หม่าเหลียงเห็นทางขึ้นเนินเขามีรถหนามกั้นอยู่ จึงลดความเร็วม้าลง มือกระชับดาบมั่น ระมัดระวังตัว
กังหยูนายร้อยทหารเห็นชายขี่ม้าเข้ามาใกล้ จึงว่า "หยุดก่อน แม่ทัพเตงเมา ให้เ้าขึ้นไปพบที่หาดทรายขาว"
หม่าเหลียงไม่ได้แปลกใจอะไร ด้วยคิดล่วงหน้ามาแล้ว
"อ๋อ.ได้ซิ ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้"
'ที่แท้พวกมันคิดว่า เราเป็คนของนายกองหวังป่า จึงไม่คิดระแวง ข้าสามารถใช้สถานะนี้ฝ่าทัพออกไปได้ ' คิดได้ดังนั้น ชายหนุ่มจึงขี่ม้าฝ่าแนวกั้นขึ้นไป
กังหยูเห็นดังนั้นจึงรีบยกมือรั้งไว้
"เ้าจะต้องขึ้นไปตัวเปล่า ส่วนม้าข้าจะให้คนดูแลเป็อย่างดี"
ชายหนุ่มได้ฟังถึงกับอึ้ง จึงปั้นหน้าั์ตวาดเสียงกร้าว
"ไอ้ชาติชั่ว กูมีเื่สำคัญจะรายงานเ้านาย แต่มึงกลับใช้ระเบียบเล็กน้อย มาขวางทางกู หลบไปเดี๋ยวนี้"
กังหยูเห็นดังนั้นจึงชักดาบเข้ากางกั้น
"ถ้าเ้าคิดจะควบม้าฝ่าขึ้นไป ข้าจำเป็ต้องทำตามกฎ…"
ไม่ทันที่มันจะพูดอะไรต่อ คมดาบวาววับก็ตวัดใส่ลำคอของมันอย่างรวดเร็ว ฝนเืพุ่งราวกับน้ำพุ
"ถ้าใครกล้าขวางกูอีก มันจะคอขาดเหมือนกับนายร้อยทหารคนนี้" หม่าเหลียงกระทำการเด็ดขาด พวกลูกน้องตัวเล็กตัวน้อยจึงไม่กล้าขัดขวางอีก ได้แต่ก้มหน้าเปิดทางให้จอมอหังการ เข้าไปในค่ายอย่างง่ายดาย
ฮี้.กุบกับ.กุบกับ.
"เฮ้ย.ใครกล้าขี่ม้าขึ้นมาหาข้าวะ" แม่ทัพเตงเมาลุกขึ้นยืนแล้วมองลงมา
"เอ.นั่นไอ้หวังป่านี่หว่า ชะ.ไอ้เวรนี่ชักจะมากเกินไปแล้ว"
"เอ.ท่านแม่ทัพ ข้าว่าไม่ใช่ท่านหวังป่านะขอรับ ถึงแม้รูปร่างจะคล้ายกันก็ตาม" เตงหม้อญาติผู้น้องของเตงเมากล่าว แม่ทัพใหญ่ได้ฟังก็เห็นจริง ถึงกับปั้นหน้าขรึม
"ท่านแม่ทัพ จะให้กองเกาทัณฑ์ยิงสะกัดไว้ก่อน ดีไหมขอรับ" เตงหม้อเสนอแนะ
"ฮึ.ไม่ต้องหรอก แค่ทหารชาวบ้านเพียงคนเดียว มีอะไรน่ากลัว" มันลูบเคราแพะพิจารณา แล้วกล่าวต่อว่า
"ข้าว่าไอ้หวังป่าคงมีข่าวสำคัญ จึงให้ลูกน้องมาส่งข่าวเป็แน่"
เตงเมาก็ยังคงเชื่อมั่นในฝีมือของลูกน้องคนเก่ง ว่าไม่มีใครในเมืองกว่างหยาง มีฝีมือพอจะสังหารมัน แล้วชิงม้าตัวนี้มาได้
แต่เตงหม้อไม่คิดเช่นนั้น ม้าศึกสายพันธุ์เสเหลียงตัวนี้ แต่ก่อนเคยเป็ม้าสะสมของเ้าเมืองกิจิ๋ว เ้านั่นใช้กำลังปล้นเขามา ขนาดหวังป่าแอบเอาไปขี่ มันยังต่อยหน้าพี่ชายจนปากแตก เพื่อความปลอดภัยมันจึงยืนขนาบข้างญาติผู้พี่ ซึ่งเตงเมาก็ไม่ได้ว่ากล่าวอะไร
หม่าเหลียงขึ้นเนินเขาตรงมา ก็เห็นทหารกลุ่มหนึ่งยืนล้อมทางเข้าค่ายหลัก ที่กำลังก่อสร้างอยู่อย่างเข้มแข็ง ชายหนุ่มจึงลงจากหลังม้า ค้อมศีรษะทักทายอย่างนอบน้อม
"เป็อย่างไรบ้างพี่ชาย เดินทางมาไกล เหนื่อยมากหรือไม่?"
