เช้านี้หลังจากที่ริสาตื่นนอน ก็ได้ทำธุระส่วนตัวแล้วมานั่งรอพี่ชายทั้งสองคนเพื่อนจะได้ทานข้าวเช้า และเตรียมตัวเดินทางไปสนามบินต่อ
'ตื้ดดดดด ตื้ดดดด ตื้ดด'
"ฮัลโหล"
"ริสาแกตื่นยัง แกจะออกจากกรุงเทพกี่โมงฉันจะได้ไปรับที่สนามบินถูก" พอริสารับสาย แพรก็ถามทันทีเพราะตอนนี้แพรมารอทุกคนอยู่ที่เชียงรายก่อนแล้วั้แ่เมื่อวาน
"ฉันน่าจะถึงเที่ยงๆอ่ะแหละ ตอนนี้กำลังรอเฮียไปส่งที่สนามบินอยู่"
"งั้นไว้เจอกันนะ ฉันต้องไปเตรียมของไว้ก่อนด้วย" แพรบอกกับริสาก่อนจะวางสายไป
"โอเค แล้วเจอกันจ้ะ"
"คุยกับใครอยู่ วันนี้เฮียว่าเราไปกินข้าวข้างนอกกันดีมั้ย นี่ยังเช้าอยู่เลยกินเสร็จก็ไปส่งริสาขึ้นเครื่องเลย" หนึ่ง
"คุยกับยัยแพรนะเฮีย ไปกินข้าวข้างนอกก็ดีเหมือนกันแล้วเฮียนัดไม่ไปส่งริสาด้วยหรอค่ะ"
"ไปสิ เห็นคุยโทรศัพท์อยู่ อีกเดี๋ยวคงลงมาแหละ ว่าแต่เราเถอะเตรียมของครบมั้ยลืมอะไรหรือป่าว"
"ครบแล้วค่ะ ไม่มีขาดมีแต่เกิน ฮ่าๆๆๆ" ริสาตอบพี่ชายอย่างอารมณ์ดี
ริสานั่งคุยกับหนึ่งสักพักก็เห็นนัดเดินมา ทั้งสามคนจึงพากันออกจากบ้านเพื่อไปทานข้าว และตรงไปส่งริสาที่สนามบินกันต่อ
"ริสาดูแลตัวเองดีๆนะ เฮียเป็ห่วง" วันนี้หนึ่งรู้สึกใจไม่ดีั้แ่เช้าแล้ว เลยกำชับให้ริสาดูแลตัวเองดีๆ
"เฮียใจไม่ดีเลย ริสาเปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ" นัดก็รู้สึกเช่นเดียวกันกับพี่ชายจึงพูดกล่อมน้องสาวของเขา
"เฮียนัดอ่ะ ริสาเตรียมตัวมาขนาดนี้แล้วจะให้เปลี่ยนใจได้ไง เฮียสองคนก็ดูแลตัวเองดีๆนะ ริสารักเฮียสองคนมากๆเลยนะคะ ริสาสัญญาจะดูแลตัวเองให้ดีๆแล้วจะซื้อของมาฝากนะคะ บายยย"
หลังจากที่ทั้งสามคนบอกลากันวันนี้ ริสาไม่รู้เลยว่านี่จะเป็การบอกลากันครั้งสุดท้ายของเธอเพราะเธอจะไม่มีวันได้กลับมาเจอกับครอบครัวของเธออีกแล้ว เธอจะไม่ได้กลับมาหาพี่ชายที่รักทั้งสองคนของเธออีกแล้ว เพราะหลังจากที่ริสาขึ้นเครื่องออกจากสนามบินมาได้สักพัก พนักงานบนเครื่องก็ได้แจ้งกับผู้โดยสารว่าเกิดเหตุเครื่องบินขัดข้อง ซึ่งก็ทำให้ริสาและผู้โดยสารทุกคนใมาก และหลังจากพนักงานแจ้งปัญหาไม่นาน เครื่องบินลำที่ริสานั่งอยู่ก็เกิดเหตุะเิขึ้น ทำให้ผู้โดยสารทุกคนที่อยู่บนเครื่องเสียชีวิต
