[113] ละครย้อนยุคตามกระแส
โครม!!เสียงดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วท้องถนน รถชนประสานงากันเกินสี่คัน หนึ่งในนั้นมีรถขนาดใหญ่ที่มีป้ายเตือนอันตรายติดอยู่ด้วย รถเล็กเริ่มติดไฟและมีการระเบิดเล็กๆ ดังมาให้ได้ยิน ผู้ที่อยู่ในระแวกใกล้เคียงต่างก็พยายามวิ่งหนีหาที่หลบเอาตัวรอด ด้วยเกรงว่าระยะของรถที่ระเบิดจะมาถึงที่ๆ ตัวเองอยู่ แม้กระทั่งคนที่ขับรถมาแต่อยู่ในระยะใกล้จัด ไม่มีที่ให้หันรถหนีก็ยังทิ้งรถกันให้จ้าละหวั่นถนนที่ควรโล่งกว้างมีเริ่มรถชนกันให้ระนาวมากขึ้น เนื่องจากรถที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลอุบัติเหตุบางคันยังพยายามขับถอย รถที่มาใหม่จากที่ไกลๆ เห็นรถหน้าหยุดก็เบรกตาม พอเห็นควันพวยพุ่งกับรถที่ล้มอยู่กับพื้นก็พยายามจะขับถอยด้วย หากแต่รถที่ตามหลังมานั้นไม่ได้เบรกถอยทันทีเหมือนกันทุกคัน จึงเริ่มเกิดเป็นความชุลมุนที่ทำให้เกิดผู้บาดเจ็บเล็กน้อยเป็นจำนวนค่อนข้างมาก“ถอยมาทำห่าไรกันเนี่ย รถมันชนนะโว้ยไม่เห็นรึไงวะไอ้พวกโง่!?”“F*ck!! มึงสิโง่ ไม่เห็นข้างหน้าเหรอวะ ถอยไปสิเฮ้ย!!”“เฮ้ย! รถกูแพงนะไอ้เวร! หลบทางให้รถกูก่อนสิวะไอ้พวกยาจก!!”หากเป็นอุบัติเหตุการชนกันของรถธรรมดาสองคันคงไม่มีปัญหาอะไร หรือต่อให้เป็นอุบัติเหตุที่มีรถประสานงากันเป็นสิบ ความวุ่นวายก็คงไม่มากเท่านี้ แต่นี่เป็นเพราะหนึ่งในรถที่พลิกคว่ำเป็นรถบรรทุกน้ำมัน แม้รถคันนั้นจะยังไม่ติดไฟ แต่รถเก๋งที่อยู่ข้างๆ กันนั้นเริ่มมีไฟลุกท่วมมาสักพักแล้วคนขับรถหรือใครสักคนพยายามใช้ถังดับเพลิงดับไฟรถเก๋งคันข้างๆ แต่เปลวไฟที่ลุกท่วมก็ไม่มีทีท่าว่าจะดับ ทั้งยังมีท่าทีจะลามไปยันรถคันอื่นด้วย แต่ลามไปรถคันไหนก็ไม่สำคัญเท่ารถบรรทุกน้ำมันที่เริ่มมีน้ำมันรั่วที่อยู่ไม่ไกลนี่“ท่าไม่ดีแล้ว! หนีก่อนเถอะ!!”“ชิบหายแล้ว---!!!”บรึ้มมม!!“วิ่ง! หนี! หนีเดี๋ยวนี้!! กระโดดลงไปข้างล่าง!!”“จะบ้าเหรอนั่นมันคอนกรีต!!!”“หรืออยากจะถูกไฟคลอกตายกันล่ะ!! ว้ากกกก---!!”ถนนกว้างลุกเป็นไฟลามไปทั่ว รถราหลากสีหลากยี่ห้อถูกเปลวไฟกลืนกินคันต่อคัน ท้องฟ้าสีครามถูกไปด้วยกลุ่มควันสีดำสนิท เสียงผู้คนกรีดร้องระงมจนฟังไม่ได้ศัพท์ แต่ละคนแตกตื่นวิ่งหนีผลักกันจนล้มระนาว ภาพสั่นอยู่ครู่หนึ่งจนดูไม่รู้เรื่องว่าอะไรเป็นอะไร ก่อนจะตัดไปเห็นเพียงเท้าของผู้คนที่วิ่งผ่าน เปลวไฟสีแดงลุกท่วมก่อนที่เสียงแกร๊กจะดังขึ้นแล้วไม่มีภาพอะไรให้เห็นอีกเลย[อุบัติเหตุรถขนน้ำมันพลิกคว่ำเป็นเหตุสลดที่น่าใจหาย มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วทั้งสิ้นหกสิบแปดคน บาดเจ็บเล็กน้อยนับไม่ถ้วน ในขณะที่ยังมีผู้บาดเจ็บหนักอีกไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยราย รัฐบาลจำเป็นต้องออกประกาศงดใช้ถนนเส้นดังกล่าวเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย][ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมทั้งมาตรการสำหรับเยียวยาผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต]ภาพในข่าวเป็นภาพของท้องถนนที่ดำเกรียมเป็นตอตะโก