อี้ฟางหรง นางส่งคำพูดผ่านปราณจิต ออกไปบอกกล่าวอี้เฉินในทันที "เจ้าระวังตัวด้วยอี้เฉิน"
ด้านอี้เฉินที่ได้รับข้อความจากผู้เป็นอาจารย์ เขาพยักหน้ารับอี้ฟางหรงในทันที ก่อนที่ร่างเพรียวบาง พร้อมเส้นผมสีขาวปลิวไสว ชายอาภรณ์โยกย้ายไปกับสายลม จะสืบเท้า ขึ้นไปยืนประจันหน้ากับเทพสวรรค์ เปรียว เปรียว ท่ามกลางผืนฟ้า
สายตาของทั้งคู่ พลัน หรี่ลงจนแคบ ปลดปล่อยอายสังหารออกมาอย่างไม่มีเก็บออม มาพร้อมปราณพลังที่ล้นทะลักทลาย ประหนึ่งว่า ราชันหนุ่มทั้งสองยืนประจันหน้า พร้อมจะห้ำหั่นฆ่าสังหารกันในยามนี้
เทพสวรรค์ เปรียว เปรียว เขามีสีหน้าแปลกใจอยู่เล็กน้อย แม้ว่าขั้นพลังของพวกเขาจะห่างชั้นกับอี้เฉินเป็นอย่างมาก ราวกับมนุษย์ ยืนต่อหน้าเทพ แต่อี้เฉินผู้นี้กลับไม่ได้หวาดเกรง ในตัวเขาแม้แต่น้อย
"หืม! เจ้านี่ช่างโอหังเสียจริง อยู่ต่อหน้าข้า เจ้าก็ยังไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน"
อี้เฉินส่งสายตาเย็นเหยียบ รับรู้ได้ว่าบุรุษที่อยู่เบื้องหน้า คงจะได้รับคำสั่งบางอย่างมาอย่างแน่นอน ทว่าเพียง10กระบวนท่า เท่านั้น อี้เฉินเขามั่นใจ พอที่จะรับการโจมตี เหล่านั้นของเทพสวรรค์ ได้ ฝ่ามือจึงกวักเรียกออกไปอย่างไม่มีเกรงกลัว
มันจึงทำให้หมู่ชนที่เห็นใจสั่นสะท้านไม่น้อย ไม่คิดว่าอี้เฉินจะใจกล้าห่อฟ้าเฉกเช่นนี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าขั้นพลังที่ยากเกินหยั่ง แสนพรรณนา
ฉับพลันปราณพลังที่ล้นทะลักทลาย ทั่วสารพางค์กาย ก็แผ่ซ่านออกมาอย่างไม่มีเก็บออม ราวกับพวกเขาทั้งสอง คิดจะเอาจริงใน10กระบวนท่า ส่งผลให้ยอดเขาทั้งลูก สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ปลดปล่อยระลอกคลื่น ที่น่าคร้ามเกรงออกมาไม่ขาดสาย
ทว่าเมื่อหมู่ชนเห็นปราณโลหิตสีแดงฉานอี้เฉิน ส่งอายคาวเลือดความตาย ลอยคละคลุ้งมาพร้อมร่างเงามังกรเลือดตัวเขื่อง แหวกว่ายไม่ห่างกายเขา มันก็ทำให้หมู่ชนตกใจกันไม่น้อย แม้ว่าอี้เฉินจะไม่มีกระดูกศักดิ์สิทธิ์ ฤทธิรณของเขาก็ยังน่าหวาดเกรง กดดันได้กระทั้งจอมยุทธ์ผู้สูงส่ง
แม้แต่เทพสวรรค์ เปรียว เปรียว ยังขมวดคิ้วมุ่นเข้าหากันจนเป็นปม แขนของเขารู้สึกสั่นไหวน้อยๆ จะแรงกดดัน ที่อี้เฉินปลดปล่อยออกมา
เทพสวรรค์ เปรียว เปรียว ไม่รอช้าเขาสำแดง มรรคาวิถีของเขาออกมาอย่างไม่มีเก็บออม ด้านหลังก่อเกิดร่างกระบี่ใหญ่ ปลดปล่อยคมแสงกระบี่ออกมาพร่างพราว ก่อนจะกำเนิดกระบี่ หลายร้อยหลายพันเล่ม ชี้นิ้วออกไปด้านหน้าหมายฉีกกระชากอี้เฉินให้เป็นเศษซากเนื้อ "เอาการโจมตีของข้าไปกินเสีย"
