ผู้ใหญ่บ้านะโเสียงดังชาวบ้านที่ทำงานอยู่ในไร่ข้าวโพดต่างได้ยินกันถ้วนทั่ว
ไม่กี่วันก่อนทุกคนได้ยินว่าพอภรรยาใหม่ของเซี่ยฟู่กุ้ยคลอดลูกชาย ก็ให้คนพาลูกชายคนแรกไปทิ้งบนรถไฟ
ต่อมาลูกชายลูกสาวได้ขอตัดความสัมพันธ์พ่อลูกกับเซี่ยฟู่กุ้ย
ทั้งยังได้ยินอีกว่าลูกชายลูกสาวไปขออาศัยอยู่ที่บ้านคุณตาคุณยายออกจากบ้านไปโดยไม่เอาอะไรติดตัวไปสักอย่าง
นึกไม่ถึงเลยว่าเื่พวกนี้เพิ่งจะจบไปได้แค่ไม่กี่วัน ก็เกิดเื่ใหม่ขึ้นอีกแล้ว
ชาวบ้านผู้มีใจอยากรู้อยากเห็นต่างหยุดงานในมือเพื่อรอฟังว่าเกิดเื่อะไรขึ้นถือโอกาสนี้พักให้หายเหนื่อยไปด้วยในตัว
ทุกคนขยับเข้าไปใกล้คนที่กล้ามากหน่อยเดินออกจากไร่ข้าวโพดไปนั่งเกาะขอบรอชมเื่สนุก ส่วนคนที่ใจกล้าน้อยหน่อยก็แอบฟังอยู่ในไร่
ผู้ใหญ่บ้านกับเซี่ยฟู่กุ้ยเป็ญาติที่ห่างกันไม่ถึงห้ารุ่นผู้ใหญ่บ้านเลยดูแลเซี่ยฟู่กุ้ยเป็อย่างดีมาตลอด
ที่คาดไม่ถึงคือเซี่ยฟู่กุ้ยก่อเื่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าครั้งนี้ยังสมรู้ร่วมคิดกับพวกค้ามนุษย์ทำผิดกฎหมายอีก
ผู้ใหญ่บ้านสีหน้าถมึงทึงหากเซี่ยฟู่กุ้ยอยู่ตรงนี้แล้วละก็ เขาคงได้ชกอีกฝ่ายคว่ำไปแล้ว
ไม่กี่นาทีต่อมาเซี่ยฟู่กุ้ยที่ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อไคลวิ่งออกมาจากไร่ข้าวโพด
ผู้ใหญ่บ้านพลันชี้หน้าด่า“เซี่ยฟู่กุ้ย ขนาดเมียแกยังควบคุมไม่ได้ แล้วจะไปทำอะไรได้แกนี่มันไม่ได้เื่จริงๆ!”
เซี่ยฟู่กุ้ยมีสีหน้ามึนงงยืนนิ่งอึ้งต่อหน้าผู้ใหญ่บ้านกับคนอีกสองสามคน
อดีตพ่อตาอู๋กวงเต๋อเขารู้จักบุตรสาวแท้ๆ เขาก็รู้จักเช่นกัน แต่อีกคนที่ยืนอยู่ข้างบุตรสาวทั่วร่างแผ่กลิ่นอายความยุติธรรม มองตรงมาที่เขาด้วยสายตาดุดันทั้งยังจูงจักรยานมาด้วยคันหนึ่ง เขาไม่รู้จักชายหนุ่มคนนี้
เขาไม่ใช่คนโง่เพียงแค่ครู่เดียวก็เข้าใจ สามคนนี้ต้องมาพูดอะไรบางอย่างกับผู้ใหญ่บ้านเป็แน่อีกฝ่ายถึงได้โมโหใส่เขา
กับผู้ใหญ่บ้านเขาทำอะไรไม่ได้เลยนำความไม่พอใจไปลงที่สามคนนี้แทน
เขาสามารถบีบลูกพลับนิ่มๆแทนได้!
