ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    บทที่ 97 ปิ่น lll


    “ปิ่นเมื่อวานที่ไปสารภาพรักกับพี่นะมาเป็นยังไงบ้าง ประสบความสำเร็จไหม เล่ามาให้ละเอียดเลยนะ” นิดที่ปรึกษาและกองเชียร์รีบกล่าวถามเพื่อนหลังจากเช้าวันถัดมาที่เธอยุให้เพื่อนสาวไปสารภาพรักกับรุ่นพี่
    ปิ่นยิ้มเขินๆ เธอก็ไม่รู้ว่าเมื่อวานที่ไปดักพบและบอกชอบรุ่นพี่จะเรียกว่าประสบความสำเร็จได้ไหม เพราะถึงแม้เธอจะไม่ได้ถูกปฏิเสธ แต่ก็ไม่ได้ถูกตอบรับเช่นกัน
    “พี่นะบอกว่า อีก 4 ปี ค่อยมาบอกอีกที”
    “แล้วมันหมายความว่ายังไงหว่า งง” นิดทำหน้าสงสัย
    “นั่นสิ ฟังดูกั๊กๆ ชอบกล” ซีที่นั่งฟังด้วยก็ตั้งข้อสงสัย
    “แค่สารภาพรัก ขอเป็นแฟน ไม่ได้จะชวนจดทะเบียนสมรสซะหน่อย ทำไมต้องรออีกตั้ง 4 ปี อะไรของพี่นะเขาอ่ะ” นิดยังไม่วายสงสัยเพราะองค์ความรู้จากการ์ตูนญี่ปุ่นเล่มเดียวจบของเธอ มันไม่มีเรื่องไหนเลยที่พระเอกจะโบ้ยให้ต้องไปสารภาพรักใหม่อีกหลายปีข้างหน้าเลยนี่นา
    “แต่เราลองถามดูแล้วนะว่าพี่นะมีคนที่ชอบหรือเปล่า พี่นะก็บอกว่าไม่มีนะ” ปิ่นเล่าข้อมูลเพิ่มเติมให้เพื่อนร่วมกลุ่มฟัง
    “ต๊าย เพื่อนชั้น กล้าหาญ” นิดออกปากชมทำให้ปิ่นนึกขึ้นได้จึงยิ้มเขินๆ เธอก็ไม่นึกว่าตัวเองจะกล้าถามรุ่นพี่เหมือนกัน
    “หรือพี่เขาอกหักยังทำใจไม่ได้อ่ะ เลยขอเวลาทำใจก่อน” ซีออกความเห็นบ้าง
    หลังจากนั้นกลุ่มเพื่อนของปิ่นก็พูดคุย ปรึกษา วางแผน เรื่องระหว่างเธอกับรุ่นพี่จนหมดเวลาพัก
    “เดี๋ยวฉันจะไปสืบข่าวกับทางพี่เต้มาให้เอง ว่าพี่นะคิดยังไงกับแก” นิดกล่าวทิ้งท้าย ขันอาสาช่วยเรื่องความรักของเพื่อนสาวอย่างเต็มที่

    หลังจากที่ไปเลียบๆ เคียงๆ สืบข่าวกับพี่เต้เพื่อนสนิทของพี่นะมาเรียบร้อยแล้ว นิดก็นำเอาข้อมูลมาบอกแก่เพื่อนสาวในอีกหลายวันต่อมา“ฉันไปคุยกับพี่เต้มาสองสามครั้งแล้ว พี่เต้บอกว่าพี่นะก็ไม่ได้สนใจผู้หญิงคนไหนนะ” นิดกล่าว ก่อนจะขยายความเพิ่มเติม
    “และพอฉันลองถามพี่เต้อ้อมๆ ว่า พี่นะคิดยังไงกับแก พี่เขาบอกว่าตั้งแต่ขึ้นชั้น ม.6 ผู้หญิงที่พี่นะคุยด้วยบ่อยที่สุดก็มีแต่แกนี่ล่ะปิ่น” “จริงเหรอ” ปิ่นยิ้มหน้าบาน
    “จริงสิ ชั้นตะล่อมอยู่นานกว่าพี่เต้จะพูดถึงเรื่องนี้” นิดกล่าวยืนยันอย่างแข็งขัน
