หลังจากที่ร่วมวงพูดคุยกับคนในครอบครัวเป็นทีเรียบร้อย ชายหนุ่มขอแยกตัวออกมาโดยพลันก่อนที่ไปหาหลงเสียวหยาว่ามีข่าวคราวอะไรที่น่าสนใจหรือไม่ในช่วงที่เขาไม่อยู่ เพราะช่วงเวลานี้มีเพียงหลงเสียวหยาเท่านั้นที่ค่อยดูเรื่องธุระและข่าวคราวด้านนอก และมันก็มีอย่างที่เขาคิดและมีข่าวน่าสนใจจริงซะด้วย
เนื่องจากการค้นหาบัลลังก์ราชันอย่างบ้าคลั่งแต่ยังไม่มีใครเจอเลยสักชิ้นเดียวนั้น ทำให้เหล่าขุมกำลังต่างๆพากันหัวเสียยกใหญ่ แต่ดูเหมือนว่าในความโชคร้ายยังมีความโชคดีพวกเขาพบรอยแยกของมิติที่มีไอปราณมหาศาลทะลักออกมามากมาย หลังจากที่มีผู้กล้าเข้าไปสำรวจเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้นจากระดับราชันเทวะขั้นก็ก็กลับกลายเป็นจักรพรรดิเทวะขั้นปลายในทันที พร้อมกับให้ข้อมูลอีกว่าด้านในนั้นคือแดนสวรรค์อย่างแท้จริงมีทรัพยากรณ์มากมายที่โลกใบนี้ไม่รู้จัก
เฟยหรงได้ยินดังนั้นเขาก็เกิดความอยากรู้อยากเห็นในทันทีเวลานี้เขาอยู่ราชันเทวะขั้นปลายแล้วหากเป็นอย่างที่ชายคนนี้พูดไม่แน่หากเขาเข้าไปชายหนุ่มอาจจะบรรลุระดับมหาเทวะเลยก็ได้ใครจะรู้
"ท่านหลงเสี่ยวหยาเราไปที่นั่นกันดีหรือไม่"เฟยหรงกล่าวถามด้วยความสนใจหลงเสียวหยาได้ยินก็ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ในทันที "เห้อ ถ้าให้ไปส่งน่ะได้แต่ดูเหมือนจักรพรรดิเทวะขึ้นไปจะไม่สามารถเข้าไปด้านในนั้นได้"
เฟยหรงเมื่อได้ยินดังนั้นก็ผงะในทันทีมิตินี้ช่างแปลกประหลาดนักมีจำกันตบะพลังในการเข้าเสียด้วย "เช่นนั้นข้าจะไปเองขอรับ อ่อๆข้าขอเลือดท่านสักสี่หยดได้หรือไม่พอดีข้ารับศิษย์มาสองคนพวกนางมีกายมังกรระดับนิพพานข้าเลยอยากจะยกระดับพลังให้พวกนางเสียหน่อย"
"สูกศิษย์!!เจ้าหนูที่เอาแต่เทียวเล่นอย่างเจ้าเนี้ยนะรับศิษย์ ข้าว่าพวกนางช่างคิดผิดเสียจริง ฮ่าๆๆ"หลงเสียวหยากล่าวอย่างขบขันแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมอบหยดเลือดสีทองให้เฟยหรงสี่หยดดังเช่นที่เจ้าตัวขอ