'ฮือๆๆ..ที่นี่ที่ไหนเนี่ย นี่ฉันตายไปแล้วจริงๆหรอทำไม์ช่างใจร้ายกับคนสวยแบบนี้ เฮียริสาขอโทษนะที่ริสาดูแลตัวเองไม่ได้' ริสาได้แต่ร้องไห้เสียใจเพราะทำอะไรไม่ได้ ไม่รู้จะไปทางไหนเพราะมองทางไหนก็เห็นแต่แสงสีขาวเต็มไปหมด
"เ้าเลิกร้องไห้คร่ำครวญได้แล้ว" อยู่ๆก็มีเสียงใครพูดขึ้นมา พอริสาหันไปหาที่มาของเสียงก็เห็นคุณตาแก่ๆท่านนึงที่กำลังเดินมาทางที่ริสานั่งอยู่
"เอ๋!! คุณตาเป็ใครค่ะ ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้หรือว่าคุณตาตายเพราะเครื่องบินะเิพร้อมกับหนูใช่มั้ยค่ะ"
"ข้าไม่ได้ตายพร้อมกับเ้า แต่ข้าคือเทพชะตา ส่วนเ้าได้ตายจากโลกนี้ไปแล้วและข้าจะมาพาเ้าไปเกิดยังอีกโลกหนึ่ง" ท่านเทพบอกกับริสา
"หนูต้องไปเกิดใหม่เลยหรอค่ะ หนูไม่ต้องไปชดใช้กรรมก่อนเหมือนในหนังสือหรือละครก่อนหรอค่ะ" ริสาถามออกไปตามที่คิดเพราะเวลาไปทำบุญที่วัดก็มักจะเห็นพระท่านเทศเื่ของเวรกรรมตลอด
"เ้าต้องกลับไปอยู่ในร่างที่แท้จริงของเ้า และที่ๆเ้าต้องไปก็คือครอบครัวที่แท้จริงของเ้า"
"แสดงว่าหนูต้องไปเกิดใหม่เหมือนในละครที่เคยดูใช่มั้ยค่ะ งั้นหนูขอของวิเศษติดตัวไปด้วยได้มั้ยค่ะ ไหนๆก็ตายจากโลกนี้แล้ว แล้วอีกอย่างโลกที่ต้องไปเกิดก็ไม่รู้ว่าจะปลอดภัยรึป่าว"
"มนุษย์อย่างพวกเ้านี่ไม่รู้จักพอเลยจริงๆ ในสมองมีแต่ความโลภอยากได้นั่นอยากได้นี่ไม่มีที่สิ้นสุดเลยจริงๆ"
"ก็หนูต้องทำมาหากินเลี้ยงปากท้องนี่นา ไม่ได้คิดปุ๊บก็ได้ปั๊บเหมือนท่านเทพนี่ค่ะ นะคะๆ ขอพรวิเศษหรือของวิเศษให้หนูเถอะนะคะ ช่วยเมตตามนุษย์ตัวน้อยๆที่ต้องจากครอบครัวที่รักมาแบบไม่ได้ร่ำลาเถอะนะคะ" พูดจบก็ทำตาปริบๆจ้องมองท่านเทพ
"เฮ้อออ!! ข้าจะให้พรเ้าแค่สามข้อเท่านั้น ว่ามาเ้า้าอะไร" สุดท้ายท่านเทพก็ต้องยอมแพ้ให้กับคำขอของริสา เพราะส่วนนึงที่ทำให้ริสาต้องมาตายก่อนเวลาเช่นนี้ก็มาจากท่านเทพที่ทำงานผิดพลาด แต่จะให้บอกว่าผิดพลาดเื่อะไรท่านเทพมีหรือจะบอก ฮ่าๆๆ..หากบอกไปนังมนุษย์นี่ก็ได้หัวเราะเยาะข้านะสิ
"งั้นข้อที่หนึ่ง..หนูขอเป็คนที่ฉลาดมากๆมีความจำที่ดีแค่เห็นผ่านตาก็จำได้ไม่มีวันลืม
ข้อที่สอง..หนูขอกำไลมิติที่อยู่ติดตัวหนูไปด้วยนะคะ แล้วก็ของที่อยู่ในกำไลจากชาตินี้ใช้ยังไงก็ไม่มีวันหมดด้วยนะคะ
