ตอนที่ 39 เสียหน้า
เจียงหวู่เฉินให้คนรับใช้นำทางมาถึงหน้าเรือนรับรองที่แฝดหยินหยางพำนักอยู่เด็กรับใช้รายงานถึงการมาของเจียงหวู่เฉิน แต่ภายในตัวเรือนหามีคนตอบไม่ เจียงหวู่เฉินไม่สนใจเดินเข้าไปโดยที่พวกมันไม่ได้อนุญาต
สองแฝดหยินหยางที่นั่งอยู่เหลือบสายตาไม่พอใจมาที่มันเล็กน้อย แต่พวกมันนั่นไม่ได้กล่าวอันใดออกมา
“ผู้เยาวน์เจียงหวู่เฉินได้ยินชื่อเสียงของสองแฝดหยินหยางมานานแล้ว ผู้เยาวน์ขอรบกวนพวกท่านทั้งสองด้วย”
“ผู้เยาวน์ได้ยินมาว่าท่านเฮยซีและท่านไป๋ซีเคยจัดการเสือหนังเหล็กอันเป็นสัตว์อสูรขั้นนภาเมื่อหลายปีก่อนแล้วยังถลกหนังมันมาทำเสื้อเกราะ เป็นเรื่องจริงหรือไม่?”
“ข้าเคยได้ยินว่าพวกท่านฝึกฝ่ามือหยินหยางซึ่งเป็นวิชาระดับสูงของสำนักหยินหยางไม่ทราบว่าชีวิตนี้จะมีโอกาสได้ชื่นชมหรือไม่”
“ชื่อเสียงสำนักหยินหยางนั้นเรื่องระบือไกลผู้น้อยเลื่อมไสมานานอันว่าพรรคสุริยันจันทราเป็นอันดับหนึ่งของฝ่ายมารนี่อาจจะเกินเลยไปหน่อยข้าว่าพรรคหยินหยางของพวกท่านสมควรเป็นอันดับหนึ่งที่แท้จริง”
พวกมันไม่สนใจ กำลังจะเอ่ยปากไล่เด็กหนุ่มออกไปแต่เจียงหวู่เฉินก็นำหีบใส่ทองหนักหลายตำลึงขึ้นมาพวกมันก็เลยยับยั้งวาจาเอาไว้
“นี่เป็นน้ำใจเล็กน้อยถึงจะไม่มากแต่ข้าอยากให้พวกท่านรับไว้”สองแฝดหยินหยางเปลี่ยนท่าทีขึ้นมาเล็กน้อยเงินทองใช่ว่าพวกมันจะไม่มีแต่คงไม่มีใครหน่ายที่จะมีมากขึ้น?
.........................
อ้าวซ่งนั้นเดินเข้าไปในส่วนลึกของคฤหาสมันหยุดอยู่ที่หน้าห้อง ปากสั่งให้ผู้รับใช้ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูห้ามให้ใครเข้ามามันเดินเข้าไปในตัวอาคารไปที่มุมตู้แห่งหนึ่ง หันซ้ายแลขวา เมื่อมั่นใจว่าไม่มีคนก็เอื้อมมือไปกดปุ่มที่ซ่อนอยู่หลังหนังสือ
ทันใดนั้นตู้หนังสือกลับเลื่อนออกเผยเส้นทางลับที่ซ่อนอยู่มันเดินเข้าไปในช่องทางลับที่มืดสนิทเดินไปได้ซักระยะก็เจอประตูกลอีกชั้นมันล้วงป้ายสลักประจำตระกูลของมันขึ้นมาเปิดก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง
ภายในห้องเต็มไปด้วยเงินทองสมบัติมากมายมีทั้งสมุนไพรหายากล้ำค่าบ้างเป็นโสม บ้างเป็นบัวหิมะชั้นดีถูกเก็บไว้อย่างดีมันไม่สนใจสมบัติรายทางเหล่านั้นมันเดินลึกเข้าไปจนสุดทาง
