วันเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก วันนี้จะเป็การทดสอบความสามารถของพระเอก หลังจากได้ตำราฝึกเดินลมปราณ ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วก็เถอะว่าพระเอกมีสกิลพัฒนาความสามารถเป็เลิศ แต่ผมก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้อยู่ดี
ก็แหม นั่นน่ะลูกชายสุดที่รักของผมเลยนะเออ ผมปั้นเขาขึ้นมากับมือมีหรือที่จะไม่รักจะไม่หลง ถ้าไม่ติดเื่oocกับระบบเฮ็งซวยนั่นผมคงเข้าไปกอดเขาสักทีแล้วล่ะ แต่น่าเสียดายที่ต้องทำหน้าไร้อารมณ์ไร้ความรู้สึก ซึ่งบอกได้คำเดียวเลยว่าน่าเบื่อ
..ทำไมตอนนั้นผมถึงสร้างอวี่เฟิงให้มีคาแรคเตอร์แบบนี้ด้วยนะ ถ้าผมรู้ล่วงหน้าว่าต้องเข้ามาอยู่ในร่างนี้ ผมจะสร้างอวี่เฟิงที่แสนดีและสมบูรณ์แบบไว้รอเลย ให้ตายสิ ยิ่งคิดก็รู้สึกเกลียดตัวเองที่สร้างตัวละครตัวนี้ขึ้นมาเลยแฮะ..
แต่จะว่าไปแล้วผมเองก็ไม่ได้กลบหลุมเื่ความเป็มาของอวีเฟิงเลยนี่นะ ไม่สิต้องเรียกว่า ไม่ว่าตัวละครใดในเื่ยกเว้นพระเอก ก็ล้วนแต่ไม่มีที่มาที่ไปทั้งนั้น
ก็นะ นิยายห่วยๆ ที่มีคนอ่านแค่ไม่กี่คนกับมี Content ให้นักอ่านด่าแบบรายตอน ส่วนมากนิยายทั้งเื่ก็มีแค่ฉากเซอร์วิส ไอ้ความสมเหตุสมผลมันเลยไม่ค่อยจะมีน่ะสิ
'ก๊อกๆๆ ' (เสียงเคาะประตู)
'โอ้วว สงสัยพระเอกลูกรักของผมจะมาถึงแล้วล่ะ'
[ระบบทำการเปิดคาแรคเตอร์ตัวละครโดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันการ ooc]
'อ้าวเฮ๊ย! ระบบนายเล่นอย่างนี้เลยเหรอ'
[.....]
"เข้ามา"
"คารวะท่านอาจารย์ขอรับ"
ผมได้แต่มองพระเอกที่คุกเข่าให้กับผมอย่างทำอะไรไม่ได้ แม้ความจริงผมไม่ได้อยากให้เขาคุกเข่าให้ แต่การที่ระบบเปิดคาแรคเตอร์อัตโนมัติเพื่อป้องกันการ ooc นั้นมันทำให้ผมไม่อาจควบคุมร่างกายนี้ได้ ผมต้องหลับหูหลับตาดำเนินเื่ต่อไปตามคาแรคเตอร์ของอวี่เฟิง อย่างน้อยก็จนกว่าผมจะสามารถปลดล็อก OOCได้
แต่การที่พระเอกคุกเข่าให้ผมแบบนี้ พอถึงเวลาที่พระเอกเอาคืน มันคงสาหัสสากรรจ์ไม่ใช่น้อยเลยนะ...