ซากรถหลายต่อหลายคันที่พังยับ พื้นที่บางจุดยังมีควันพวยพุ่งอยู่ ในขณะที่บางจุดก็ยังมีไฟลุก ต้องมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้ามาควบคุมหลายต่อหลายจุด เผื่อจะมีการปะทุของเชื้อเพลิงแล้วมีการระเบิดขึ้นมาอีก ผู้ประกาศข่าวเองก็ยังต้องยืนห่างออกมาเช่นกันคอมเม้นต์ในไลฟ์ข่าวเด้งไวราวกับน้ำหลาก โดยมากพูดถึงเรื่องคนบาดเจ็บและเสียชีวิต มีข้อความเห็นใจและไว้อาลัยจำนวนมาก ประเด็นรองลงมาก็ถามถึงผู้รับผิดชอบ คล้ายๆ กับกรณีฆ่าท่ามกลางกองเพลิงกว่าสิบห้าศพ เพียงแต่ร้อนแรงยิ่งกว่าเนื่องจากแม้แต้รัฐบาลเองก็ยังไม่สามารถระบุที่มาที่ไปของรถบรรทุกน้ำมันที่ระเบิดได้ คล้ายกับว่ามันเป็นรถผีสิง ที่โผล่มาสร้างอุบัติเหตุครั้งใหญ่ ก่อนจะถูกเผาทำลายหลักฐานท่ามกลางเปลวไฟ...หากมองในอีกแง่มุมหนึ่งก็คงไม่พ้นมีการกำจัดหลักฐาน ยัดเงินปิดปาก หากไม่ได้ตั้งใจให้เกิดจริงๆ ก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ถ้ามีเป้าหมายที่อะไรบางอย่างถึงได้ก่ออุบัติเหตุครั้งใหญ่นี้ขึ้นมา โดยเตรียมทางหนีทีไล่ลบความผิดตัวเองไว้เรียบร้อยแล้วแบบนี้ ก็อาจจะเป็น......พยายามฆ่าใครสักคน“โอ๊ะ นั่นข่าวที่นิวยอร์กใช่มั้ยจ้ะ น่ากลัวจังเลยเนอะ เห็นว่ายังหาตัวคนรับผิดชอบรถน้ำมันไม่ได้ซะด้วยสิ ของบริษัทไหนก็ไม่รู้ ปัดความรับผิดชอบชัดๆ”“...ครับ น่ากลัวมาก อันตรายจริงๆ”“อ๊ะ ญาติเซ็ทอยู่ที่นั่นนี่ อย่าบอกนะว่าอยู่ในเหตุการณ์ด้วย?”เจ๊เจสซี่ที่มองภาพรวมเรื่องนี้เป็นเรื่องไกลตัวในตอนแรกมีสีหน้าที่ซีดลงในทันควัน เจ้าตัวรีบหันขวับกับไปมองศิลปินหนุ่มในความดูแลของตัวเอง เธอมีทีท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็ไม่กล้า ด้วยเพราะคิดว่าเซ็ทอาจจะติดตามข่าวเรื่องนี้เพราะมีเรื่องร้ายมากกว่าแค่ตามดูข่าวเฉยๆ เหมือนเวลาปกติเซ็ทที่เห็นทีท่าเป็นกังวลของเจ๊เจสซี่ก็ยิ้มน้อยๆ เป็นการปลอบประโลมผู้จัดการขี้เป็นห่วง และเป็นการยืนยันว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ“ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์หรอกครับ ...ก็แค่เกือบ”“...ถ้างั้นดีแล้วล่ะนะ” เจ๊เจสซี่ถอนหายใจโล่งอก ยกมือขึ้นจับๆ หน้าดูความเรียบร้อยของคนในความดูแลของตน “ว่าแต่ที่เซ็ทหน้าหมองๆ ลงเพราะกำลังตกใจกับเรื่องนี้รึเปล่า?”“หน้าผมดูโทรมลงเหรอครับ?”“ไม่ๆ ไม่ใช่แบบนั้น เซ็ทยังหล่อทุกองศาเหมือนเดิมจ้ะ เพียงแต่ในความรู้สึกเจ๊ เซ็ทดูเหนื่อยๆ เปลี้ยๆ ท่าทางเพลียๆ ถ้ายังไงให้เจ๊เติมพลังให้มั้ยจ้ะ?”