มันก้าวเดินด้วยจังหว่ะและเส้นทางที่แปลกประหลาดเหมือนดังเป็นแบบแผนที่มันท่องขึ้นใจเดินซ้ายทีขวาทีแต่ละย่างก้าวทำให้มันเข้าใกล้ตู้นิรภัยที่สุดทางเดินที่มันต้องทำเยี่ยงนี้เพราะที่พื้นติดตั้งกับดักไว้ถ้าไม่ได้เดินอย่างถูกวิธีจะทำให้กับดักที่ติดตั้งทำงาน
แต่มันไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าบัดนี้ทุกการกระทำของมันตกอยู่ในสายตาจอมโจรในชุดดำจอมโจรนั้นเหมือนดังเงาเคลื่อนเข้าใกล้ตามหลังมันไปติดๆ
มันเดินไปจนถึงตู้นิรภัยหยิบกุญแจรูปร่างประหลาดขึ้นมาไขพอตู้เปิดออกเผยให้เห็นหีบหยกอย่างดีที่วางไว้ ทันทีที่มันเห็นดวงตาของมันทอแววประกายลุ่มหลงแต่มันไม่กล้าแตะต้องของสิ่งนั้นแม้มันจะได้รับฝากมานานปีเพราะมันยังรักชีวิตมากกว่าสมบัติตรงหน้า
หลังจากเฝ้าเก็บรักษามานานปีบัดนี้ต้องส่งคืนเจ้าของ มันยื่นมือที่สั่นเทาไปที่กล่องหยกมันลังเลเล็กน้อยพยายามหักห้ามใจ สุดท้ายมนุษย์เป็นสัตว์ที่พิศวงถ้ามีสิ่งที่เย้ายวนมาวางอยู่ตรงหน้าต่อให้พยายามหักห้ามมากเท่าใด แต่สุดท้ายก็จะหาเหตุผลให้กับตัวเองทุกครั้ง
‘ขอดูนิดหน่อยคงไม่เป็นไรกระมัง?’ มันค่อยๆแง้มกล่องหยกขึ้นออกสอดส่องเข้าไปข้างในกลิ่นอายของสิ่งที่อยู่ในนั้นต่างโชยออกมาอย่างรุนแรง มันรู้สึกร่างกายกระชุ่มกระชวยเหมือนอายุเยาวน์ขึ้นมาหลายปีเพียงแค่ได้สูดกลิ่นเล็กน้อยที่โชยออกมา คืนนี้อาหนิวอนุภรรยาคนใหม่ของมันคงจะไม่ได้นอนง่ายๆกระมัง?
ทันใดนั้นมันรีบปิดกล่องหยกด่าทอตัวเองที่อยากรู้อยากเห็น หรือว่ามันคร้านจะมีวิตอยู่แล้วหรือไง?มันตรวจดูสภาพรอบกล่องจนแน่ใจไม่น่ามีสิ่งใดผิดปกติก็หันหลังก้าวออกไปจากค่ายกลโดยที่มันไม่รู้ตัวเลยว่าในเสี้ยววินาทีที่มันปิดกล่องหยกของข้างในก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
.............
เจียงหวู่เฉินนั่นพูดจาเยินยอไร้สาระมันนั่นไม่สนใจเลยว่าคำพูดนั้นจะจริงมากน้อยเพียงไหนขอแค่ดึงดูดความสนใจของสองแฝดหยินหยางมาที่มันก็พอ
“เด็กน้อยเจ้าอยากเข้าพรรคหยินหยาง? เจ้าคงไม่คิดว่าแค่ทองคำไม่กี่ตำลึงนี่จะเพียงพอ?”
“ย่อมไม่ใช่พรรคหยินหยางอันเกรียงไกรจะสามารถเข้าด้วยวิธีนี้ได้อย่างไร? นี่เป็นแค่ของกำนัน เพราะผู้เยาวน์ชื่นชมในชื่อเสียงของพวกท่านอย่างแท้จริง”
“เหอะรู้ตัวเองก็ดี ไอ้หนูเจ้าคงจะอายุสิบหกสิบเจ็ดแล้วกระมัง หน่วยก้านพอดูได้แต่กับไม่แม้แต่ทะลวงขั้นขอบเขตยอดยุทธ์ มาตฐานต่ำต้อยเช่นนี้พรรคเรานั้นไม่ต้องการ!”