ส่วนข้อที่สาม..อืมมม หนูขอติดไว้ก่อนนะคะ ตอนนี้ยังคิดไม่ออกจริงๆค่ะ" เมื่อบอกพรที่ตัวเองอยากได้เสร็จแล้วก็นั่งยิ้มกว้างให้ท่านเทพต่อ
"ได้ ข้าจะให้ตามที่เ้าขอ ส่วนเื่กำไลมิติมันเป็ของๆเ้าั้แ่แรกอยู่แล้ว งั้นข้าจะให้พรเ้าเพิ่มก็แล้วกัน เมื่อใดที่เ้าเจ็บป่วยให้นำกำไรนี้ไปแช่ในน้ำแล้วกินเข้าไป แล้วเ้าจะหายป่วยทันที หากนำน้ำไปรดพืชผักก็จะเจริญเติบโตงอกงาม ส่วนของที่เ้านำออกมาใช้เมื่อนำออกมาแล้วก็จะมีเพิ่มขึ้นมาทั้งหมดยกเว้นพวกของสดเท่านั้น" ท่านเทพบอกกับริสา
"วิเศษมากเลยค่ะ แล้วกำไลมิติหนูสามารถเข้าไปได้มั้ยเ้าค่ะ เหมือนในนิยายหรือในละครอ่ะค่ะ"
"ไม่ได้ ตอนนี้ได้เวลาที่เ้าต้องเข้าร่างที่แท้จริงของเ้าแล้ว พร้อมหรือยัง" ท่านเทพชะตาพูดขึ้นก่อนที่ริสาจะถามอะไรมากไปกว่านี้
"พร้อมแล้วค่ะ" วื้ดดดดดดดด!!! พอตอบท่านเทพจบก็เหมือนมีอะไรมาดูดเอาิญญาของริสาไป
"พี่รอง นี่ผ่านมาสิบวันแล้วทำไมพี่สะใภ้ถึงยังไม่ฟื้นสักทีขอรับ" เซียวเทียนิ
"ท่านหมอบอกว่าให้พี่สะใภ้พักผ่อนมากๆหน่อย อีกเดี๋ยวก็คงจะฟื้นแล้ว เ้าหิวข้าวหรือไม่ต้องเล็ก" เซียวเหว่ยเถียนตอบน้องชาย
"ข้าหิว แต่ถ้าข้ากินข้าวแล้วพี่สะใภ้ก็ต้องอดข้าวนะสิ ข้าวที่เรามีจะหมดแล้วนะขอรับพี่รอง" เซียวเทียนิ
"เ้าอดทนอีกนิดนะ พี่ใหญ่ไปล่าสัตว์กลับมาค่อยเอาสัตว์ไปขาย แล้วเราค่อยให้พี่ใหญ่ซื้อข้าวมาเพิ่ม" เซียวเหว่ยเถียนพูดปลอบน้องชาย
"ขอรับ" เซียวเทียนิตอบรับเหว่ยเถียนเบาๆก่อนจะเดินออกจากห้องของหลินฟางเซียนไป
หลินฟางเซียนที่รู้สึกตัวขึ้นมาสักพักแล้ว และนอนฟังสิ่งที่เด็กชายทั้งสองคนพี่น้องคุยกันก็ทำให้นางรู้สึกสงสารเด็กๆมากๆ 'นี่ฉันมาเกิดใหม่ทั้งที ทำไมถึงต้องลำบากถึงขนาดข้าวจะกินก็ยังไม่มีเลยหรอเนี่ย ท่านเทพ..ท่านใจร้ายกับริสาคนงามเกินไปแล้ว' ระหว่างที่นอนคิดนอนบ่นท่านเทพอยู่นั้น อยู่ๆริสาก็ปวดหัวขึ้นมา แล้วก็มีความทรงจำของเ้าของร่างนี้ไหลเวียนเข้ามาให้หัว ยิ่งได้รับรู้ถึงชีวิตของเ้าของร่างมากเท่าไร ริสาก็ยิ่งเศร้ามากเท่านั้น 'ชีวิตคนเรานี่มันรันทดได้ขนาดนี้เลยหรอ' ยิ่งได้รับความทรงจำมากเท่าไรริสาก็ยิ่งปวดหัวมากขึ้นเท่านั้นจนสุดท้ายทนไม่ไหวก็สลบไป
