กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ

    กลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ_57_แก่นเพลิงคราม

    เม็ดยาหลอมรวมลมปราณ ทั้ง 6 เม็ดที่รวม 2 เม็ดแรกเข้าไปด้วยนี้ มีความเข้มข้นสูงอย่างยิ่ง เขาจะต้องทำการดูดซับเพื่อให้มันผสานเข้ากับบัญญัติก่อกำเนิด

    " การจะดูดซับพลัง ของเม็ดยาหลอมรวมลมปราณให้หมดนั้น จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 เดือน ถึงจะดูดซับได้จนหมดสิ้น การเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดนี้ ข้าคงต้องยกความดีความชอบ และ ต้องขอบคุณในความมั่งคั่งของ โย่ว หลิงจี ที่ทำให้เขานั้นประหยัดเวลาลงไปได้"

    " เหลืออีก 4 เม็ด "

    อู่ อวี้ ได้คาดการณ์เอาไว้ว่า การปรับแต่งดูดซับเม็ดยาหลอมรวมลมปราณส่วนที่เหลือ เมื่อเขาหลอมรวมมันเข้ากับจุด ถานจง มันน่าจะทำให้บัญญัติก่อกำเนิดของเขานั้น มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้สามารถพิจารณาได้ว่า ตัวของเขานั้นได้เข้าสู่วิถีแห่งเต๋าอย่างเต็มตัว และเป็นผู้ใช้พลังศักดิ์สิทธิ์

    ในวันนี้ หลังจากที่เขาดูดซับเม็ดยาหลอมรวมลมปราณไปแล้ว 6 เม็ดนั้น ทำให้พลังศักดิ์สิทธิ์ภายในกายของเขา เพิ่มมากขึ้นจากเดิมถึง 3 เท่า

    หลายวันที่ผ่านมา เขาได้ทำการทะลวงจุดถานจง และดูดซับกลิ่นอายสวรรค์และปฐพีที่อยู่รอบ ๆ เพื่อเสริมพลังภายในให้กับบัญญัติก่อกำเนิด

    เมื่อใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ในการต่อสู้ จะเป็นการช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับ อู่ อวี้ อย่างน้อยก็แข็งแกร่งมากกว่า ครั้งล่าสุดที่ได้พบเจอกับฮ่าวเทียน ซ่างเซียน

    ประเด็นสำคัญในตอนนี้ก็คือ พลังศักดิ์สิทธิ์ของเขายังไม่เสถียรมากพอ ซึ่งไม่เหมาะจะใช้ในการต่อสู้แบบรุนแรง หรือ รับศึกหนัก ไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะทำให้เกิดผลกระทบกับ จุดถานจงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และ อาจจะทำให้บัญญัติต่อกำเนิดต้องพังทลายลง เมื่อพลังศักดิ์สิทธิ์ปั่นป่วนจนไม่อาจจะควบคุม พลังศักดิ์สิทธิ์นั้นจะอาจจะแตกซ่านเป็นเสี่ยง ๆ

    ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ขั้นตอนในการผสาน และ ควบคุมพลังศักดิ์สิทธิ์นั้น จำเป็นต้องปิดด่านฝึกตน จนกว่าพลังศักดิ์สิทธิ์นั้นจะเสถียรมั่นคง ถึงจะสามารถออกมาได้

    แต่ที่ นครเย่วอู่ แห่งนี้ กลับไม่มีสถานที่ที่เหมาะสมพอแก่การปิดด่านฝึกตน

    " ตั้งแต่เริ่มฝึกจนมาถึงปัจจุบัน นี่ก็เป็นเวลา 18 วัน เข้าไปแล้ว คาดว่าภายใน 1 เดือนนี้ การเข้าสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณคงจะเสร็จสิ้น"

    ส่วนสถานการณ์ปัจจุบัน ของเคล็ดวิชากายาเพชรอมตะ ค่อนข้างเสถียรมากแล้ว

    แต่ก็ยังคงต้องระวังอยู่ดี ถึงแม้ว่า อู่ อวี้ จะมีสมรรถภาพทางร่างกายที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง จนสามารถช่วยดูดซับเม็ดยาหลอมรวมลมปราณ ในคราวเดียวกันได้มากถึง 4 เม็ด ก็ตาม และ ดูเหมือนว่าจะไม่มีปัญหาใด ๆ เกิดขึ้น แต่เขาก็ควรจะต้องระมัดระวังอยู่ดี

    ในตอนนี้เหลือเพียงอีกแค่ 4 เม็ด เท่านั้น เพื่อความปลอดภัย อู่ อวี้ จึงแยกมันออกเป็น 2 ส่วน

    " อีก 10 วัน แล้วมาดูกันว่าจะเป็นยังไง ฮ่าวเทียน ......"

