ข้าคือท่านย่า วัยเตาะแตะ

    ตอนที่150 เมืองเซี่ยเฉิง

         เสียงของพวกเด็กๆและพวกผู้หญิงเริ่มจางหายไปกันสักพักใหญ่แล้ว ทีนี้บรรดาพวกผู้ชายหลายรุ่นหลายวัยก็ได้พักผ่อนกันเสียที แต่ว่าจู่ๆก็ได้ยินเสียงสั่งออกมาอีกว่า…

        “อ้อ…จริงด้วยสิเจ้าคะจำนวนเท่านี้น่ะเพียงพอแล้วแต่ว่า ต้องทำเพิ่มอีกชุดหนึ่งเท่าจำนวนเดิมที่ทำเสร็จไปนี้นะเจ้าคะ เพราะพวกนี้คือสำหรับที่ใส่ไว้ในกำไลมิติ แหวนมิติเพียงเท่านั้น ยังไม่รวมที่จะต้องมีไว้สำหรับใช้ที่บ้านของพวกเราอีกเจ้าค่ะ ท่านพี่”ท่านแม่

         “ใช่ๆจริงด้วย สำหรับที่บ้านพวกเรายังไม่มีเลยนี่หน่า ท่านพี่อย่าลืมนะเจ้าคะ”ท่านป้าอี้

         “ที่บ้านต้องการเพิ่มกว่าเดิมอีกสักหน่อยดีกว่านะข้าว่า”ท่านป้าฉือ

        “อือ….ไว้ค่อยดูกันอีกทีนะ”ท่านแม่

        “ได้ๆ…”ท่านป้าอี้ ท่านป้าฉือ

         “...............!!!”ท่านพ่อ ท่านลุง พวกพี่ชาย และหลานชาย เหลนชาย ตอนนี้พวกท่านก็แขนและขาอ่อนแรงทันทีทันใดเลย

         จากที่คิดว่าคงจะจบแล้วจริงๆ แต่พอได้ยินว่าต้องทำเพิ่มมาอีกรอบหนึ่งจำนวนเท่าเดิมอีกด้วย แถมเผลอๆอาจจะมากกว่าเดิมอีกนิดหน่อย พวกท่านก็แทบอยากจะกลั้นหายใจให้ตายไปเลยตรงนั้นจริงๆ !!!!

         “อีกตั้งชุดหนึ่ง แบบชุดใหญ่เลยนะพวกเจ้าได้ยินกันหรือไม่??”ท่านพ่อ 

         “ได้ยินสิ ได้ยินชัดเจนเลยทีเดียวล่ะ”ท่านลุงฉือ

         “ได้ยินแบบหลายสิบรอบเลยด้วยนะ พวกนางเล่นประสานเสียงสั่งออกมาแบบนั้นน่ะ ต่อให้หูอื้ออึงแค่ไหนถ้าไม่ได้ยินก็แย่แล้ว”ท่านลุงอี้

         “เฮ้อ……….”ท่านพ่อ ท่านลุงอี้ ท่านลุงฉือ

         สีหน้าแววตาของคนแต่ละกลุ่มมันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงจริงๆ ทั้งๆที่มาจากเรื่องเดียวกับแท้ๆเลยแต่ผลลัพธ์ออกมาไม่เหมือนกันจริงๆ 

         เมื่อจัดการในเรื่องของพวกเสื้อผ้า ไม้แขวน ตู้เสื้อผ้าเสร็จสิ้นกันแล้ว เหนี่ยวเหนี่ยวก็แต่งตัวไปยืนรอคนอื่นๆที่ประตูเชื่อมสู่ทางลัดเข้าสู่เมืองเซี่ยเฉิง เมืองแห่งความหนาวเย็นทันทีเลย ประมาณว่านางเลือกแล้วนะว่าจะไปที่เมืองนี้น่ะเจ้าค่ะ

         “เจ้าอยากไปที่เมืองเซี่ยเฉิงอย่างนั้นเหรอลูกรัก??”ท่านแม่

         “ใช่ๆ เจ้าค่ะท่านแม่”เหนี่ยวเหนี่ยว 

          “หงึก…หงึก….”