หมู่ชนที่เห็น มรรคาวิถี ศาสตราวุธ หลายคน ใจสั่นสะท้านไม่น้อย ว่ากันว่าหนึ่งคมกระบี่แปรเปลี่ยนเป็นหมื่นกระบี่สังหาร ช่างไม่ผิดเพี้ยนเสียจริงๆ
ด้านอี้เฉินที่เห็นการโจมตีพุ่งเข้ามา เขาถึงกับขมวดคิ้วมุ่น ร่างเงากระบี่ด้านหลังน่าจะเป็นหัวใจสำคัญ ทว่ายามนี้เขา ไม่ได้ต้องการจะเอาชนะขอเพียงแค่รอดพ้น 10กระบวนท่าไปเท่านั้น ฉับพลันที่อี้เฉินดีดนิ้ว มังกรโลหิต ก็โอบล้อมกายาของเขาไว้อย่างแน่นหนา แม้จะเป็นแค่มังกรที่สร้างจากปราณโลหิต ก็สามารถ ป้องกันคมกระบี่ที่พุ่งเข้าหาทั่วทิศได้ ส่งผลให้รอบตัวอี้เฉินเกิดแรงระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เศษปราณพลังแตกกระจัดกระจายทั่วทิศ อยู่นานหลายลมหายใจ
ร่างอี้เฉินถอยร่นไปหลายก้าว ริมฝีปากมีเลือดไหลซึมน้อยๆ จากขั้นพลังที่ห่างชั้นกันเกินไป มังกรโลหิตที่โอบล้อมกายา ถึงกับแตกร้าวขาดวิ่นไปหลายส่วน
เทพสวรรค์ เปรียว เปรียว คำรามออกมากู่ก้อง "นี่พึ่งจะกระบวนท่าเดียวเจ้าหนุ่ม รับกระบวนท่าที่สองของข้าไปเสีย คลื่นกระบี่สังหาร"
อี้เฉินที่เห็น ภาพชายหนุ่มมาปรากฏด้านหน้าของเขาอย่างฉับพลัน ก่อนส่งคลื่นกระบี่ตัดผ่าร่าง มังกรโลหิตที่จวนจะแตกสลาย ผ่าแยกเป็น2ท่อนอย่างง่ายดาย อี้เฉินถึงกับหรี่ตาแคบลงอย่างรวดเร็ว แล้วเอี้ยวตัวหลบคมกระบี่ออกไป แต่ก็ไม่วายถูกเศษปราณพลังที่มหาศาล แตกกระจัดกระจายทำให้กายาเกิดบาดแผลฉีกขาดน้อยๆ ร่างเพรียวบางลอยกระเด็นไปอย่างรวดเร็ว จนอี้เฉินต้องทำเสียง"ชิ"เล็ดลอดออกมาตามไรฟัน ริมฝีปากกัดกรามไว้แน่น
เทพสวรรค์ เปรียว เปรียว ประกายตาในกรอบสายตา เริ่มฉายแววไม่สบอารมณ์เมื่อ เห็นอี้เฉิน ไม่คิดจะโจมตีออกมา ประหนึ่งว่าเขารอรับการโจมตี10กระบวนท่าเท่านั้น แล้วจึงคิดจะจากไป "หากเจ้าไม่โจมตีออกมา อีก2-3กระบวนท่าเจ้าได้กลายเป็นปุ๋ยในดินแน่"
อี้เฉินกล่าวโดยไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน ครั้นเมื่อยันกายขึ้นมาเหนือท้องฟ้าได้ "หากเจ้าทำได้ก็ลองดู"
เทพสวรรค์ เปรียว เปรียว พุ่งปราดดุจร่างเงาที่ผุดพราย "จงสำแดง กระบี่จันทร์เสี้ยว" กระบี่ปราณพลัง ถูกชายหนุ่มร่ายรำ วาดกระบี่เป็นครึ่งวงกลม ส่งแสงคมกระบี่ที่น่าคร้ามเกรง ลงใส่อี้เฉินไม่ยั้งหลายสิบกระบวนท่าในพริบตา จนผืนฟ้าก่อเกิดแสงคมกระบี่พร่างพราว หมายจะสับอี้เฉินให้กลายเป็นหมูบะช่อ แม้แต่กลุ่มคนที่มองชมฉากการต่อสู้ ครั้นเห็น เทพสวรรค์ เปรียว เปรียว ปลดปล่อยการโจมตีออกมาชนิดไม่เก็บออม กายาพวกเขารู้สึกเย็นเยือก หนาวสั่นในทันที