“อ๋อ เมื่อคืนผมคงเล่นเกมส์หนักไปหน่อยน่ะครับ ไม่เป็นไรหรอก”ใบหน้าหล่อเหลาไร้รูขุมขนของศิลปินหนุ่ม เนียนขยับออกห่างการเข้าใกล้เกินความจำเป็นของช่างแต่งหน้าควบตำแหน่งผู้จัดการของตัวเอง ถึงกระนั้นก็ยังนั่งตัวตรงให้เจ๊เจสซี่จับหน้าผมเขาให้เข้าที่เข้าทาง ตรวจสอบความเรียบร้อยของเสื้อผ้าที่สวมใส่ให้พร้อมแก่การเข้าฉากถ่ายทำ“โธ่ๆๆ น่าเสียดาย เจ๊ล่ะอุตส่าห์พร้อมเติมพลังให้เซ็ทเลยนะ”“เกรงใจครับเจ๊”“เอาเถอะ เวลาพักเซ็ทจะเอาไปใช้ยังไงก็ขึ้นอยู่กับเซ็ท แต่เจ๊แนะนำนะว่าอย่าเอาเวลาพักไปพักผ่อนร่างกายบ้าง อย่าเอาไปใช้เล่นเกมส์หรือเที่ยวเล่นหมด เจ๊รู้นะว่าเซ็ทไม่ค่อยมีโอกาสได้เล่นเหมือนเด็กทั่วไป แต่ถ้าไม่พักผ่อนบ้างเลยร่างกายมันจะล้าเอาได้ เจ๊ไม่อยากเห็นเซ็ทเป็นลมอีกรอบหรอกนะ”เมื่อการหยอกเอินถูกแทนที่ด้วยความหวังดีและการตักเตือนด้วยความเอาใจใส่ เซ็ทก็รับฟังมันอย่างตั้งใจไม่ใช่หาเรื่องแถๆ หลบแบบขอไปทีแบบเมื่อสักครู่ ถึงแม้ว่าความจริงแล้วตัวเขาจะโกหกเรื่องเล่นเกมส์ก็เถอะ“ผมรู้แล้วครับเจ๊ จะไม่ปล่อยให้ตัวเองเป็นลมไปแบบคราวก่อนหรอก”มันคงไม่แปลกนักหรอกที่เซ็ทในตอนนี้จะดูอ่อนเพลียจนคนใกล้ตัวที่สนิทกันจะรู้สึกได้ โดยเฉพาะกับเจ๊เจสซี่ที่ตามเซ็ทไปทำงานทุกชิ้นตามไปทุกที่ประหนึ่งเงาตามตัว (ที่น้อยกว่าพวกการ์ดจอมตื้อของปู่ๆ เพียงไม่มากด้วยแล้ว) ก็ยิ่งไม่แปลกเข้าไปใหญ่หนึ่งในสาเหตุหลักๆ ที่เซ็ทเหนื่อยกว่าปกติก็คือเขาต้องสละเวลาว่างในช่วงมืดค่ำไปกับการฝึกให้ผู้รอดชีวิตทั้งยี่สิบเจ็ด (บวกหนึ่ง) ชีวิตที่เซ็ทให้การดูแลอยู่ ซึ่งหากฝึกเสร็จกลับมาพักผ่อนเลยมันก็คงไม่เท่าไหร่ แต่พอจบตรงนั้นแล้วเขาก็ยังกลับมาฝึกในส่วนของตัวเองอยู่ในมิติฝึกฝนไม่ได้ขาด แล้วโปรแกรมการฝึกก็ไม่ได้น้อยลงไปตามเวลาที่เสียไป หากแต่ยังเท่าๆ เดิม เวลาพักผ่อนที่ควรเพียงพอมันเลยเริ่มน้อยลงอีกครั้ง{บอกให้พักผ่อนก็ไม่ยอมเชื่อ แล้วยังจะฉีกแขนฉีกขาไปเลี้ยงอเล็กซ์อยู่นั่นแหละ คุณคิดว่าอวัยวะตัวเองเป็นอาหารสัตว์เหรอ ขอเถอะเซ็ท ผมต้องตักเตือนอีกเท่าไหร่คุณถึงจะยอมฟัง ถึงจะบอกว่าไม่ปล่อยให้ตัวเองเป็นลมไปแต่ถ้ายังใช้ชีวิตแบบนี้ยังไงคุณก็ได้เป็นลมล้มฟุบจนได้แน่?}‘รู้แล้วๆ’{ใช่ คุณรู้เรื่องร่างกายของตัวเองดีที่สุด แต่ผมก็รู้เรื่องสภาพร่างกายของคุณดีพอๆ กับที่คุณรู้ ต่อให้คุณจะคำนวนไว้ดีแล้วแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีอะไรฉุกเฉินเกิดขึ้นนะ}‘ก็บอกว่ารู้แล้วไงโร ฉันเซฟตัวเองไว้ในระดับหนึ่งแล้ว ไม่ต้องห่วงหรอกน่า’...แน่นอนว่าโรก็บ่นเซ็ทไม่หยุดไปตามระเบียบแบบที่เห็น บ่นมาหลายครั้งหลายคราจนเซ็ทจะท่องตามได้อยู่แล้ว โรเองก็คงขี้เกียจจะบ่น แต่ในฐานะระบบผู้ช่วยก็จำเป็นต้องให้คำแนะนำที่สมควรแก่เจ้านายอยู่ดี...เฮ้ๆ ถึงโรจะไม่เตือน เขาก็ไม่ได้ไร้สมองขนาดนั้นน่าตามความจริงแล้ว เซ็ทไม่ต้องฝึกคนเหล่านั้นด้วยตัวเองก็ได้ เพียงแต่ข้อดีสำหรับการที่เซ็ทลงมาจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองก็คือ คนพวกนั้นจะได้ผลประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย เซ็ทสอนถึงพื้นฐานที่สำคัญ แนะนำจุดที่ดีพัฒนาให้เป็นจุดแข็งมากขึ้น ช่วยบอกถึงจุดอ่อนและส่วนที่ต้องแก้ไขอย่างตรงไปตรงมาไม่มีการหมกเม็ด...