          นางผงกหัวอยู่หลายครั้งเพื่อยืนยันอีกรอบว่านางได้เลือกว่าจะไปเมืองเซี่ยเฉิงจริงๆ 

         “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องแต่งตัวให้เรียบร้อยนะเด็กๆ เพราะเมืองนี้หนาวมากๆเลย”ท่านแม่

         “เจ้าค่ะ/ขอรับ”พวกเด็กๆ

         พวกเด็กๆพากันไปยืนรอออกันเต็มหน้าประตูเมืองเซี่ยเฉิงกันหมด และหันหน้าไปๆมาๆ เหมือนเร่งให้พวกผู้ใหญ่พาพวกเขาเดินทางข้ามประตูเซี่ยเฉิงเร็วๆ 

         “อ้า…ใจเย็นๆเด็กๆ รอสักแป๊บหนึ่งก่อน”ท่านพ่อ

         “เจ้าค่ะ/ขอรับ”พวกเด็กๆ

         “เหนี่ยวเหนี่ยวไปยืนรอหน้าประตูฝั่งเมืองเซี่ยเฉิงจริงๆเลยดีกว่าเจ้าค่ะ..”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “แว๊บ……..”พูดจบก็วิ่งหายเข้าไปที่ประตูเมืองเซี่ยเฉิงอย่างรวดเร็ว

         “เดี๋ยวก่อน……!!!เหนี่ยวเหนี่ยว”พวกผู้ใหญ่

         “แว๊บ….แว๊บ…..”

         “เด็กๆ….!!”พอท่านย่าเล็กเป็นผู้นำทัพผ่านเข้าไปแล้ว ที่เหลือจะรออะไรกันอยู่เล่า?? พวกเหลนๆก็พากันวิ่งข้ามไปติดๆด้วยเช่นกัน

         “พวกท่านก็มัวแต่ชักช้าอะไรกันอยู่เนี่ยเจ้าคะ ดูสิเด็กๆเดินผ่านเข้าประตูข้าไปที่เมืองเซี่ยเฉิงกันหมดแล้ว จริงๆเลยยิ่งอายุมากยิ่งช้ากันไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามที”ท่านแม่

         “.............!!”ท่านพ่อ

         “พวกเราตามพวกเด็กๆไปกันเลยเถอะ”ท่านป้าอี้

         “ได้ๆไปกันเลยดีกว่า ขืนมัวรอพวกผู้เฒ่าพวกนี้มีหวังพวกเด็กๆพากันเดินซนไปไกลเกินเขตประตูจะแย่เอานะ”ท่านป้าฉือ

          “งั้นไปกัน เร็วเข้า”ท่านแม่

          “เจ้าค่ะ…”บรรดาสะใภ้

          “แว๊บ…..แว๊บ…..”

          “...............!!???”ท่านพ่อ ท่านลุง พวกพี่ชาย หลานชาย

          “พวกนางว่าข้ากับพวกเจ้างั้นเหรอ???”ท่านลุงอี้

          “ก็ใช่น่ะสิจะว่าใครกันเล่า สายตาตรงดิ่งมาทางพวกเราน่ะ”ท่านลุงฉือ

         “พวกฮูหยิน พวกนางลืมไปหรือเปล่าว่าพวกเราช่วยกันเก็บข้าวของที่ทำพวกไม้แขวน ทำราวแขวน ทำตู้เสื้อผ้าอยู่น่ะ ถึงได้ช้ากันน่ะ??”ท่านพ่อ

         “ไม่หรอกครับท่านพ่อ ท่านแม่ไม่ได้ลืมแต่ว่าพวกท่านแม่ไม่ได้สนใจพวกท่านมากกว่าขอรับ”พี่ใหญ่ซื่อจื่อ

         “จริงด้วยขอรับ ท่านแม่ไม่ได้สนใจอะไรเลย”พี่รองเหล่าหู่

         “................!!!”ท่านพ่อ

         “หุบปากไปเลยเจ้าแฝด..!!!”ท่านพ่อ

         “อุ๊บ…..!!”พี่ชายฝาแฝดทั้งสองคนรีบปิดปากเงียบกริบทันทีเลย

         “เร่งมือกันเข้าสิ เร็วเข้าพวกข้าจะตามพวกเด็กๆกับพวกนางไปก่อน”ท่านพ่อ

          “ขอรับ..........!!”พี่ชาย หลานชาย

         “แว๊บ…….”ท่านพ่อ ท่านลุงทั้งสองคนวิ่งเข้าประตูเชื่อมเข้าสู่เมืองเซี่ยเฉิงอย่างรวดเร็ว