    ดวงตาของ อู่ อวี้ แผ่จิตสังหารออกมาอย่างบ้าคลั่ง

    ในตอนนี้ อู่ อวี้ ได้เพิ่มหนี้แค้น ของการที่มันได้สังหาร ปักษาเมฆาสวรรค์ ของเขาเข้าไปด้วยแล้ว

    อู่ อวี้ วางเม็ดยาหลอมรวมลมปราณเอาไว้บนฝ่ามือ เตรียมที่จะใช้งานเม็ดยาต่อ

    ในเวลานี้ ......

    " อู่ อวี้! "

    เสียงขององค์หญิง อู่หยู ได้ตะโกนร้องเรียกอยู่ตรงบริเวณด้านหน้าประตูศิลา

    โชคดียิ่งนักที่นางมาเร็ว หากนางมาช้ากว่านี้เพียงก้าว เมื่อเขาเข้าสู่ขั้นการดูดซับเม็ดยาหลอมรวมลมปราณ เขาจะไม่สามารถหยุดลงกลางคันได้ นางคงต้องมีปัญหาสิ่งใดสักอย่างเป็นแน่ ไม่เช่นนั้นแล้วนางคงไม่มาหา อู่ อวี้ ถึงที่นี่ เพราะนางรู้ดีว่าเมื่อเขาเข้าสู่ขั้นตอน ดูดซับเม็ดยาหลอมรวมลมปราณนั้น ไม่อาจมีสิ่งใดเข้ามารบกวนได้ มิเช่นนั้นแล้วการดูดซับจะเกิดความปั่นป่วน และ เป็นเรื่องง่ายอย่างยิ่งที่จะเกิดการผิดพลาดขึ้นจนเป็นอันตรายได้

    เมื่อเห็นดังนั้น อู อวี้ จึงรีบเก็บเม็ดยาหลอมรวมลมปราณเข้าไปในถุงมิติทันที เมื่อเขาผลักประตูศิลาออก ก็เห็นว่าในเวลานี้ใบหน้าขององค์หญิง อู่หยู นั้นมีสีหน้าซีดขาวอย่างยิ่ง ดูนางวิตกกังวลเป็นอย่างมาก นางกล่าวขึ้นขณะที่นางยังร่ำไห้ด้วยโทสะขึ้นว่า "อู่ อวี้ ข้าพึ่งทราบข่าวเมื่อวานนี้ว่า จอมพลอู๋ได้ยกทัพทหารกว่า 30,000 นาย มาโจมตีตระกูลของข้า! "

    " ท่านว่ากระไรนะ! "

    นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน

    ครั้งล่าสุดที่เขาได้พบเจอกับ หยวนฮ่าว ตัวเขาก็ได้ให้บทเรียนแก่มันไปแล้ว ซึ่งหากมองตามหลักความจริง เหตุการณ์ดังกล่าวจึงไม่ควรจะเกิดขึ้น

    กองกำลังที่ครอบครัวของ องค์หญิง อู่หยู มีอยู่นั้น แม้ว่าจะแข็งแกร่งก็จริง แต่ก็ไม่มีทางที่จะต้านทาน หรือ รับมือกับกองทัพทหารกว่า 30,000 นายได้ เห็นได้ชัดว่ากองทัพทางฝั่งครอบครัวขององค์หญิง จะสามารถต้านทานทัพได้เพียงแค่ไม่กี่วันเท่านั้น และ จะต้องมีผู้บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก

    " หรือว่า ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน พร้อมที่จะต่อสู้กับข้าแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน แต่ข้ากลับคิดว่า...ความคิดนี้จะต้องเป็นของหยวนฮ่าว แต่เพียงผู้เดียว มันกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงแห่งความสิ้นหวัง มันจึงลอบแอบออกคำสั่งนี้ขึ้นมา " เมื่อวิเคราะห์ได้เช่นนั้น อู่ อวี้ ก็ค่อนข้างสงบลงอย่างรวดเร็ว