หลังจากฟื้นขึ้นมา ริสาก็ลุกขึ้นมานั่งทบทวนความทรงจำของเ้าของร่างนี้ เ้าของร่างนี้ชื่อหลินฟางเซียน อายุพึ่งจะสิบหกปี หลังจากพ่อแม่ของเธอเสียชีวิต ตัวของนางก็ได้มาอาศัยอยู่กับท่านลุงซึ่งเป็พี่ชายแท้ๆของบิดาเธอ แต่เธอก็ไม่ได้อยู่สุขสบายเลยเพราะเธอต้องทนทำงานทุกอย่างเพื่อแรกกับที่อยู่และอาหารที่เหลือจากครอบครัวของท่านลุงของเธอ หลินฟางเซียนทำงานหนักยิ่งกว่าทาสซะอีก ั้แ่เธอมาอาศัยอยู่ที่นี่ก็ไม่เคยมีความสุขอีกเลย เพราะต้องทนให้ท่านป้าและลูกๆของท่านลุงท่านป้าของเธอทำร้ายสารพัด แต่เมื่อสองเดือนที่แล้ว ขณะที่หลินฟางเซียนกำลังจะขึ้นเขาไปหาเก็บฟืนนางเจียซิ่นท่านป้าสะใภ้ของเธอก็เรียกให้ไปพบ
หลินฟางเซียนเดินเข้ามาให้บ้านก็เห็นหลินลู่เสียนท่านลุงและนางเจียวซิ่นภรรยาของท่านลุง ยังมีลูกๆทั้งสองคนของท่านลุงท่านป้าที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว
"มาแล้วรึ ที่เรียกเ้ามาเพราะข้ามีเื่จะคุยกับเ้า" นางเจียวซิ่นพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าหลินฟางเซียนมาถึงแล้ว
"ท่านป้ามีเื่อะไรหรือเ้าค่ะถึงเรียกข้ามา" หลินฟางเซียน
"ข้าจะไม่พูดยืดยาวหรอกนะ ข้าจะให้เ้าแต่งงานกับเซียวซูเหวินในอีกเจ็ดวันข้างหน้า" นางเจียวซิ่น
"แต่ท่านพี่เซียวซูเหวินเป็คู่หมั้นของอ้ายฉิงนะเ้าค่ะ" หลินฟางเซียนพูดขึ้นด้วยความใ
"นั่นมันเมื่อก่อน แต่ตอนนี้ข้าไม่ได้รักท่านพี่ซูเหวินแล้ว อีกอย่างจนก็จนขนาดนั้นจะให้ข้าไปทนลำบากด้วยข้าไม่เอาด้วยหรอก เ้าก็แต่งๆแทนข้าไปสิ" หลินอ้ายฉิงพูดขึ้นอย่างเห็นแก่ตัว
"ใช่ เ้าก็แต่งๆไปเถอะ เ้าจะมาอาศัยอยู่กินที่บ้านข้าไปตลอดแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ บ้านข้าก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร อีกอย่างข้าก็บอกกับเซียวซูเหวินไว้แล้วว่าจะให้เ้าแต่งแทนอ้ายฉิง ยังไงเ้าก็ต้องแต่งเตรียมตัวไว้ให้ดีล่ะ" นางเจียวซิ่น
หลินฟางเซียนพอได้ฟังท่านป้าสะใภ้พูดแบบนั้นก็หันหน้าไปมองท่านลุงแต่กลับทำให้เธอสิ้นหวังกว่าเดิมเพราะท่านลุงไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ฟางเซียนจึงทำได้แค่ยอมแต่งงานกับซูเหวิน เหตุผลที่คนพวกนั้นให้เธอแต่งงานครั้งนี้เพราะเซียวซูเหวินเป็คนจนไม่ได้ร่ำรวยเหมือนแต่ก่อนแล้ว เพราะหลังจากที่นางฮุ่ยเจินเสียชีวิตจากการป่วย พ่อของเซียวซูเหวินก็ติดการพนันจึงต้องขายทรัพย์สินที่มีทั้งหมด เหลือไว้เพียงที่ดินหนึ่งหมู่ที่ให้ลูกๆอาศัยอยู่เท่านั้น หลังจากหมดตัวเซียวซุนบิดาของเซียวซูเหวินก็หันมากินเหล้าอย่างหนัก งานการไม่ทำจนกระทั่งวันหนึ่งขณะที่เซียวซุนกำลังเดินกลับบ้าน แต่เพราะมีอาการมึนเมาสุราจึงพลัดตกน้ำตายไป
หลังจากที่หลินฟางเซียนแต่งงานเข้ามาอยู่ในบ้านของเซียวซูเหวินได้เพียงยี่สิบวัน ในขณะที่ฟางเซียนกำลังขึ้นเขาไปหาเก็บผักป่าเพื่อนำมาทำอาหารให้สามีและน้องชายสามีอยู่นั้น อยู่ๆก็มีหมูป่าตัวหนึ่งไม่รู้วิ่งมาจากไหน วิ่งตรงมาชนหลินฟางเซียนที่กำลังนั่งเก็บผักอยู่จนกระเด็นออกไปไกลจนได้รับาเ็แล้วก็สลบไป แต่ก็ยังโชคดีที่มีชาวบ้านเดินผ่านมาเห็นจึงได้ช่วยกันพานางไปส่งโรงหมอ แต่อาการก็ไม่ดีขึ้นจนกระทั่งหลินฟางเซียนได้ตายไปแล้วริสาก็เข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน
'เฮ้อออ!! ชีวิตเธอนี่มันน่าสงสารจริงๆเลยนะหลินฟางเซียน แต่เธอไม่ต้องเป็ห่วงนะเพราะจากนี้ไปฉันจะทำให้ทุกคนมีกินมีใช้จะทำให้ทุกคนอยู่สุขสบายขึ้น ส่วนใครที่มันทำร้ายเธอและดูถูกเธอและครอบครัวเธอฉันจะแก้แค้นแทนเธอเอง หึหึ'
"อ่ะ..พี่สะใภ้ ท่านฟื้นแล้วหรือขอรับ ท่านหิวหรือไม่เดี๋ยวข้าไปต้มข้าวมาให้ท่านกินก่อนนะขอรับ" เซียวเหว่ยเถียนที่เข้ามาเห็นว่าพี่สะใภ้ฟื้นแล้วก็ดีใจมากๆ
"ข้ายังไม่หิวหรอกเหว่ยเถียน ขอโทษนะที่ทำให้เ้าต้องลำบากมาดูแลแบบนี้ แล้วเทียนิล่ะไปไหนพวกเ้าสองคนกินอะไรหรือยัง เดี๋ยวพี่สะใภ้จะไปทำอะไรให้พวกเ้ากินเองนะ" หลินฟางเซียนพูดขอโทษอย่างรู้สึกผิด
"น้องเล็กรดน้ำผักอยู่หลังบ้านขอรับ พี่สะใภ้พึ่งฟื้นยังไม่หายดีพักผ่อนอีกสักหน่อยเถิดขอรับ" เซียวเหว่ยเถียน
"พี่สะใภ้ตื่นมาได้สักพักแล้วล่ะ พักผ่อนเพียงพอแล้วด้วย แล้วนี่ท่านพี่ซูเหวินไปล่าสัตว์หรือ" หลินฟางเซียน
"ขอรับ นี่ก็จะเข้ายามเซินแล้ว อีกเดี๋ยวพี่ใหญ่คงกลับมาแล้วขอรับ" เซียวเหว่ยเถียน
"อืม..งั้นเ้าไปช่วยเทียนิรดน้ำผักก่อนเถอะ เดี๋ยวพี่สะใภ้จะไปดูในครัวก่อน"
"ขอรับ" แล้วเหว่ยเถียนก็เดินไปช่วยเทียนิรดน้ำผักและได้บอกเื่ที่พี่สะใภ้ฟื้นแล้วให้เทียนิได้รู้ด้วย