เขาถลึงตามองบุตรสาวพร้อมด่าออกไปว่า“แก ตัดพ่อตัดลูกกันไปแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วมาที่นี่อีกทำไม!”
เซี่ยโม่แค่นยิ้มอย่างเ็านี่แหละคือบิดาแท้ๆ ของเธอ
ภรรยาใหม่ให้คนนำตัวลูกชายคนแรกไปทิ้งคนเป็บิดาไม่ถามไม่ว่าอะไร ต่อมาภรรยาคนใหม่ขายบุตรสาว ผู้เป็บิดาก็ไม่สนใจอีก
เห็นบุตรสาวยืนอยู่ตรงหน้ากลับเห็นเป็แค่ถังขยะระบายอารมณ์ใส่
ในเมื่อเป็แบบนี้เธอก็ไม่จำเป็ต้องไว้หน้าบิดาอีก
เธอตั้งใจพูดเสียงดังด้วยความโกรธ“ในเมื่อตัดความสัมพันธ์กันแล้ว แล้วทำไมหวางลี่ลี่ถึงยังขายฉันให้คนอื่นอีกล่ะฉันมาขอความเป็ธรรมในเื่นี้ ฉันผิดตรงไหน”
ชาวบ้านที่แอบฟังได้ยินเช่นนั้นต่างส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันระงม
“เซี่ยฟู่กุ้ยไล่ลูกทั้งสองคนออกจากบ้านไปตัวเปล่ายังจะมีหน้ามาขายลูกสาวอีก”
“ลูกชายคนแรกถูกเมียใหม่ให้คนเอาไปทิ้งต่อมายังเอาลูกสาวไปขาย ทีแบบนี้ไม่ยอมไปถามเมียแต่กลับมาด่าลูก”
“สมัยนี้คนแบบไหนล้วนมีหมดไม่แน่เซี่ยฟู่กุ้ยอาจจะยืมมือเมียใหม่ให้เอาลูกสาวไปขายก็ได้แล้วมาแกล้งทำเป็ด่าว่าลูกสาว ทำเป็เหมือนตัวเองไม่รู้เื่”
“ต่อไปอย่าไปยุ่งกับเซี่ยฟู่กุ้ยเลยจะดีกว่าขนาดเสือยังไม่ทำร้ายลูกตัวเอง นี่เป็พ่อบังเกิดเกล้าแต่กลับทำแบบนี้กับลูกแท้ๆของตัวเอง ยังเรียกว่าเป็การกระทำของคนได้อยู่อีกเหรอ”
ได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ใบหน้าเซี่ยฟู่กุ้ยประเดี๋ยวแดงประเดี๋ยวขาว เขาไม่รู้จริงๆว่าหวางลี่ลี่ไปก่อเื่ไว้
เขาคิดว่าบุตรสาวตั้งใจมาหาเื่ที่นี่มีชาวบ้านอยู่หลายคน แบบนี้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
เขาอธิบายเพื่อหวังคืนความบริสุทธิ์ให้แก่ตัวเอง“ผู้ใหญ่บ้าน ผมไม่รู้เื่ คนที่บ้านปิดบังไม่ยอมบอกผมผมจะกลับไปถามให้รู้เื่เดี๋ยวนี้ ไม่แน่อาจจะมีอะไรเข้าใจผิดกันก็ได้”
ผู้ใหญ่บ้านเก็บสีหน้าเดือดดาลกลับขณะกำลังจะบอกให้เซี่ยฟู่กุ้ยกลับบ้านไปทันใดนั้นเสียงของรถจักรยานยนต์ก็ดังแว่วมาแต่ไกล เขาหันไปมองเป็ตำรวจกำลังขี่รถจักรยานยนต์ตรงมาทางนี้
รถจักรยานยนต์แล่นมาจอดตรงหน้าก่อนที่ตำรวจสองนายจะลงมาจากรถ
“ผู้ใหญ่บ้านพวกเรามาจับคน”
ผู้ใหญ่บ้านสีหน้าตื่นใหรือในหมู่บ้านมีคนทำผิดกฎหมายจริงๆ
“จับใคร?”
