บทที่ 27 ความสิ้นหวังในสายตาของท่านเซียน
เป่ยิอินหันไปมองหนานลี่ ยื่นเนื้อกระต่ายย่างให้นาง ท่าทางตั้งใจจะป้อนนางจนกว่าจะอิ่ม
หนานลี่รับมาอย่างไม่ลังเล ฉีกแบ่งกระต่ายแล้วยื่นให้เป่ยิอิน "ท่านเซียนก็กินด้วยสิเ้าคะ อาหารคือ์ การกินไม่เพียงแต่ทำให้อิ่มท้องแต่ยังทำให้อารมณ์ดี ถ้าไม่กินอาหารแล้วชีวิตจะมีความสุขได้อย่างไร"
เป่ยิอินถูกหนานลี่โน้มน้าวจนใจอ่อน รับขากระต่ายมากัดกินอย่างเอร็ดอร่อย กลิ่นหอมของเนื้อกระต่ายกระจายไปทั่วฟันของเขา อร่อยจริงๆ หรือเป็เพราะเนื้อชิ้นนี้เป็เนื้อที่หนานลี่ฉีกให้เขากันนะ?
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้หิว แต่การได้กินเนื้อสัตว์กับหนานลี่ก็ทำให้เขาให้รสชาติที่แตกต่างไปจากทุก่ชีวิตที่ผ่านมา
"อิ่มจัง!" หนานลี่ลูบท้องกลมๆของตัวเองแล้วก็เอนหลังลงนอนบนพื้นหญ้าที่นุ่ม ข้างๆหูได้ยินเสียงลมพัดเบาๆ มีกลิ่นดอกไม้หอมอ่อนๆ บนหัวคือท้องฟ้าสีฟ้าสดใส แสงแดดส่องกระทบใบหน้าของนางอย่างอบอุ่น ทำให้นางรู้สึกสบายตัวจึงหาวออกมา
เป่ยิอินหันไปมองหนานลี่ที่กำลังนอนเล่นอยู่บนพื้นหญ้าอย่างเกียจคร้าน ยกฝ่ามือใหญ่ขึ้นบังแสงแดดให้นาง
หนานลี่พลิกตัวอย่างผ่อนคลายแล้วก็หลับไป
ทั้งสองคนนั่งและนอนอยู่เช่นนี้ เป่ยิอินรู้สึกว่าเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เขาแค่เหม่อมองหนานลี่ที่กำลังหลับ เวลาหนึ่งวันก็ผ่านไปแล้ว
เวลาดูเหมือนจะช้าลง เขาฟังเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของหนานลี่ มองผมของนางที่ปรกใบหน้าเพราะนอนตะแคงแล้วลมพัด จึงเอื้อมมือไปปัดผมให้นาง นี่เป็ครั้งแรกที่เขาอยู่ใกล้นางขนาดนี้ ใกล้จนเห็นรูขุมขนบนใบหน้าของนาง เขาได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นแรง
เป่ยิอินไม่ใช่เพิ่งจะเคยรู้สึกแบบนี้เป็ครั้งแรก ความรู้สึกแปลกๆนี้เกิดขึ้นเฉพาะตอนที่เขาอยู่ใกล้หนานลี่เท่านั้น
ฟ้าเริ่มมืดลง มีดวงดาวระยิบระยับอยู่บนท้องฟ้า เป่ยิอินไม่กล้าปลุกหนานลี่จึงพลิกฝ่ามือ เสื้อคลุมผืนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นคลุมร่างกายของหนานลี่ไว้ เพื่อป้องกันความหนาวในยามค่ำคืน
หนานลี่เหมือนจะรู้สึกถึงความอบอุ่นจึงขยับเข้าไปใกล้เป่ยิอินมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว นางกอดขาของเป่ยิอินไว้ เอาขาของเป่ยิอินเป็หมอนข้าง เป่ยิอินเจอแบบนี้เข้าไปก็ตัวแข็งทื่อ ใบหูแดงก่ำไปจนถึงข้างแก้ม
ระหว่างหลับลึก หนานลี่ฝันแปลกๆ ในฝันนางได้ย้อนกลับไปในยุคโลกาวินาศที่มืดมิดอีกครั้ง นางเดินอยู่บนถนนมีซอมบี้หลายตัวเดินเข้ามา ิัสีเขียวส่งเสียงร้องที่ไม่เหมือนมนุษย์ ดวงตาของพวกมันว่างเปล่า กรามขยับขึ้นลงดังแกรกๆไม่หยุด แสดงเจตนาชัดว่า้ากัดกินเนื้อของนาง