'เอ๊ะ!! นี่มันบ้านที่ฉันเห็นในฝันนี่นานี่มันคงไม่ใช่เื่บังเอิญสินะคะท่านเทพชะตา' ฟางเซียนมองรอบๆครัวก็ไม่เห็นอะไรเลย ข้าวก็ไม่มี เครื่องปรุงอะไรก็ไม่มีแล้วจะทำยังไงล่ะทีนี้ พอไม่รู้จะทำอะไรหลินฟางเซียนจึงเดินไปหาสองพี่น้องที่แปลงผัก
"เหว่ยเถียน..เทียนิ เดี๋ยวข้าจะขึ้นเขาไปหาเก็บผักดูก่อนนะเผื่อว่าจะได้อะไรที่พอจะเอามาทำอาหารเย็นได้บ้าง" หลินฟางเซียนบอกกับทั้งสองคน
"ให้ข้าสองคนไปด้วยนะขอรับ เดี๋ยวข้าไปเอากระกร้าสักครู่นะขอรับ" เซียวเหว่ยเถียนพูด จากนั้นทั้งสามคนก็พากันไปเอาตะกร้าของใครของมันเพื่อนำขึ้นเขาทันที
"งั้นก็ไปกันเถอะเดี๋ยวจะมืดซะก่อน" ทั้งสามคนพากันเดินขึ้นเขาไปหาของกินในระหว่างทางก็เจอชาวบ้านบ้าง บางคนก็ทักทาย บางคนก็เดินผ่านไปเฉยๆ
เข้ามาในป่าได้สักพักฟางเซียนก็มองเห็นต้นอะไรสักอย่าง 'เอ๊ะ!! นี่มันใช่ต้นมันรึป่าวนะ' ด้วยความที่ไม่แน่ใจเพราะเคยเห็นแค่ในยูทูปไม่เคยเห็นต้นมันจริงๆสักครั้ง หลินฟางเซียนจึงลองขุดดู
"นั่นมันต้นอะไรหรือขอรับ" เซียวเทียนิที่ยืนมองอยู่ก็ถามขึ้น
"นั่นสิขอรับ มันจะกินได้หรือขอรับ" เซียวเหว่ยเถียนก็สงสัยด้วยเช่นกัน
"ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะใช่ต้นที่ข้าคิดไว้หรือป่าว เลยต้องลองขุดดูก่อนนะ" ขณะที่ฟางเซียนกำลังขุดอยู่ เด็กชายทั้งสองก็พากันยืนลุ้นอยู่ข้างๆ เพราะพวกเขาต่างหวังว่าวันนี้จะได้อะไรกลับไปบ้างก็คงจะดี อย่างน้อยๆก็จะได้ไม่ต้องทนหิวจากการที่ต้องอดอาหาร
"ใช่จริงๆด้วย นี่มันต้นมัน เหว่ยเถียน เทียนินี่คือหัวมันมันกินได้ เรารีบขุดกันเถอะ" หลินฟางเซียนที่เห็นว่าเป็ต้นมันก็ดีใจ จึงรีบบอกน้องๆให้ช่วยกันขุด
"มันกินได้จริงๆหรือขอรับ ทำไมมันถึงเป็สีเหลืองไม่ใช่สีขาวล่ะขอรับ" เซียวเหว่ยเถียนถามขึ้นด้วยความไม่แน่ใจว่ามันนี้จะกินได้
"กินได้สิ ท่านพ่อของข้าเคยเอามาให้ข้ากินตอนเด็กๆมันทั้งหวานทั้งอร่อยมากๆเลยนะ" หลินฟางเซียนตอบออกไป
"จริงหรือขอรับพี่สะใภ้ มันอร่อยจริงๆหรือ พี่รองเรารีบขุดช่วยพี่สะใภ้กันเถอะขอรับ ข้าอยากกินแล้ว" เซียวเทียนิที่ได้ยินว่ามันนี้ทั้งหวานทั้งอร่อยก็รีบเร่งให้พี่ชายขุดทันที
จากนั้นทั้งสามคนก็ช่วยกันขุดมันขึ้นมาจนได้เต็มตะกร้าของทั้งสามคนเลยทีเดียว พอขุดได้จนพอแล้วทั้งสามคนจึงนั่งพักเหนื่อยกัน 'นี่คงเป็โชคดีของฉันสินะที่คนในยุคนี้ยังไม่รู้จักมันชนิดนี้ เฮ้อออ!! วันนี้ฉันมีอาหารแล้ว' ฟางเซียนได้แต่นั่งคิดและยิ้มอย่างดีใจ