    ปิ่นยิ้มอย่างดีใจเมื่อได้ยินคำบอกเล่าจากเพื่อนสาว


    เมื่อได้รับกำลังใจและแรงเชียร์จากเพื่อน ๆ อย่างเต็มที่ ปิ่นจึงได้กล้าโผล่ไปทักทายและพูดคุยกับพี่นะเป็นประจำ รวมถึงไปให้อาหารน้องหมาโรงเรียนพร้อมรุ่นพี่บ่อยๆ
    เย็นวันหนึ่งปิ่นก็มาดักรอพี่นะที่มักจะชอบไปให้อาหารหมากับแมวของโรงเรียนบ่อย ๆ เพราะเธอรู้ว่าเป็นกิจกรรมที่รุ่นพี่ชอบทำเป็นประจำในตอนเย็นหลังเลิกเรียนวันจันทร์
    ปิ่นเห็นพี่นะเดินถือถุงใส่ของกินต่างๆ ที่จะเลี้ยงน้องหมาในวันนี้ เธอจึงเดินออกไปยิ้มแป้นทักทาย
    “ว่าไงน้องปิ่น ไปเลี้ยงน้องหมากับพี่อีกป่ะ”พี่นะยกถุงที่ถือมาชูให้เธอดู
    “ไปค่ะ” ปิ่นตอบรับในทันที ก่อนจะเดินตามรุ่นพี่ที่พยักหน้าให้ตามมา
    เธอกับรุ่นพี่ให้อาหารและปรามเหล่าก๊วนสี่ขาไม่ให้ทะเลาะแย่งของกินอยู่ราวครึ่งชั่วโมง ช่วงเวลาที่ได้อยู่ข้าง ๆ เขาในวันนี้ก็หมดลง“น้องปิ่นกลับเลยก็ได้นะ เดี๋ยวพี่ไปเลี้ยงแมวต่ออีกหน่อย”
    “หนูไปด้วยค่ะ”
    ปิ่นอยากยืดเวลาอยู่กับรุ่นพี่ที่ชอบออกไปอีก เธอจึงตามรุ่นพี่ไปให้อาหารแมวของโรงเรียนที่มักอยู่ไม่ค่อยเป็นที่เป็นทางต่อ
    ตามไปดูพี่นะนั่งคุยกับแมวโรงเรียนพร้อมฉีกเนื้อไก่ให้แมวไปด้วยจนครบเกือบทุกตัว เสร็จแล้วรุ่นพี่ก็ชวนเธอเดินกลับโต๊ะประจำของเขาที่วางกระเป๋าไว้
    ระหว่างเดินกลับโต๊ะพี่นะก็ชวนคุยเรื่องกีฬา จนปิ่นได้รู้ว่าเธอกับรุ่นพี่ก็เชียร์ทีมฟุตบอลทีมเดียวกัน พวกเธอจึงได้พูดคุยถึงนักกีฬาในทีมที่ชื่นชอบกับฟอร์มการเล่นของฤดูกาลนี้ที่ต่างก็พากันทำได้ดี
    ปิ่นเดินคุยกับรุ่นพี่อย่างติดพันมาจนถึงโต๊ะของเขา เธอก็มองเห็นดาวโรงเรียนชั้นปีเดียวกับเธอนั่งอยู่ที่โต๊ะกำลังลูบหัวแมวโรงเรียนตัวหนึ่งที่อยู่บนตัก
    “อ้าว ว่าไงน้องบีน่า” เสียงพี่นะร้องทัก
    “สวัสดีค่ะพี่นะ” สาวลูกครึ่งกล่าวตอบ
    ปิ่นนั่งลงที่โต๊ะตามรุ่นพี่ ก่อนจะนั่งเงียบฟังบทสนทนาของคนร่วมโต๊ะด้วยความสนใจ
    “บีน่าเอาอัลบั้มรูปงานกีฬาสีมาฝากพี่นะส่งให้พี่นันดูค่ะ เมื่อวานพี่นันมาที่บ้านบีน่าแล้วได้คุยกันเรื่องกีฬาสีโรงเรียนเรา พี่นันอยากเห็นรูปงานกีฬาสีก็เลยวานบีน่าฝากผ่านพี่นะส่งไปให้ดู”
    ดูเหมือนดาวโรงเรียนคนนี้จะรู้จักและสนิทสนมกับพี่สาวของพี่นะด้วย