"หึ้ย ข้าไม่ได้แย่ปานนั้นเสียหน่อย เพราะมันมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดต่างหากละทำให้อยู่นิกายนานไม่ได้"เฟยหรงกล่าวแก้ตัวหยิบขวดหยกมาบรรจุเลือดลงไป หลงเสียวหยาที่ได้ยินอย่างจะหัวเราะจนตายเสียไห้ได้เหตุที่ว่าไม่ใช่เพราะชายหนุ่มมักจะอยากรู้อยากเห็นไปทั่วหรอกหรือ อย่างในกรณีนี้เองก็เช่นกันหากเดาไม่ผิดหลังจากเอาหยดเลือดของเขาไปให้กับศิษย์ของตนเองแล้วนั้น เฟยหรงก็จะผลักไสพวกนางมาให้เขาช่วยฝึกฝนอย่างแน่นอน
เฟยหรงที่ได้เลือดของจักรพรรดิมังกรมาแล้วนั้นเขาก็ไม่ลืมกลับมายังถ้พของตนเองในทันทีเพราะเวลานี้เขาไม่อยากจะไปรบกวนศิษยืของเขามากนัก พวกนางผ่านเรื่องราวร้ายๆกันมาอย่างหนักสมควรได้พักผ่อน
ชายหนุ่มนั่งมองท้องฟ้ายามราตรี ในใจเต็มไปด้วยความซับซ้อนช่วงชีวิตนี้แม้จะดูสั้นแต่กลับมีความทรงจำมากมายเกินขึ้นมามากมายทั้งสุขทุกข์ ดูเหมือนว่าเขาจะได้เรียนรู้อะไรหลายต่อหลายอย่างหาใช่เทพสงครามที่มีแต่การฆ่าฟันอีกต่อไป
"เห้อ นี่อาจจะเป็นชตาของข้าก็เป็นได้"เฟยหรงถอนหายใจเขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงตระกูลเฟย เหล่าทหารกล้าของเขาทั้งหลายที่ตากตกในสงครามล้างแค้นของตนเองและหวังว่าพวกเขาจะมีชีวิตใหม่ที่ดีเช่นกัน ส่วนตัวเขานั้นคือคนใหม่แล้วและจะไม่หันกลับหลังอีกต่อไปขอให้อดีตเป็นเพียงส่วนลึกในความทรงจำก็เพียงพอ
เจ้าวันต่อมาเฟยหรงได้เดินไปยังถ้ำของศิษย์หญิงทั้งสองของเขา แน่นอนเมื่อพวกนางเปิดถ้ำมา เฟยหรงถึงกับมองอย่างตะลึงและงุนงง ความงามของหญิงสาวทั้งสองนางนี้นั้นเทียบเท่ากับภรรยาของเขาอย่างหมิงเย่เลยทีเดียวแต่นั่นไม่ใช่ประเด็น พวกนางทั้งสองยังดูเหมือนกันอย่างกับแกะมีเพียงสีตาเท่านั้นที่แตกต่างกัน หลงเหม่ยหม่ยดวงตาสีน้ำเงินคล้ายกับท้องทะเลยามค่ำคืน ส่วนหลงเหม่ยอิงนั้นน่าสีตาเป็นสีเขียวมรกต
"เมื่อวานเห็นหน้าพวกเจ้าไม่ชัดไม่คิดเลยว่าจะเป็นฝาแฝด เอาเถอะ นี่คือเลือดของจักรพรรดิมังกรดูดซับมันซะ แล้วก็นี่วิชาบ่มเพาะของพวกเจ้าแล้วก็โอสถอีก เจ้าสามารถเลือกใช้ได้ตามสบาย"สองพี่น้องยืนมองอย่างเหม่อลอยในไปในทันทีเวลานี้ทั้งโอสถทั้งวิชาต่างๆกองกันเป็นภูเขาต่อหน้าของพวกนางจะไม่ให้ตกตะลึงได้อย่างไร เห็นได้ชัดเลยว่าของพวกนี้ล้วนแต่ล้ำค่าทั้งสิ้นโดยเฉพาะหยดเลือดของจักรพรรดิมังกร ต่อให้นางอยู่ในตระกูลหลงเห็นทีจะมีเพียงผู้อาวุโสไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับมัน แต่ก็เพียงหนึ่งหยดเท่านั้นต่อหนึ่งคน แต่พวกนางกลับได้ถึงสามหยดด้วยกัน มือที่ถือขวดหยกอยู่นั้นสั่นเทาอย่างช่วยไม่ได้