    " ข้าควรทำเช่นไรดี? " องค์หญิง อู่หยู คงจะวิตกมาก เนื่องจากโดยปกติแล้ว นางจะเป็นคนสงบสุขุมอย่างยิ่ง แต่ในครั้งนี้ มันเกี่ยวโยงกับความเป็นตายของคนในตระกูลหลายพันชีวิต จึงทำให้นางไม่อาจสงบจิตใจลงได้

    " ท่านจงดูแลตัวเองให้ดี ไปหาที่หลบซ่อนซะ เดี๋ยวข้าจะไปดูลาดเลาที่พระราชวังสักครู่ "

    อู่ อวี้ ให้นางหลบซ่อนตัว อยู่ภายในห้องฝึกตนของเขา ซึ่งเมื่อตอนที่เขาไม่อยู่นั้น ในใจของ อู่หยู ก็เกิดความเป็นห่วงว่า อู่ อวี้ อาจจะเป็นอะไรขึ้นมา

    หลังจากเห็นว่าองค์หญิง อู่หยู นั้นปลอดภัยดี เขาจึงเตรียมพร้อมที่จะไปยังพระราชวัง

    " อย่าหุนหันพลันแล่นไปนะ " องค์หญิง อู่หยู กล่าวเตือนด้วยความกังวล

    แต่ทว่านางไม่ทันที่จะได้พูดจบ อู่ อวี้ ก็หายลับตาไปเสียแล้ว

    " แม้จะกล่าวได้ว่า สถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างจะเลวร้าย เพราะข้ายังไม่บรรลุเข้าสู่ขั้นหลอมรวมลมปราณดี แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเขาจะต้องหยุดกองทัพของจอมพลอู๋ ให้จงได้ "

    ในยามนี้ อู่ อวี้ ไม่มีสัตว์คู่กายอย่างปักษาเมฆาสวรรค์ เพราะว่ามันได้ตกตายไปด้วยน้ำมือของคนใจโฉด หากมันยังไม่ตายเขาคงใช้มันเพื่อเดินทางไปยังสนามรบ ด้วยเวลาที่มีไม่มากนัก เขาจึงใช้วิธีไปหา หยวนฮ่าว แล้วบังคับให้มันใช้นกพิราบสื่อสาร เพื่อสั่งให้ทหารถอยทัพออกไป

    ช่วงเวลานี้ยังอยู่ในช่วงย่ำรุ่ง เพราะฉะนั้นหยวนฮ่าว คงจะอยู่ในพระราชวังหลวงซ่างกาน

    อู่ อวี้ เดินเลาะผ่านกำแพงพระราชวังหลวง ไปอย่างรวดเร็ว พระราชวังซ่างกาน ถือเป็นอีกหนึ่งพระราชวังที่มีความงดงามมากที่สุด เขาแน่ใจว่าในยามเช้าตรู่อย่างนี้ ขุนนาง และ ข้าราชบริพารหลายคนคงกำลังอยู่ในห้องโถง ผู้คนส่วนใหญ่ที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้ ก็เป็นผู้ที่เคยร่วมเป็นสักขีพยานในการกำจัด อู่ อวี้ในคืนนั้น

    ตูมมมม!!!

    อู่ อวี้ กระโดดลงยังด้านนอกของประตู

    "ไอ้หย๋า! "

    เสียงแตกตื่นตกใจของเหล่าขุนนาง เสียงสาปแช่งก่นด่าดังขึ้น ในทันทีที่ประตูถูกเปิดออก พวกมันพวกมันถึงกับผงะอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าคนผู้นั้นคือ อู่ อวี้ หนึ่งในขุนนางทั้งหมดที่อยู่ตรงนั้นรีบไปหาหยวนฮ่าวยังบัลลังก์มังกร แต่ทว่ามันกลับสะดุดบางสิ่งบางอย่างเข้า ทำให้เข่าของมันทรุดลงไปกองกับพื้น ซึ่งอยู่ตรงด้านหน้าของ อู่ อวี้ มีคนร้องตะโกนขึ้นอย่างรวดเร็วว่า " ท่านเสิ่น ซ่างเซียน "

