เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์

    ตอนที่ 55 สงครามล่าอสูร

    เทียนมองตราขุนพลล่าอสูร แล้วคิดในใจ ตั้งแต่มาดินแดนแห่งนี้ไม่เคยเห็น อสูร ที่ไล่กลืนกินมนุษย์เช่นนี้มาก่อน เคยเห็นแต่ถูกมนุษย์ไล่ล่า นำมาเป็นสัตว์วิญญาณ ครั้งนี้คงต้องไปชายแดนเหนือ ช่วยพวกเขาตามล่าอสูรนรกพวกนี้

    เทียนหันไปมองลูกน้องกว่า 20 คนที่ยืนอยู่ข้างหลัง แต่ละคน ทำท่าฮึกเหิม จับอาวุธในท่าเตรียมพร้อม โดยที่แต่ละคนมีพลังยุทธ์ ยังไม่ผ่าน ราชันยุทธ์เลยสักคน ถึงแม้ว่าพลังยุทธ์พวกเขาไม่พร้อม แต่ดูจิตใจพวกเขาพร้อมที่จะช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนเรื่องนี้

    “ พวกเราทั้งหมดจะขอไปล่าอสูรนรก กับลูกพี่ด้วยขอรับ” จ้าวหนึ่งเอ่ยเป็นคนแรก แล้วที่เหลือก็พยักหน้า เห็นด้วยกันทุก ๆ คน

    “ ก็ดี ครั้งนี้พวกเจ้าจะได้ไปฝึกฝน ตนเองด้วย อีก 7 วันเตรียมออกเดินทาง” เทียนพูดคำนี้ออกไป จักรพรรดิเจิ้งหนัน ก็เดินเข้ามาพูดด้วย

    “ ครั้งนี้ พวกเราคงต้องส่งยอดยุทธ์ไปช่วยจักรวรรดิเมฆคราม หากไม่ช่วย พวกมันฝ่ามาได้ พวกเราก็คงไม่รอดแน่” จักพรรดิเอ่ยจบก็แจ้งไปยังทุกสำนักที่อยู่ในจักรวรรดิ ให้ส่งตัวแทนไปช่วยล่าอสูรนรกครั้งนี้

    “ ครั้งนี้ เป็นเรื่องสำคัญนัก เพราะที่ข้ารู้มาอสูรพวกนี้ ไม่ได้มีแค่เผ่าพันธุ์เดียว ไปถึงต้องระวังด้วย ข้าจะให้ศิษย์ภายในสำนัก ออกไปช่วย ล่าอสูรในครั้งนี้ด้วย” เจ้าสำนักเอ่ย เทียนกลับมาทีพัก วิมานเทพ ก็เริ่มฝึกฝ่ามือยูไลท่าทีเหลือทั้ง 6 ท่า

    โดยท่าที่สี่ ห้า และหก เป็นพลังที่มุ่งขจัดมารร้าย เวลาปลดปล่อยออกมาจะมีสัญลักษณ์ ที่เป็นรูปเครื่องหมายสวัสดิกะ พร้อมกับเพลิงสุริยัน ออกมา ไม่ใช่พลังฝ่ามือแบบที่ 1-3 ท่าแรก มันเป็นพลังที่สามารถขับไล่มาร ปีศาจ จนกระทั่ง เผาผลาญกลายเป็นฝุ่นผงไป

    โดยเรียกท่าที่สี่คือ ท่าฝ่ามือยูไลกำราบมาร ท่านที่ห้าฝ่ามือห้ายูไลผนึกมาร ท่าที่หกท่าฝ่ามือยูไลล้างโลกันต์

    ส่วนท่าที่เจ็ด ท่าฝ่ามืออรหันต์ห้านิ้ว ท่านี้เป็นท่านที่ใช้กำราบซุนหงอคอมาแล้วไม่ว่าจะหนีไปไหน ก็หนีไม่รอด

    ท่านที่ แปด ท่าฝ่ามือยูไลหมื่นกร ท่านี้ต่อให้ กองทัพสวรรค์มากันเป็นหมื่น ก็ไม่อาจต้านทาน