ยังไงซะการได้เรียนรู้กับระดับเซียนที่เป็นมาแล้วทุกอย่าง มีทั้งทักษะการสู้ตรงไปตรงมา ลอบสังหาร แฝงตัว ถ่วงเวลาและอื่นๆ ทั้งยังมีสุดยอดผู้ช่วยคอยประเมินความก้าวหน้าให้ได้วันต่อวัน ว่ามีส่วนใหนดีขึ้นหรือควรแก้ไขตรงไหนอีกหรือไม่ มีอะไรที่ไม่คุ้มค่า?หากจะมีข้อเสียก็ตรงที่คนสอนอย่างเซ็ทที่ต้องเหนื่อยมากหน่อย เปลืองเวลาชีวิตขึ้นอีกไม่นิด ส่วนข้อเสียสำหรับคนเรียนก็ได้บทเรียนโหดร้ายให้เจ็บตัวเพิ่มอีกไม่น้อยหรือจะเลือกอีกตัวเลือกคือให้เซ็ทยืมตัวการ์ดของปู่ไปเป็นคนปู่พื้นฐานไปจนถึงสั่งสอนให้ได้สักระดับกลาง เขาก็สามารถทำได้ ดีที่ตัวเองไม่ต้องเหนื่อยยากลำบากสอนใครเองด้วย แต่ข้อเสียต่อผู้เรียนก็คือไม่ได้รับทักษะจากผู้มีประสบการณ์ชั้นเซียน และปัญหาสำคัญที่สุดสำหรับเซ็ทแล้วก็คือ เขาไม่สามารถมานั่งบอกเล่าที่มาที่ไปของการเข้าช่วยเหลือผู้รอดชีวิตที่เหลือนี่ได้ ไม่อย่างนั้นเขาคงได้โดนปู่ขี้เป็นห่วงโวยวายใส่ว่าทำอะไรอันตรายเกินตัวเป็นแน่...ก็นั่นแหละ สาเหตุที่ต้องเหนื่อยมานั่งสอนเอง ทั้งๆ ที่ใจจริงก็ไม่ได้อยากเสียเวลากับเรื่องพวกนี้เลย“อุปกรณ์เรียบร้อย คุณแสงดาว คุณเซ็ท เตรียมพร้อมเข้าฉากนะครับ”“ครับ / ค่ะ”สองนักแสดงชายหญิงตอบรับคำเรียก ฝ่ายหญิงอยู่ในชุดไทยโบราณแบบประยุกต์ ฝ่ายชายอยู่ในชุดสูทตะวันตกแบบเก่า ทั้งสองเดินเข้าไปในฉากที่เซ็ตไว้ รอบข้างไม่มีอะไรเลยนอกจากผ้าสีเขียวที่ถูกปูไว้เป็นชั้นๆ สำหรับตัดใส่ฉากในภายหลังคนในกองถ่ายที่อยู่รอบข้างกว่าครึ่งเป็นชาวต่างชาติ โดยเฉพาะคนที่มีหน้าที่สำคัญๆ ทั้งหลายที่ต่างก็มีชื่อเสียงในวงการหนัง บางคนอาจจะไปถึงระดับฮอลีวูดที่ไม่น่ามาทำงานให้กองถ่ายละครโทรทัศน์เล็กๆ ซึ่งก็จะไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรหากรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังกองนี้ แต่คนไม่รู้แต่ดันรู้จักคนเหล่านั้นก็ต้องทำงานกันแบบเกร็งๆ หน่อยล่ะ“รู้คิวกันดีอยู่แล้วนะครับ”สองดารานำในฉากพยักหน้ารับ ขยับเดินไปยืนอยู่กันคนละจุดตามที่ซ้อมคิวกันก่อนหน้านี้ นักแสดงประกอบฉากต่างก็เดินเข้ามาล้อมรอบ เมื่อได้รับการยืนยันจากบรรดานักแสดงในฉาก ผู้กำกับก็เริ่มเปิดกองถ่าย ส่งเสียงเป็นสัญญาณว่าให้เริ่มแสดงได้ตามสมควรแสงดาวสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เรียกสมาธิ เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็แผดเสียงดังลั่น จนนักแสดงสมทบด้านหลังสะดุ้งกับพลังในการแสดงไปตามๆ กัน“No! I just don’t want to go! I won’t go! (ไม่! ข้าไม่อยากไป! ข้าไม่ไป!)”“เรน เราตกลงกันแล้วใช่หรือไม่?” ชายหนุ่มว่าด้วยน้ำเสียงเข้ม จนหญิงสาวเบะปากไม่พอใจ เสียงที่เข้มขึ้นจึงอ่อนลง “...เฮ้อ อย่าดื้ออีกเลยหนา”“ท่านพี่ น้องต้องไปด้วยจริงๆ หรือเจ้าคะ?”