[‘..ภายในคุกใต้ดินที่มืดมิดและอับชื้นมี เพียงแสงสว่างจากเทียนไขพอให้เห็นบรรยากาศรอบข้าง กลิ่นคาวเืลอยคละคลุ้งในอากาศชวนคลื่นเหียน บนผนังมีร่างร่างหนึ่งถูกลิ่มตอกยึดไว้กับผนังหินโสโครกอย่างหนาแน่น ผมเผ้ารุงรัง ดวงตาปิดสนิท ตามแขนขาและลำตัวมีแผลฉกรรจ์จากการถูกของมีคมเฉือนเป็วงกว้างจนเห็นเพียงกระดูกและเศษเนื้อปนน้ำหนองที่เริ่มเน่า…ทุกๆ วันคนผู้นี้จะถูกเฉือนเนื้อบางส่วนออก และถูกราดด้วยน้ำเกลือั้แ่หัวจรดเท้า…’
คัดลอกเนื้อหาบางส่วนจากบท ‘จุดจบของอวี่เฟิง’ เื่บุปผางามในม่านหมอก…]
นายจะตอกย้ำทำไมเนี่ย ถูกพระเอกสายดาร์กเฉือนเนื้อเลาะกระดูก มันไม่ใช่เื่น่าสนุกนะเว้ย
[ระบบจะอยู่เคียงข้างคุณ…]
'ไม่้า…'
หลังจากที่เถียงกับระบบในหัวจนเหนื่อยจึงหันไปสนใจกับพระเอกต่อ
"ไม่ต้องคุกเข่าหรอก ตำราที่อาจารย์ให้เ้าไปฝึกฝนทำให้เ้าก้าวหน้าขึ้นบ้างหรือไม่"
"ศิษย์โง่เขลา ทำให้ก้าวหน้าได้เพียงน้อยนิด ท่านอาจารย์โปรดลงโทษ"
"มาใกล้ๆ อาจารย์จะวัดพลังของเ้า"
ไม่ว่ายังไงก็ต้องรีบปลดล็อกooc ต้องรีบหนีไปให้ไกลจากพระเอก ส่วนตัวผมคิดว่าความตายไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวหรอก แต่การอยู่อย่างทรมานต่างหากที่น่ากลัว เพราะงั้นผมถึงต้องรีบทำดีกับพระเอกให้มากๆ แล้วรีบชิ่งหนีก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
แต่ถ้าหากหนีไม่พ้นจริงๆ อย่างน้อยเมื่อวันนั้นมาถึงเขาจะได้นึกถึงสิ่งดีๆ ที่ผมทำให้เขาบ้าง จะได้ฆ่าผมให้ตายแบบสบายๆ แทนการทรมานให้ตายอย่างช้าๆ น่ะนะ
นี่ผมหวังมากไปหรือเปล่านะ...
_
เมื่อกระแสปราณสายหนึ่งไหลแทรกซึมเข้ามาในร่างกาย ความรู้สึกหนึ่งก็ได้ผุดขึ้นในหัว'แปลก'แม้จะเพียงน้อยนิดแต่ข้าก็รู้สึกเช่นนั้น
แม้ตัวข้านั้นจะมิใช่ศิษย์คนโปรดของท่านอาจารย์ แต่ตัวข้านั้นถูกท่านอาจารย์'อบรม'อยู่บ่อยครั้ง แต่มิเคยมีครั้งไหนเลยที่ทำให้ข้ารู้สึกเช่นนี้ และตัวข้าก็มิอาจรู้ได้ว่าตอนนี้ข้ารู้สึกเช่นไร หรือมีอันใดที่แปลกไปจากเดิม
"ตำราที่อาจารย์ให้เ้าไปศึกษาเ้าจดจำได้หมดแล้วหรือยัง"
"ขอรับท่านอาจารย์"