    ปิ่นเห็นรุ่นพี่รับอัลบั้มรูปจากสาวสวยดาวโรงเรียนไปใส่ไว้ในกระเป๋า เสร็จแล้วก็นั่งยองๆ ลงคุยกับเจ้าแมวลายตัวอ้วนที่เพิ่งกระโดดลงจากตักของสาวลูกครึ่ง
    เธอมองดาวโรงเรียนรุ่นเดียวกันที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามอย่างกังวล
    นอกจากจะสนิทกับพี่สาวของพี่นะจนกระทั่งไปมาหาสู่กันที่บ้านแล้ว อีกฝ่ายยังเป็นหญิงสาวสวยจัดขนาดที่ปิ่นยังต้องยอมรับและเคยมองอย่างชื่นชมบ่อยๆ
    หลังจากมองคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามกันไปมา ปิ่นก็หันไปมองพี่นะฉีกไก่ป้อนเจ้าแมวอ้วนที่อ้าปากรอพร้อมชูหางแกว่งไปมาแทน เธอรู้สึกว่าหญิงสาวที่นั่งตรงข้ามก็ยังแอบมองมาที่เธออยู่
    “อ้อ รู้จักกันหรือเปล่าทั้งสองคน” จู่ ๆ พี่นะที่กำลังป้อนอาหารแมวอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมาถามพวกเธอ
    ปิ่นกับคนที่นั่งตรงข้ามส่ายหน้า พี่นะจึงแนะนำให้พวกเธอรู้จักกัน
    “น้องปิ่นนี่บีน่าห้องสามนะ”
    “น้องบีน่านี่ปิ่นห้องสี่ เรียนชั้นเดียวกัน รู้จักกันไว้ล่ะ” พี่นะแนะนำพวกเธอให้รู้จักกัน
    “สวัสดีค่ะ” ปิ่นกล่าวทักทายและยิ้มให้ดาวโรงเรียนห้องสาม อีกฝ่ายก็ทักทายและยิ้มกลับ
    หลังจากทักทายกันแล้วพวกเธอก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีก เพียงแต่นั่งเงียบๆ มองกันไปมาจนกระทั่งพี่นะป้อนอาหารเจ้าแมวลายจนหมดจากนั้นคนที่นั่งตรงข้ามเธอก็ขอตัวกลับ หลังจากอีกฝ่ายเดินจากไปแล้วปิ่นจึงลากลับบ้าง
    “หนูกลับก่อนนะคะพี่นะ” เธอบอกลารุ่นพี่ก่อนขอตัวกลับ


    เช้าวันต่อมาปิ่นรีบเอาเรื่องราวเมื่อวานมาเล่าปรึกษากับที่ปรึกษาของเธอที่โรงเรียนในทันที
    หลังจากฟังเหตุการณ์เมื่อวานจากเพื่อนเสร็จ ทุกคนก็ลงความเห็นว่าปิ่นกำลังมีคู่แข่งที่น่ากลัว
    “หนักนะเนี่ยปิ่น มีคู่แข่งเป็นดาวโรงเรียนเลยเหรอ” ซีกล่าว
    “อย่าไปหวั่นแก พี่เต้เคยบอกว่าพี่นะเอ็นดูแกจะตาย” นิดให้กำลังใจเพื่อนสาว
    “แต่บีน่าห้องสามเขาสวยมากเลยนะ” ปิ่นกล่าวเสียงวิตก
    “วุ้ย สวยกว่าหน่อยแค่นั้นล่ะ คนโน้นเขาลูกครึ่งก็ดูสาวกว่าแกเป็นธรรมดา พูดถึงรูปร่างแกก็ไม่แพ้หรอก แกสูงกว่าอีก หุ่นนักกีฬาแบบแกนี่เป็นนางแบบได้เลยนะ อย่าไปกลัวสิ” นิดเชียร์เพื่อนอย่างแข็งขัน