“พวกเรามาจับเซี่ยฟู่กุ้ยกับภรรยาสองคนนี้เป็ผู้ต้องสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องกับพวกลักพาตัว”
เซี่ยโม่นึกยินดีอยู่ในใจคุณลุงตำรวจของสถานีตำรวจในหมู่บ้านเซิ่งลี่ทำงานขยันขันแข็งยิ่งนักไม่หลงเชื่อคำพูดของพวกหวางหมาจื่อ แต่คิดว่าเื่ที่เกิดขึ้นคือการลักพาตัว
คนสมัยนี้ไม่ได้โง่ใครจะไปเชื่อคำพูดพวกหวางหมาจื่อที่มีหน้าตาดุร้าย
คนพวกนั้นทั้งรูปร่างแข็งแรงกำยำหน้าตาโเี้ ดูอย่างไรก็เหมือนพวกโจรลักพาตัวอย่างดีที่สุดคือถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตจะได้ไม่มาก่อเื่ลักพาตัวลูกสาวลูกชายบ้านอื่นอีก
ผู้ใหญ่บ้านหันไปมองเซี่ยฟู่กุ้ยด้วยสีหน้าเ็า“ฟู่กุ้ย มีอะไรจะพูดก็อธิบายกับตำรวจเขาเองก็แล้วกันไม่ต้องมาอธิบายให้ฉันฟังแล้ว นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีคนในสกุลเซี่ยเข้าไปเกี่ยวข้องกับพวกลักพาตัวแกนี่งามหน้าจริงๆ ถึงกับสร้างชื่อเสียงให้บรรพบุรุษด้วยการทำแบบนี้”
เซี่ยฟู่กุ้ยก้มหน้าอายจนแทบอยากจะเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนี
ที่ผ่านมาเขาคิดว่าชีวิตของตัวเองดีมาก
หลังจากภรรยาคนแรกเสียชีวิตเขาก็แต่งงานใหม่กับหวางลี่ลี่ที่ทั้งอายุน้อยและหน้าตาสะสวย
แม้อีกฝ่ายจะมีลูกติดแต่ก็เป็ภรรยาที่ดีเขายกเื่ภายในบ้านทั้งหมดให้อีกฝ่ายจัดการดูแล ส่วนเขามีหน้าที่ทำงานหาเงิน
ตอนนี้อีกฝ่ายคลอดบุตรชายให้เขาทำให้เขาได้สมปรารถนา
เขาเชื่อคำพูดของภรรยาทุกคำไม่กี่วันก่อน บุตรชายคนแรกที่อายุห้าขวบผู้โง่เขลาของเขาออกไปวิ่งเล่นข้างนอกเองแต่กลับถูกทุกคนเข้าใจผิดว่าภรรยาใหม่ของเขาให้หลานชายนำตัวไปทิ้งไว้บนรถไฟ
ตอนนี้บุตรสาวยังมาเล่นงานเขาอีกทั้งที่ตัดความสัมพันธ์กันไปแล้วไม่แน่เื่นี้อาจเป็เื่ที่อีกฝ่ายกุขึ้นมาก็ได้
เขาถลึงตาใส่บุตรสาวก่อนเอ่ยอย่างเคียดแค้น“นังลูกไม่รักดี เห็นพ่อแกเสียหน้า แกสะใจมากใช่ไหม!”
เซี่ยโม่รู้สึกชาไปทั้งหัวใจเมื่อได้ยินประโยคนี้ของคนที่ได้ชื่อว่าเป็บิดาบังเกิดเกล้า
ชาติที่แล้วบิดารังเกียจเธอมาก ซึ่งเธอเข้าใจว่าอาจเป็เพราะแม่เลี้ยงคอยเป่าหูหลังจากกลับมาเกิดใหม่ในชาตินี้ แอบหวังลึกๆ ว่าบิดาจะรักเธอบ้างแต่ตอนนี้เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว ในหัวใจของบิดาไม่มีที่สำหรับเธอกับน้องเลย
บิดาถูกล้างสมองโดยสมบูรณ์สายตาที่ส่งมาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น มองเธอเหมือนเป็ศัตรูคนหนึ่ง!