         “แกร๊ก….แกร๊ก……”

         “สุดท้ายพวกเราก็โดนกันทุกทีสิน่า เฮ้อ…..”พี่ใหญ่ซื่อจื่อ

         “ก็นั่นน่ะสิ”ทุกๆคน ได้แต่พากันมองพวกท่านพ่อ ท่านปู่ของพวกเขาที่หายไปที่ประตูเซี่ยเฉิงกัน

         ทางด้านคนที่ผ่านข้ามประตูเมืองเซี่ยเฉิงเข้าไปแล้ว ก็ต้องเจอกับสภาพที่อากาศหนาวเย็น มีหิมะตกอย่างต่อเนื่องพื้นดินสีขาวที่ปกคลุมไปด้วยหิมะเต็มพื้น

         “ว้าว……”พวกเด็กๆที่มองแบบเต็มตากันเสียที ไม่ได้แค่ทดลองใช้ประตูข้ามเพียงเท่านั้น รอบนี้พวกเด็กๆสังเกตบรรยากาศโดยรอบให้ละเอียดถี่ถ้วนกันด้วย

         “หิมะ….สวยมาก สวยแบบเย็นเจี๊ยบเลย..”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “จริงเจ้าค่ะท่านย่าเล็ก นี่ถ้าไม่ได้เสื้อที่ใส่ลงพลังธาตุความร้อนเอาไว้ มีหวังคงจะหนาวเย็นจนแข็งตายแน่ๆเลยนะเจ้าคะท่านย่าเล็ก”เหลนสาวรองมี่เฟิง

         “แล้วแบบนี้พวกเราจะเดินทางกันอย่างไรเล่าเจ้าคะท่านย่าเล็ก??”เหลนสาวสามยวี๋ยวี๋

         “ใช่ๆ…”พวกเหลนๆ 

         พวกเด็กๆต่างก้มลงมองไปที่เท้าของพวกเขาที่ตอนนี้รู้สึกว่าปริมาณหิมะบนพื้นดินสูงท่วมเท้าขึ้นมายังเกือบน่องของพวกเด็กๆกันหมดแล้ว

         “ข้าเองก็คงจะเดินไม่ได้เหมือนกันนั่นแหละ เฮ้อ….”เหนี่ยวเหนี่ยว

          “ใช่ขอรับ เพราะท่านย่าเล็กขาสั้นนั่นเอง”เหลนชายสี่เหล่าสู่

         “............!!”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “ขาสั้นๆแบบนี้แค่ยกขาขึ้นเพียงข้างเดียวก็ไม่พ้นหิมะบนพื้นดินได้หรอกขอรับ จะล้มเอาเสียมากกว่า”เหลนชายสามจีจี

         “ฮึ่ม...........!!”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “หรือจะให้ท่านย่าเล็กกับพวกน้องสาวพากันกลิ้งไปดีเล่าพวกเรา??”เหลนชายรองจูจู

         “...........!!”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “.........!!”พวกน้องสาว

         “นั่นน่ะสินะ…”เหลนชายคนอื่นๆ

         “พวกนางจะต้องเดินยากลำบากมาก จะมีวิธีอื่นไหมนอกจากกลิ้งไปน่ะ???”เหลนชายใหญ่หยางหยาง

         “เหลนชาย ก่อนจะว่าข้าขาสั้นๆน่ะ ดูพวกเจ้าด้วยนะเหอะ….”เหนี่ยวเหนี่ยว

         “.............!!!”เหลนชาย ที่พึ่งเริ่มจะรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไปก็พากันแสร้งหันหน้าหนีมองวิวไปรอบๆแทน

