บทที่ 49: เข้าไปขโมยของในห้อง
บทที่ 49: เข้าไปขโมยของในห้องแต่เดิม หลี่จ้งซานต้องการเชิญหลินเซียวไปร่วมทานอาหารเย็นกับครอบครัวด้วย ทว่าไม่เคยคาดเลยว่าสุดท้ายแล้วมันจะกลายเป็นงานใหญ่ มีแขกผู้มีเกียรติที่ร่ำรวยจำนวนมากถูกเชิญมาหนึ่งคือเพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่าอาการป่วยของเขาได้รับการรักษาแล้ว และไม่มีอะไรหนักหนาเกี่ยวกับร่างกาย อีกเรื่องหนึ่งก็คือต้องการจะแนะนำหลินเซียวให้กับทุกคนผู้มองการณ์ไกลอย่างหลี่จ้งซานรู้สึกว่า หมอเทวดาอย่างหลินเซียวนั้น หากถูกผู้อื่นค้นพบ ย่อมต้องพยายามดึงตัวไปด้วยค่าตอบแทนจำนวนมากแน่นอนต้องวางแผนล่วงหน้า ก่อนอื่นต้องกำหลินเซียวเอาไว้ในมือตนเองให้มั่น แนะนำอีกฝ่ายให้กับทุกคนในฐานะคนของตนเอง เพื่อที่จะได้ไม่มีเหตุผลให้คนอื่นพยายามดึงตัวไปเข้าร่วมในยามค่ำคืน ตอนที่รัตติกาลเงียบเสียงลง หลินเซียวก็หาสถานที่ที่เต็มไปด้วยต้นไม้และสายน้ำ สูดลมหายใจเข้าและออกยาสมุนไพรเสินหนง ส่วนมากแล้วกล่าวถึงวิชาการแพทย์ ในด้านของการเสริมสร้างความแข็งแรงให้ร่างกาย มีเพียงแค่วิธีการกำหนดลมหายใจที่แปลกประหลาดวิธีการหนึ่งเท่านั้นทุกครั้งที่หลินเซียวอยู่กลางดึก มักจะนึกถึงเคล็ดวิชาแปลกประหลาดนี้โดยไม่รู้ตัว ตามเคล็ดวิชานั้น มันจะสามารถโคจรพลังภายในจุดตันเถียนได้ความทรงจำของเขาขาดหาย ดังนั้นแล้วจึงไม่อาจจดจำอดีต เขาไม่อาจรับรู้ถึงผลของการกำหนดลมหายใจนี้ได้ ทว่าเพราะเคยชินเป็นนิสัย จึงต้องฝึกฝนเป็นเวลาอยู่เสมอ“ฮ่าห์!”เคล็ดวิชานั้นเรียบง่ายมาก มันดูคล้ายกับหลักการทั่วไป: เจ็ดลมหายใจออกหกลมหายใจเข้า พ่นลมหายใจยาว เพ่งความสนใจไปยังจุดตันเถียน โคจรขึ้นด้านบน ทะลวงผ่านเส้นเลือดลม แปรผันปราณผนึกสมาธิเชื่อมสู่เทียนถี่สำหรับเคล็ดวิชากำหนดลมหายใจนี้ เขาดูคล้ายจะเข้าใจ เพียงแค่โคจรตามรูปวาดจุดชีพจรอย่างเคร่งครัด ให้มันนำทางเขา ก็สามารถใช้ในการกำหนดลมหายใจได้ ทั้งยังสามารถดึงดูดเศษเสี้ยวพลังที่ล่องลอยอยู่ในฟ้าดิน เปลี่ยนแปลงพวกมันให้กลายเป็นพลังภายในในระหว่างช่วงลมหายใจสั้นๆ ลมหายใจสีขาวได้ถูกพ่นออกมาจากปลายจมูกของเขาส่งเสียงหวีดหวิวราวกับกลิ่นอายของมังกร ลมหายใจแห่งพยัคฆ์พรึ่บ!ต้นไม้ใหญ่เบื้องหลังเขาสั่นสะท้านเล็กๆ ใบไม้สองสามใบปลิดปลิวลงมาอย่างเชื่องช้า“พลังภายในสามารถทำให้ร่างกายแข็งแกร่งราวเหล็กกล้า ทั้งยังสามารถส่งเสริมความสามารถทางร่างกายได้หลากหลาย พลังภายในที่แข็งแกร่งของฉัน มันมาจากไหนกัน?” หลินเซียวแย้มยิ้มฝืดเฝื่อน จัดเรียงเศษเสี้ยวความทรงจำภายในสมองของเขาอีกครั้ง ทว่าก็ยังคงไร้ซึ่งร่องรอยจนถึงยามนี้ หลินเซียวเพียงรับรู้ว่าเขากำลังถูกตามไล่ฆ่า เขามีกลุ่มพี่น้องที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับตนเอง ทั้งยังมีเกรย์ฮาวด์ตัวหนึ่งที่เป็นคู่หูร่วมเป็นร่วมตาย“จากการพบปะกับหลี่เยว่เหยาสองสามวันที่ผ่านมา ความรู้สึกคุ้นเคยมักจะปรากฏขึ้นเสมอ เป็นเพราะอะไรกัน? ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเธอ…… มันคืออะไรกันแน่?”เมื่อคิดถึงตอนนี้ หลินเซียวก็ลุกขึ้นยืน วิ่งตรงไปยังคฤหาสน์อย่างรวดเร็วที่ต้นไม้ใหญ่ห่างออกไป ร่างในชุดสีดำลุกขึ้นยืนอย่างเงียบงัน ร่างนั้นราวกับว่าไร้ซึ่งน้ำหนัก โอนเอนไปตามสายลมเล็กๆเขาสวมใส่หมวกแก๊ป ปลายหมวกถูกกดลงต่ำ สามารถมองเห็นได้เพียงเคราหรอมแหรมที่ปลายคางแหลม และริมฝีปากบางดูมีเสน่ห์ลำคอขาวดูยืดหยุ่นอย่างมาก หากไม่ใช่เพราะลูกกระเดือกที่มองเห็นได้ชัด คนคงเข้าใจผิดว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิงไปแล้ว“ที่แท้แล้ว มันคือพลังภายใน! เจ้าเด็กนี่มาจากที่ไหนกัน? แปลกจริง…… ต้องรายงาน? หรือว่าเฝ้าดูอีกหน่อย?” ร่างนั้นพึมพำกับตนเอง เฝ้ามองร่างของหลินเซียวลุกขึ้นยืนเดินจากไป แล้วจึงกระโดดลงมา ล่องลอยไปราวกับสายลมหลี่เยว่เหยาและหลี่ลี่ไม่ได้อยู่ที่นี่ คงจะออกไปที่ตึกด้านนอกแล้ว มันคือโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดและหรูหราที่สุดในเมืองหลงเถิงคืนนี้ หลี่จ้งซานเชิญแขกผู้ร่ำรวยและมากอำนาจจำนวนมากมาที่นี่ รวมทั้งจัดงานเลี้ยงต้อนรับหลินเซียวไปด้วยก่อนที่จะถึงเวลาเริ่มงานเลี้ยง หลินเซียวตัดสินใจไปยังห้องของหลี่เยว่เหยา หวังว่าจะเจอร่องรอยอะไรบางอย่างคฤหาสน์ที่เงียบงัน ไม่มีกระทั่งคนรับใช้แม้สักคน ทว่าทุกอย่างยังคงสะอาดเรียบร้อยเช่นเดิม ไม่มีกระทั่งเศษฝุ่นตอนนี้ หลินเซียวพบว่าผู้หญิงที่ดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยวคนนี้ สร้างความเข้าใจใหม่เพิ่มเติมให้กับเขา นั่นคือความรักความสะอาดและความเป็นคนเจ้าระเบียบ“รูปภาพ?” หลินเซียวเข้าไปยังห้องนอนของหลี่เยว่เหยา พบว่าของประดับตกแต่งส่วนมากของเธอ คือรูปภาพและกรอบรูปคนที่อยู่ในรูปภาพส่วนมากนั้นคือผู้หญิงที่งดงามจนแทบลืมหายใจคนหนึ่ง แต่งตัวด้วยชุดที่ก้าวนำเทรนด์ แน่นอนว่า มันย่อมเป็นเทรนด์ของเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว“นายหญิงเป็นคนที่สวยมากจริงๆ คนที่สวยขนาดนี้ ทำไมถึงได้ยอมที่จะกลายมาเป็นเมียน้อยกัน?” หลินเซียวรู้สึกงุนงงอย่างมาก เดินมองรูปแต่ล่ะรูปทั้งห้องนี้ มีรูปเกินกว่าหนึ่งร้อยรูปที่แตกต่างกัน ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ทั้งหมดล้วนหยุดชะงักลงตอนที่หลี่เยว่เหยาอายุราวสิบขวบในตอนนี้เอง ในรูปภาพที่อยู่ใกล้มุม ได้ปรากฏร่างของคนคนหนึ่งเพิ่มขึ้นมา เป็นเด็กชายที่ดูน่าเอ็นดูคนหนึ่งเด็กชายคนนั้นมีคิ้วดกหนาและดวงตากลมโต รูปลักษณ์โดดเด่น อายุราวๆ ห้าหกปี ดึงดูดความสนใจของผู้คนอย่างมาก“นี่มัน……” นัยน์ตาดำของหลินเซียวหดวูบเล็กๆ ค้นพบอย่างไม่รู้ตัว ว่าเด็กชายคนนี้ดูคล้ายคลึงกับหลี่เยว่เหยาถึงเจ็ดส่วน“ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าหลี่เยว่เหยามีน้องชาย นี่มันใครกัน?” ในใจของหลินเซียวปรากฏพายุขึ้นลูกหนึ่ง ในสมองปรากฏความคิดวูบ ดูราวกับนึกถึงเรื่องที่น่าตื่นตระหนกบางอย่างขึ้นได้เรื่องหนึ่งเขารีบมองไปยังมัน ภายในรูปภาพ ในดวงตาของเด็กชายคนนั้น ปรากฏสีม่วงขึ้นมาจางๆดวงตาสีม่วง!