หญิงสาวยอมว่าด้วยภาษาไทยที่ขาดๆ เกินๆ สำเนียงติดจะเป็นชาวต่างชาติตามบทอย่างอ้อนวอน มือเรียวที่อยู่ในการจับกุมของมือหนากำหมัดแน่น ใบหน้าสวยบิดงอด้วยแรงอารมณ์ก่อนจะสะบัดหนีการจับจ้องสีผมสีดำของแสงดาวถูกย้อมกลับไปเป็นสีผมเก่าของตัวเองคือสีบรอนซ์ทอง ดวงตาที่ใส่คอนแทคเลนส์สีน้ำตาลเข้มตอนถ่ายภาพยนตร์เรื่องก่อนก็ถูกถอดออก เป็นสีน้ำทะเลตามปกติ ภาพลักษณ์และเบ้าหน้าจริงๆ ของเธอเป็นชาวยุโรป แต่เสื้อผ้าที่สวมใส่เป็นชุดไทยประยุกต์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากชุดไทยจักรีสีมีม่วงสดใส รวบผมปักปิ่นประดับเรียบร้อย สวมใส่เครื่องประดับตามสมควรอย่างสง่างามด้วยส่วนสูงและรูปร่างที่เกินสาวชาวเอเชียเธอจึงดูโดดเด่นมากๆ แน่ล่ะว่าในละครเรื่องนี้เธอก็เป็นนางเอก แต่บทพระเอกที่เคียงข้างเธอไม่ใช่เซ็ทเหมือนเรื่องเก่าล่ะนะ“เจ้าจะเอาแต่ใจตัวเองหาได้ไม่ ไม่ใช่เด็กแล้วนะเจ้าน่ะ อย่าเอาแต่ใจให้พี่เป็นห่วงนักเลย”“ท่านพี่ ท่านก็รู้ว่าตัวข้าแตกต่างจากชาวสยามทั่วไปเพียงไร เพียงแค่ตัวข้าแตกต่าง ...อย่างไรข้ามิอยากทนรับสายตาสงสัยปนรังเกียจของคนพวกนั้น”“มิใช่ว่าตอนอยู่ที่นู่นก็มีคนมองเจ้าหรอกหรือ เรื่องเช่นนี้เจ้าก็รู้ดีว่ามันเป็นเรื่องปกติธรรมดา มีข้าอยู่ เจ้าจะกังวลไปไย ไม่เชื่อใจพี่หรือ?”เซ็ทว่าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน มือหนาวางลงบนแก้มเนียนที่พองลม ลูบมันเบาๆ อย่างเชื่องช้า หญิงสาวที่อยู่ในอารมณ์หงุดหงิดจึงอ่อนลง ยอมยืนนิ่งให้ผู้เป็นพี่ลูบแก้มนิ่มอย่างง่ายดาย“หากท่านพี่ว่าเช่นนั้น...ก็ได้เจ้าค่ะ”“สมแล้วที่เจ้าเป็นน้องสาวที่น่ารักของพี่”ชายหนุ่มในบทหรือก็คือเซ็ทสวมใส่ชุดสูทแบบเก่าสีฟ้าอ่อน เสมือนขุนนางชั้นสูง เนื้อผ้าจะดูหนาและเทอะทะกว่าตัวเล็กน้อยเพราะใช้ผ้าซ้อนกันหลายชั้น ทั้งเสื้อตัวนอก ตัวใน เสื้อกั๊กอีกต่างหาก ท่าทางองอาจ สุภาพ สง่างาม อ่อนโยนและเป็นกันเอง สมภาพลักษณ์ ‘พระรอง’ ที่เป็นที่นิยมในอุดมคติ เขายืนเคียงข้างกับแสงดาวที่เป็นนางเอกของเรื่อง และมีบทบาทเป็นน้องสาวไม่แท้ของตนเอง“โอเค! คัต ต่อไป!!”ละครทีวีเรื่องนี้เป็นละครแนวย้อนยุคที่ทุนสร้างหนาสุดๆ แต่ถึงจะบอกว่าย้อนยุคแต่ก็ไม่ได้อิงประวัติศาสตร์ อิงเฉพาะสถานที่ ข้าวของเครื่องใช้และเครื่องแต่งกายบางอย่างโครงเรื่องจะเป็นสังคมไทยสมัยก่อน แต่งเรื่องเป็นมีความสัมพันธ์อันดีระหว่างสยามกับประเทศทางฝั่งยุโรป มีความสัมพันธ์อันดีกันในหลายๆ ด้าน ทั้งการทูต การค้า การท่องเที่ยว มีการส่งขุนนางของประเทศตัวเองมาทำงานและเรียนรู้ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเซ็ทเป็นหนึ่งในนั้นเซ็ทแสดงเป็นพระรองชื่อว่า ‘ซัน’ ครอบครัวเป็นขุนนางมาหลายต่อหลายรุ่น เขามาทำงานในไทยและหลงรักวิถีชีวิตของไทยจึงอาศัยอยู่ที่นี่เป็นการถาวร มีน้องสาวชื่อว่า ‘เรน’เธอเป็นเด็กที่พ่อของซันเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่ยังไม่ย้ายมาไทย พอพ่อแม่เสียเพราะอุบัติเหตุก็ใช้ชีวิตกันเองสองพี่น้องในบทซันจะรักน้องมาก