มหากาพย์ดาบอนันต์มนตรา ภาค : โลกมนตรากฤตยา (มี E-Book)

    ตอนที่ 28 เรื่องราวของปลายฝน (1)

    ปึง!



    เสียงกระแทกประตูดังลั่น อานนท์บุกเปิดประตูกระแทกโดยไม่สนว่าอีกฝ่ายเป็นถึงผอ.ของโรงเรียน



    “ดูเหมือนเจ้าไม่คิดที่จะฟังสิ่งที่ข้าเพิ่งจะบอกไปเลยสินะ” อานนท์พูดด้วยสายตาพร้อมจะฆ่าใครได้สักคน



    “อรุณสวัสดิ์ นักเรียนที่น่ารักของฉัน รู้สึกช่วงนี้เราเจอกันบ่อยนะ” ผอ.ธาวิสเอ่ยทักทาย



    สายตาของผอ.ธาวิสดูมีรอยยิ้มที่ไม่ยิ้มออกมา เขารู้ว่าชายหนุ่มคนนี้มาด้วยเหตุผลอะไร แต่เขาเลือกที่ทำเป็นไม่สนใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูดมา



    ด้วยอารมณ์ที่ขุ่นเคืองอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอกับท่าทีไม่เป็นเดือดเป็นร้อนของอีกฝ่าย ยิ่งทำให้อารมณ์ของอานนท์ขุ่นมัวขึ้นไปอีก เขาตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อของผอ.ธาวิสก่อนจะพูดว่า “ข้าก็ไม่คิดอยากจะเจอเจ้านักหรอก แต่ดูเหมือนเจ้าจะชอบบีบบังคับให้ข้าเลือกวิธีทำให้โรงเรียนนี้หายไปพร้อมกับเจ้าเพื่อที่ข้าจะได้ไม่ต้องเจอหน้ากับเจ้าได้อีกนะ”



    แววตาของอานนท์แข็งกร้าวจ้องเขม็งใส่ผอ.ธาวิสราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ



    “ใจเย็นลงก่อน เกิดอะไรขึ้นครับเนี่ย?” ผอ.ธาวิสยังคงทำเป็นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของเขาเอง



    “ก็ไอลีนไง ทำไมวันนี้นางถึงมาเข้าชั้นเรียนเดียวกับข้า!” อานนท์ตวาดใส่



    ผอ.ธาวิสแกล้งทำท่าทางเหมือนคนกำลังใช้ความคิดก่อนจะนึกออกแล้วพูดออกมา “ไอลีน? อ๋อ! คุณหมายถึงปลายฝนใช่ไหม?”



    “ข้าถามว่า ทำไมนางถึงมาเข้าเรียนห้องเดียวกับข้า!” อานนท์ขบฟันแน่นถามด้วยอารมณ์ขุ่นมัวพร้อมขยำคอเสื้อของผอ.ธาวิสแน่นขึ้น



    “เพราะทั้งโรงเรียนเธอรู้จักแค่คุณ ก็เลยส่งเธอไปเรียนห้องเดียวกับคุณ” ผอ.ธาวิสพูดอย่างอึดอัด “ว่าแต่คุณช่วยปล่อยคอเสื้อฉันก่อนได้ไหม ฉันหายใจไม่ค่อยออก”



    แทนที่อานนท์จะปล่อยตามคำขอ เขากลับจับคอเสื้อแน่นขึ้นไปอีก เขาคิดว่าทรมานแค่นี้มันยังน้อยด้วยซ้ำไปกับอารมณ์ที่ขุ่นเคืองของเขาในตอนนี้ หากไม่ติดว่าเขายังต้องอาศัยหลบซ่อนตัวภายในโรงเรียนนี้ต่อ เขาคงทำลายทุกอย่างให้ราบเป็นหน้ากลองไปแล้ว



    “ยังมีอีกตั้งหลายคนที่เธอรู้จัก” อานนท์หยุดพูดขณะพยายามนึกชื่อ แต่เขาจำชื่อใครแทบไม่ได้เลยก่อนจะพูดต่อว่า “พวกทีมสองที่ไปด้วยกันวันก่อนนั่นไง ทำไมไม่ส่งเธอให้ไปห้องของพวกนั้น”



    “คุณหมายถึง ธัญญ่า ปกรณ์แล้วก็เทพไท ใช่ไหม?” ผอ.ธาวิสกลอกตาใส่ขณะพูดว่า “พวกเขาเรียนอยู่ชั้นปีที่เจ็ดแล้ว จะให้ผมส่งเธอที่อายุสิบแปดปีที่ควรจะเรียนอยู่ชั้นปีที่ห้าไปเรียนชั้นปีที่เจ็ดได้ยังไง? มันดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลนะ จริงไหม?”