อี้เฉินที่เห็นว่ามันเกิน10กระบวนท่า ที่บุรุษหนุ่มปลดปล่อยการโจมตีออกมา เขาถึงกับขมวดคิ้วมุ่นในทันที ครั้นเห็นแสงคมกระบี่ไม่อาจหลบเลี่ยงได้อีกต่อไป อี้เฉิน จึงจำใจต้องรับมันไว้ "จงสำแดง วิชาหมื่นโลก" โลกปราณพลังที่อี้เฉินสร้างขยายออกกว้างในทันที ที่สำแดงมันออกมา แม้ว่ามันจะดูแข็งแกร่งอย่างมาก ก็ไม่อาจต้านรับการโจมตีที่รุนแรงของเทพสวรรค์ได้ตลอดรอดฝั่ง เสียงปังกัมปนาท ดังออกไปกึกก้องไม่ขาดสาย ส่งผลให้ร่างอี้เฉินลอยกระเด็นออกไปอย่างรุนแรง พร้อมกับร่างที่บาดเจ็บหนักไม่น้อย อาภรณ์ขาดวิ่นไม่มีชิ้นดี ริมฝีปากกระอักเลือดออกมากองใหญ่ จนเปรอะเปื้อนใบหน้าหล่อเหลา
ทว่าเมื่ออี้เฉินที่เตรียมจะยันร่างขึ้นมายืน เขากลับถูกกระบี่หวดฟาดเข้ามาอย่างรุนแรง "อ๊ากๆ บัดซบ บัดซบ ไอ้เทพสวรรค์เฮงซวย เจ้าโจมตีเกิน10กระบวนท่าแล้วนะ"
กลุ่มคนดินแดนเทพ รวมถึงอนุชนจำศีล พวกเขาก็ต่างมีสีหน้าบูดเบี้ยว เห็นได้ชัดว่าอี้เฉินต่อสู้ครบ10กระบวนท่าแล้ว แต่กลุ่มคนดินแดนจักรพรรดิ ก็ยังคิดลงมือ ฆ่าสังหาร ไม่มีการห้ามปรามแต่อย่างใด แม้แต่อี้ฟางหรง ยังส่งสายตาไม่สบอารมณ์มาให้น้องชายทั้งสองของนาง
ทว่าเมื่อหมู่ชนเห็นการโจมตีที่หมายจะเอาชีวิตของ เทพสวรรค์ เปรียว เปรียว ด้านหลังที่มีร่างเงากระบี่ใหญ่ ครั้นถูกชี้ออกไปหาอี้เฉิน ส่งผลให้กระบี่เล่มยักษ์ด้านหลัง สั่นไหวไม่หยุด ก่อนพุ่งแหวกอากาศ ออกไปด้านหน้า จนเสียงดังหวีดแหลม
มันยิ่งทำให้หมู่ชนดินแดนเทพเดือดดาลบ้าคลั่ง อี้ฟางหรงเองที่ถูกบุรุษนั่งข้างกายกดดัน ไม่ยินยอมให้นางเข้าไปแทรกแซงการต่อสู้ ทำได้เพียงดูชมการต่อสู้เท่านั้น ฝ่ามือเรียวเล็กของนางจึงกำหมัดไว้จนแน่น
อี้เฉินที่ยันร่างที่บาดเจ็บมีเลือดไหลซึม ขึ้นมายืนท่ามกลางอากาศได้อีกครา เห็นกระบี่ใหญ่พุ่งหมายจะปลิดชีพเขาลงในกรอบสายตา
อี้เฉินจึงไม่เก็บซ่อนพลังอีกต่อไป ฝ่ามือข้างขวาที่ถูกปกปิดไว้ แปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทในฉับพลัน ส่งอายความชั่วร้ายออกมาไม่ขาดสาย ครั้นเมื่อยืนมือออกไปด้านหน้า "จงสำแดงวิชา ฝ่ามือผนึกโลหิต" ฝ่ามืออี้เฉิน ก่อเกิดวงแหวนอักขระ ขยายออกเป็นวงกว้าง ปราณพลังภายในทะเลความรู้ ถูกอี้เฉินสูบกลืนไปใช้อย่างบ้าคลั่ง จนปราณพลังแทบจะเหือดแห้ง จากการสำแดงวิชาระดับสูงมากเกินไป ก่อนจะปรากฏฝ่ามือโลหิตขนาดใหญ่ พุ่งออกไปตามการขยับไหวของฝ่ามืออี้เฉิน ไปพร้อมปราณพลังที่น่าคร้ามเกรง รอบบริเวณก่อเกิดระลอกคลื่นดังออกมาเสียงดังกึกก้อง
เมื่อทั้งสองการโจมตี ปะทะกันอย่างรุนแรง เสียงกัมปนาทก็ดังออกมาก้องฟ้า ส่งผลให้มิติแตกร้าวออกเป็นทางยาว มองเห็นด้วยตาเปล่าอย่างชัดเจน ทว่าฝ่ามือผนึกโลหิตนั้น รุนแรงเป็นอย่างมาก กระบี่ปราณพลังที่เทพสวรรค์สำแดง ถึงกับแตกสลายในเสี้ยววินาที ที่ตีโต้กัน ก่อนฝ่ามือผนึกโลหิตจะพุ่งปราดเข้าหา เทพสวรรค์ เปรียว เปรียว ที่กระอักเลือดหน้าบูดหน้าเบี้ยวในยามนี้ จากการที่เคล็ดวิชาแตกพ่าย