กริ้ง กริ้ง กริ้ง!โทรศัพท์พลันดังขึ้นอย่างกะทันหัน หลินเซียวได้สติขึ้นมา“เฮ้! หลินเซียว นายทำอะไรอยู่? งานเต้นรำจะเริ่มแล้ว กำลังรอนายอยู่คนเดียวเนี่ย รีบๆ มา!” หลี่ลี่โทรมา“ไปเดี๋ยวนี้แหละ!” หลินเซียวปาดหยาดเหงื่อเย็นเยียบออกจากหน้าผากของเขา วางสาย ดวงตาเบิกกว้างด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ จ้องมองไปยังรูปภาพนิ่งไม่ขยับ ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าเคยเห็นดวงตาสีม่วงนั้นมาจากที่ไหนสักแห่ง“ในเศษเสี้ยวความทรงจำ ในนักฆ่าสวมหน้ากากสามคนนั้น หนึ่งในนั้น มีดวงตาสีม่วง มันคงไม่ได้บังเอิญขนาดนั้นมั้ง?”หลินเซียวขมวดคิ้วแน่น ในใจปรากฏคลื่นลมแรง ยากที่จะควบคุมตนเอง“หรือว่า…… ความรู้สึกคุ้นเคยที่ฉันรับรู้ได้จากหลี่เยว่เหยา เป็นเพราะว่าเธอคล้ายกับหนึ่งในนักฆ่านั่นเหรอ?”ดวงตาเดียวกัน ดวงตาสีม่วงที่เหมือนกัน และความเย็นชาเลือนรางที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า มันไม่แตกต่างไปจากนักฆ่าที่หลินเซียวได้เห็นเลยแม้แต่น้อย“เด็กคนนี้ เกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลหลี่? ฉันต้องตามหาเขาให้เจอ!” หลินเซียวสูดลมหายใจเข้าลึก จดจำรูปลักษณ์ของเด็กชายในรูปอย่างเงียบงันดวงตาไม่ต้องพูดถึง มันหาได้ยากมาก เมื่อรวมเข้ากับความรู้สึกคุ้นเคยที่เขารับรู้ได้จากหลี่เยว่เหยา มันยิ่งทำให้เขามั่นใจ บางทีหนึ่งในสามนักฆ่าสวมหน้ากากนั่น อาจจะเกี่ยวข้องกับเด็กชายคนนี้เพียงแค่หมุนตัวกลับ เงาร่างหนึ่งก็ล่องลอยอยู่เบื้องหลังเขาราวกับวิญญาณ หลินเซียวตื่นตระหนก ชกออกไปด้วยปฏิกิริยาตอบโต้อัตโนมัติตูม!ร่างนั้นถูกหมัดชกจนร่างกระเด็นลอยไปในอากาศ กรีดร้องโหยหวนออกมา“อ๊าก!”ร่างของคนคนหนึ่งร่วงลงบนพื้น ร้องออกมาด้วยท่าทีกราดเกรี้ยว: “ไอ้ตัวสารเลว แกมาทำอะไรในห้องของคุณหนู ไอ้หัวขโมย!”“หล่าวหลี่?” หลินเซียวมองไปด้วยสีหน้าแปลกประหลาด ทว่าในใจเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างมากหล่าวลี่สามารถเดินเข้ามาใกล้เขาได้มากขนาดนี้ ทว่าเขาไม่รู้ตัว นับว่าน่าหวาดกลัวเกินไปหากหล่าวหลี่เป็นศัตรูของเขา เพียงแค่ลงมือรุนแรงสักครั้ง ก็ยากที่เขาจะรอดไปครบสามสิบสองแล้ว“นี่คุณเป็นผีรึไง? ทำไมถึงได้มายืนอยู่หลังผมกลางดึกแบบนี้?” หลินเซียวโมโหจนหัวเราะออกมา ต้องการจะช่วยพยุงอีกฝ่าย ทว่าอีกคนกลับพลิกตัวลุกขึ้นก่อนหล่าวหลี่ลูบหน้าอกของตนเอง กัดฟันกรอดตวาดว่า: “ไอ้หนู! ฉันเตือนแกไว้ก่อน อย่าริอาจคิดอะไรกับคุณหนู แกมันก็แค่คางคกอยากกินเนื้อหงส์เท่านั้น”หลินเซียวกลอกตา เขาได้ยินประโยคเดียวกันนี้เป็นครั้งที่สองของวันนี้แล้ว ทำไมพวกนายถึงได้ใจใหญ่ คิดว่าฉันสนใจคุณหนูของพวกนายนักรึไง?พวกครอบครัวคนรวยนี่ มักจะคิดว่าคุณหนูของตัวเองเป็นสมบัติล้ำค่าอยู่เสมอรึไง ถ้ามีใครมาให้ความสนใจ ก็หมายถึงว่าคนอื่นเขาอยากได้ไปกันหมด?หล่าวหลี่เดินเข้ามาหาอย่างช้าๆ บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความทรงพลัง