ตอนที่45 กลุ่มโจรมังกรโลหิต
“…ทะ ท่าน…”สตรีทั้งสามกลายเป็นอื้ออึงบุรุษผู้นี้มันอันใดกันมิมีศีลธรรมในจิตใจเลยหรือไร?
เห็นสตรีอยู่ในสถานการณ์กลืนมิเข้าคายมิออกอย่างนี้แต่กลับเมินเฉยบุรุษผู้นี้มันมิใช่บุรุษแล้ว!
“เจ้าจักไปไหน!”
“หยุด!”ทว่าแม้เฟิงอี้จักเมินเรื่องราวทั้งหมดนี้แต่ทว่ากลุ่มโจรมังกรโลหิตจักยอมง่ายๆเช่นนั้นหรือ?
เฟิงอี้ได้ทำร้ายคนของพวกมันและอีกอย่างแม้ว่าเฟิงอี้จักมิได้ทำร้ายคนของพวกมันแต่ทว่าหากผู้ใดได้มาปรากฏอยู่ในครรลองสายตาของพวกมันแล้วหาได้อยากจักจากไปก็จักไปได้ง่ายๆเช่นนี้หรือ?
คิดง่ายเกินไปเสียแล้ว!
นี่มันเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยามกันอย่างเห็นได้ชัด!
“สังหารมัน!!”บุรุษหน้าตาค่อนข้างหล่อเหลาในอาภรณ์สีแดงฉานของกลุ่มโจรมังกรโลหิตเอ่ยเสียงดังลั่นเขามีนามว่ามู่ฉางหลิง
“หยุด! ตายเสีย!”ฉับพลันที่บุรุษหน้าตาหล่อเหลาในอาภรณ์สีแดงฉานของกลุ่มโจรมังกรโลหิตหรือฉางหลิงก็ออกคำสั่งกลุ่มโจรมังกรโลหิตพวกมันพุ่งพรวดออกไปล้อมเฟิงอี้เอาไว้ในชั่วพริบตา
“หาที่ตาย”เฟิงอี้กวาดดวงตามองไปรอบก็พลันหรี่ลงคนพวกนี้ช่างมิประมาณตนเป็นแค่ผู้ฝึกตนระดับกำเนิดเส้นชีพจรขั้นที่7 หรือ 8 ก็จักมาสังหารตัวมันเช่นนั้นหรือ?
“สังหารพวกมันเสียเสี่ยวฉุน”เฟิงอี้มิได้ให้ความสนใจเท่าใดนักฉับพลันนั้นก็สั่งให้เสี่ยวฉุนลงมืออย่างไร้ปราณี
ตูม!
“อ๊าก!”เสี่ยวฉุนออกกระบวนท่าการโจมตีอย่างรวดเร็วมันฟาดอุ้งเท้าของมันด้วยความรวดเร็วดุจดั่งสายลมที่พลิ้วไหวเขี้ยวเล็บอันแหลมคมพลันเฉือนทะลวงร่างของคนกลุ่มโจรมังกรโลหิตหนึ่งคนไปจนโลหิตสาดกระเซ็นออกมาอย่างน่าสยดสยอง
จนแม้แต่สตรีทั้งสามยังใบหน้ากลืนมิเข้าคายมิออกพวกนางมิเคยแม้แต่จักฆ่าคนดังนั้นจึงรู้สึกราวกับว่าจักอาเจียนออกมาเสียให้ได้
โพละ!
หลังจากที่ตะปบอุ้งเท้าไปใส่คนของกลุ่มโจรมังกรโลหิตคนหนึ่งจนโลหิตสาดกระเซ็นแล้วเสี่ยวฉุนก็มิได้หยุดฉากสังหารฉับพลันนั้นมันก็พลันฟาดอุ้งเท้าไปตะปบเข้าที่ศีรษะของคนอีกหนึ่งคนจนแตกกระจาย
แม้แต่เนื้อข้างในศีรษะหรือสมองก็แหลกเหลวกลายเป็นเศษเนื้อที่พุ่งกระจายออกไปผสมกับโลหิตสีแดงฉานเหม็นฉุนคาวคลุ้งออกไปทั่วบริเวณฉากที่สยดสยองนี้เฟิงอี้ก็มิได้พะอืดพะอมเลยแม้แต่น้อยมีแต่ความเฉยฉาที่เย็นเหยียบเท่านั้นยามที่กวาดครรลองดวงเนตรวาดผ่าน
“เจ้าพวกโง่! ลงมือพร้อมกันเสีย!”มู่ฉางหลิงเอ่ยคำรามเขาทนดูความโง่เขลาของลูกน้องตนเองมิได้
สวบ! สวบ!
ว่าแล้วเมื่อถูกชี้ทางสว่างคนของของกลุ่มโจรมังกรโลหิตก็พลันพุ่งพรวดเข้าหาเสี่ยวฉุนจากทั่วทิศทาง
การโจมตีที่เต็มไปด้วยความอันตรายมิน้อยต่างประดังเข้ามาหาเสี่ยวฉุนอย่างมิขาดสายแต่ทว่าฉับพลันนั้นก่อนที่จักได้รับการโจมตีที่ประดังเข้ามาเส้นสายอัสนีสีทองก็พลันแผ่กระจายออกมารอบกายของเสี่ยวฉุนประหนึ่งเป็นต้นกำเนิดของอัสนีทั้งปวง
เส้นสายอัสนีสีทองเหล่านั้นต่างห้อมล้อมตัวเสี่ยวฉุนและจับตัวกันเป็นอาภรณ์สัตว์อสูรตัวหนึ่งซึ่งเปล่งประกายเจิดจรัส
นี่คืออาภรณ์อัสนีเก้าสวรรค์ลอกเลียนแบบที่เสี่ยวฉุนสำแดงออกมา!