    ท่านที่ เก้า ฝ่ามือยูไลสยบโลกา ท่านี้ มีแต่องค์พระยูไลฝึกสำเร็จ โนจักรวาลนี้ไม่มีใครเทียบได้ โดยพลังฝ่ามือทั้งสามท่าหลัง จะปรากฏฝ่ามือยูไล และใจกลางฝ่ามือจะมีสัญลักษณ์ สวัสดิกะ ติดอยู่ด้วย เทียนวนฝึกไปครบทั้งเก้าท่า ทำให้เกิดพลังแห่งพุทธะ ฉายแสงออกมา เทียนไม่รู้ว่าพลังนี้คืออะไร แต่คิดว่าพวกปีศาจมารร้ายต้องกลัวแน่ แล้วเวลานี้ ก็ทำให้เทียนมีพลังยุทธ์ปรับขึ้นมาอีก สองระดับ กลายเป็นพลังยุทธ์ราชันพรหมเทพ ระดับ 67 และ วิญญาณยุทธ์ ระดับ 72 แล้ว แล้วก็ครบเวลา 7 วันที่จะเดินทางพอดี เทียนเปลี่ยนร่างกลับเป็นตี้เทียน แล้วออกไปดูแก๊งพยัคฆ์ม่านกู่ว่าพร้อมแล้วหรือยัง พอไปถึงทั้ง 25 คนแต่งชุดเกราะนักรบกันครบ มีตั้งแต่กระบี่

    ทวน โล่ เกราะ โดยมี พ่อแม่ปู่ย่าตายาย มาส่งกันเต็มไปหมด เทียนตั้งใจอยากให้เด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้ได้มีประสบการณ์ต่อสู้ กลับมาอย่างน้อยจะได้เรียนรู้ สัมผัส

    กับ ความโหดร้ายในโลกนี้บ้าง ไม่ใช่อยู่กับโลกที่สวยงามไปวันๆ

    “ ไปกันได้แล้ว” เทียนสั่งให้เจ้าหนึ่ง บอกกับทุกคน แล้วเทียนก็ไปขึ้นเรือมังกรของจักรพรรดิเจิ้งหนันที่เตรียมไว้ให้พร้อม บนเรือ เทียนพบกับ คนรู้จักคุ้นเคยหลายคน ทั้งองค์ชายเจ็ด และ อวี้หลันซึ่งมากับอาจารย์เหมยซาน องค์ชายเจ็ดเข้ามาทักทายเทียนก่อนเลย

    “ ท่านคือ คุณชายตี้เทียนใช่หรือไม่”

    “ ท่านคือ” เทียนแกล้งถาม

    “ ข้าคือ เจิ้งหนันซี เป็นโอรสองค์ที่เจ็ดของ จักรพรรดิเจิ้งหนันอ๋อง และนี่คือ น้องแปด และน้องเก้า น้องชายและน้องหญิงของข้าเอง”องค์ชายแปด กับ องค์หญิงเก้า ทักทายเทียนตามธรรมเนียม

    “ ถึงแม้เสด็จพ่อบอกว่า เจ้าเป็นคนที่เสด็จพ่อเชื่อใจมากที่สุด ข้ายังสงสัยจริงๆ

    ท่านทำอะไรให้เสด็จพ่อเชื่อใจ” องค์หญิงเก้า เป็นพี่สาวขององค์หญิงหยวนอี้

    “ น้องเก้าอย่าเสียมารยาท อย่าลืมที่เสด็จพ่อบอกเอาไว้” องค์ชายเจ็ดปรามองค์หญิงเก้าเอาไว้

    “ ไม่เป็นไร ข้าไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ท่านจักรพรรดิท่านก็พูดเกินจริงไปบ้าง”เทียนไม่อยากคุยมาก