"เ้าจงหมั่นฝึกฝนให้มากอย่าได้เกียจคร้าน นี่คือเคล็ดวิชากระบี่เฟิงเย่เ้าจงเอาไปศึกษาและฝึกตามตำราเล่มนี้ให้คล่อง หนึ่งเดือนให้หลังอาจารย์จะทดสอบวิชากระบี่ของเ้า ไปได้แล้ว…"
"ขะ ขอรับท่านอาจารย์"
เมื่อข้าออกมาจากห้องของท่านอาจารย์แล้ว จึงมองเคล็ดวิชากระบี่ในมือให้แน่ใจอีกครั้ง เป็เคล็ดวิชากระบี่เฟิงเย่จริงๆ เสียด้วย เหตุใดของล้ำค่าเช่นนี้ท่านอาจารย์จึงมอบมันให้แก่ข้า
หากจะกล่าวถึงวิชากระบี่เฟิงเย่ ใต้หล้านี้มีใครบ้างไม่รู้จัก วิชากระบี่อันดับหนึ่งในยุทธภพ ที่คนทั่วทั้งแผ่นดินอยากได้มา วิชากระบี่ลื่นไหลดั่งสายน้ำ แต่แฝงไว้ด้วยความหนักแน่นและมั่นคง วิชากระบี่เฟิงเย่มีทั้งหมด 13 กระบวนท่า ท่ารุก 9 กระบวนท่า ท่ารับ 4 กระบวนท่า เหตุใดท่านอาจารย์ผู้ที่เอาแต่เฆี่ยนตีข้าได้ทุกเมื่อเชื่อวันจึงมอบมันให้แก่ข้า
ตัวข้ามิได้โง่งมจนไม่รับรู้สิ่งใด ที่ผ่านมาอาจารย์ไม่เคยดีต่อข้า ถึงแม้ในใจข้าจะเคารพท่านมากเพียงใด หรือตั้งใจฝึกฝนพัฒนาตัวเองสักแค่ไหน ตัวข้ากลับไม่เคยได้รับคำชมจากท่านอาจารย์เลยแม้แต่ครั้งเดียว
แต่ตอนนี้ท่านอาจารย์กลับยกเคล็ดวิชาซึ่งถือเป็สมบัติล้ำค่าเช่นนี้ให้แก่ข้า
..ทำไมกันนะ
-
'นี่ระบบทำไมนายถึงรีบส่งมอบวิชากระบี่เฟิงเย่ให้พระเอกเร็วนักล่ะ'
[ระบบคิดว่าคุณรู้คำตอบอยู่แล้วเสียอีก….]
'มันเร็วไปไหมที่จะส่งมอบของอันตรายแบบนั้นให้พระเอกน่ะ'
[ระบบให้พระเอกฝึกฝนไว้ั้แ่เนิ่นๆ จะได้ชำนาญ~]
'ลั้ลลาจังนะ..ไม่ต้องชำนาญขนาดนั้นก็ได้ไหม เหลือทางไว้ให้ฉันรอดบ้างสิ'
[‘..ท่ามกลางหิมะสีขาวที่ถูกย้อมไปด้วยเืสีแดงฉานของผู้คนมากมายในาข้ามภพ หนึ่งศิษย์หนึ่งอาจารย์ยืนประจันหน้าและพร้อมฟาดฟันอีกฝ่ายด้วยทุกอย่างที่มี ท้ายที่สุดผู้เป็ศิษย์สามารถชนะอาจารย์ได้ด้วยวิชากระบี่อันดับหนึ่งในใต้หล้าที่อาจารย์เคยเป็ผู้สั่งสอน..’
คัดลอกเนื้อหาบางส่วนจากบท ‘ศึกชี้ชะตา’ เื่บุปผางามในม่านหมอก..]
'พอเหอะ เลิกตอกย้ำซะทีแค่นี้ก็อนาถพอแล้ว ขอตายตอนนี้เลยได้ไหม’
[ไม่สามารถทำได้ ระบบจะส่งเสริมให้คุณได้ตายอย่างภาคภูมิเอง..]
'...'
[ระบบอยู่ข้างคุณ...]
'...ไอ้ระบบเฮงซวย!! '
ขอบคุณสำหรับการติดตามผลงานของนามิ
รักลีดเดอร์ทุกคนค่ะ
จากใจ
นามิแค่อยากอ่านนิยาย
จุ๊บ