ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบในนิยายยุค 70

    บทที่ 10 : แย่งโสม

            บทที่ 10 :   แย่งโสม

             

            ลัวซือหานรู้จักคนในตลาดมืดอยู่คนหนึ่งเขาคือคนที่ต้องการสินค้าการค้ากับด้านล่าง  นี้ 

            ก่อนหน้านี้ลัวซือหานกล่าวถึงคือ เจียเกงเกอ มารดาวัยกลางคนซึ่งเปิดร้านขายสินค้าเก่าจำนวนมากแล้วเขาขายของในตลาดมืด

            ก่อนเข้าตลาดมืด ลซือหาน ใครๆ ก็มาที่นี่เขาจึงนำของที่ถือมาด้วยมาใส่ไว้ในช่องเก็บของก่อนที่ไม่มีใครเห็น 

            หลัวซือหานจึงเดินทางไปตลาดมืดตามความทรงจำเดิม

            ตลาดมืดตอนนี้ยังเช้าอยู่ ซึ่งหลายคนออกมาจ่ายตลาดที่คึกคัก แต่ต้องมีทุกคนที่จะมาที่นี่ 

            เพราะราคาจากตลาดมืดและราคาของภาษีศุลกากรยังคงมีกันและกันอยู่อีกที่ราคาตลาดมืดต้องแพงกว่า 

            ข้อมูลจากรัฐบาลกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านทำให้ยุวชนม์แดงในช่วงที่กำลังจะมาถึง

            จะมีใครแจ้งเรื่องไปที่พวกเขาจะต้องรับมืออย่างแน่นอน 

            สมัครสมาชิกตอนนี้กลุ่มรหัสผ่านก็ออกมาควบคุมแล้วด้วยคอนโซลยุวชนแดงคงถูกกำจัดทั้งหมด!

            หลัวซือหานต่อไปนี้กำลังทำขั้นตอนบางอย่างระหว่างที่กำลังดำเนินการต่อราคาซึ่งกำลังนำของมาขาย 

            ของที่จะนำมาต่อยอดและของใช้ในชีวิตประจำวัน

            หลัวซือหานมองหาร้านขายยาก่อนเป็นอันดับแรกจนเขาเดินมาถึงร้านหนึ่ง 

            ภายในร้านตกแต่งได้จะดีกว่าสะอาดมากเพราะไม่มีลูกค้าเข้ามาเลย 

            จากความทรงจำของหลัวซือหาน ร้านยาร้านนี้ขายแต่ของแพงแต่ก็ต้องแพงแต่ส่วนที่เหลือของคุณภาพเหล่านั้น ได้!

          จึงลองถามราคาจากร้านยาร้านนี้ดูก่อนคนอื่นเขาอยากได้กล่องดี ๆ สักกล่องเพื่อใส่โสมเวลานำไปขายราคาของมันได้ 

            เมื่อคิดได้ก็จะมีลั่วซือหานจึงมองหาร้านที่มีกล่องไม้ขาย

            เขาตรวจสอบได้สักสองถึงแผงสามถึงจะได้กล่องไม้ที่แผงขายร้านเดิมของเก่าถูกใจขายอยู่จำนวนมาก แต่ที่สดุดตาเขามากที่สุดคือแหวนหยกชิ้นหนึ่งที่อยู่ในกองแหวน เหมือนกันทั้งหมด

            “ศุร์กล่องไม้นี่ขายยังไง” 

            คนขายสำรวจมองลั่วซือหานกล่องไม้อันนั้นเขาแค่นำไปวางทับผ้าไว้เฉย ๆ ถ้าใครจะซื้อมันด้วย? 

            กล่องไม้นั่นไม่ได้สวยงามสำหรับพนักงานต้อนรับเก่า ๆ ที่จะไม่กล้าใส่ของลงไป แต่ทำไมทุกคนมาที่นี่ถึงอยากได้มัน? 

           แต่ก่อนอื่นมาที่นี่จะแต่งตัวด้วยชุดเก่า ๆ แต่ลำดับที่ขาวสะอาดและหน้าตาหล่อเหลาทำให้เขาคิดไปเองว่าลั่วซือหานคือคุณชายที่ปลอมตัวมาเดินซื้อของในตลาดอื่น ๆ 

            เจ้าของร้านคิดราคาในบัญชีนี้จึงบอกได้ว่ามีใครบ้างที่มีความสามารถ

           “สิบหยวนฉันลดราคาให้จากสิบห้าหยวนเป็นสิบหยวนเลย” เจ้าของร้านเสแสร้งแสดงไว้เสมอว่าไม่ควรเล็กน้อย 

            เมื่อได้ยินราคา ลัวซือหาน ก็ขมวดคิ้วแค่กล่องไม้กล่องเดียวทำไมได้ราคาแพงจัง? 

       “ราคาสิบหยวนจริงหรือเปล่า?” ลั่วซือหานถามให้ได้เสียงนิ่งเรียบแต่ต้องขอแสดงความยินดีและไม่พอใจเล็กน้อย 

            เจ้าของร้านมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้เขาจะตั้งราคาไว้สูงเกินไปหรือไม่? 

            “ก็ได้… ฉันเห็นนายหน้าตาดีแล้ว ต่อไปนี้ ฉันจะลดให้เหลือห้าหยวนแล้วกัน!” เจ้าของร้านยังคงแสดงให้รู้สึกเสียใจเหมือนกับว่าตัวเองนั้นขาดทุนแล้วจริง ๆ ซึ่งกล่องไม้พวกนี้ก็ช่วยมาฟรี

            หลัวซือหานยิ่งมีเยอะยิ่งไม่ดีมากขึ้น 

       “โลโก้กล่องเก่า ๆ ใบเดียวราคาแพงสำหรับเปรียบเทียบเลยกับร้านอื่นขายแค่หยวนเดียวเองมั้ง?” ลัวซือหานใช้น้ำเสียงกดดัน  

            คงต้องไปลองดูโดยไม่รู้ว่าสำหรับกรณีนี้ใจดีสู้เสือต่อไป 

            “ราคาไม่แพงเลย กล่องใบนี้ย่าของฉันเคยใส่สมบัติส่วนตัวไว้ แต่หลังจากที่ย่าของฉันเสียสมบัติ ฐานข้อมูลที่ถูกทิ้งให้แบ่งกันลืมแล้วกล่องใบนี้ตกมาอยู่ในบ้านของฉัน ดังนั้นราคาห้าหยวนไม่แพง! ” 

            เรื่องที่เจ้าของร้านเล่าไปคือเรื่องโกหกกล่องขยะทั้งหมดนี้ให้มาเมื่อก่อนหน้านี้เองจะมาพบกับมันฟรี 

            ลัวซือหานก็อย่าลืมลดราคาให้โดยที่เหลือเขามีเงินแค่สี่หยวนกับเจ็ดเหมาเท่านั้น 

            “ถ้างั้นผมขอแหวนอันนั้นกับกล่องไม้รวมสี่หยวนตกลงไหม?” หลัวซือหานต่อราคาน้อยที่สุดเสียง 

            ตั้งแต่ชีวิตก่อนและชีวิตนี้ครั้งแรกที่ลัวซือหานต่อลองราคา 

            “ไม่ได้! กล่องไม้นี่ฉันลดให้เหลือสี่หยวนได้ แต่แหวนนั้นแถมไม่ได้!” เจ้าของร้านรีบปฏิเสธทันที 

            แหวนนั้นเขาขายอยู่ต่อไปหยวน ๆ ก็ไม่ได้อะไรมากมายต้องซื้อในราคาเจ็ดหยวนสิ!

        “เฟอร์ลดไม่ได้จริงๆ เหรอ? ฉันแค่มารับของขวัญให้แม่เห็นกล่องนี้เก่าแล้วเลยลองดู หลัวซือหานพูดตัดพ้อ 

            เจ้าของร้านมีเรื่องให้ลำบากใจ

           “อย่าลืมที่จะให้ฉันมีแค่สี่หยวน ถ้าฉันซื้อกล่องไม้ในราคาสี่หยวนแล้วฉันจะปล่อยให้ที่ไหนได้ซื้อของใส่กล่องละ?” หลัวซือหานพูดด้วยความเต็มใจ 

            เจ้าของร้านขอให้ครุ่นคิดขายกล่องไม้เขามาฟรีและแหวนราคาสองหยวนเพื่อลองดูให้ได้กำไรเยอะอยู่

            “อาก็ได้! สี่หยวนก็สี่หยวน” เจ้าของร้านแสร้งพูดเสียงเสียดายแต่ในใจกลับรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง 

            “ขอบคุณเจ้านาย” ลั่วซือหานกล่าวขอบคุณ 

            เมื่อได้กล่องมาแล้ว ลซือหานจึงหามุมที่ผู้คนดาวน์โหลดมา จากนั้นจึงหยิบเอาโสมขึ้นมาบนเสื้อ

            ลั่วซือหานนำโสมใส่ไว้ในกล่องไม้นี้ด้วย เขานำแหวนหยกที่พึ่งได้มาซึ่งมาจากช่องเก็บของด้วย 

            หลังจากนี้ หลัวซือหานเห็นข้อมูลของแหวนเขาเลยตั้งใจหลอกล้อเจ้าของร้านขายของในราคาถูก 

            ลัวซือหานนึกตอนที่เขาเจอแหวนวงนี้ให้ฟังเขากำลังมองกากล่องไม้สักกล่องเพื่อใส่โสมจนมาเจอร้านนี้เข้าพอดี 

            บังเอิญมาที่นี่กำลังสำรวจกล่องไม้บังเอิญเห็นของลัวซือหานไปเจอข้อมูลของแหวนวงนี้เข้าพอดี 

            [แหวนหยกแท้อายุ 500 ปี แหวนถูกสั่งทำพิเศษเพื่อเป็นแหวนแต่งงานของคาดว่าน่าจะมีราชวงศ์หมิง] 

            ในใจของชองลั่วซือหานจะตื่นเต้นยินดี แต่ก็ยินดีต้อนรับเขายังคงนิ่งเฉยไม่เปลี่ยนแปลง 

          จากนั้นทุกอย่างจะถูกลั่วซือหานควบคุมผลลัพธ์ที่ได้คือไม่รวมแหวนหยกโบราณและหล่องไม้มาในราคาที่ถูกมาก! 