"พวกเ้ามาทำอะไรกันอยู่ตรงนี้ ข้าบอกให้อยู่บ้านดูแลพี่สะใภ้เ้าไม่ใช่รึ แล้วนี่เ้าฟื้นแล้วหรือ" ซูเหวินที่กำลังเดินกลับบ้านหลังจากไปล่าสัตว์มา ก็บังเอิญมาเจอกับภรรยาและน้องๆของเขาพอดี
"ข้าไม่เป็อะไรแล้วเ้าค่ะท่านพี่ ข้าหายดีแล้วเ้าค่ะ" หลินฟางเซียนที่กลัวน้องๆจะถูกดุก็รีบพูดขึ้น
"แต่เ้าพึ่งฟื้นควรจะพักผ่อนให้มากๆ จะรีบออกมาทำไม แล้วนี้ได้อะไรเต็มตะกร้าเลย" เซียวซูเหวิน
"พี่สะใภ้บอกว่ามันนี้กินได้แล้วก็อร่อยมากๆด้วยขอรับพี่ใหญ่ ข้ากับพี่รองเลยช่วยกันขุดขอรับ" เซียวเทียนิรีบตอบ
"งั้นก็รีบกลับบ้านกันเถอะ นี่ก็ใกล้จะมืดแล้ว" เซียวซูเหวินเอ่ยชวนภรรยาและน้องๆของเขากลับบ้าน
"เ้าค่ะ // ขอรับ" แล้วทั้งสี่คนก็ช่วยกันถือของกลับบ้านกัน โดยให้น้องๆเดินนำหน้า ส่วนฟางเซียนและซูเหวินเดินตามหลังมาเงียบๆซึ่งทำให้ฟางเซียนรู้สึกอึดอัดและทำอะไรไม่ถูกจึงคิดหาเื่ชวนสามีของนางคุย
"เอ่อ...ท่านพี่ได้อะไรมาบ้างเ้าค่ะ เหนื่อยหรือไม่เ้าค่ะ" หลินฟางเซียน
เมื่อได้ยินที่หลินฟางเซียนถามเซียวซูเหวินก็หันไปมองหน้านางทันที เพราะปกติทั้งสองคนไม่ค่อยคุยกันสักเท่าไร ั้แ่แต่งนางเข้ามาในบ้านทั้งสองคนก็คุยกันนับครั้งได้เลยด้วยซ้ำ แต่มาวันนี้นางกลับถามเขาก่อน
"วันนี้ได้ไก่ป่ามาแค่สองตัว เ้าจะเก็บไว้กินหรือไม่" เซียวซูเหวิน
"ถ้าอย่างนั้นข้าขอเก็บไว้ทำอาหารสักตัวได้หรือไม่เ้าค่ะ แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็ไรนะเ้าค่ะ" ทำไมต้องมองหน้าข้าแบบนั้นด้วยเล่า
"เก็บเอาไว้กินทั้งสองตัวนี่ล่ะ ไก่ตัวไม่ใหญ่มากเอาไปขายก็ได้ไม่กี่อีแปะหรอก" เซียวซูเหวิน
"จะ..เ้าค่ะ" หลินฟางเซียนตอบออกไปอย่างคนที่ทำอะไรไม่ถูก
ทั้งสี่คนเมื่อมาถึงบ้านเซียวซูเหวินก็บอกให้น้องๆไปอาบน้ำกันก่อน ส่วนเขาก็ไปจัดการไก่เอามาให้หลินฟางเซียนทำอาหาร ส่วนหลินฟางเซียนก็แยกตัวไปล้างมันหลังบ้าน จากนั้นก็เอามันที่ล้างแล้วมานึ่ง พอมันสุกซูเหวินก็นำไก่มาให้พอดี นางจึงทำซุปไก่ง่ายๆเพราะเครื่องปรุงในครัวมีแต่เกลือที่ใกล้จะหมดเต็มทีแล้ว พออาหารเสร็จหมดแล้วนางก็ตักใส่ถ้วยแล้วยกออกจากครัวมา
"เหว่ยเถียน เ้าช่วยไปตามท่านพี่กับเทียนิมากินข้าวเร็ว" หลินฟางเซียน
