Magic X Knight REVERSE

    ตอนที่ 47 ขัดจังหวะ

      ร่างสมส่วนของเด็กปี1ในชุดคลุมดำเดินออกมาเป็นคนแรก ใบหน้าแสยะยิ้มชั่วร้ายด้านหลังคือร่างกำยำพร้อมดาบเหล็กเล่มหนึ่ง“จำไว้นะนิค อย่าให้มันแพ้ง่ายเกินไปทรมานมันซะ เอาให้สมกับที่มันทำกับฉันซะ”“เข้าใจแล้ว”เจ้าของชื่อตอบรับอย่างจนใจ แววตาแฝงความหน่ายใจเอาไว้เดิมทีแล้วเขาไม่อยากทำแบบนี้เลย ไม่แม้แต่จะอยากเป็นคู่หูของมาร์ค แต่จะทำอย่างไรได้เพราะพ่อของเขาทำงานอยู่บริษัทของมาร์ค จริงๆมันแปลกตั้งแต่เด็กห้อง7มาคู่กับจอมเวทห้อง10แบบนี้แล้วเด็กหนุ่มร่างโตได้แต่ปฏิญาณว่าเมื่อไหร่ที่จบการศึกษาไปเขาจะขอลาขาดจากมาร์คและไปทำงานในหน่วยงานเงินดีๆสักแห่งทั้งสองขึ้นมาอยู่บนเวทีท่ามกลางเสียงเชียร์จากผู้ชมทว่ารอบข้างกลับไม่มีแม้แต่เงาคู่ต่อสู้“เอ่อ คุณเชส เซอเซสครับ อยู่แถวนี้รึเปล่า”“ไอ้ขี้ขลาดนั่น พอรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้ก็หนีงั้นหรอ”มาร์คแยกเขี้ยวสบถออกมาเสียงดังโดยหารู้ไม่ว่าบางสิ่งพาดอยู่บนบ่าของเขา“ถ้าเป็นการสู้เอาชีวิตกันนายตายไป3รอบได้แล้วนะมาร์ค”เฮือกเจ้าของชื่อหันหลังไปมองอย่างรวดเร็วพบว่าร่างเล็กอดีตเพื่อนร่วมห้องพักยืนเอามือข้างหนึ่งไว้ข้างหลังอีกข้างยกดาบในฝักสีดำพาดบนไหล่ของตนบนอัฒจรรย์เกิดเสียงซุบซิบกันไม่หยุด หลายคนคุยกันถึงการปรากฏตัวกะทันหันของเชสที่เผลอแวบเดียวเขาก็มายืนอยู่ที่ด้านหลังของพวกมาร์คได้ บางคนเดาว่ามันคือเวทมนตร์บางอย่าง ขณะที่บางคนก็ว่ามันคือลูกเล่นของเชสทว่ามีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของเชสได้ตั้งแต่ต้นจนจบซึ่งส่วนมากคือพวกปีสามลำดับห้องสูงๆ“เห็นนั่นไหม เข้าจุดบอดศัตรูได้เร็วมาก”“อาศัยเงาซ่อนตัวเองไว้ตั้งแต่ต้นก่อนเคลื่อนไหวด้วยเวทสายฟ้า ห้อง10จริงดิ”“คงไม่อยากเผยฝีมือมั้ง ว่าแต่ดาบนั่นคุ้นๆนะ”“คาตะนะเจ้ายูจีนไง แถวนี้มีมันใช้คนเดียว”“รู้จักกันสินะ มิน่า”ปีสามบางกลุ่มซุบซิบกันเบาๆตรงกันข้ามกับบนลานประลองที่บรรยากาศเดือดพร้อมปะทุได้ทุกเมื่อ เชสถอนดาบออกมาและเว้นระยะห่างออกมาอีกฝั่งหนึ่งของสนามพลางจ้องหน้าบิดเบี้ยวของมาร์ค“ฉันจะฆ่าแกไอ้สวะชั้นต่ำ”“แทบรอไม่ไหวแล้ว อ๊ะ แต่เขาไม่ให้จงใจฆ่ากับในการประลองนี่นา เสียใจด้วยนะ”พิธีกรปีเดียวกันมองหน้า2ฝั่งเลิ่กลั่ก เห็นว่ายื้อไม่ไหวแล้วจึงได้พยักหน้าให้ทีมงานลั่นระฆังเริ่มการต่อสู้พร้อมกับดีดตัวลงจากเวที“เริ่มได้!!”“El Pr…”“เสริมพลังขั้นต้น เสริมความเร็วข้นต้น”ทันทีที่สัญญาณเริ่มการต่อสู้ดังกังวาลจอมเวทอย่างมาร์คเริ่มด้วยพื้นฐานที่สุดอย่างการร่ายเวทเสริมพลังให้พาร์ทเนอร์ เวทนี้ทั้งสั้นและง่ายถึงกระนั้นมาร์คแค่พูดไปได้ไม่กี่พยางค์เชสกลับร่ายสองเวทในเวลาเดียวกับเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แถมยังพุ่งเข้ามาหน้าด้านๆไม่เกรงกลัวต่ออัศวินอีกด้วยนิคเห็นท่าไม่ดีก็รีบเอาตัวเข้าบังมาร์คที่ยังห่างไกลจากคำว่าร่ายเวทเสร็จดาบเหล็กเนื้อดีในมือยกขึ้นรับคาตะนะที่ยังไม่แม้แต่จะชักจากฝักเสียงเหล็กกระทบกับดังสนั่นทั่วลานประลองพร้อมเสียงเฮลั่นนิคกัดฟันแน่นพลางหน้าซีด แขนทั้งแขนที่ใช้จับดาบชาแทบไร้ความรู้สึกเพราะแรงสั่นสะเทือนอันมหาศาลถูกส่งมาจากการปะทะแต่กระนั้นมันก็หาได้รุนแรงอะไรไปกว่านั้น คงเพราะเชสเป็นแค่จอมเวทไม่ได้ฝึกกล้ามเนื้อจนมีความแข็งแกร่งเท่าอัศวิน พละกำลังหลังใช้เวทเสริมพลังเลยไม่ทิ้งห่างนิคมากแสงเข้าครอบคลุมทั้งร่าง ดูเหมือนมาร์คจะร่ายเวทเสริมพลังเสร็จแล้วซึ่งช้ากว่าเชสเสียอีก แถมยังทำได้แค่เวทบทเดียว“ย้าก”อย่างไรพละกำลังของอัศวินก็เหนือกว่าอยู่วันยังค่ำ หลังได้รับผลของเวทมนตร์นิคก็เป็นฝ่ายกำชัยในด้านกำลังดันเชสให้ถอยกลับไปได้อย่างง่ายดาย“มัวทำอะไรอยู่วะนิค ไปฆ่ามันเซ่!!”มาร์คตะโกนสั่งจากด้านหลัง ร่างกำยำกัดฟันทนทำตามคำสั่งงี่เง่านั่นโดยการย่างสามขุมเข้าหาเชส“ชักดาบซะไม่งั้นแกเละแน่”“พวกนายไม่ได้เก่งขนาดนั้น อีกอย่างถ้าฉันชักดาบเดี๋ยวพวกนายได้ตายไม่รู้ตัวหรอก”นิคเริ่มหัวเสียราวกับว่าตัวเขาถูกดูถูกซ้ำซ้อนทั้งจากคนข้างหลังและคนข้างหน้า ทำไม ทำไมกัน ทั้งที่เขาอยู่ห้อง7และพวกนี้มันอยู่ห้อง10แท้ๆ เขาต้องเป็นฝ่ายดูถูกไม่ใช่หรอนิคทนไม่ไหวอีกต่อไปดาบธรรมดาในมือเหวี่ยงเข้าหาเชสหมายจะฟันอีกฝ่ายให้ขาด เชสยกดาบขึ้นรับอย่าไม่ยากเย็นทว่าเพราะแรงอันมากมายนั่นทำเอาเขาลอยไปไกลจนสุดสนามนิควิ่งเข้ามาหมายจะโจมตีต่อขณะที่เชสประเมินสถานการณ์อย่างสงบ ดวงตามองก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นหลายก้อนกำลังจะหลุดจากปลายคทาพุ่งเข้ามาจากอีกด้าน            “การประสานงานเอาไป0คะแนน”ไม่รู้รอสองขาดีดพุ่งเข้าใส่นิคจังหวะเดียวกับมาร์คหันคทาตามตัวเชสเพื่อเล็งสำหรับโจมตีและปลดปล่อยเวทมนตร์หวังทำอันตรายคู่ต่อสู้แต่หารู้ไหมว่าวินาทีที่มันควรจะโดนเชส นิคที่วิ่งเข้ามาเต็มแรงกลับโดนการโจมตีนั้นเสียเองพร้อมกับเสียงร้อนดังสนั่นเห็นเช่นนั้นเชสพลันถอนหายใจ เขาแทบไม่ได้ทำอะไรเลยแท้ๆแค่ล่อให้เด็กอมมือสองคนขัดแข้งขัดขากันเอง โดยใช้ความเร็วจากพรสวรรค์ที่2หลอกล่อมาร์คให้ยิงกระสุนหินเข้าตรงตำแหน่งที่นิคจะพุ่งปะทะกับเขา ฟังแล้วอาจคิดว่ายากทว่าสำหรับAccelerationที่ควบคุมความเร็วร่างกายได้มันง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก“แกทำบ้าอะไรวะ หลบไปสิไอ้โง่”เสียงตะโกนจากมาร์คไล่หลังมาติดๆ นิคโดนกระสุนหินเข้าใส่บริเวณไหล่และหลังเต็มๆ ความเจ็บปวดแทบทำเขาทรุด‘แกนั่นแหละโง่ จะใช้เวทก็ดูหน่อยสิวะ’เขาอยากตะโกนแบบนี้ออกไปมากแต่ไม่สามารถทำได้เชสไม่รอช้าในเมื่อศัตรูเปิดช่องว่างให้ขนาดนี้ดาบคาตะนะในฝักเงื้อฟาดเข้าเต็มท้องของนิดเป็นแนวขวางจนจุก“บอกแล้วว่าถ้าชักดาบ พวกนายได้ตายแน่”ดาบที่ควรจะถือตั้งขึ้นบัดนี้กลับต้องแทงลงพื้นเพื่อคำยันร่างไม่ให้ล้ม มืออีกข้างที่ว่างและยังมีเรี่ยวแรงพยายามจะสวนกำปั้นเข้าหน้าเชสแต่มีหรือจะทำได้มันถูกปัดทิ้งในทีเดียวทันใดนั้นเองเพราะร่างที่ทรุดลงต่ำของนิคทำให้ทางเปิดให้การโจมตีด้วยเวทมนตร์ของมาร์คตรงเข้ามาหาเขาได้ เวทมนตร์บทเดิมปลดปล่อยเข้ามาโดยเล็งเป้าที่หนุ่มผมดำเวทมนตร์โล่สายน้ำที่ร่ายไว้ได้สักพักกางเข้ารับก้อนหินหลายก้อนนั้นอย่างสบายๆ แต่เดิมโล่สายน้ำอนุภาพการป้องกันถือว่าแทบไร้ประโยชน์ไปเลยด้วยซ้ำแค่เป็นโล่น้ำกลมๆหยุดยั้งการโจมตีเท่านั้น และถ้าการโจมตีแรงไปก็เสี่ยงที่จะทลวงการป้องกันได้ถึงแบบนั้นสำหรับเด็กปี1อย่างมาร์คเท่านี้ก็พอแล้วโล่น้ำพร้อมกระสุนหินลอยอยู่เหนือศีรษะนิคพอดิบพอดีทำเอาเข้านึกอะไรบางอย่างได้และตัดสินใจคลายการควบคุมกระแสน้ำน้ำที่เคยรวมตัวกันกลายเป็นเวทมนตร์ป้องกันตกใส่ร่างนิคจนเปียกชุ่ม ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นคงไม่ต้องบอกเชสสัมผัสเบาๆบนไหล่นิคไม่ได้จับที่หัวโดยตรงเพราะกลัวอีกฝ่ายจะมีอันตราย“สัก Medium Rareเป็นไง”สิ้นคำพูดเวทมนตร์สายฟ้าๆง่ายๆบทหนึ่งปลดปล่อยออกมาและเล่นไปทั่วร่างนิค กระแสไฟฟ้าสีม่วงเด่นชัดพอให้ทุกคนที่มองอยู่ได้เห็น กระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านไปได้สักพักก่อนจะหายไปพร้อมผู้โชคร้ายสิ้นสติล้มลงกองกับพื้นเจิ่งน้ำ“ต่อไปตานายแล้วนะ มาร์ค”เชสยิ้มเหี้ยมสองเท้าย่างกรายเข้าหาคู่อริ เจ้าตัวรู้สึกถึงแรงคุกคามอันมหาศาลกอปรสิ่งที่เกิดขึ้นกับนิคมันฝังอยู่ในตา“อ อย่าเข้ามานะ”สูญเสียความเยือกเย็นไปอย่างสิ้นเชิง ไม่เหมือนคู่ต่อสู้คนก่อนๆที่รับมือเชสได้อย่างมีสติและมีชั้นเชิง ช่วยไม่ได้มาร์คเป็นแค่เด็กปี1เท่านั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงห้องที่เขาอยู่เห็นแบบนั้นยิ่งได้ใจ พลังเวทส่งเข้าสายฟ้าบริเวณฝ่ามือจนทำให้สายฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วมือสีขนาดและความเร็วยิ่งกว่าเดิม เชสมองมาร์คทรุดลงไปกับพื้นพลางพยายามคลานหนีอย่างสะใจทว่าตอนนั้นเองเหตุการณ์ไม่คาดฝันกลับเกิดขึ้น ร่างใหญ่ร่างหนึ่งพุ่งด้วยความเร็วสูงจากอัฒจรรย์พร้อมด้วยดาบใหญ่ตรงเข้าใส่เชสสัญชาตญาณตะโกนบอกถึงอันตรายจากด้านหลังบอกคาตะนะตั้งใจจะหันกลับไปรับซึ่งๆหน้า แต่ตอนนั้นราวกับมีภาพบางอย่างฉายวาบเข้ามาเหมือนครั้งปะทะกับฟัวร์เต ปากเข้าไปรับตรงๆเขากลับใช้ดาบเข้าไปสัมผัสดาบศัตรูและเบนวิถีให้ลงไปข้างตัวแทน เป็นเทคนิคไม่ต้องใช้แรงไปรับโดยตรงแค่เบี่ยงการโจมตีก็เพียงพอแล้วเชสหันไปมองผู้ซึ่งคิดปองร้ายตนเอง เวลาเดียวกับคนทั้งอัฒจรรย์มองเห็นใบหน้านั้นชัดๆ“แกมัน...แม็กซิมิลเลียน”