            ใจจริงแล้วถ้าลซือหานมีเงินก็มาที่นี่เพื่อที่เขาจะมาซื้อของ 

            ลัวซือหาน ถือกล่องโสมไปที่ร้าน 

            “สวัสดีครับเถ่าแก่” หลัวซือหานกล่าวทักทาย 

            ก่อนหน้านี้เก่าร้านยาจะคอยสำรวจหลัวซือหานก่อนจะทักทายกลับ 

            เมื่อสอบถามแล้ว ลั่วซือหานจึงวางกล่องโสมบนเค้าเตอร์ร้าน 

            “ผมโสมเอามาขาย” หลัวซือหานกระซิบบอก

            ถอนการติดตั้ง 

            “ขอฉันดูหน่อย” 

            “ได้นั่นเอง” ลั่วซือหานส่งกล่องไม้ให้ลูกค้าของเราแก่ร้าน 

            ก่อนหน้านี้เก่าร้านยารับกล่องไม้มาแล้วเปิดสิ่งภายในกล่องที่ทำให้เป็นร้านเก่ารู้สึกสนุกดีใจ 

            ก่อนหน้านี้เก่ากว่านั้นจะต้องซงจางเหวว่าเขาเปิดร้านขายสมุนไพรแล้วทำตามปีแล้ว 

            เพลงจางเหว่ยเขาเจอสมุนไพรมามากมายและเต็มไปด้วยสมุนไพรจีนดีมาก ลองเปิดกล่องออกมาเขากผ้ได้กลิ่นของโสมป่าต้นนั้นทันที 

            ดูขนาดและตัวอย่างโสมป่าต้นนี้แล้วคงเทียบกับหนึ่งร้อยปี! 

           ซงจางเหว่ยช่วยเตือนความจำเขาว่าเขาต้องการโสมร้อยปีมาก่อน แต่จำไม่ได้ว่าโสมร้อยปีนี้ยังสดใหม่เท่าที่เคยมีมาก่อน! 

            “โสมนี่เธอพึ่งจะมาหาใช่ไหม” ซงจางเหว่ยถามเผื่อไม่แน่ใจ 

            ลัวซือหานได้ปฏิเสธเขาตอบตามความจริง “ใช่ครับ ผมพึ่งเจอมันบนยอดเขาเอง” 

            เมื่อได้ยินคำตอบที่ตัวเองคิดไว้ ซงจางเหว่ยกผ้ยกยอพอใจ 

            “ใช่จริงด้วย! สายตาของฉันไม่มีทางพลาดไปได้หรอก” ซองจางเหว่ยพูดได้สารพัดเสียงอารมณ์ดี 

            “พ่อหนุ่มเธอรู้ไหมว่าโสมค้นหาหินมาไม่น้อยเท่าไร” ซองจางเหว่ยกล่าวถามหาเสียงเจ้าเล่ห์ 

            ลัวซือหานแกล้งทำเป็นไม่รู้ 

            “หนึ่งร้อยปีโสมต้นนี้เทียบหนึ่งร้อยปี!” ซงจางเหว่ยตอบด้วยการรอให้เป้าหมายคือคนที่เจอโสมนี้ด้วยตัวเอง 

            เมื่อมองเห็นซ่งจางเหว่ยกัปตันเหล่านี้ ลั่วซือหาน จึงต้องถามต่อไปว่า “แล้วโสมร้อนปีราคาขายมันเท่าไหร่ครับ?” 

            ซ่งจางเหว่ยนิ่งไป ต่อไปนี้จะช่วยลดต้นทุนที่จำเป็นว่าใครจะเป็น “โสมต้นนี้ถ้าจะขายฉันจะซื้ออยู่ที่สามพันหยวน” 

            “ช้าก่อนน้องชาย! ฉันขอซื้อโสมต้นนั้นได้ไหม? ฉันให้ราคาห้าพันหยวนเลย!” เสียงของชายปริศนาพูดขัดจังหวะการต้าของซ่งจางเหว่ยและลั่วซือหาน 

            เมื่อลัวซือหานเห็นเจ้าของเสียงนั้นบางช่วงจำได้ทันทีพร้อมกับที่บังเอิญไปพบกับเขาอีกหรือไม่

             

             

             

             

             

             

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบในนิยายยุค 70 ที่คุณอ่าน