ย้อนกลับมายุค 90 พร้อมพลังปลูกพืชวิญญาณ

    บทที่ 41 ฉันว่ามันไม่สวย

    บทที่ 41 ฉันว่ามันไม่สวย

     

    ฟ่านจิ่นซินยืนอยู่ที่ประตูจ้องมองเธอ จากนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองถุงใบใหญ่ใบเล็กในห้องนั่งเล่น

     

    ฟ่านซีซีก็ซื้อของมาให้เธอด้วย!

     

    เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอจึงพูดอย่างเขินอายว่า “ฟ่านซีซี เธอซื้อของกินมาไหม ฉันยังไม่ได้กินข้าวเลย” 

     

    “ไม่ได้ซื้อ พี่ชายของเธอเตรียมจะทอดมะเขือม่วงยัดไส้ เดี๋ยวแบ่งให้เธอ”

     

    ฟ่านจิ่นซินแอบมองฟ่านซีซีที่กำลังแขวนเสื้ออย่างตั้งใจ ดูเหมือนว่า...บางที...ฟ่านซีซีก็ไม่ได้น่ารังเกียจขนาดนั้น

     

    เพื่อเป็นการตอบแทนที่ฟ่านซีซีเต็มใจแบ่งมะเขือม่วงยัดไส้ให้ พรุ่งนี้เธอจะต้องเอาภาพถ่ายพวกนั้นกลับมาให้ได้


    ……

     

    เช้าวันรุ่งขึ้น ฟ่านจิ่นซินไปโรงเรียนแต่เช้าเพื่อดักเจอซ่างตง แต่ซ่างตงกลับไม่มาโรงเรียน

     

    วันที่สาม วันที่สี่ จนถึงวันศุกร์ เธอก็ยังไม่เจอซ่างตงมาโรงเรียน 

     

    เธอรอรูปมาเป็นอาทิตย์แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้คืน เธอรู้สึกไม่ดีเลย 

     

    ซ่างตงคนนี้จะแกล้งหลบหน้าเธอหรือเปล่านะ?

     

    หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง เธอก็กัดฟันตัดสินใจไปหาเถียนซือซือหลังเลิกเรียน

     

    เถียนซือซือมองฟ่านจิ่นซินอย่างรู้ทัน “เธอมาหาซ่างตง? มีอะไรกับเขาเหรอ?”

     

    “เอ่อ ฉันมีเรื่องต้องคุยกับเขานิดหน่อย เธอพอจะรู้ที่อยู่บ้านเขาไหม?” 

     

    เถียนซือซือเห็นว่าฟ่านจิ่นซินไม่ต้องการพูดอะไรมาก จึงพูดอย่างเรียบเฉยว่า “รู้สิ แต่ว่า… ต่อให้เธอไป เธอก็ไม่เจอเขาหรอก”

     

    “ทำไมล่ะ?” ฟ่านจิ่นซินทำหน้างุนงง

     

    ถึงเขาจะไม่มาโรงเรียน แต่ก็น่าจะอยู่บ้านสิ!

     

    เถียนซือซือเก็บซ่อนแววตาเหยียดหยาม แล้วพูดเสียงเบาว่า “พ่อของเขาโดนสอบสวน บ้านถูกปิดผนึก ตอนนี้จะได้เรียนต่อหรือเปล่ายังไม่รู้เลย เธอไปก็ไม่เจอเขาหรอก ถ้ามีอะไรจะฝากบอก ฉันบอกให้ก็ได้”

     

    ฟ่านจิ่นซินยืนนิ่งอยู่นานกว่าจะได้สติกลับมา บ้านของซ่างตงเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ? 

     

    “จิ่นซิน จริง ๆ แล้วคนที่อยากตามหาซ่างตง คือซีซีใช่ไหม?” เถียนซือซือถามอย่างลองเชิง

     

    ฟ่านจิ่นซินโบกมือปฏิเสธ “ไม่ใช่ ฉันต่างหากที่อยากตามหา ช่างเถอะ ไม่คุยกับเธอแล้ว ฉันจะกลับบ้าน” 

     

    พูดจบเธอก็วิ่งจากไปราวกับสายลม

     

    ทันทีที่กลับถึงบ้าน เธอก็รีบบอกข่าวนี้กับพี่ชายและฟ่านซีซี 

     

    “ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากเอารูปคืนนะ ฉันรอมาหนึ่งอาทิตย์แล้ว เขาก็ยังไม่มาโรงเรียน ฉันเลยไปถามซือซือ”

     

    ฟ่านจิ่นเฉิงไม่พูดอะไร สีหน้าเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย 

     

    เขาจำได้ว่าชาติที่แล้ว พ่อของซ่างตงถูกตั้งข้อหาหลังจากนั้นหลายปี ทำไมคราวนี้ถึงเร็วขนาดนี้นะ!

     

    เป็นเพราะการเกิดใหม่ ทำให้เส้นทางของโลกนี้เปลี่ยนไปอย่างนั้นเหรอ?

     

    ส่วนฟ่านซีซีกลับเกาหัวอย่างงุนงง เธอพบว่าตัวเองจำเรื่องราวของซ่างตงในชาติที่แล้วไม่ได้เลย

     

    ฟ่านจิ่นซินเห็นทั้งพี่ชายและฟ่านซีซีไม่โทษเธอ เธอจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก

     

    อย่างมากที่สุด เธอค่อยหาทางเอารูปคืนจากซ่างตงทีหลังก็ได้ 

     

    วันเสาร์ ฟ่านจิ่นเฉิงออกไปข้างนอกทั้งวัน ส่วนฟ่านซีซีก็ไปที่พื้นที่เพาะปลูกแห่งที่สอง พวกเขาทั้งคู่ต่างยุ่งอยู่กับงานของตัวเอง

     

    วันอาทิตย์ พนักงานจากบริษัทโทรคมนาคมมาติดตั้งโทรศัพท์ที่ร้านอีเหริน บอกว่าฟ่านจิ่นเฉิงได้นัดหมายเอาไว้ก่อนหน้านี้

     

    ฟ่านซีซีเห็นว่าพนักงานมาแล้ว เลยถือโอกาสให้พวกเขาติดตั้งโทรศัพท์ที่บ้านและพื้นที่เพาะปลูก รวมถึงบ้านของพี่จิ่นเฉิงด้วย 

     

    เมื่อเห็นสายโทรศัพท์ที่ลากเข้ามาในบ้าน ฟ่านจิ่นซินก็รู้สึกภูมิใจขึ้นมาทันที

     

    ต่อไปนี้ ต่อให้เธอออกไปข้างนอก ก็สามารถใช้โทรศัพท์มือถือโทรกลับบ้านได้ตลอดเวลา

     

    หลังอาหารเย็น ฟ่านจิ่นซินเห็นฟ่านซีซีกำลังเขียนเบอร์โทรศัพท์และทำนามบัตรด้วยตัวเอง เธอจึงถามด้วยน้ำเสียงโอ้อวดว่า “ฟ่านซีซี เธอรวยขนาดนี้ ทำไมไม่ซื้อโทรศัพท์มือถือสักเครื่องล่ะ”

     

    ฟ่านซีซีไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง “ฉันว่ามันไม่สวย”

     

    โทรศัพท์มือถือในตอนนี้ทั้งไม่สวย ฟังก์ชันก็น้อย แถมยังแพง สัญญาณในเขตหมี่ซีก็ไม่ค่อยดีนัก ในเมื่อที่บ้านมีโทรศัพท์บ้านแล้ว เธอจึงยังไม่คิดที่จะซื้อโทรศัพท์มือถือ

     

    ฟ่านจิ่นซินจ้องมองเธอด้วยความงุนงง “ไม่สวยตรงไหน เธอต้องอิจฉาแน่ ๆ เลย ขี้เหนียว ไม่ยอมเสียเงิน” 

     

    ฟ่านซีซีขี้เกียจเถียงกับเธอ “เธอว่าฉันขี้เหนียวก็ขี้เหนียวสิ! ขอแค่เธอมีความสุขก็พอ!”

     

    ทันใดนั้น ฟ่านจิ่นซินก็หมดอารมณ์จะพูดอะไรอีก คนคนนี้ทำไมถึงไม่เล่นตามแผน เธอไม่มีความสุขเลยสักนิด

     

    หลิ่วซิ่งฟางเห็นลูกสาวไปยั่วซีซีอีกแล้ว เธอจึงเดินเข้าไปหา ก่อนจะตีหน้าผากลูกสาวอย่างหงุดหงิด

     

    “ซีซีใช้เงินทำแต่เรื่องดี ๆ ส่วนลูกนี่เป็นพวกบ้าความสุขชัด ๆ ไม่เคยเห็นลูกคิดจะซื้ออะไรให้ที่บ้านเลย”

     

    ฟ่านจิ่นซินอยากจะโต้แย้ง แต่พอจะพูดก็พูดไม่ออก

     

    เหมือนว่า เธอไม่เคยซื้ออะไรให้คนในครอบครัวจริง ๆ

     

    ก่อนหน้านี้เธอไม่มีเงิน แต่พอมีเงินหมื่นหนึ่ง เธอก็...นึกถึงแต่แฟนหนุ่มเฉียวอี้...กับตัวเองเท่านั้น

     

    แย่แล้ว เพราะมีฟ่านซีซีเป็นตัวเปรียบเทียบที่ชัดเจน ตำแหน่งของเธอในใจแม่ก็ตกต่ำลงไปอีก

     

    แล้วก็เป็นจริงอย่างที่คิด ในอีกไม่กี่วินาทีต่อมา เธอเห็นแม่ของตัวเองถือน้ำส้มแก้วหนึ่งเดินมา เป็นของสำหรับฟ่านซีซี

     

    “ซีซีจ๊ะ ดื่มน้ำผลไม้หน่อยนะ พักผ่อนบ้าง อย่าทำงานหนักเกินไป ระวังดวงตาด้วย”

     

    ฟ่านจิ่นซินเอามือปิดหูทั้งสองข้าง เธอไม่อยากฟัง ไม่อยากได้ยินเสียงที่อ่อนโยนของแม่แบบนี้

     

    เสียงที่อ่อนโยนของแม่แบบนี้ เธอไม่ได้ยินมานานแล้ว

     

    ต่อให้ได้ยิน ก็ไม่ใช่พูดกับเธออย่างแน่นอน

     

    “ขอบคุณค่ะป้าหลิ่ว หนูไม่เหนื่อยค่ะ เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว” ฟ่านซีซียิ้มหวาน พลางยกน้ำส้มขึ้นจิบ

     

    นามบัตรพวกนี้เธอตั้งใจจะทำเพิ่ม วางไว้ที่ร้านอีเหรินบ้าง ที่พื้นที่เพาะปลูกก็จำเป็นต้องมี ตัวเธอเองก็ต้องมีติดตัวไว้ด้วย

     

    การ์ดใบเล็ก ๆ พวกนี้ ถึงจะไม่ใหญ่ แต่มีประโยชน์มาก!

     

    หลิ่วซิ่งฟางในตอนนี้รู้สึกเหมือนตาพร่าไปกับรอยยิ้มหวานของฟ่านซีซี เธอเข้าใจขึ้นมาทันทีว่า ทำไมลูกชายของเธอถึงชอบจ้องมองซีซีทุกวัน

     

    สมแล้วที่ใคร ๆ ก็บอกว่ามองแล้วสบายใจ เพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มหวานของเธอ ความทุกข์กังวลก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง

     

    หลิ่วซิ่งฟางนั่งลงข้าง ๆ มองดูฟ่านซีซีพลางคิดไปด้วย รอซีซีเรียนจบมหาวิทยาลัยก็อายุยี่สิบปีแล้ว ถึงตอนนั้นก็ให้ซีซีแต่งงานกับจิ่นเฉิง อีกหนึ่งปีต่อมา เธออาจจะได้เป็นคุณย่าเลยก็ได้

     

    ในขณะที่เธอกำลังเหม่อลอยอยู่นั้น ก็มีมือมาโบกไปมาอยู่ตรงหน้า 

     

    “แม่คิดอะไรอยู่ ลุงมาแล้ว” ฟ่านจิ่นเฉิงบอก

     

    “โอ้!” หลิ่วซิ่งฟางรีบลุกไปทักทายพี่ชายของตัวเอง

     

    พี่น้องทั้งสองคุยกันสักพัก หลิ่วเฉิงซงก็พูดขึ้นว่า “วันนี้ฉันมาที่นี่ มีเรื่องจะคุยกับเธอด้วย ฉันวางแผนจะเปิดร้านอินเทอร์เน็ต ต้องไปซื้อคอมพิวเตอร์ที่ปักกิ่ง ฉันอยากจะขอยืมตัวจิ่นเฉิงไปด้วยสักสองสามวัน” 

     

    หลิ่วซิ่งฟางชะงักเล็กน้อย “ต้องไปกี่วันล่ะ?”

     

    “ขึ้นอยู่กับว่าจะราบรื่นแค่ไหน มากสุดก็ห้าหกวัน อย่างน้อยก็สองสามวัน”

     

    หลิ่วซิ่งฟางตัดสินใจไม่ได้ จึงหันไปมองลูกชายของเธอ

     

    ฟ่านจิ่นเฉิงเหลือบมองฟ่านซีซีที่กำลังตั้งใจทำนามบัตรอยู่ ก่อนจะพูดเบา ๆ ว่า “พวกเราไปพรุ่งนี้ กลับวันพฤหัสบดี ดีไหม?” 


    วันศุกร์ซีซีจะจัดงานวันเกิด ยังไงเขาก็ต้องกลับมา

     

    “ก็ได้! งั้นลูกลองดูว่าต้องเตรียมอะไรบ้าง แม่จะช่วยเตรียม” หลิ่วซิ่งฟางรู้ว่าลูกชายของเธอเรียนเก่ง การลาหยุดหนึ่งสัปดาห์ก็น่าจะไม่มีปัญหา 

     


    คล้ายกับเรื่องย้อนกลับมายุค 90 พร้อมพลังปลูกพืชวิญญาณ ที่คุณอ่าน