"หอมมากเลยขอรับพี่สะใภ้ เดี๋ยวข้ารีบไปตามท่านพี่กับน้องเล็กก่อนนะขอรับ" พูดจบก็รีบวิ่งออกไปทันที
"โอ้โห!! หอมมากเลยขอรับ วันนี้มีเนื้อกินด้วยหรือขอรับ" เซียวเทียนิที่กลับเข้ามาเห็นอาหารที่วางอยู่ก็ตื่นเต้นมาก
"อย่ามัวแต่พูด รีบมากินได้แล้ว" เซียวซูเหวินบอกกับน้องๆ
"ขอรับ // ขอรับ"
พอเริ่มกินต่างคนต่างไม่มีใครพูดอะไร จนกระทั่งกินกันอิ่มแล้ว น้องเล็กของบ้านอย่างเซียวเทียนิก็พูดทำลายความเงียบขึ้นมา
"มันนี่หวานมากเลยขอรับพี่สะใภ้ น้ำแกงไก่ก็อร่อยมากเลย ข้าไม่เคยกินของอร่อยแบบนี้มานานแล้ว"
"ข้าเห็นด้วยกับน้องเล็กขอรับ พรุ่งนี้เราไปขุดมาเพิ่มอีกนะขอรับ" เซียวเหว่ยนเถียนพูดขึ้นมาอีกคน
"ได้สิ พรุ่งนี้พี่สะใภ้จะพาเ้าสองคนไปขุดมาเก็บไว้เยอะๆเลยดีหรือไม่" หลินฟางเซียนตอบไปอย่างใจดี
"ดีขอรับ" ทั้งสองคนตอบพร้อมกัน
"พอแล้ว พวกเ้าสองคนเก็บชามไปล้างให้เรียบร้อย พี่สะใภ้เ้าจะได้ไปอาบน้ำพักผ่อนบ้าง" เซียวซูเหวินที่นั่งฟังเงียบๆมานานก็พูดขึ้น
"ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะเ้าค่ะ" แล้วหลินฟางเซียนก็เข้าไปเอาเสื้อผ้าในห้องเพื่อไปอาบน้ำ พอออกจากห้องมาก็เห็นเซียวซูเหวินยืนรออยู่
"ท่านพี่เข้าไปพักผ่อนก่อนเถิดเ้าค่ะ ท่านเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เดี๋ยวข้าขอไปอาบน้ำก่อน" หลินฟางเซียนบอกกับสามี
"เดี๋ยวข้าไปเป็เพื่อนเ้า ข้างนอกมืดแล้วมันอันตราย" พูดจบก็เดินนำหน้าฟางเซียนออกไป
'ฮ่ะ!! จะไปยืนเฝ้าฉันอาบน้ำเนี่ยนะ บ้าไปแล้วๆั้แ่โตมายังไม่เคยอาบน้ำแล้วมีคนมายืนเฝ้าเลยนะ ฮือๆๆ..แค่คิดก็เขิลแล้ว' คิดแล้วก็รีบเดินตามหลังซูเหวินไป
"ท่านพี่รอข้าอยู่ตรงนี้ก็ได้เ้าค่ะ" เมื่อเดินมาถึงลำธารหลินฟางเซียนก็บอกสามี
"ได้ หากมีอะไรก็เรียกข้าแล้วกัน" เซียวซูเหวินตอบแค่นั้นก่อนจะยืนหันหลังให้กับนาง
"เ้าค่ะ" แล้วหลินฟางเซียนก็เดินไปอาบน้ำ ใช้เวลาไม่นานก็อาบเสร็จเพราะไม่มีทั้งครีมอาบน้ำหรือยาสระผมจะให้อาบนานๆได้ยังไง อีกอย่างยังมีสามีมาคอยยืนเฝ้าอยู่แบบนี้ใครจะอยากอาบนานกันเล่า 'เฮ้ออออ!! อาบน้ำก็เหมือนไม่ได้อาบเลยวุ้ย'
"เสร็จแล้วเ้าค่ะ เรากลับบ้านกันเถิดเ้าค่ะ"
"อืม" เซียวซูเหวินหันมามองแล้วก็เดินนำหน้าไป