัญเชิญเทพอัสนีมาได้จริงๆ หรือ” จักรพรรดิถามเพื่อความแน่ใจ เทียนไม่ตอบ แต่ยกมือขึ้นฟ้า มีเสียงเปรี้ยง ๆ ๆ ออกมาหลายครั้ง
“ ปกติกระหม่อมเรียกมาได้ไม่กี่สาย แต่ถ้าสร้างแท่นอันเชิญ เทพอัสนี จะมากันมากกว่านี้ เทียนเรียกสายฟ้า มาหมุนเล่นในฝ่ามือ แค่นี้ทุกคนก็ตื่นตะลึงยิ่งนัก
“ ท่านนักพรตน้อย มิทราบว่าท่านพอมีเวลาบ้างไหม ตำหนักของข้ามี ยันต์วิเศษแผ่นหนึ่ง ข้าเพิ่งได้มาอยากให้นักพรตน้อยไปตรวจสอบดู” รัชทายาทเอ่ยชวนเทียนทันที ต่อหน้าองค์จักรพรรดิ
“ คงไม่เหมาะนักนะ เพราะว่า ข้าได้แต่งตั้งนักพรตน้อย เป็นราชครูน้อยแห่งจักรวรรดิคิงส์หยางแล้ว” พอจักรพรรดิคิงส์หยางประกาศราชโองการปากเปล่านี้ออกไปทุกคนตะลึงยิ่งนัก ทำให้เหล่าองค์ชายที่คิดจะชวนเทียนไปพบ ต้องหมดสิทธิ์ทันที เพราะมีกฏหมายห้ามให้ ขุนนาง พบกับองค์ชายเป็นการส่วนตัว และตำแหน่งราชครูน้อย นี้เป็นใหญ่เท่ากับอัครมหาเสนาบดี ที่ทั่วทั้งจักรวรรดิมีแค่สี่คนเท่านั้น
เทียนไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร เพราะเวลานี้ความปลอดภัยของ ทั้งองค์ชายใหญ่กับองค์หญิงหยวนอี้ขึ้นอยู่กับ จักรพรรดิคิงส์หยางแต่เพียงผู้เดียว จึงต้องยอมรับแต่โดยดี...