    “ เป็นไปได้อย่างไร คุณชายตี้เทียน กำราบยอดยุทธ์ระดับจักรพรรดิทั้งสิบด้วยตัวคนเดียว และยังกล้าแย่งชิงโคมวิเศษองค์ชายหลิวเซียงออกมาอีก ใครไม่เกรงกลัวกันบ้าง” องค์ชายแปดเอ่ยตามที่ได้ฟังมา แต่ในใจยังไม่อยากเชื่อว่าเป็นจริง

    “ เอาละ พอแล้ว พวกเรามาแนะนำตัวกับคุณชายตี้เทียน ไว้ถึงที่นอกด่าน หากเจอเภทภัยใดใด พวกเราอาจต้องขอคำชี้แนะจากคุณชายตี้เทียนด้วย” องค์ชายเจ็ดเอ่ยจบก็พาตัวเองกับน้องทั้งสองคนจากไป พร้อมกับขบวนติดตามกลุ่มใหญ่

    “ คุณชายตี้เทียน ท่านอาจารย์เหมยซานเชิญไปพบ” ศิษย์หญิงจากสำนักเทพวิสุทธิ์ คนหนี่ง โผล่มาด้านข้างเอ่ยออกมา เทียนเลยเดินเข้าไปพบอาจารย์เหมยซาน ซึ่งอวี้หลันก็นั่งอยู่ด้วย หลังจากทักทายกันอาจารย์เหมยซานก็รีบเอ่ย

    “ คุณชายตี้เทียน ท่านได้ข่าว ซูเทียนบ้างหรือไม่” อาจารย์เหมยซานเอ่ยถาม

    “ ไม่ทราบขอรับ เขาแค่บอกว่าไปรักษาคนตามที่ต่างๆ ไม่ได้อยู่ที่ใดที่หนึ่ง” เทียนเอ่ยไปเรื่อย

    “ ไม่เป็นไร” อาจารย์เหมยซานเอ่ยขึ้นมาแบบเสียดาย

    “ ไม่ทราบว่าท่านอาวุโสมีเรื่องอันใด ไม่สบายใจ ก็โปรดบอกข้ามาได้ บางทีข้าอาจจะช่วยติดต่อ หรือ ทำแทนได้” เทียนเอ่ยเช่นนี้ อาจารย์เหมยซานก็รู้ดีใจ

    “ พวกเราอยากพบกับพี่เทียน เพราะอยากให้เขาทำอาวุธวิญญาณให้ศิษย์ที่มาในครั้งนี้” อวี้หลันเอ่ยขึ้น เทียนมองไปที่ศิษย์สำนักเทพวิสุทธิ์ ที่มาในครั้งนี้ สี่สิบคน

    “ อ้อ ข้าก็พอจะทำให้ได้ อาจไม่เก่งเหมือนเขา แต่ก็น่าจะพอใช้งานได้ พวกท่านนำเครื่องประดับที่มีมาให้ข้า คืนนี้ ข้าจะทำให้พวกท่านเอง” พออาจารย์เหมยซานและอวี้หลันได้ยินเช่นนั้น ก็รีบนำเครื่องประดับ ทั้งหมดสี่สิบชิ้นให้เทียนทันที

    เทียนนำกลับไป ที่ห้องพักส่วนตัว แล้วให้ เจ้าหนึ่งไปนำอาวุธกับชุดเกราะของแก๊งพยัคฆ์ม่านกู่ทั้งหมด มาให้หมอ เพื่อที่จะได้อัพเกรด อาวุธ และ เสื้อเกราะให้

    คืนนั้นเทียนได้ทำการสร้างเครื่องประดับอาวุธวิญญาณ และ อัพเกรดเสื้อเกราะและอาวุธให้กับ ลูกน้องทั้งหมด กว่าจะเสร็จก็ รุ่งเช้าพอดี เทียนให้เจ้าสองนำไปให้ศิษย์สำนักเทพวิสุทธิ์ ส่วนตัวเอง นั่งทำสมาธิปรับสภาพร่างกายให้พร้อมกับวันใหม่ พลังจอมเวทย์ของเทียนก็ปรับขึ้นมาเป็นระดับ 8 แสดงว่า หากฝึกเขียนยันต์ ร่วมไปในการสร้างศัตราวุธ ก็สามารถเพิ่มพลังเวทย์ให้เพิ่มระดับได้เช่นกัน หลังจากเทียนดื่มน้ำทิพย์เข้าไปก็มีสภาพเป็นปกติ เทียนก็เริ่มเขียนยันต์ล่องหน