         “ฮ่า….ฮ่า….”พวกท่านแม่ ท่านป้า พี่สะใภ้ หลานสะใภ้ ที่ตามพวกเด็กๆมาติดๆเช่นกัน ก็คอยมองดูพวกเขาอยู่ไม่ไกลหรอก และก็ได้เห็นสภาพพวกเด็กๆในตอนนี้ด้วยที่แต่ละคนจะถูกหิมะฝังอยู่บนพื้นดินแทนกันอยู่แล้ว ด้วยความที่บนพื้นหิมะสูงท่วมมากๆ และไหนจะการพูดคุยที่พวกเหล่าบรรดาเด็กผู้ชายพูดขึ้นมาอีก มันอดทนอดกลั้นที่จะไม่ให้หัวเราะออกมาดังๆก็ไม่ได้เสียแล้ว

         “ให้แม่อุ้มกันไหมเด็กๆ”ท่านแม่

         “ดีเจ้าค่ะ…”เหลนสาวน้อย

         “อือ…..ทำอย่างไรดีนะที่ให้เดินทางได้ง่ายในบรรยากาศที่มีหิมะตกแบบนี้ บนพื้นดินก็คงจะเดินลำบากไม่ใช่น้อย เพราะการก้าวเดินคงจะหนักหนาสาหัสอยู่ต้องใช้แรงยกเท้าขึ้นตลอดทุกอย่างก้าวเลยนี่น่ะสิ แถมพื้นดินก็เปียกชื้นตลอดเวลาอีกด้วยเป็นอันตรายที่จะลื่นล้มได้ง่ายเกิดบาดแผลขึ้นอีก 

         และในจะความหนาวเย็นที่อาจจะกัดกร่อนเข้ามาอีกล่ะ เดินเท้านี่ทางเลือกท้ายสุดจริงๆล่ะ หรือว่าจะให้เจ้าขาวผ่องเป็นพาหนะต่อดีนะ???”เหนี่ยวเหนี่ยว

         ขณะที่กำลังครุ่นคิดว่าจะเดินทางกันอย่างไรดีที่จะช่วยให้ประหยัดแรง ประหยัดกำลังให้ได้มากที่สุด แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถดูบรรยากาศรอบด้านไปได้ด้วยแบบไม่ต้องเร่งรีบในอากาศที่หนาวเย็นแบบนี้ เพราะเหนี่ยวเหนี่ยวเองก็ไม่อยากจะพลาดของแปลกจากเมืองหิมะที่หนาวเย็นแบบนี้ด้วยเช่นกัน

         ไม่ว่าจะเป็นพวกต้นไม้ สมุนไพร ดอกไม้ของเมืองหนาวเย็นแบบนี้ คงจะแปลกแตกต่างจากเมืองสองเมืองที่นางเคยไปมา อย่างเมืองหนิงหวงที่เป็นเมืองที่ครอบครัวและเพื่อนๆอาศัยอยู่มาตั้งแต่เกิดจนถึง ณ ปัจจุบันนี้

         ส่วนเมืองเฮยอ้านเมืองแห่งความมืดมิด เมืองแห่งที่สองที่พึ่งจะก้าวผ่านเข้ามากันเมื่อสักครู่นี้เองเช่นกัน แต่ละเมืองก็มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป 

         “หรือว่าจะใช้พลังธาตุช่วยเสริมทั้งเท้าและแขน ดีนะ??อือ…”เหนี่ยวเหนี่ยว เท้าคางครุ่นคิดวิธีที่ดีที่สุดและไม่กระทบต่อเจตนาอื่นๆในการมาเที่ยวผจญภัยที่เมืองเซี่ยเฉิงด้วย

         “อ้าว..แล้วท่านพ่อ ท่านลุง พี่ชาย หลานชายยังไม่มาอีกเหรอเจ้าคะท่านแม่??”เหนี่ยวเหนี่ยวที่กำลังใช้ความคิดอยู่หันมาเจอพวกท่านแม่พอดิบพอดีแต่ว่าพวกท่านพ่อ ท่านลุงนี่สิไม่เห็นกันเลยสักคนเดียว

         “อ้อ….คนเริ่มจะแก่ก็แบบนี้แหละลูกรักชักช้ากันมากแม่ ท่านป้า พี่สะใภ้ หลานสะใภ้พวกเจ้าเลยพากันมาก่อนน่ะ”ท่านแม่

         “โอ้….ความที่เริ่มจะแก่ชรากันมันก็มีผลต่อการเคลื่อนไหวมากจริงๆ..เหมือนกันนะเนี่ย”เหนี่ยวเหนี่ยว 