หนานลี่ยกปืนขึ้นยิงซอมบี้จนหัวแบะ เืสีเขียวกระจายอยู่บนพื้นส่งกลิ่นเหม็นเน่า
หลังจากที่ยิงซอมบี้ไปห้าตัว ะุในปืนก็หมด หนานลี่จึงโยนปืนทิ้ง ใช้พลังพิเศษควบคุมน้ำจัดการกับซอมบี้ที่เหลือสองตัวแล้วก็เดินเข้าไปในร้านขายของชำข้างทาง บนชั้นวางในร้านมีอาหารมากมาย หนานลี่หยิบขนมปังมากิน กินขนมปังแห้งจนลำคอฝืดเคือง หนานลี่จึงเดินไปที่โซนเครื่องดื่ม หยิบเบียร์ขวดหนึ่งขึ้นมาแต่ในตอนนั้นเอง มีมือใหญ่ข้างหนึ่งมาจับที่ปากขวด หนานลี่จึงหันไปมองเ้าของมือใหญ่ข้างนั้น
เ้าของมือใหญ่ข้างนั้นสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ปลดกระดุมสองเม็ด เผยให้เห็นรูปร่างที่สมบูรณ์แบบ ซอมบี้ตัวนี้หุ่นดีจัง หนานลี่อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย จู่ๆนางก็เกิดอารมณ์จึงเอื้อมมือไปััหน้าอกของเขา
"อึก!" เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น หนานลี่รู้สึกเหมือนกับฝันไป เสียงนี้ช่างคุ้นหูเหลือเกิน
ขนตาของหนานลี่กระพือเล็กน้อย นางค่อยๆลืมตาขึ้น มองสบตากับดวงตาสีดำล้ำลึก "ท่านเซียน!?"
เม็ดเหงื่อไหลออกมาบนหน้าผากของหนานลี่ นางรีบลุกขึ้นนั่งหนีไปทันที นางจะไม่ยอมรับเด็ดขาดว่าตอนที่นางหลับนางละเมอแอบจับหน้าอกท่านเซียน แถมยังฟินจนน้ำลายไหลใส่ขาของเขาอีก
เป่ยิอินก้มลงมองชายเสื้อที่ยับยู่ยี่ของตัวเอง และดูเหมือนจะมีน้ำลายเหนียวๆติดอยู่ เขารู้สึกได้ว่าเส้นเืบนหน้าผากกำลังเต้นตุบๆ
หนานลี่รีบวิ่งหนีไปได้ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับปลาสองตัว ยิ้มอย่างประจบประแจง"ท่านเซียน ข้าจะย่างปลาให้ท่านกินนะเ้าคะ"
ตอนนี้เป่ยิอินเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดใหม่แล้ว พอได้ยินคำพูดที่เอาใจใส่ของหนานลี่ เขาก็พยักหน้าและมองไปยังปลาที่หนานลี่เสียบไว้บนกิ่งไม้แล้วก็พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "ปลาพวกนี้อ้วนท้วนดีนะ"
หนานลี่: ฮ่าฮ่า ท่านเซียนท่านไม่มีอะไรจะชมแล้วหรือเ้าคะ แม้แต่ปลาก็ยังจะชม แต่ช่างเถิด ตราบใดที่ท่านไม่ถือสาเื่ข้าแอบแต๊ะอั๋งกับทำน้ำลายย้อยใส่ท่านก็พอแล้ว
หนานลี่ตั้งใจย่างปลา พูดคุยกับเป่ยิอินไปพลาง เป่ยิอินมีอายุหลายหมื่นปีแล้ว จึงรอบรู้ทุกเื่ไม่ว่าจะเป็บทกวี ดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ หรือกระทั่งอาหาร ทำให้บทสนทนาเป็ไปอย่างลื่นไหล
ทั้งสองคนคุยกันจนตกดึก หนานลี่ยื่นปลาย่างที่ไหม้เกรียมให้เป่ยิอิน"ท่านเซียนข้าย่างไม่ค่อยเก่งท่านอย่ารังเกียจนะเ้าคะ... "
เป่ยิอินมองใบหน้าที่เรียบเฉยแสดงออกไม่เก่งของหนานลี่แต่ก็รู้ว่านางกำลังรู้สึกลำบากใจ จึงยิ้มตอบ ยื่นมือรับปลาย่างจากนางแล้วก็กัดกิน สองคิ้วขมวดไม่คลาย "รสชาติ ... ก็พอใช้ ..."
