“พี่ฉวีคะ วาไม่ชอบคุณเอบีอะไรนั่นเลยพูดจากับวาไม่ดีสักนิด...” หล่อนบ่นเป็หางว่าวเล่าเื่ที่เพิ่งประสบเมื่อครู่อย่างรัวเร็วเป็ชุด
บอกอสาวจึงได้แต่เป็ผู้รับฟังจนกระทั่งหล่อนระบายความอัดอั้นตันใจจนหมด จึงปลอบประโลมอย่างใจเย็น
“ใจเย็นๆจ้ะวา คิดจะทำงานชิ้นใหญ่มันก็ต้องมีอุปสรรคบ้างแหละ วาอย่าลืมสิจ๊ะว่าน้องพัดเขากำลังเนื้อหอมมีชื่อเสียงอยู่ไม่น้อย คุณเอบีก็เลยต้องประคบประหงมสุดฤทธิ์บางทีคุณเอบีอาจจะไม่ได้ตั้งใจเหน็บแนมวาหรอก แต่ว่าคงชินปากล่ะมั้ง”
“วาชักไม่อยากทำแล้วสิคะ นี่ขนาดแค่วันแรกยังเข้าถึงตัวยาก ผู้จัดการก็เื่มาก”
เสียงของเลอฉวีแหลมปรี๊ดขึ้นมาจนวาตีต้องถอยหูโทรศัพท์ให้ออกห่างทันใด“ไม่ได้นะจ๊ะวา...อย่าให้พี่เสียคนเลยพี่เพิ่งเสนอเื่เข้าที่ประชุมเมื่อตะกี้นี้เองสรุปไปแล้วว่าวาตกลงจะเขียนแก้ข่าวให้น้องพัด ขืนวามาปฏิเสธตอนนี้พี่ได้เสียเครดิตกันพอดี”
ในที่สุดบอกอสาวก็ใช้เหตุผลเื่ความน่าเชื่อถือขึ้นมาอ้างจนได้โดยที่หล่อนก็ไม่รู้สักนิดว่าเลอฉวียังคงไขว้นิ้วขณะพูดตามเคย
“วาแค่พูดเล่นค่ะคนอย่างวาไม่มีทางยอมแพ้กับเื่ขี้ปะติ๋วแบบนี้หรอกค่ะยังไงวันนี้วาก็จะต้องสัมภาษณ์คุณพัดให้ได้...เชื่อมือวาเถอะค่ะ”
“ขอบใจจ้ะ ถ้าอย่างนั้นพี่ขอตัวก่อนนะ พอดียังติดประชุมอยู่เื่งานหนังสือตุลาที่จะถึงอีกไม่กี่วันนี้แล้วน่ะจ้ะ นี่ก็แวบออกมาคุยกับวาก่อนเดี๋ยวพี่จะปิดเครื่องต่อแล้วนะ...แต่ถ้าเย็นๆไปแล้ว มีอะไรก็ค่อยโทร.หาได้นะจ๊ะ”
เมื่อตัดสายคู่สนทนาเรียบร้อยวาตีจึงได้แต่ถอนใจ...ก้าวเท้าไปตามทางเดินที่มุ่งไปยังหน้าประตูห้องประชุมขนาดใหญ่เซ็นชื่อด้านหน้าที่โต๊ะขนาดยาวแล้วรับของชำร่วยเป็ซองครีมน้ำหอมขนาดทดลองถือติดมือเข้าไปด้านในเมียงมองหาที่นั่ง
พลันสายตาเหลือบไปเห็นเอบีนั่งอยู่ที่ชุดรับแขกวีไอพีด้านหน้าสุดตามลำพัง หล่อนก็ไม่รอช้าก้าวขาไปด้วยความมั่นใจ ตรงแน่วไปยังชุดรับแขกนั้น
เมื่อไปถึงตรงหน้าสุดหล่อนจึงปรายตามองเอบีเล็กน้อยพลางยิ้มหวานให้อย่างที่คิดว่าจะฉีกถึงรูหูแล้วค่อยๆยวบตัวลงนั่งบนเก้าอี้รับแขกตัวเดียวกับที่เอบีนั่งอยู่
“เห็นที่นั่งตรงนี้ว่างค่ะขอฉันนั่งด้วยคนนะคะคุณเอบี”
ผู้จัดการดาราเอียงตัวมองหล่อนทำอย่างกับเห็นตัวประหลาด“นี่เธอ...ตรงนี้มันสำหรับแขกวีไอพีนะฮ้าเธอต้องไปหาที่นั่งทางด้านหลังโน่น”
“นั่งตรงนี้ดีกว่าค่ะ จะได้คุยกับคุณเอบีด้วย”
“เธอนี่พูดไม่รู้เื่นะฮ้า”
วาตีจึงขยับตัวไปจนเกือบแนบชิดผู้จัดการคนดังพลางทำท่าคุยแบบกระซิบกระซาบ “อย่าหาว่าฉันตีสนิทกับคุณเลยนะคะแต่ฉันจำเป็...เพราะว่าที่ฉันนัดพบกับคุณพัดวันนี้ก็เพราะมีแพลนที่จะทำงานร่วมกัน”
เอบีทำตาวาว“งานอะไรทำไมไม่ผ่านหัวคิว...อุต๊ะ!หมายถึงไม่ผ่านการดูแลงานของฉันน่ะฮ่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นฉันจะบอกคุณเอบีคร่าวๆตรงนี้แล้วกันนะคะ...คือว่าฉันเป็นักเขียน” หล่อนหยุดพูดแค่นั้น
“ฉันรู้แล้วว่าเธอเป็นักเขียน...พูดมาอย่าพิรี้พิไร”
“คือสำนักพิมพ์ของฉันตกลงกับคุณพัดเรียบร้อยแล้วว่าจะนำชีวิตของคุณพัดมาเขียนเป็นิยายโดยที่จะเน้นแก้ข่าวเื่เสียหายที่คุณพัดกำลังประสบอยู่ตอนนี้”
เอบีมองซ้ายมองขวาอย่างนึกกลัวว่าใครอื่นจะได้ยิน“นี่หมายความว่าทางน้องพัดเจรจากับทางสำนักพิมพ์เธอเรียบร้อยแล้วเหรอฮ้าฉันก็รอตกลงกับทางเ้าของสินค้าอยู่ ยังไม่ทันเรียบร้อยดีเลยน้องพัดนี่หนอ...ใจร้อนซะจริงเชียว”
หล่อนมองหน้าเอบีซึ่งฉายความพิศวงอยู่ในนั้นโดยไม่เข้าใจถ่องแท้เท่าไหร่นักว่าอีกฝ่ายกำลังพึมพำอันใดแต่หล่อนนั้นมีเป้าหมายอยู่แล้วในใจ จึงเกริ่นเข้าเื่
“ถ้าฉันมีข้อมูลไม่พอแล้วจะเขียนนิยายของคุณพัดให้สมบูรณ์ได้ยังไงล่ะคะที่ฉันตั้งใจว่าจะใช้นิยายของฉันช่วยแก้ข่าวเื่เป็เกย์ของคุณพัดให้เห็นทีว่าคงต้องล้มเหลวแน่ ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือ”
เอบีเบิกตากว้างรีบยกนิ้วจุปากให้หล่อนลดเสียงลงเบาๆ
“โอเคฮ่ะ...หยุดพล่ามเถอะ เดี๋ยวเสร็จงานปุ๊บฉันจะพาเธอไปพบน้องพัดด้านหลังเวที”
//////////////////////////////////////////////////จบบทที่ 6