    “ใช่ๆ ปิ่นก็น่ารักพอตัวเหมือนกันล่ะ” ซีที่เห็นปิ่นเริ่มหงอยจึงหันมาให้กำลังใจอีกคน
    “อีกอย่างแกเคยบอกว่าพี่สาวพี่นะเขาก็สวยมากเหมือนกันไม่ใช่เหรอ พี่นะเขาอาจจะเฉยๆ ชินๆ กับเรื่องความสวย ไม่ได้มองว่าพิเศษอะไรก็ได้นะ” นิดให้กำลังเพื่อนอย่างสุดฤทธิ์
    ปิ่นเริ่มมีกำลังใจจากแรงเชียร์ของเพื่อนๆ เธอ
    จะว่าไปแล้วเธอก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีจริงๆที่ได้ออกไปสมัครเป็นนักกีฬาในงานกีฬาสีคราวนั้นพ่อของปิ่นเป็นตำรวจ ดังนั้นตั้งแต่เด็กเธอจึงจำเป็นต้องย้ายโรงเรียนตามพ่อของเธอบ่อยๆ ได้เรียนอยู่ที่ไหนก็คราวละสองสามปีเท่านั้น ทำให้เธอมีเพื่อนที่พูดคุยสนิทสนมด้วยน้อยมาก
    อย่างในจังหวัดนี้ เธอก็เพิ่งย้ายมากับพ่อได้ไม่ถึงสามปี เพื่อนผู้หญิงที่พอรู้จักได้คุยด้วยก็มีแค่เพื่อนโรงเรียนสตรีที่รู้จักกันตอน ม.3 ซึ่งตอนนี้ก็อยู่คนละโรงเรียนกันแล้ว และส่วนใหญ่รอบตัวของเธอก็มีแต่ผู้ชาย ทำให้นอกจากเธอจะไม่ค่อยมีเพื่อนแล้วก็ยังไม่ค่อยมีเพื่อนผู้หญิงไว้คุยเรื่องหญิงๆ ตามประสาวัยรุ่นเลยแต่วันที่เธอก้าวออกไปสมัครเป็นนักกีฬาในวันนั้น ก็ทำให้เธอได้รู้จักกับเพื่อนร่วมห้องที่เป็นผู้หญิงสองคน นิด กับ ซี จนต่อมาก็ได้สนิทสนมกันมากขึ้นทำให้เธอได้มีเพื่อนผู้หญิงไว้คอยพูดคุยเรื่องนักร้อง เรื่องละคร และ….เรื่องความรัก
    ปิ่นมองไปที่เพื่อนทั้งสองที่พยายากปลุกใจ ปลอบใจ และให้กำลังใจเธอด้วยสายตาขอบคุณ
    “ปิ่นต้องรีบทำคะแนน” ซีเสนอแนะ
    “งั้นก็ต้องใช้ไม้เด็ดยอดฮิต พับดาวกระดาษใส่กระปุกสวยๆ กับเขียนกลอนหวานๆ ส่งให้พี่นะไปเลย” นิดผู้มีองค์ความรู้ด้านนี้มากที่สุดในกลุ่มแนะนำวิธีการ
    หลังจากนั้นปิ่นก็พับดาวกระดาษอยู่เป็นอาทิตย์กว่าเธอก็ได้เอาไปให้พี่นะอย่างที่ตั้งใจ



    อีกหลายวันต่อมาในวันวาเลนไทน์วันนี้ปิ่นกับเพื่อนเลือกซื้อสติกเกอร์รูปหัวใจมาหลายแผ่น
    หมดช่วงเช้านิดกับซีไล่ติดสติกเกอร์กับเพื่อนอย่างสนุกสนานจนเกือบหมด ส่วนปิ่นนอกจากเพื่อนผู้ชายบางคนจะมาให้ดอกไม้กับขอติดสติกเกอร์บ้างแล้ว เธอก็ไม่ได้เอาสติกเกอร์ที่เตรียมมาไปติดใคร