    ยันต์ระเบิด ยันต์เคลื่อนย้าย เป็นจำนวนมาก แล้วแจกจ่ายให้กับลูกน้องทั้งยี่สิบห้าคน ละ เกือบร้อยใบ ผ่านไปสามวัน ในที่สุดเรือเหาะ ก็พาทุกคนมาถึง ชายแดนเหนือ สถานที่ล่าอสูร พอเรือเหาะลงมาจอด มีทหารจัดการ ของจักรวรรดิเมฆครามมาคอยต้อนรับ แล้วพาไปทุกคนไปเข้าห้องประชุม เพื่อให้รู้สถานการณ์ในตอนนี้

    “ ขอต้อนรับทุกคนที่เข้าร่วมในล่าอสูรในครั้งนี้ สถานการณ์ในเวลานี้เมืองนอกด่านสามร้อยกว่าเมืองถูกอสูรนรก ทำลายไปแล้วกว่าร้อยเมือง ชาวบ้านถูกพวกมันกลืนกินไปแล้วไม่ต่ำกว่า แสนคน ยังมีชาวบ้านยังอยู่ด้านนอกกว่า แปดแสนคน

    ไม่สามารถเข้ามาในกำแพงเมืองได้ เพราะระหว่างทาง พวกอสูรมาฝังตัวอยู่ใต้ทะเลทรายไปทั่วบริเวณทางที่จะเข้าเมืองจนหมด ภารกิจของเราคือต้องพาชาวเมืองกลับเข้ามาในกำแพงเมืองให้มากที่สุด เวลานี้มีสัญญาณขอความช่วยเหลือ มากถึง 150 เมือง กำลังสนันสนุนของเราเวลานี้มีเพียงแค่ 50 เมืองเท่านั้น ที่เหลือต้องให้พวกเขาช่วยตัวเองไปก่อ สำหรับทีมที่จะออกไปช่วยทุกครั้ง ต้องมีไม่น้อย กว่า ร้อยคน และทุกทีมควรจะมี ยอดยุทธ์ระดับจักรพรรดิพรหมเทพไปด้วย เพื่อความปลอดภัย ด้านหน้ามีแผนที่ ทั้งหมด 150 เมืองที่ต้องการความช่วยเหลือ พวกเราหวังว่า

    พวกท่านจะพาชาวบ้านที่เหลือกลับเข้ามาได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้” องค์ชายอธิบายให้ทุกคนฟัง

    “ ทำไมพวกเราไม่นำเรือเหาะไปรับพวกเขา เข้ามาในเมือง” มีคนเริ่มสงสัย

    “ อสูรที่อยู่นอกด่าน ในเวลานี้พวกเรา พบว่ามันมี อยู่ สี่เผ่าพันธุ์ คือหนึ่งตะกวดยักษ์ สอง ตะขาบทะเลทราย สาม พญาหนอนเม่น และ พญาแร้งเพลิง ทุกๆจุด ของสัตว์อสูรเหล่านี้ จะมีอสูรระดับแม่ทัพ คอยคุมอยู่ ตัวแม่ทัพอสูรนั้นพวกเราเคยใช้ยอดยุทธ์ระดับจักรพรรดิเกือบร้อยคนต่อสู้ ยังไม่สามารถโค่นมันได้เลย หวังว่าพวกท่านเจอ ต้องรีบหลบหนีอย่างเร็ว ส่วนพญาแร้งเพลิงพวกมันมันมีเป็นจำนวนมาก พวกมันเห็นเรือเหาะเมื่อไร ทุกลำจะถูกพวกมันเผาผลาญไม่มีเหลือรอดแม้แต่ลำเดียว พวกเราเคยลองมาหลายรอบแล้ว” องค์ชายหลิวอี้เอ่ยอธิบาย

    หลังจากฟังจบก็มีทหารพาทุก ๆคน ไปหยิบแผนที่พร้อมลงทะเบียนไว้ ว่าใครจะไปที่เมืองอะไร ส่วนเทียนนั้นกำลังจะออกไป ก็ถูกองค์ชายหลิวอี้รีบเข้ามาทักทายเป็นการส่วนตัว

    “ คุณชายตี้เทียน ดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้ง” องค์ชายหลิวอี้ทักทาย

    “ เช่นกัน ฟังภารกิจช่วยชาวบ้านของจักรวรรดิของท่าน ทำให้ข้ารู้สึก ตัวเองด้อยข้ายังไงไม่รู้” เทียนเอ่ยไปเรื่อย แต่ในใจยังรู้สึกคุ้นเคยกับองค์ชายหลิวอี้ไม่น้อย

    “ อย่าได้คิดเช่นนั้น ทุกคนที่มาช่วยกัน ต่างมีจิตใจอยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อยู่แล้ว เพียงแต่ว่า พวกเราเป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือเท่านั้น”

    “ ข้ามีคำถาม ทำไมอสูรพวกนี้ถึงไม่เข้าโจมตีเมือง แต่กลับโจมตีอยู่รอบๆ เหมือนพวกมันจะรออะไรหรือเปล่า” เทียนลองถาม

    “ เรื่องนี้ข้าก็ไม่รู้ แต่ก็เริ่มสงสัยอยู่เช่นกัน แต่กำแพงนี้สร้างมาเป็นพันปี แล้วอาจเป็นไปได้ว่า คงมีบางอย่างที่พวกมันเกรงกลัวเลยไม่กล้าโจมตีเข้ามา” องค์ชายหลิวอี้ออกความเห็น เทียนได้แต่เก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน องค์ชายหลิวบอกว่า ตราขุนพลล่าอสูรนั้นมีที่พักแยกออกจากคนทั่วไป ยื่นให้ทหารพวกเขาจะจัดการให้เอง

    จากนั้นทั้งสองคนก็แยกจากกัน เทียนหยิบแผนที่ ออกมาดูเพื่อตัดสินใจว่าจะไปที่ใด รุ่งเช้าก่อนออกไปค่อยแจ้งเจ้าหน้าที่ จากนั้นเทียนก็ยื่นป้ายขุนพลล่าอสูรให้ทหารที่จัดห้องพัก เทียนถูกจัดให้อยู่ที่พักส่วนตัวที่เงียบสงบ โดยมีลูกน้องตามไป 25 คน คืนนั้นเทียน เริ่มดัดแปลงเรือเหาะมังกรบิน ที่มีอยู่แล้วอัพเกรดขึ้นมาใหม่ แล้วใส่ค่ายกลห้าธาตุติดอาวุธไว้ทุกอย่างเตรียมตัว จัดการกับ พญาแร้งเพลิง ให้มันรู้ไปว่า มันจะแน่ไปกว่าเราได้อย่างไร

    รุ่งเช้าเทียนกับพวกแจ้งไปว่า จะไปช่วยชาวบ้านสามหมู่บ้านที่ปักหมุดเอาไว้

    ทำให้ เจ้าหน้าที่รีบบอกก่อนว่า ทั้งสามจุดถูก อสูรล้อมไว้หมดแล้ว ไม่มีใครทำภารกิจนี้แล้ว อยากให้เทียนพิจารณาใหม่อีกครั้ง

    “ ไม่ต้อง ข้าจะไปช่วย คนสามหมูบ้านนี้ “ เทียนบอกไปแล้วก็พาลูกน้องทั้ง25คน ขึ้นเรือเหาะมังกรบินไปทันที

    “ นี่เขาบินไปหรือ ไม่มีใครบอกเขาหรือว่า พญาแร้งเพลิง อันตรายแค่ไหน” เจ้าหน้าที่บันทึกตกใจ แล้วกลุ่มที่เทียนไปก็มีแค่เพียง ราชันยุทธ์เพียงคนเดียวเท่านั้นและไปแค่ 26 คน เกรงว่าไม่รอดกลับมาแน่เลย

    เทียนใช้เรือเหาะบินไปไม่นานก็ถึงหมู่บ้านที่ต้องการความช่วยเหลือ ระหว่างทางเทียนไม่เห็นว่าจะมี พญาแร้งเพลิงมาโจมตีแต่อย่างใด เทียนมาพบหัวหน้าหมู่บ้าน พอเห็นเทียนมาก็ดีใจ เรียกทุกคนให้มาเตรียมอพยพทันที

    “ พวกเราถูก เจ้าตะกวดยักษ์ไล่จับกินทุกวัน ๆ ละไม่ต่ำกว่า 50 คน พวกเราเวลานี้เหลือไม่ถึง 2 พันคนแล้ว” ผู้ใหญ่บ้านเอ่ยอย่างอ่อนใจ ขณะที่ทุกคนกำลังทยอยเข้ามา ก็มี ตระกวดยักษ์ผุดขึ้นมาอีกเช่นเคย คราวนี้เทียนสั่งให้ ลูกน้องขว้างยันต์เข้าใส่พวกตะกวดยักษ์ที่ผุดขึ้นมานับร้อย ล้วนถูกระเบิดตายกันเกลื่อนไปหมด เทียนก็ปล่อยฝ่ามือยูไล พันมือเข้าไป ใส่ตะกวดยักษ์ ตายกันยกรัง จนในพื้นที่แห่งนี้ไม่มีตะกวดยักษ์ให้เห็นอีกเลย

    เทียนทยอยพาทั้งหมดขึ้นเรือที่ละ 500 คน พอเต็มลำ แล้วเทียนแบ่ง คนให้อยู่คุ้มครองคนในหมู่บ้านครึ่งหนึ่ง เทียนไปส่งคนก่อนรอบหนึ่ง พอเรือเหาะขึ้นมาไม่นาน ก็มีฝูงแร้งเพลิง พุ่งเข้ามายังเรือบินแบบไม่กลัวตาย คือพร้อมฆ่าตัวตายไปด้วยกัน โดยแต่ละตัวล้วนมีไปลุกท่วมตัว แต่พอเข้ามาไม่ทันใกล้ตัวเรือ ก็ถูกฟ้าผ่า เข้าไป ฝูงพญาอีแร้ง ถูกฟ้าผ่าตายไปทีเดียวเป็นร้อย ๆ ตัว แต่ทุกตัวยังฝืนบินเข้ามา แต่ก็ไม่สามารถเข้ามาใกล้ได้ ยังเจอพายุเข็มหิมะยิงเข้าใส่ ตายอีกนับพันตัว จนที่เหลือไม่มีตัวไหนเข้าใกล้ เรือมังกรบินอีกเลย คนในเรือต่างยินดีอย่างยิ่ง รอบแรกเทียนมาส่งพวกเขาโดยปลอดภัย สร้างความตกตะลึงให้กับ ทหารจักรวรรดิเมฆครามยิ่งนัก

    จากนั้นเทียนกับลูกน้อง ก็ไล่ล่าเจ้าตะกวดยักษ์ โดยใช้ทั้งยันต์ระเบิด และ เข็มพิษ

    จนพวกมันตายไปเป็นพันเกลื่อนไปหมด เจ้าหนึ่งรับหน้าที่คุมเรือ ส่งชาวบ้านจนหมดไม่มีเหลือ เทียนสัมผัสได้ว่า ด้านหน้ามีแม่ทัพตะกวดยักษ์อยู่ จึงสั่งให้ ลูกน้องทั้งหมด ไปขึ้นเรือเหาะ ส่วนเทียน เตรียมต่อสู้กับแม่ทัพตะกวดยักษ์แต่เพียงผู้เดียว เจ้าแม่ทัพตะกวดยักษ์ เริ่มผุดร่างขึ้นมาจากพื้นดิน ทีละนิด ฝุ่นทรายลอยฟุ้งไปทั่ว แล้วร่างของมันก็ค่อยๆ ปรากฏร่างขึ้นใหญ่เท่ากับภูเขาย่อม ๆลูกหนึ่งเลยทีเดียว คนที่อยู่ในเมือง รีบออกมาดูกันเต็มไปหมด เพราะครั้งก่อนเคยมียอดยุทธ์ หนึ่งร้อยคนช่วยกันขับไล่ไปได้ แต่ไม่สามารถโค่นล้มมันได้ ผู้คนมายืนดูบนกำแพงไปหมด เพราะตัวมันใหญ่มาก เวลามันขยับเท้าที พื้นดินก็สั่นหวั่นไหวไปหมด มันแลบลิ้นพ่นพิษใส่เทียน ทักทายก่อน ดินหายตัวไปลอยอยู่บนฟ้า