กลุ่มคนดินแดนจักรพรรดิ พวกเขาถึงกับเบิกตากว้างจน รูม่านตาขยายออกจนสุด ไม่คิดว่าอี้เฉินจะตีโต้ เทพสวรรค์ได้ หากปล่อยไว้เฉกเช่นนี้ เทพสวรรค์ เปรียว เปรียว ได้บาดเจ็บหนักอับอาย ต่อหน้าหมู่ชนเป็นแน่
ฉับพลัน บุตรจักรพรรดิ จ้าวอิงจือ ก็เข้าแทรกแซงการต่อสู้ ส่งฝ่ามืออัดกระแทกการโจมตีของอี้เฉินจนแตกสลาย ทว่าเศษปราณพลังกับตราผนึกเลือดที่ลึกลับ กลับทำให้ ขั้นพลังราชันสวรรค์ แขนสั่นไหวน้อยๆ ก่อนเขาจะเอ่ยพูดพึมพำออกมา "หืม! มันวิชาอะไรกันแน่เหตุใดมันถึงรุนแรงได้มากถึงเพียงนี้ วิชาชั้นฟ้าก็ไม่น่าจะทำได้รุนแรงเฉกเช่นนี้ หรือว่าจะเป็นแขนสีดำสนิทนั้น" 'หากคนของเขารับมือเกรงว่าได้กลายเป็นศพแน่'
ทว่าเมื่อคิดจะสั่งสอนอี้เฉินให้รู้จักที่ต่ำที่สูง สตรีงามเพริศพริ้ง ก็เข้ามาขวางอี้เฉิน ไว้ในทันควัน ปัดป้องฝ่ามือ บุตรจักรพรรดิ จ้าวอิงจือ ได้ทันการ เหล่าอนุชนดินแดนเทพ พวกเขาเบิกตากว้างอ้าปากค้าง นึกว่าอี้เฉินจะตายตกแล้วเสียอีก ฝ่ามือน้อยๆ พวกเขากำหมัดไว้จนแน่น "ไอ้เวรนี้มันช่างโชคดี เช่นนี้เสียทุกครา" 'หลายคนเริ่มอยากจะให้อี้เฉินตายตก ในใจเริ่มที่จะหวาดกลัวในพลังของอี้เฉิน ยิ่งสงคราม เทพพันปี ใกล้เริ่ม เขาจะไม่ยิ่งสร้างชื่ออย่างนั้นหรือ'
ทว่ากลับมีหนึ่งสตรีผ่อนลมหายใจออกมายาว เมื่อเห็นอี้เฉินยังอยู่รอดปลอดภัย นางนั้นก็คือเยว่ชิงเซียน
ด้านอี้ฟางหรง ที่มายืนปกป้องข้างกาย อี้เฉิน นางเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ท่านคิดจะทำร้ายลูกศิษย์ของข้าอย่างนั้นหรือ ..บุตรจักรพรรดิ จ้าวอิงจือ ท่านอย่าลืมว่า คนของท่านไม่รักษาคำพูดที่ตกลงกันไว้"
บุตรจักรพรรดิ จ้าวอิงจือ ผ่อนความโกรธเกรี้ยวในฉับพลันเมื่อเห็น ใบหน้าสตรี งามเพริศพริ้ง ก่อนเขาจะเอ่ยเสียงเรียบนิ่ง "หนุ่มน้อย เจ้าถือว่าเจ้าโชคดีไป"
อี้เฉินครั้นได้ยิน เขาผสานมือคำนับไปที่ บุตรจักรพรรดิ จ้าวอิงจือ ก่อนร่างอี้เฉินจะถูกหญิงสาวพาออกไปจากสถานที่แห่งนี้โดยพลัน กลุ่มคนดินแดนจักรพรรดิเอง พวกเขาเองก็จากสถานที่แห่งนี้ไปเช่นกัน ปล่อยให้หมู่ชนโดยรอบนิ่งอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
อี้เฉินไต่ถาม อี้ฟางหรงทันที ในระหว่างที่พวกเขาเดินทาง "ท่านอาจารย์ ท่านจะพาข้าไปไหนอย่างนั้นหรือ?"
อี้ฟางหรง มีสีหน้าครุ่นคิดอยู่เล็กน้อย ไม่มั่นใจสถานที่นั้นจะเรียกบ้านได้หรือไม่ "เจ้าไม่อยากรู้อดีตของเจ้าอย่างนั้นหรืออี้เฉิน ข้าจะพาเจ้าไปหาคนตระกูลอี้ ของเรา"