    องค์ชายเหยาคือ ผู้ที่มีอุปนิสัยใจคอขี้ขลาดมากที่สุดในบรรดาของหมู่องค์ชายทั้งหลาย เขาไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นองค์ชายอย่างยิ่ง

    แต่ในวันนี้ สายตาของ อู่ อวี้ สนใจเพียงแค่ หยวนฮ่าว เท่านั้น

    หยวนฮ่าว สวมใส่อาภรณ์เป็นชุดคลุมอันงดงามตระการตาอย่างยิ่ง มันกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์มังกร ทันทีที่มันเห็น อู่ อวี้ สีหน้าของมันก็แปรเปลี่ยนเป็นซีดขาวลงเล็กน้อย

    เดิมทีคำสั่งของมันในครานั้น ทำให้ตัวมันรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย เนื่องจากว่ามันคือโอรสสวรรค์ คำพูดของมันหนักแน่นราวหินผา หลายวันมานี้ต้องวุ่นวายยุ่งเหยิง จนมันไม่อาจถอนคำสั่งได้

    ในยามนี้ อู่ อวี้ ปรากฏกายออกมาด้วยท่าทีแข็งกร้าว ส่งผลให้จิตใจของมันวิตกกังวลขึ้นมาในทันที กอปรกับคนรอบข้างเริ่มถามไถ่หา ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน แต่มันไม่ได้ตอบอันใด จากนั้นมันถาม อู่ อวี้ ขึ้นอย่างกล้าหาญว่า " เสิ่น ซ่างเซียน ท่านมาก็ดีแล้วข้ากำลังรอท่านอยู่พอดี ข้าปรารถนาที่จะหารือเรื่องสำคัญกับท่านเกี่ยวกับอาณาจักร ซ่างเซียนไม่ควรจะเข้ามายุ่งเกี่ยวควบคุมเรื่องสงครามระหว่างมนุษย์ เหตุเพราะหน้าที่เหล่านี้เป็นของขุนนาง และ การดูแลอาณาจักรเย่วอู่ นั้นถือเป็นหน้าที่ของข้า ท่านควรจะตรึกตรองให้อย่างรอบคอบ ว่าท่านไม่ควรจะเข้ามายุ่งเกี่ยวอันใด "

    ภายใต้คมฝีปากกล้าของมันนั้น ความจริงแล้วภายในจิตใจของมันรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ในเวลานี้มันทำได้เพียงเฝ้าแต่ภาวนาเท่านั้น มันหวังว่าฮ่าวเทียน ซ่างเซียน จะสามารถสยบสังหาร เสิ่น อู๋เต้า ลงได้

    ตัวมันคิดว่าในวันนั้น ฮ่าวเทียน จะสังหาร เสิ่น อู๋เต้า จนตกตายลงไปแล้ว แต่มันไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ในเวลานี้ เสิ่น อู๋เต้า ถึงยังมียืนอยู่ตรงนี้ได้

    มันไม่อาจหาเหตุผลมาหักล้างให้แม้แต่ข้อเดียว

    " หาก เสิ่น อู๋เต้า มาที่นี่เพื่อจัดการข้า ก็เท่ากับว่าท่านนั้นได้ทำผิดกฎแทรกแซงกิจการของโลกมนุษย์ ถ้าเช่นนั้นก็เท่ากับว่าเวลานี้ ท่านพ่อของข้านั้นมีเหตุผลที่จะสังหารเจ้า! "

    ความคิดนี้ของ หยวนฮ่าว เพียงเพื่อปลอบประโลมใจตนเองนั้น

    ทันใดนั้น เพียงแค่ชั่วพริบตา อู่ อวี้ ก็มายืนประจันหน้ากับ หยวนฮ่าว ทันใดนั้นเสียงตบหน้าดัง เพี๊ยะ!!! ก็ดังขึ้น ด้วยแรงตกส่งผลให้มันกลิ้งล้มลงไปกองกับพื้น มันลังเลแล้วกล่าวขึ้นว่า "ทะ...ท่านจะคิดจะสังหารข้าจริงๆ? ท่านเป็นถึงเทพเซียนเชียวนะ กลับคิดจะฝ่าฝืนกฎแล้วสังหารข้าอย่างนั้นเชียวรึ!!