ทำตัวเหมือนพ่อคนที่สอง ในขณะที่น้องจะเป็นเด็กที่ค่อนข้างเอาแต่ใจแล้วก็ติดพี่พอสมควร หากไม่มีใครเข้ามาสองคนพี่น้องก็คงไม่แยกจากกันเป็นแน่ด้วยความที่ว่าเป็นขุนนาง ซันมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ จึงไม่ค่อยมีเวลาให้น้องมากนัก ต่างจากพระเอกที่ยังเป็นแค่ผู้สืบทอดของขุนนางยศใหญ่ ยังไม่ได้รับบรรดาศักดิ์มาอย่างถูกต้อง แม้จะต้องเรียนรู้งานแต่ก็ยังมีเวลามากกว่า ทั้งยังได้กลายเป็นคู่หมั้นคู่หมายของนางเอกด้วยเพียงแต่ยามมีงานเลี้ยงฉลองของขุนนางบ้านหนึ่งตอนต้นเรื่อง ซึ่งก็เป็นบทที่กำลังจะเกิดขึ้นนี่เอง...ในเรื่องยามที่ทุกคนกำลังพูดคุยทักทายกันตามประสาขุนนาง พ่อของพระเอก (รับบทโดยนักแสดงรุ่นใหญ่คนหนึ่งของไทย) ดันมองไปทางบรรดาแขกเหรือที่มาพร้อมกับขุนนางทั้งหลายแต่ไม่ได้ขึ้นมาส่วนเรือนหลัก แล้วเขาไปรู้สึกต้องตาต้องใจเรนเข้า และอยากจะรับไปเป็นอนุภรรยา หากแต่เมื่อกระซิบถามกับเจ้าของงานว่าอีกฝ่ายเป็นใครเมื่อได้รับคำตอบว่าเธอคนนั้นเป็นน้องสาวของซัน เจ้าตัวที่ไม่ได้ชอบขี้หน้าซันมากนักจึงไม่อยากญาติดีด้วยจึงไม่เข้าไปพูดคุยสู่ขอตามสมควรหากแต่แอบมองอยู่ห่างๆ“รูปโฉมหรือก็งามหยด แต่ดันเป็นน้องสาวของเจ้าฝา-รั่งขี้นกนั่นเสียได้ หึ”“ท่านพ่อ ท่านพูดถึงใคร?”“ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าต้องรับรู้ ข้าพาเจ้าขึ้นมาบนเรือนเพื่อให้ไปทักทายผู้อื่น อย่ามานิ่งเฉยอยู่ตรงนี้”“ทราบแล้วขอรับ”พระเอกของเรื่องรับบทโดยโจฮันที่มีฝีมือการแสดงเพิ่มขึ้นมาก หากเทียบจากตอนเล่นบทพระเอกที่เซ็ทได้แสดงเป็นตัวประกอบถือว่าเก่งจนเทียบไม่ติด และเพราะมีการพัฒนาและมีพรสวรรค์ที่น่าส่งเสริมเจ้าตัวถึงได้รับบทพระเอกในหนังเรื่องนี้ พระเอกหนุ่มรับคำบิดาที่เอาแต่กรอกเหล้าเข้าปาก เดินหลบฉากไปอีกมุมหนึ่งของห้องโจฮันเดินไปทักนักแสดงสมทบที่แต่งตัวเป็นเจ้าขุนมูลนายทั้งหลาย ทักทายด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเล็กน้อยพอสุภาพ จวบจนหลบฉากหนีความวุ่นวายไปยังศาลาริมน้ำ เสียงร้องของหญิงสาวที่ดังแว่วมาทำให้เขาวิ่งไปดูอย่างรวดเร็ว“ไม่! ปล่อยข้า! อย่านะ!! Let me go!!”“ขัดขืนไปเพื่อสิ่งใดเล่า หากเป็นภรรยาข้า ความสุขสบายจะรอคอยเจ้าอยู่รู้หรือไม่!”“ข้าไม่ต้องการ!! ปล่อยนะ!!”กลายเป็นว่าพ่อพระเอกที่เมาได้ที่คิดใช้กำลังข่มเหงเรน หากแต่พระเอกมาเจอเข้า แม้จะเป็นบิดาของตน แต่ยามเห็นหญิงงามร่ำไห้ เจ้าตัวก็เข้าไปช่วยโดยไม่ทันคิดอะไร ถึงขนาดพลั้งเผลอผลักพ่อของตัวเองตกท่าน้ำที่อยู่ไม่ไกล โชคดีเพียงใดแล้วที่บิดาไม่จมน้ำตาย“เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”“ขะ-ข้า! ฮึก! โฮ!!”