    อานนท์ยังไม่ปล่อยมือจากคอเสื้อของผอ.ธาวิส แต่มีท่าทีที่อ่อนลงขณะพูด “งั้นก็ส่งไปห้องอื่นสิ มีห้องตั้งเยอะแยะ”



    “ก็...ห้องคุณมันยังว่างอยู่ แล้วก็อย่างที่บอกไป เธอรู้จักแค่คุณเท่านั้น ไม่คิดจะสงสารเธอบ้างเหรอที่เข้ามาใหม่แล้วไม่มีเพื่อนน่ะ?” ผอ.ธาวิสเหมือนยิ้มอยู่แต่ไม่ได้ยิ้มออกมาขณะพูด



    เมื่อได้ยินสิ่งที่ผู้อำนวยการโรงเรียนพูดออกมาอย่างนั้น อานนท์ยิ่งฉุนขึ้นไปอีก



    “ไม่มีเพื่อนเหรอ? โน้นไปดูเลย หน้าตาอย่างนางมีคนเดินตามกันเป็นโขยงเลย กว่าข้าหลบออกมาได้ ให้ตายเถอะ” เขารู้สึกขมขื่นเมื่อนึกถึง



    ผอ.ธาวิสไม่คิดจะพูดอะไรเพิ่มเติม เขาอยากพยายามแกะนิ้วของอานนท์ออกจากคอเสื้อของเขาเสียมากกว่า



    อานนท์กลับมาจ้องตาเขม็งใส่ผอ.ธาวิสพร้อมขยำคอเสื้อให้ยับขึ้นไปอีกขณะพูดต่อ “เอาเป็นว่า ฟังข้าให้ดี รีบย้ายเธอไปห้องอื่นซะ ถ้าให้ดีย้ายเธอไปโรงเรียนอื่นเลยได้ยิ่งดี เข้าใจที่ข้าพูดใช่ไหม?”



    “ฉันเกรงว่าคราวนี้ฉันจะทำตามที่คุณบอกไม่ได้” ผอ.ธาวิสส่ายหัวเล็กน้อยขณะพูด พร้อมแววตาที่ทำให้อานนท์รู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังสนุกที่ได้เห็นเขาเป็นทุกข์อยู่ในขณะนี้



    “ทำไม?” อานนท์ถามอย่างเคลือบแคลงใจ



    “มันเป็นคำสั่งจากเบื้องสูงที่ฉันขัดคำสั่งไม่ได้” ผอ.ธาวิสตอบพร้อมกับยักไหล่



    “คำสั่งจากใครกันที่ทำให้เจ้ากล้าถึงขนาดขัดคำสั่งข้า” อานนท์ขมวดคิ้วอย่างสงสัย



    “จากพ่อของปลายฝน” ผอ.ธาวิสตอบ



    เมื่อได้ยินแบบนั้นหนังตาของอานนท์ถึงกับกระตุก มันช่วยไม่ได้ที่เขาต้องถามอย่างขึ้นเสียง “พ่อของปลายฝน? แล้วไง? คำสั่งของใครมันจะใหญ่กว่าข้าได้!”



    “พระราชาของอาณาจักรแห่งนี้” ผอ.ธาวิสพูดออกมาอย่างไร้อารมณ์



    เมื่อได้ยินแบบนั้น อานนท์ถึงกับปล่อยคอเสื้อของผอ.ธาวิสทันที มือทั้งสองของเขาเกร็งเหมือนคนพยายามยับยั้งชั่งใจไม่ให้กระทำการรุนแรงบางอย่างออกไปเขาสูดลมหายใจเพื่อสงบสติอารมณ์ก่อนจะกัดฟันพูดออกไป “ก็ได้ ครั้งนี้ข้าจะยอมปล่อยไปก่อน”