    อู่ อวี้ รู้สึกเกียจคร้านเกินไป ที่จะกล่าวคำไร้สาระกับมัน เขากระชากเสื้อคลุมมังกรของ หยวน ฮ่าว จากนั้นก็ยกร่างของมันลอยขึ้น แรงกดดันของเทพเซียนที่แผ่ออกมา ได้สะกดข่มผ่านดวงตาของหยวนฮ่าว ซึ่งเป็นเพียงมนุษย์ปุถุชน ทันใดนั้น หยวนฮ่าว ก็รู้สึกมึนงงอย่างยิ่ง

    "อ๊า! "

    เหล่าขุนนางต่างตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว พร้อมกับเปล่งวาจาขอความเมตตาจาก เสิ่น อู่เต้าซ่างเซียนทันที

    อย่างไรก็ตามเสียงของ อู่ อวี้ แต่ทำให้เสียงของเหล่าขุนนางเงียบลง เขากล่าวว่า "หยวนฮ่าว เจ้าจงส่งให้กองทัพเจิ้นตงถอยทัพทันที มิฉะนั้นข้าจะไม่ทำเพียงแค่เลาะฟันของเจ้าเหมือนกับคราที่แล้ว"

    หยวนฮ่าว กล่าวขึ้นด้วยท่าทางกระอักกระอ่วน "กองทัพเจิ้นตงงั้นรึ กองทัพเจิ้งตงเป็นเรื่องของมนุษย์ เหตุใดซ่างเซียนอย่างท่านถึงได้เข้าแทรกแซง? อา ช่วยข้าด้วย เทพเซียนผู้นี้กำลังจะสังหารข้า!”

    ตัวของมันนั้นช่างฉลาดอย่างยิ่งที่คิดหาวิธีให้ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน มีข้ออ้างในการสังหาร อู่ อวี้

    อย่างไรก็ตามกล่าวได้ว่าจิตใจภายในของมันนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ถ้ามันไม่พยายามห้ามปราบตนเอง ป่านนี้มันคงปัสสาวะเล็ดไปแล้ว

    อู่ อวี้ บีบคอของมัน พร้อมกับกล่าวขึ้นมาว่า "ข้าให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง จงสั่งถอยทัพกองทัพเจิ้นตงซะ"

    “อ๊า! ฆาตกร!”

    ใบหน้าของหยวนฮ่าวซีดเผือดลงทันที มันสลัดมือเท้าของตนเองไปมา ผู้ร้ายมักจะมีข้ออ้างเวลาทำสิ่งใดอย่างสมบูรณ์เสมอ พวกหัวหมอเจ้าเล่ห์เช่นนี้เป็นอะไรที่ยากจะจัดการ

    สำหรับเวลา ภายในพระราชวังได้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายขึ้น

    เหล่าขุนนางต่างส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก พร้อมกับวิ่งหนีตายกันออกมาจากพระราชวัง

    "เสิ่น อู่เต้า ซ่าง เซียน กำลังจะทำการสังหารองค์ฮ่องเต้! "

    "โอ้ สวรรค์! "

    ท่ามกลางความตื่นตระหนก และ เสียงกรีดร้องของเหล่าฝูงชน ทันใดนั้นเองก็เกิดเสียงฟ้าคำรามขึ้นภายในพระราชวังส่วนของนางใน เสียงนี้ดังสะเทือนเลือนลั่นไปทั่ว ปรากฏแสงสีขาวพุ่งเข้ากระแทกกับผนังกำแพงของพระราชวัง เข้ามาภายใน ‘โถงหลักซ่างกาน’ แสงนั้นก็คือฮ่าวเทียน ซ่างเซียน!

    ในเวลานี้ผมของ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน กำลังปลิวไสวอย่างพลิ้วไหว มันได้กวาดผ่านดวงตาราวกับประกายสายฟ้า ทันทีที่เขาเห็น อู่ อวี้ กำลังจับตัวของหยวนฮ่าวเอาไว้ มันก็ร้องคำรามขึ้น "เสิ่น อู๋เต้า ปล่อยมันเดียวนี้! "

    มันกล่าวกับ อู่ อวี้ ออกมาทันที เมื่อเห็นฮ่าวเทียน หยวนฮ่าวก็ตะโกนขึ้น "เขากำลังจะสังหารข้า! เขากำลังจะสังหารข้า! อ๊า ข้าหายใจไม่ออก ช่วยข้าด้วย! "

    มันตะโกนกรีดร้องขึ้นพร้อมกับร่ำไห้ ช่างเป็นสภาพที่ดูน่าสังเวชอย่างแท้จริง

    หวืด!