หญิงสาวที่หวาดกลัว เส้นผมหลุดลุ่ย เสื้อผ้าไม่เป็นทรงสะอื้นไห้ เผลอตัวพุ่งเข้าสู่อ้อมอกอุ่นของคนที่ช่วยตนเองเอาไว้ ทว่าเมื่อคนนอกที่เดินตามเสียงร้องมาแบบเดียวกับพระเอกทำในตอนแรก ได้บังเอิญมาเห็นคนจึงเข้าใจผิดว่าลูกชายของท่านพระยานาหมื่นที่มีชื่อเสียงมีหน้ามีตา กำลังจะใช้กำลังข่มเหงหญิงสาว“ช่างไร้ยางอายยิ่งนัก แม้นจะเป็นคนต่างชาติ ต่างถิ่น มีวัฒนธรรมและประเพณีที่แตกต่างกัน แต่เหตุไฉนจึงได้ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว ผู้คนมากมายยังกล้ากระทำไร้หัวคิด”“ผิดผี ผิดประเวณี ผิดธรรมเนียม ฐานะหรือก็ไม่ต่ำต้อย เหตุใดถึงได้โง่เขลาเบาปัญญาเยี่ยงนี้ หากเป็นบุตรหลานบ้านข้า ป่านนี้คงต้องใช้หวายเขี่ยนเสียให้หลังลาย น่าอับอายยิ่งนักๆ”“พวกท่านพูดถึงผู้ใดกัน ข้าออกไปเพียงไม่นานเกิดเหตุอันใดขึ้นรึ?”“ก็น้องสาวท่านมิใช่หรือ ที่ไปผิดผีกับบุตรชายท่านพระยา ไยไม่สั่งสอนนางให้รู้จักหักห้ามใจบ้าง?”ซันที่ได้ยินคนพูดมาเช่นนี้ก็ตกใจ รีบสาวเท้าไปยังทิศทางที่เกิดเรื่อง ทันทีที่เห็นภาพเบื้องหน้าเขาก็เข้าไปหาเรื่องอีกฝ่ายโดยไม่คิดอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่สภาพเละเทะของน้องสาวที่คอยเฝ้าดูแลมาตั้งแต่อ้อนแต่ออดกลับกลายมาเป็นดูไม่ได้เช่นนี้ หัวอกคนเป็นพี่ก็แทบขาดใจแล้ว“น้องสาวของข้า นี่...เจ้ากล้าดียังไง-!!”“ท่านพี่! อย่านะเจ้าคะ อย่าทำร้ายเขาเลย!”มือหนาดึงร่างบางออกห่างจากพระเอกหนุ่ม ก่อนที่หมัดลุ่นๆ อัดเข้าเบ้าหน้าของพระเอกหนุ่มโดยไม่มีแม้แต่การส่งเสียงเตือน ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูอบอุ่นตลอดเวลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธา คนโดนชกเซถลาล้มลงกับพื้น ทว่าก่อนที่จะได้กระทืบซ้ำน้องสาวแสนรักก็ดันเอาตัวเองเข้ามาขวาง คนจึงยิ่งพากันเข้าใจผิดว่าชายหญิงผิดประเวณีเพราะความรัก“ข้ารู้ว่าเพลานี้พูดสิ่งใดไปท่านก็คงหาฟังไม่ แต่...ท่าน...ข้ายินดีรับน้องสาวท่านเป็นภรรยา หากมิใช่ข้า นางคงออกเรือนกับผู้ใดไม่ได้อีกแล้ว”“...หากมิใช่เพราะเจ้า นางหรือจะเสียเกียรติเช่นนี้”“แต่ข้าก็เป็นเพียงคนเดียวที่จะรักษาชื่อเสียงและเกียรติที่เหลือของนางได้”คนเป็นพี่ชายขบฟันแน่นจนสีหน้าแทบดูไม่ได้ ทว่าเพื่อรักษาเกียรติและชื่อเสียงของน้องสาวตน ภายหลังซันจึงจำต้องยอมให้เรนกลายเป็นคู่หมั้นของพระเอกไปโดยปริยาย แม้จะรู้ว่าที่น้องสาวตกเป็นขี้ปากชาวบ้านไม่ใช่เพราะบุรุษผู้นั้น หากแต่เป็นบิดาอีกที ความโกรธเคืองที่มีก็หาได้ลดลง“มิใช่คนพี่แต่เป็นคนพ่อ!? คนผู้นั้นกล้าทำถึงเพียงนี้เชียวหรือ!!”หากน้องสาวที่รักยิ่งต้องแต่งให้กับบุรุษที่มีบิดาคิดข่มเหงตนเอง อนาคตนางจะสามารถอยู่รอดปลอดภัยในเรือนนั้นได้นานสักแค่ไหนกัน!?แม้จะโกรธเกรี้ยวเพียงใด แต่อารมณ์ที่พุ่งสูงก็จำต้องลดลงอย่างช่วยไม่ได้เมื่อคนเป็นน้องร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่แนบอก ร่างแบบบางสั่นเทาจนเซ็ทต้องคว้าตัวเธอเข้ามากอดไว้แน่น“น้องขอโทษ...ฮึก...ที่น้องไม่ทันระวังตัว ท่านพี่ อย่าโกรธน้องเลยนะเจ้าคะ น้องขอโทษ ที่ทำให้ท่านเสียชื่อ”“ไม่เป็นไร เจ้าอย่าคิดมากเลย ข้าไม่มีวันโกรธ ไม่มีวันเกลียดเจ้าแน่ๆ”“คัต!! ดีมาก! ทุกคนเล่นได้อารมณ์ดีมาก!”