    พื้นทรายที่เทียนยืนอยู่กลับเป็นพิษสีดำฟองฟอดไปทั่วบริเวณ เทียนลองใช้ทวนที่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่ ทำเลียนแบบ ไม้พลองของซุนหงอคอ กับ ทวนสามแฉกของหยางเจี่ยน แล้วมีใส่อักขระยันต์ไว้ด้านข้างทวนเพิ่งเพิ่มพลังโจมตี เทียนใช้ทวนวิเศษ เข้าโจมตีเจ้า ตระกวดยักษ์ตนนี้ โดยให้ทวนวิเศษเปลี่ยนร่างเป็นอาวุธใหญ่เท่ากันกับ เจ้าตะกวดยักษ์ แล้วฟาดกระหน่ำใส่เข้าไปที่ลำตัวตัวตะกวดยักษ์ พอโดนฟาดเข้าไปก็ส่งเสียงร้องทันที

    เพราะด้านข้างของทวนเป็นเหล็กแหลมโผล่ขึ้นมา มันโกรธแค้นมา ใช้หางสะบัดใส่เทียน เทียนใช้ปลายทวนยิงเข้าใส่ หางที่กำลังฟาดเข้ามา ระเบิดตูม ! หางเจอปลายทวนยิงระเบิดเข้าใส่ หางขาดออกจากกันทันที เทียนยิงกลีบดอกบัวเข้าใส่อีกนับร้อยกลีบ ถูกเจ้าตะกวดยักษ์หงายท้องกระเด็นถอยหลังไป เทียนยิงเข็มพิษเข้าใส่ปากและคอ เข้าหน้าท้องอีก จากนั้นกระโดดขึ้นไปบนฟ้า แล้วปล่อย ทวนลงมากลาย เป็นทวนยักษ์พุ่งเข้าปากแม่ทัพตะกวดยักษ์ ทะลุจนติดดิน มันดิ้นพล่านไปด้วยความเจ็บ แต่ไม่สามารถขยับไปไหนได้ เพราะถูกหอกแทงปากติดพื้นเอาไว้ ไม่อาจเคลื่อนที่ไปไหนได้

    เทียนกระโดดขึ้นไปบนหลังมันแล้วยิงลูกศรยิงตะวันเข้าทะลุหัวใจ ตายคาที่ ตะกวดที่เหลือล้วนหนีหายไปจนหมด เทียน ใช้มือจับหางของเจ้าตะกวดยักษ์ตัวนี้แล้วโยนเข้าไปใกล้กับกำแพงเมือง ให้ทุกคนได้ดูว่า

    แม่ทัพตะกวดยักษ์ก็ตายได้ ไม่ต้องกลัวมัน คนที่ยืนอยู่บนกำแพงตกตะลึงที่เห็นภาพนี้

    อวี้หลันกลับอาจารย์ถึงกับ อ้าปากไม่คิดว่าเทียนจะจัดการได้ด้วยตัวคนเดียว

    องค์ชายหลิวอี้มองมาที่เทียนด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงความรู้สึก แต่องค์ชายหลิวเซียงได้แต่อ้าปากตาค้าง คิดว่าถ้าครั้งนั้นเทียนต้องการฆ่าเขาจริงๆ เขาคงไม่รอดแน่...

     

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    173K 135
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    1.11M 1756
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367