    ฮ่าวเทียน ซ่างเซียนไม่ได้กล่าวอันใดออกมา มันสะบัดแส้เพลิงเมฆากวาดเข้าไปหา อู่ อวี้ ภายใต้พลังศักดิ์สิทธิ์ โต๊ะเก้าอี้มากมายภายในโถงหลักซ่างกานได้ถูกบดขยี้จนสิ้น ตะเกียงที่ตกแต่งอยู่บนกำแพงพระราชวัง ได้ถูกทำลายไปอย่างสมบูรณ์

    มันช่างโหดเหี้ยมอย่างแท้จริง อู่ อวี้ มิสามารถทนปล่อยให้หยวน ฮ่าว มีชีวิตรอดต่อไปได้

    อู่ อวี้ ก็เงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าทะมึน ต้องกลายเป็นแพะรับบาป ให้ฝั่งตรงข้ามหาข้ออ้างให้อีกฝ่ายมาสังหารตนเช่นนี้ เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เขาจึงโยนฮ่าวหยวนออกไป ในเวลานี้ อู่ อวี้ กระชับพลองพิชิตมารในมือเพื่อเตรียมพร้อม ประจันหน้ากันอย่างซึ่งๆ หน้า

    "ฮ่าวเทียน เจ้าฟังข้า หยวนฮ่าวมัน..."

    อู่ อวี้มาที่นี่ในวันนี้เพื่อจัดการมัน เขาไม่ได้ต้องการสร้างความขัดแย้งกับฮ่าว เทียน เมื่อมันมีคำสั่งให้กองทัพเจิ้นตง ย้อนกลับมาที่เมืองหลวง ทุกอย่างนี้เป็นเพราะฮ่องเต้หยวน ฮ่าว มีตัวของมันเพียงผู้เดียวเท่านั้น ที่มีอำนาจมากเพียงพอจะสั่งกองทัพได้

    "รนหาที่ตาย! "

    อย่างไรก็ตาม สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าโทสะ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ที่สะสมไว้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา จะถูกปล่อยออกแล้วในวันนี้ มันโกรธจนแทบคลั่ง มือข้างหนึ่งของมันได้ถือ ‘แส้หางม้าเพลิงเมฆา’ เอาไว้ มืออีกข้างข้างหนึ่งได้หลอมรวมพลังศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ เพื่อเตรียมปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของเคล็ดวิชาเต๋า!

    นี้คือการเปิดฉากสงครามอย่างเต็มรูปแบบ!

    สถานการณ์รุนแรงเสียจน อู่ อวี้ มิมีโอกาสที่จะได้กล่าวอธิบาย

    นามเคล็ดวิชาเต๋าของ ฮ่าว เทียน นั้น มีชื่อว่า 'แก่นเพลิงคราม'

    ภายใต้อิทธิพลของพลังศักดิ์สิทธิ์ แส้หางม้าได้หลอมรวมกันกลายเป็นอสรพิษสีเงิน ในเวลานี้ มือซ้ายของ ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ได้ก่อเกิดเป็นเพลิงสีคราม เพลิงนี้มีลักษณะคล้ายกับอสรพิษหว่าชิง มันได้ม้วนตัวกวาดเป็นเกลียวเพลิงขึ้นไปด้านบนทันที จากนั้นเพลิงก็ผสานหลอมรวมเข้ากับแส้หางม้า ฉับพลันก็ระเบิดกระจายกลายเป็นคลื่นเมฆหมอก ก่อให้เกิดเป็นคลื่นเพลิง กวาดผ่านไปทั่วทั้งโถงของพระราชวังซ่างกาน และภายในคลื่นเพลิงนั้น ได้มีอสรพิษสีฟ้าสีครามที่แสนน่าสะพรึงกลัว เลื้อยคลานอยู่ภายในนั้น!