         “อิ…อิ….”พวกบรรดาฮูหยินต่างพากันขำคำพูดของเหนี่ยวเหนี่ยวที่นินทา ท่านพ่อ ท่านลุงอี้ ท่านลุงฉือกัน

         “..............!!!”ท่านพ่อ ท่านลุงอี้ ท่านลุงฉือ ที่มาท้ายสุดแต่ว่าพวกพี่สะใภ้ หลานสะใภ้ยืนบดบัดอยู่ทำให้เหนี่ยวเหนี่ยวไม่เห็นพวกท่านทั้งสามคนที่เพิ่งจะเดินทางมาถึงเมื่อตะกี้นี้เอง 

         คำพูดของนางที่พูดออกมาเมื่อตะกี้นี้ก็ทำให้พวกท่านพ่อ ท่านลุงอี้ ท่านลุงฉือ ได้ยินกันเต็มๆด้วยเช่นกัน

         “ช่างใช้คำพูดที่เฉียบคมเหลือเกิน ลูกสาวใครกันนะ??อิ…อิ….”ท่านแม่ ที่ดูจะชอบอกชอบใจกับคำพูดของเหนี่ยวเหนี่ยวที่ว่า “มีผลต่อความเคลื่อนไหวนี่แหละ..!!”

         “ใช่ๆ ข้าต้องจำเอาไว้ใช้ว่าพวกท่านพี่บ้างแล้วล่ะ มันถูกใจสุดไปเลยอิ…อิ…”ท่านป้าอี้

         “นี่ถ้าพวกท่านพี่มาได้ยินเข้า ข้านี่อยากจะเห็นสีหน้าพวกเขาจริงๆนะว่าจะทำหน้ากันอย่างไรน่ะ อิ…อิ….”ท่านป้าฉือ

         “นั่นน่ะสิ….”ท่านแม่

         “.............!!!”ท่านพ่อ ท่านลุงฉือ ท่านลุงอี้ ได้แตพากันมองหน้าไปๆมาๆกันและอยากจะเดินหันหลังกลับไปยังประตูเข้าสู่ที่ถ้ำของเมืองเฮยอ้านดั่งเดิมเลย!!

         พวกสาวๆก็พากันเดินดู สัมผัสหิมะชื่นชมบรรยากาศในระหว่างรอพวกผู้ชายที่อยู่ทางอีกฟากฝั่งของประตูข้ามนี้กันอย่างเพลิดเพลินเช่นกัน 

         เพราะบรรยากาศแบบนี้หาใช่ว่าจะมีบ่อยๆในเมืองหนิงหวง ถึงแม้ว่าจะมีฤดูที่มีหิมะตกด้วยก็ตามทีแต่ว่าก็ไม่ได้นานมากนักจะมีเพียงแค่ 1-3 เดือนเป็นอย่างมากแต่ก็นานๆครั้งส่วนมากจะเพียงแค่ หนึ่งเดือนกว่าๆเท่านั้นเอง

         และก็เป็นหน้าที่หิมะตกครั้งนี้ที่พวกท่านได้ผ่อนคลายเหมือนได้มาเที่ยวและชื่นชมดูหิมะตกให้ดูสวยงามเป็นครั้งแรกอีกด้วย ที่ไม่ต้องคิดกลุ้มใจกันในเรื่องหาอาหาร หาเงินตำลึงเข้าสู่บ้านในยามที่หิมะตกแบบนี้เป็นอะไรที่เป็นช่วงที่ยากลำบากมากจริงๆสำหรับชาวบ้านทั่วๆไป

         แค่ปรกติอากาศธรรมดาก็ใช้ชีวิตกันยากลำบากมากพอแล้ว ไม่ต้องพูดถึงช่วงอากาศที่เลวร้ายที่ออกจากนอกบ้านแทบจะไม่ได้เลย

    ************

         สุดท้ายเหนี่ยวเหนี่ยวก็เลือกที่จะมาท่องเที่ยวผจญภัยสำรวจที่เมืองเซี่ยวเฉิง เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี และบางแห่งก็มีหิมะตกตลอดทั้งปีเช่นเดียวกัน

     


    คล้ายกับเรื่องข้าคือท่านย่า วัยเตาะแตะ ที่คุณอ่าน