หนานลี่: ท่านเซียนท่านพูดโกหกไม่เป็หรือเ้าคะ ข้าดูออกนะว่าท่านกำลังฝืน!
หลังจากนั้น เป่ยิอินก็พาหนานลี่ไปเที่ยวอีกหลายที่ หนานลี่ที่อยู่ในยุคโลกาวินาศมาโดยตลอด ในที่สุดก็ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่ริมทะเล นางนั่งเรือออกไปตกปลากลางทะเลกับเป่ยิอิน กินอาหารทะเลสดๆ
เป่ยิอินจูงมือหนานลี่เดินขึ้นบันไดเก้าร้อยเก้าสิบเก้าขั้น ไปที่ยอดเขา ยืนอยู่เหนือยอดเขาที่มีหมอกปกคลุม ก้มมองทิวทัศน์เบื้องล่าง และเฝ้าดูใบไม้สีแดงพลิ้วไหวตามสายลมราวกับผีเสื้อร่ายรำ
เป่ยิอินพาหนานลี่เดินบนเส้นทางที่มืดมิด บนูเาเป่ยิอินถือกระบี่ยาว สวมชุดขาวผมสีขาวดูโดดเด่น ในความมืดมิด กระบี่ถูกชักออกมา แสงสีทองสว่างวาบขึ้นบนท้องฟ้า กระบี่ฟาดฟันไปมา ปีศาจหลายตัวที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดก็ล้มลงกับพื้นร้องออกมาอย่างน่าเวทนา
หนึ่งเดือนก็ผ่านไปแล้ว เป่ยิอินพาหนานลี่ไปหลายที่เพื่อตามหาจอมมารพยาบาท แต่ก็ไม่พบ หนานลี่อยู่กับเป่ยิอินเหมือนกับกำลังพักร้อนชมทิวทัศน์ ระหว่างทางดูความเป็ไปของโลก และปราบปีศาจที่ชั่วร้ายได้อีกหลายตนเป็ของแถม
ระหว่างอยู่กับเป่ยิอิน หนานลี่ได้เรียนรู้อะไรมากมาย เช่นสรรพคุณของสมุนไพรที่อยู่ในป่า วิธีย่างเนื้อสัตว์ให้อร่อย วิธีวาดยันต์เคลื่อนย้าย ฯลฯ
ฝีมือการทำอาหารของหนานลี่ก็พัฒนาขึ้นเรื่อย สุดท้ายทุกอย่างแทบไม่ต้องตกถึงมือเป่ยิอิน เขาให้หนานลี่เป็คนล่าสัตว์และย่างเนื้อสัตว์ เป่ยิอินก็เปลี่ยนจากการชมแบบขอไปทีเป็พยักหน้าซ้ำๆอย่างภาคภูมิใจที่ตนสอนดี
หนานลี่ชอบมองผมสีขาวของเป่ยิอินจนเหม่อ ครั้งนี้ก็เช่นกัน เป่ยิอินจึงยื่นมือไปโบกตรงหน้านาง "ไปกันเถิด ที่นี่ไม่มีร่องรอยของจอมมารพยาบาท"
หนานลี่ได้สติกลับมา วรีบเดินตามเป่ยิอินไป "ท่านเซียน พอพวกเราตามหาจอมมารพยาบาทเจอแล้ว และสามารถกำจัดเขาได้ ท่านอยากจะทำอะไรต่อเ้าคะ"
เป่ยิอินหยุดเดิน หันไปมองหนานลี่ "เมื่อถึงตอนนั้น ข้าคิดว่าข้าอยากจะ ... "
ข้าอยากจะสารภาพรักกับปีศาจน้อยที่ข้าชอบ
ประโยคหลังเป่ยิอินแค่พูดในใจ เพราะสตรีที่เขาชอบกลับสนใจแค่ "การกินเนื้อสัตว์" นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีอะไรอยู่ในสายตาเป็พิเศษอีก
เช่นนี้ตอนสารภาพนรัก สงสัยต้องเตรียมเนื้อย่างให้นางด้วยเสียแล้ว
พอนึกถึงภาพที่เขาถือเนื้อย่างสารภาพรักกับปีศาจตัวน้อย เป่ยิอินก็รู้สึกเส้นเืบนหน้าผากเต้นตุบๆ ภาพนั้นช่างงดงามจนเขาไม่กล้าจินตนาการ