เธอรู้สึกเ็ปในใจเหลือเกินในเมื่อไม่อยากได้เธอกับน้องเช่นนั้นหลังจากนี้ต่างคนต่างเป็คนแปลกหน้าต่อกันก็แล้วกัน
อู๋กวงเต๋อทนดูต่อไปอีกไม่ไหวเอ่ยประชดประชันว่า “เซี่ยฟู่กุ้ย แกนี่มัน…เมียแกให้คนเอาลูกในไส้แกไปทิ้งแกไม่คิดถามสักคำ ต่อมาเมียแกให้พวกลักพาตัวมาจับตัวลูกสาวแท้ๆ ของแกไปแกไม่เป็ห่วงแถมยังมาด่าโม่โม่อีก หลานฉันผิดอะไร ผิดที่ไม่ยอมไปกับพวกลักพาตัวดีๆปล่อยให้แกได้นั่งนับเงินเล่นอย่างสมใจงั้นเหรอ!”
ประโยคนี้พูดได้ถูกต้องมาก!
ชาวบ้านทุกคนส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ยกใหญ่อีกครั้ง“บนโลกนี้มีพ่อแบบนี้ด้วยหรือนี่!”
“ก็อย่างว่าแยกถูกผิดไม่ออกแบบนี้ก็ไม่แปลกหากลูกสาวลูกชายจะขอตัดความสัมพันธ์หากไม่ตัดพ่อตัดลูกก็ไม่รู้ต้องเจออะไรบ้าง”
ตำรวจที่มาหัวเราะเยาะเซี่ยฟู่กุ้ยเช่นกัน
“เลิกพูดมากได้แล้วพาพวกเราไปหาหวางลี่ลี่ จะได้พาตัวไปที่โรงพักพร้อมกัน ผู้กำกับกำลังรออยู่”
เซี่ยฟู่กุ้ยทำอะไรไม่ได้ได้แต่ต้องทำตามที่ตำรวจสั่ง ก่อนเดินไปไม่วายส่งสายตาแค้นเคืองให้เซี่ยโม่
อู๋กวงเต๋อเห็นเซี่ยฟู่กุ้ยเดินจากไปไกลแล้วจึงหันไปส่งสายตาขอบคุณให้แก่ผู้ใหญ่บ้าน “ผู้ใหญ่บ้าน คุณเห็นแล้วใช่ไหมเซี่ยฟู่กุ้ยมันเลอะเลือนไปแล้วจริงๆ โทษว่าทั้งหมดเป็ความผิดของโม่โม่โชคดีที่คุณทวงความยุติธรรมคืนมาให้”
“พี่อู๋ฉันต้องขอโทษด้วย หลานทางฝั่งฉันมันไม่ดีเอง” ผู้ใหญ่บ้านพูดด้วยสีหน้ารู้สึกผิด
อู๋กวงเต๋อถอนหายใจก่อนจะเอ่ยว่า“ช่างเถอะ ยังไงก็ตัดความสัมพันธ์กันแล้วหวังว่าต่อไปสองคนนั้นจะไม่มาหาเื่กับหลานๆ ของฉันอีกก็พอ”
เซี่ยโม่พูดเสริม“หนูรู้อยู่แล้วว่าคุณปู่ผู้ใหญ่บ้านเป็คนยุติธรรม”
ผู้ใหญ่บ้านมีสีหน้าละอายก่อนให้คำมั่นสัญญากับสองตาหลานอย่างหนักแน่น “พี่อู๋ รอสองคนนั้นกลับมาฉันจะสั่งสอนอย่างหนัก เอาให้หลาบจำไปเลย”