เจียงหวู่เฉินหน้าชาเล็กน้อยมันนั้นไม่ได้อยากจะเข้าสำนักหยินหยางแค่เออออตามพวกมันเท่านั้นแต่ในเมื่อโดนดูถูกเช่นนี้ก็รู้สึกต่ำต้อยขึ้นมาไม่น้อยมันไม่เข้าใจเลยซักนิดว่ามันทำอันใดพลาดไปถึงไม่สามารถก้าวเข้าขอบเขตยอดยุทธ์ได้
แนวการฝึกวิชาปรานที่มันได้เรียนรู้มันสามารถเข้าใจได้อย่ารวดเร็วมันมั่นใจเป็นอย่างมากแต่กลับไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีนักในการปฏิบัติจริงมันถึงกลับลองตีความวิชาใหม่ดัดแปลงเล็กน้อยหาแนวทางของตนเองตอนแรกดูเหมือนจะเป็นไปได้ดี สุดท้ายผลลัพธ์กับเหมือนเดิม มันไม่สามารถก้าวข้ามขอบเขตไปได้
“นี่...บางทีข้าอาจจะไม่เหมาะกับวิชายุทธ์ที่ฝึกแต่ถ้าเป็นวิชาสำนักหยินหยาง นี่ย่อมไม่แน่”
“เจ้าคิดงั้น? เจ้ารู้หรือไม่สำนักหยินหยางมีแนวการฝึกเช่นไร?เท่าที่ข้ามองดูผ่านจากกลิ่นอายของเจ้า...เจ้าคงยังเป็นเด็กน้อย ไม่ได้กลายเป็นชายชาตรีเต็มตัวด้วยซ้ำอย่างนี้ยังมีหน้ามาบอกเหมาะกับแนวทางสำนักเราหรือ ฮ่าฮ่าฮ่า”
เจียงหวู่เฉินหน้าแดงด้วยความอับอายเรื่องแบบนั้นปกติควรทำแล้วหรือ?มันนั้นเจอสตรีไม่มากที่สำนักกับมีเพียงอาจารย์หญิง เสี่ยวไป๋และศิษย์พี่หญิงซูตันหยิน
กับเสี่ยวไป๋มันเห็นอีกฝ่ายเป็นแค่น้องสาวไม่เคยมีความคิดเกินเลยกับนางเลยส่วนกับศิษย์พี่หญิงที่ทั้งใจดีและงดงามพอนึกถึงนางมันก็อดหน้าขึ้นสีขึ้นมาน้อยๆไม่ได้
“นี่มีอันใดไม่ดีถ้าเราเก็บครั้งแรกไว้ในช่วงที่พอเหมาะ เวลาฝึกฝนบำเพ็ญคู่ย่อมเกิดผลดีเลิศมากกว่าปกติ?อีกอย่างข้ายังไม่แต่งงานจะไปกลายเป็นชายหนุ่มเต็มตัวได้อย่างไร?”
พวกมันได้ยินดังนั้นยิ่งหัวเราะเยาะเจียงหวู่เฉินหนักขึ้น “เจ้าไป๋เจ้าได้ยินมั้ยไอ้หนูนี่บอกต้องแต่งงานก่อนถึงสล่ะซิงได้หว่ะ โอ้ย ข้าขำจะตาย”
“ใช่หน้าตามันก็ใช้ได้แต่กลับยังไม่เคยลิ้มลองรสอิสตรีข้าหน่ะสงสารอิสตรีในเมืองนี้จริงๆ”
“ใช่ไอ่หนูนี้พรสวรรค์ฝึกยุทธ์อาจไม่เอาไหนแต่พรสวรรค์ในการสร้างเรื่องตลกของมันใช้ได้ จะรับมันเป็นศิษย์เอาไว้สร้างความบันเทิงดีมั้ยฮ่าฮ่าฮ่า”
เจียงหวู่เฉินเสียหน้าเป็นอย่างมากมันทั้งโกรธทั้งอับอายถ้ามันมีวรยุทธ์ที่สูงส่งกว่าสองแฝดหยินหยางที่หน้าตายนี่บางทีมันคงทุบทั้งสองจนเป็นเลือดเนื้อเลอะเลือนไปแล้ว
‘นี่มันเรื่องผิดปกติหรือศิษย์พี่ใหญ่ข้าอายุจะสามสิบก็ยังไม่แต่งงาน ไม่มีประสบการน์เด็กน้อยซูเฟิงก็เอาแต่เล่น มันไม่เห็นแปลกตรงไหน?’ เด็กหนุ่มทนไม่ไหวจึงขอตัวลาออกมามันตั้งใจดึงความสนใจสองแฝด ตอนแรกสถานการน์ไม่ดีฝาแฝดไม่สนใจมัน แต่ภายหลังกลับกลายเป็นสำเร็จด้วยแนวทางที่ไม่ได้คาดคิด...
พอมันเดินออกมาก็พบกับอ้าวซ่งที่เดินเข้ามาพอดีอ้าวซ่งงุนงง แต่เด็กหนุ่มบอกขอตัวมันก็ไม่ห้ามอีก พอเดินออกมาเจียงหวู่เฉินเหลือบมองกล่องหยกในมืออ้าวซ่งหรือว่าเสี่ยวถานจะทำพลาด?