"ทะ ท่านอาจารย์นี่มันไม่ล้ำค่าเกินไปหรือเจ้าคะ "หลงเหม่ยเหม่ยแฝดผู้พี่กล่าวอย่างเกรงใจ ทรัพยากรณ์ขนาดนี้เรียกได้ว่าสร้างขุมกำลังรบขนาดเล้กได้ขุมกำลังหนึ่งเลยทีเดียว
"ไม่มีคำว่ามากเกินไป พวกเจ้าเป็นศิษย์ของข้าดังนั้นจะอ่อนแอไม่ได้ จำเอาไว้หากพวกเจ้ายังคงอ่อนแอก็ไม่สามารถกำหนดชะตาชีวิตด้วยตัวเองได้ ดังนั้นจงมีชีวิตอยู่อย่างแข็งแกร่งซะ"เฟยหรงว่ากล่าว หญิงสาวทั้งสองผสานมือคาราวะในทันทีพวกนางพากันเก็บทุกสิ่งที่เฟยหรงมอบให้หลังจากนั้นชายหนุ่มยังพาพวกนางเดินไปรับป้ายศิษย์เทียวชมหอกระบี่ทั้งยังพาไปแนะนำให้กับหลงเสี่ยวหยาและอีกหลายคนได้รู้จัก พวกเขาจะได้ช่วยเหลือนางได้หากขาดตกบกพร่องอะไรก็ตาม
"วันนี้พอเท่านี้ ข้าจะออกเดินทางสักพัก พวกเจ้าก็อยู่ฝึกที่นี่แหละ หากไม่เข้าใจตรงไหนก็ไถ่ถามท่างหลงเสี่ยวหยาเอาก็แล้วกัน"เฟยหรงกล่าวออกไปเช่นนั้น หญิงสาวทั้งสองผสานมือคาราวะอาจารย์ของพวกนางด้วยความเคารพในทันที ชายหนุ่มมองไปที่พวกนางอย่างพึงพอใจหวังว่าเขากลับมาจะเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของพวกนาง
เฟยหรงเดินออกไปยังหน้าริมหุบเขาพร้อมจะทยานออกไปทันใดนั้นที่ศรีษะของเขากลับมีวัตถุบางอย่างบินมาเกาะ เอาไว้หลังจากลูบคลำมันเขาก็ได้รู้ว่าวัตถุบนศรีษะก็คือเจ้าเม่นน้อยที่ชายหนุ่มให้เหล่าลูกของเขาเอาไว้นั่นเอง
"อะไรกันเจ้าจะไปด้วยงั้นหรือ"
"กิ้ว~ กิ้ว~"
เจ้าเม่นขี้เซาร้องออกมาเพียงเท่านั้นและเกาะอยู่บนศรีษะของเฟยหรงไม่ไปไหน ประดุจมันไม่อยากโดนทิ้งไว้กับเหล่าลูกๆของเฟยหรงอย่างไรอย่างนั้น ชายเฟยหรงเห็นเช่นนั้นก็ถึงกับสายหัวอย่างเหนื่อยใจ เจ้าเม่นน้อยปกติขี้เซามากๆแต่พอปิงลี่อินและเฟิงหยุนเยว่ได้มันไปดูเหมือนว่ามันจะไม่ค่อยได้นอนอีกเลย
"เอาเถอะ ไปก็ไป"เฟยหรงว่ากล่าวดังนั้นพลังปราณของเขาถูกเปลี่ยนเป็นปราณเทพสมุทรในทันทีพร้อมกับสัญลักษณ์ตรีศูลสีทองที่ปรากฏออกมา เฟยหรงคว้าเอาผ้าคลุมสีดำมาคลุมกายทะยานร่างไปด้วยความเร็วสูงที่แม้แต่ราชันเทวะด้วยกันยังอยากที่จะมองเห็น เป้าหมายของเขาคือรอยแยกมิติในเขตตะวันตกและเป็นที่ตั้งของเมืองเสวียนอู่นั่นเอง