    เพราะวันนี้เธอนัดกับเพื่อนว่าจะไปแปะสติกเกอร์รุ่นพี่อดีตสตาฟนักกีฬาของพวกเธอกันทั้งกลุ่ม พอถึงเวลาพักเที่ยงพวกเธอจึงรีบลงไปรอที่ใต้อาคาร ม.ปลาย ทางผ่านไปโรงอาหาร โต๊ะประจำของพี่นะกับเพื่อน
    ยืนรอได้แป๊บเดียวพวกเธอก็เห็นรุ่นพี่อดีตสตาฟ พี่นะ พี่เต้ กับพี่วิทย์เดินลงจากอาคารมา
    “พี่เต้ พี่วิทย์ พี่นะ ขอติดสติกเกอร์หน่อยค่ะ” นิดลากเสียงยาวเรียกกลุ่มรุ่นพี่
    ปิ่นกวาดสายตามองพี่นะอย่างรวดเร็ว เขามีสติกเกอร์ติดอยู่ที่แขนเสื้อสองสามอันเท่านั้น ดูเหมือนพี่เต้ยังมีคนติดสติกเกอร์ให้มากกว่าอีก ส่วนพี่วิทย์มีคนติดให้เยอะที่สุดเต็มเสื้อด้านหน้า
    พอกลุ่มรุ่นพี่เดินมาถึง พวกเธอก็กล่าวทักทายพร้อมขออนุญาตติดสติกเกอร์ที่เสื้ออีกฝ่าย
    “เชิญเลยจ้าา พี่พร้อมเสมอ น้องนิดติดตรงอกข้างซ้ายพี่เลยนะ” พี่เต้กล่าวตอบแทนกลุ่มเพื่อน
    หลังจากได้รับอนุญาตพวกเธอจึงเอาสติกเกอร์รูปหัวใจที่เตรียมมา ไปติดที่เสื้อของรุ่นพี่
    นิดกับซีเหลือกันคนละไม่กี่อันจึงติดสติกเกอร์รุ่นพี่ได้คนละอันสองอันเท่านั้น ส่วนปิ่นเธอเหลืออยู่ครบทั้งสามแผ่นจึงเสียเวลาแกะสติกเกอร์รูปหัวใจออกมาเพื่อติดบนเสื้อรุ่นพี่นานหน่อย
    โดยเฉพาะพี่นะ
    “โห น้องปิ่น ติดเจ้านะเป็นต้นคริสต์มาสเลยนะ” เธอติดสติกเกอร์ต่อไปโดยไม่สนใจเสียงแซว


    error loaded
    พิมพ์คำอธิบายที่นี่
    หลังจากปิ่นแกะสติกเกอร์รูปหัวใจออกมาแปะติดไปรอบตัวพี่นะจนหมดทุกแผ่น พี่นะก็ส่งลูกอมฮาร์ทบีทจากกระเป๋าเสื้อออกมายื่นส่งให้นิดกับซีคนละสองสามเม็ด
    ก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกขึ้นได้ เปิดกระเป๋าสะพายที่ติดตัวมา ล้วงเอาลูกอมรูปหัวใจอีกหลายกำออกมายัดใส่มือเธอจนเต็มมือปิ่นต้องเปิดกระเป๋านักเรียนเอามาใส่ลูกอมที่พี่นะควักออกมาส่งให้ไม่หยุด
    หลังจากส่งลูกอมฮาร์ทบีทมาให้เธอจนหมดกระเป๋าพี่นะก็บอกลาพวกเธอเพื่อไปทานอาหารกลางวันที่โรงอาหาร
    “ไปก่อนนะสาว ๆ ” กลุ่มรุ่นพี่โบกมือลา
    หลังจากคล้อยหลังรุ่นพี่ไปแล้วนิดก็ทำเสียงตื่นเต้นพร้อมหันมากล่าวกับปิ่น
    “ต๊าย ลูกอมเยอะขนาดนี้ คะแนนแกพุ่งนำลิ่วแล้วล่ะปิ่น”
    ปิ่นยิ้มแป้นอารมณ์ดีกับลูกอมที่เธอได้มาเกือบร้อยเม็ดจากพี่นะวันนี้


    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค ) ที่คุณอ่าน