หลังจากชัยชนะอันแสนขมขื่นที่แคว้นต้าลู่ อ๋องหลงเฟย ก็ตัดสินใจที่จะไม่รุกคืบเข้าไปในแผ่นดินของศัตรูในทันที แต่เขาหันมาใช้กลยุทธ์ที่แยบยลกว่านั้น โดยมี ซือหม่าคุน เป็นมันสมองสำคัญในการวางแผน หลงเฟยตัดสินใจที่จะเบนเป้าหมายไปยังแคว้นอื่นที่อยู่ใกล้เคียง นั่นคือ แคว้นหนานหลง (Nanlong) ซึ่งเป็นแคว้นที่มีชื่อเสียงด้านวัฒนธรรมและศิลปะ แต่มีกองทัพที่อ่อนแอ หลงเฟยไม่ได้ต้องการที่จะทำลายแคว้นหนานหลง แต่เขาต้องการที่จะรวมแคว้นหนานหลงเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรเจียงหนานด้วยสันติวิธี
ในห้องประชุมลับซึ่งเต็มไปด้วยแผนที่และตำราพิชัยสงคราม หลงเฟยนั่งอยู่บนเก้าอี้บัญชาการโดยมี ซือหม่าคุน กุนซือคู่ใจยืนอยู่ข้างๆ และเหล่าแม่ทัพผู้เกรียงไกรอย่าง เหลียงกัง, หลงฮวน, หมิงเหยา และ ถานจง ที่ปรึกษาทางการส่งกำลังบำรุงยืนอยู่รายล้อม หลงเฟยตัดสินใจที่จะใช้การทูตในการรวบรวมแคว้นหนานหลงเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรเจียงหนาน
"แคว้นหนานหลงมีวัฒนธรรมและศิลปะที่เจริญรุ่งเรืองมาก" ซือหม่าคุนกล่าวในห้องประชุม "หากเราใช้กำลังทหารในการรุกราน เราจะทำลายวัฒนธรรมของพวกเขา และอาจจะทำให้ผู้คนในแคว้นไม่พอใจ แต่หากเราใช้การทูต เราจะสามารถชนะใจพวกเขาได้ และนำวัฒนธรรมของพวกเขามาเป็นส่วนหนึ่งของเจียงหนาน"
แผนการของหลงเฟยและซือหม่าคุนมีดังนี้:
ถานจง เสนาบดีคลังผู้มากปัญญา จะนำคณะทูตไปเจรจาทางการค้ากับ อ๋องหนานเฟิง (Prince Nanfeng) ผู้ปกครองแคว้นหนานหลง โดยเสนอผลประโยชน์ที่พวกเขาจะได้รับจากการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับเจียงหนาน
ซูเหวิน สตรีผู้ชาญฉลาดด้านการแพทย์และการรักษาพยาบาล จะนำคณะแพทย์ไปช่วยเหลือผู้คนในแคว้นหนานหลงที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ทำให้ผู้คนในแคว้นหนานหลงรู้สึกประทับใจในความเมตตาของหลงเฟย
หลงเฟย จะนำกำลังพลส่วนหนึ่งไปซุ่มซ่อนอยู่ใกล้กับเมืองหลวงของแคว้นหนานหลง โดยรอคอยสัญญาณจากซือหม่าคุน
หากการเจรจาไม่เป็นผล หลงเฟยก็จะใช้กำลังทหารในการบุกโจมตีแคว้นหนานหลง แต่เขาจะใช้กำลังทหารให้น้อยที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสีย
การเดินทางของคณะทูตเจียงหนานเป็นไปอย่างราบรื่น ถานจงได้แสดงถึงความสามารถในการเจรจาที่ยอดเยี่ยม เขาโน้มน้าวให้อ๋องหนานเฟิงเห็นถึงผลประโยชน์ที่เขาจะได้รับจากการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับเจียงหนาน และซูเหวินก็ได้ช่วยเหลือผู้คนในแคว้นหนานหลงที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ทำให้ผู้คนในแคว้นหนานหลงรู้สึกประทับใจในความเมตตาของหลงเฟยเป็นอย่างมาก