แซด! แซด! ครื้น! ครื้น! ตูม!
“อ๊าก!”การโจมตีที่ส่งเข้าไปหาเสียวฉุนถูกอาภรณ์อัสนีเก้าสวรรค์ลอกเลียนแบบดูดซับพลังทำลายล้างอย่างน่าอัศจรรย์มันมิได้มีผลกระทบต่อตัวของเสี่ยวฉุนเลยทั้งอาภรณ์อัสนีเก้าสวรรค์ตัวลอกเลียนแบบยังส่งคลื่นกระแทกแผ่พลังทำลายล้างของอัสนีให้พุ่งพรวดใส่คนของกล่มโจรมังกรโลหิตจนกระเด็นถอยหลังกันออกไปกันไกล
“…อาภรณ์อัสนีเก้าสวรรค์ลอกเลียนของเจ้ามิเลวเลยจริงๆ…ข้าจักสอนวิชาแท้ให้กับเจ้าในตอนที่กงการของข้าเสร็จสิ้นหมดแล้ว”เฟิงอี้เอ่ยเมื่อมองดูเสี่ยวฉุนที่ค่อนข้างมีพรสวรรค์ในการใช้วิชาศาสตร์อัสนี
ซึ่งมิเสียทีที่เป็นพยัคฆ์ขาวอัสนีซึ่งเป็นสัตว์อสูรจำพวกเก่งกาจในด้านการสำแดงควบคุมพลังอัสนีอยู่แล้ว
“อันใดกัน?! เหตุใดมันถึงได้แข็งแกร่งเยี่ยงนี้?”มู่ฉางหลิงขมวดคิ้วเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าที่เริ่มเคร่งขรึมขึ้นมาเพราะลูกน้องของตัวมันมิสามารถทำอันใดเสี่ยวฉุนได้เลยแม้แต่น้อย
“เราจักทำเช่นไรกันดีขอรับท่านหางมังกร!”ลูกน้องของมู่ฉางหลิงที่มิสามารถทำอันใดเสี่ยวฉุนได้ก็พลันขอความเห็นในทันที
ตำแหน่งในกลุ่มโจรมังกรโลหิตของมู่ฉางหลิงนั้นคือหางมังกรซึ่งก็เป็นชื่อเรียกขานที่คนในกลุ่มโจรมังกรโลหิตเรียกกันหรือผู้คนทั่วทั้งเมืองหู่ลู่ก็ต่างเรียกตัวมู่ฉางหลิงว่าหางมังกร
หางมังกรเป็นชื่อเสียงที่ค่อนข้างเลื่องลือมิน้อยเช่นกัน
กลุ่มโจรมังกรโลหิตนั้นจักประกอบด้วย หัวหน้าใหญ่ที่สุดของกลุ่มนี้คือ คนที่เรียกตัวเองว่า หัวมังกร
รองหัวหน้าคือ ลำตัวมังกร และหัวหน้าสาขาจักมีอยู่ห้าคนคือ เท้าหน้าขวามังกร เท้าหน้าซ้ายมังกร เท้าหลังขวามังกร
เท้าหลังซ้ายมังกร และ หางมังกร เป็นอันดับสุดท้าย
ในเมืองหู่ลู่นั้นถูกหัวหน้าสาขาหางมังกรหรือก็คือมู่ฉางหลิงในปัจจุบันที่ประจำการอยู่ในรังโจรมังกรโลหิตประจำเมืองหู่ลู่
อีกทั้งตำแหน่งนี้ยังมิได้อยู่ยั่งยืนตลอดไปเพราะหากหัวหน้าสาขาถูกสังหารไปก็จักมีคนใหม่เข้ามาแทนที่โดยการตามไปสังหารผู้ที่สังหารหัวหน้าสาขาคนเก่า!
หรือหากจักอธิบายให้เข้าใจก็คือหากว่าเฟิงอี้สังหารมู่ฉางหลิงต่อมาหัวหน้าสาขาที่จักมาแทนที่มู่ฉางหลิงก็จักตามไปสังหารเฟิงอี้! เพื่อเป็นข้อตงลงเงื่อนไขในการรับตำแหน่ง!
มู่ฉางหลิงนั้นเป็นผู้ฝึกตนระดับกำเนิดปฐพีขั้นที่3ซึ่งเรียกได้ว่าค่อนข้างแข็งแกร่งอยู่มากเลยทีเดียวมันมีทั้งวิชาที่แปลกประหลาดและกระหายโลหิตซึ่งยกระดับพลังรบของมันให้น่าหวาดหวั่นอย่างถึงที่สุด!
“เหอะ! เห็นทีข้าจักต้องลงมือ”ว่าแล้วมู่ฉางหลิงก็พลันปลดปล่อยกลิ่นอายอันตรายออกมาอย่างมิปิดบัง
จบ…โปรดติดตามตอนต่อไป…
มาเป็นตำแหน่งงานเลย 55+