    "เคล็ดวิชาแห่งเต๋าช่างน่าตื่นตาตื่นใจอย่างแท้จริง ช่างน่าเสียดายนัก ที่ข้ายังมิอาจใช้มันได้"

    อู่ อวี้ รู้สึกเศร้าเสียใจอยู่บางส่วน ถ้าเพียงแค่ท่านอาจารย์เฟิง ซัวเหยา มอบเคล็ดวิชาเต๋าให้กับเขาเรื่องก็คงจะดีกว่านี้

    ตูม!

    อสรพิษเพลิงครามนี้ ดูคล้ายกับ หว่าน ชิงเป็นอย่างยิ่ง มันได้เจาะทะลวงผ่านชั้นหมู่เมฆ พุ่งเข้าไปหา อู่ อวี้ ทันที

    อู่ อวี้ จมอยู่ในห้วงสมาธิแห่งวิญญาณ พร้อมกับกำด้ามจับของพลองพิชิตมารแน่น ในยามนี้ตัวของเขาได้ทะลวงเข้าสู่จุด ถานจงมาครึ่งก้าว ทำให้เขาสามารถนำพลังศักดิ์สิทธิ์มาใช้ได้ ภายใต้การควบคุมของ อู่ อวี้ พลังศักดิ์สิทธิ์ได้ระเบิดออกจากร่างของเขา เชื่อมโยงเข้ากับพลองพิชิตมารในมือ เนื่องจากเขาไม่มีเคล็ดวิชาเต๋า ทำให้ อู่ อวี้ สามารถใช้ได้เพียงวิชาก่อนหน้านี้ในการต่อสู้เท่านั้น!

    พลองเทวะทะลวงจิต!

    วิชานี้เคยใช้ดับลมหายใจของโย่ว หลิงจีโดยใช้เวลาเพียงชั่วพริบตามาแล้ว

    อาจกล่าวได้ว่าศาสตร์แห่งพลองช่างล้ำลึกอย่างยิ่ง และมีพลังอำนาจมหาศาล มันช่วยให้ อู่ อวี้ สามารถดึงพลังอำนาจจากร่างกายของตนออกมาใช้ได้อย่างสมบูรณ์ อีกทั้งมันยังช่วยเสริมสร้างพลังศักดิ์สิทธิ์ของเขาขึ้นอีกมากมาย อำนาจพลังที่ปะทุขึ้นจากร่างกายของเขาช่างแข็งแกร่ง และ น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง!

    ตึง!

    ปรากฏเป็นภาพของพลองทองคำทะลวงขึ้นไปสู่ท้องฟ้า ก่อให้เกิดเป็นพลังอำนาจมหาศาล ระเบิดออกมาจากร่างของเขา

    ตูม!

    เกิดเสียงดังสะเทือนเลืองลั่น เกิดเป็นคลื่นพายุกวาดผ่านไปทั่วพระราชวัง ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

    ส่งผลให้เสาค้ำพระราชวังมากมายต้องทรุดตัวลง พระราชวัง ซ่างกาน ที่มีประวัติศาสตร์นับพัน ๆ ปี เริ่มพังทลายลง พระราชวังแห่งนี้ต้องถูกก่อสร้างขึ้นมาด้วยเงินทองมากมาย ซึ่งการล่มสลายของพระราชวังแห่งนี้ ได้ทำให้ทั่วทั้งนครหลวงเย่ว อู่สั่นสะเทือนไปตามกัน!

    เปลวเพลิงสีครามแพร่ที่ลุกลามกระจายออกไปนั้น เพียงชั่วพริบตา พระราชวังซ่างกานก็ถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงที่ลุกโหมกระหน่ำ

    "กลับมา! "

    ฮ่าวเทียน ซ่างเซียน ได้ดึงแก่นเพลิงครามของมันกลับมา จากนั้นก็ใช้แส้เพลิงเมฆาหางม้ามาพันรอบตัวร่างของ หยวน ฮ่าวเอาไว้ ครานี้ความหวาดกลัวของมันได้หายมลายไปสิ้น

    "พะ ... พระราชวังซ่างกานของข้า อา พระราชวังซ่างกานของข้า! " หยวนฮ่าวกรีดร้องโวยวายตะโกนออก

    ......

    คล้ายกับเรื่องกลืนสวรรค์สะท้านทวยเทพ ที่คุณอ่าน