เนื่องจากเป็นการถ่ายทำในร่ม รวมถึงฉากส่วนใหญ่ก็จะใช้ซีจีทำ กองถ่ายจึงรวมพลกันถ่ายต่อเนื่องเช้าจรดเย็น โดยเฉพาะฉากในส่วนของเซ็ทที่หลังจากนี้จะต้องมาๆ ไปๆในเรื่องซันที่รักน้องสาวยิ่งชีพรู้ดีว่าขุนนางใหญ่อย่างพ่อพระเอกไม่ชอบขี้หน้าตน แต่กลับชมชอบสตรีรูปงามทุกเชื้อชาติ เพื่อความปลอดภัยของน้องสาวเจ้าตัวจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องนาง เริ่มตั้งแต่คิดขัดขวางการสมรส เพียงหมั้นหมายลากยาวไปมิจำเป็นต้องตบแต่ง หรือไม่ก็พานางหนีกลับประเทศแม่ของตัวเองให้สิ้นเรื่องสิ้นราว ต่อให้นางต้องเป็นสาวเทื้อพี่ชายอย่างเขาก็ยินดีเลี้ยงดูตลอดชีวิต‘...ทั้งหมดทั้งมวลที่ลุงโชคบอกว่าเป็นบทที่เหมาะกับเขามาก คงจะเป็นเพราะบทนี้มีความเป็นซิสค่อนสูงล่ะสิไม่ว่า นอกนั้นถ้าไม่นับภาพลักษณ์เข้ากับบทอย่างอื่นก็ไม่ได้เหมาะเหม็งมากขนาดนั้นซะหน่อย’ เซ็ทได้แต่บ่นอุบอิบอยู่ในใจ แต่โรที่อยู่ในหัวดันเห็นด้วย{บทซิสค่อนก็เหมาะกับคุณจริงๆ นี่}แม้นพี่ชายจะคิดแผนปกป้องน้องสาวไว้อย่างไร มันก็ไม่สามารถเป็นไปตามแผนได้ เมื่อพระเอกเริ่มเทียวไปเทียวมา หาข้ออ้างพานางเอกออกไปด้านนอกโดยอ้างเหตุผลต่างๆ นาๆ สร้างสัมพันธ์กับเรนอย่างต่อเนื่อง จนหญิงสาวเริ่มที่จะตกหลุมรักและคิดฝันเป็นภรรยาของอีกฝ่ายเข้าให้จนได้การขัดขวางที่วางไว้จบลง คนเป็นพี่ชายเปลี่ยนแผนใหม่ ทำยังไงก็ได้เพื่อให้พ่อของพระเอกต้องอยู่ให้ห่างไกลน้องสาวตนเองที่สุด ต่อให้ต้องมือเปื้อนเลือดก็ยินยอมกระทำ...เรียกได้ว่าเป็นพระรองแสนดีที่ทำทุกอย่างได้เพื่อนางเอกอย่างแท้จริง แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่า...พี่ชายที่แสนดี นกไปตามระเบียบพระรอง...แค่ไม่ได้เป็นพระเอก อะไรๆ ก็ไม่ได้เป็นตามหวัง นี่แหละหนัง แต่ถ้าเป็นชีวิตจริงล่ะก็...หึ
‘ถ้าสามารถทำให้คนสำคัญที่สุดมีความสุข แม้แต่คนดีก็กลายเป็นปีศาจได้ จะให้ทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น’
---------------------อะแฮ่มๆ ไม่ใช่ว่าหลังจากนี้แมวจะไม่ติดเหรียญนะ แค่พยายามจะเว้นช่วงติดให้ หรือไม่ก็จะพยายามหาตอนพิเศษมาลงเพื่อให้คนอ่านได้รับความคุ้มค่ากลับไปบ้าง แมวรู้ตัวดีเนอะว่าตัวเองติดเหรียญยาว ขอบคุณสำหรับค่าอาหารที่ทุกคนช่วยกันเปย์จริงๆ ค่ะตอนนี้ไม่มีอะไรมากเพราะอยู่ในกองถ่ายที่ปู่เป็นคนอยู่เบื้องหลัง ด้วยความเป็นละครย้อนยุค ภาษาก็จะย้อนๆ กันหน่อยเนอะ อะไรในบทนี้ที่ดูจะตรงกับเซ็ทตามที่ลุงโชคว่าไว้ แถมยังปู่ที่เจาะจงมาให้เซ็ทอีก อย่างแรกเลย เซ็ทเป็นซิสค่อน ต่อมาคือเรื่องที่ภายนอกดูเป็นคนอ่อนโยนแต่ร้ายลึก และอีกหลายๆ อย่าง ตัวบทมีความคล้ายกับตัวจริงเยอะ //แต่ตัวเนื้อหาจริงๆ นั้นจะเป็นช่วงต้นที่จะเชื่อมโยงไปตอนหน้าเด้อจ้าขอบคุณทุกการอ่าน การสนับสนุน การเปย์ การเม้นต์ และการให้กำลังใจ ไม่ว่าจะตามกันมายาวๆ หรือตามไม่ไหวจริงๆ แมวก็ต้องขอขอบคุณมากๆ เลยค่ะ รักนะคะ!!