นายร้อยทหารลี่ซิน ตอบรับด้วยไมตรีจิต
"ไม่เหนื่อยเลยน้องชาย ตอนนี้เ้านายกำลังรอเ้าอยู่ข้างใน เข้าไปซิ" พร้อมผายมือเชื้อเชิญ
หม่าเหลียงยื่นศีรษะเล็กน้อยมองลอดไป พลางกล่าวอย่างใจเย็นว่า
"ท่านหวังป่า ให้ข้าไปเอาเหล้าเผาดาบ ที่ท่านฝากไว้ในกองเสบียง"
"เอ๋." นายทหารผู้นั้นทำหน้างง
ชายหนุ่มใจกล้าหน้าด้านกล่าวต่ออีกว่า
"บัดนี้เ้าเมืองหลิวเย่ว์ได้ยอมแพ้ต่อพวกเราแล้ว แต่มีข้อแม้ว่าอย่าได้ทำร้ายชาวเมือง ซึ่งท่านนายกองหวังป่าตอบรับและดีใจเป็อย่างมาก ที่สามารถยึดเมืองกว่างหยางได้อย่างง่ายดาย เผอิญกองทัพหน้ามาถึงยังค่าย นายกองทั้งสองจึงอยากจะเบิกเหล้า มาเตรียมฉลองเท่านั้นเอง"
ลี่ซินได้ฟังจึงสิ้นสงสัย แล้วเชื้อเชิญชายหนุ่มให้เข้าไป เพื่อรายงานให้ท่านแม่ทัพรับทราบโดยตรง
"ก็ได้ ถ้าเช่นนั้นเชิญพี่ชายช่วยนำทาง" ว่าแล้ว จึงตามลี่ซินเข้าไป
แม่ทัพเตงเมาพอเห็นลี่ซินนำชายหนุ่มเดินเข้ามา เตงหม้อมองชายแปลกหน้าอย่างเพ่งพิศ แล้วส่งสัญญาณปลอดภัยให้กับญาติผู้พี่
เตงเมาจึงค่อยเบาใจ แล้วกล่าวด้วยเสียงอันดังว่า
"มึงเป็ใคร ถึงกล้าขี่ม้าเข้ามาในค่าย"
ชายหนุ่มคุกเข่า แล้วตอบว่า
"ข้าน้อยชื่อม้าเลี่ยง เป็คนเดินสารของท่านนายกองหวังป่า เนื่องจากดีใจมากเกินไปจึงทำผิดกฎ ขอให้ท่านแม่ทัพโปรดให้อภัยด้วย" เขาจำเป็ต้องปลอมชื่อแซ่ เผื่อมีใครสืบเสาะเื่ของเขา ว่าเป็คนสังหารหวังเป้า
"เฮ๊อะ.นั่นก็ต้องดูว่า ข่าวที่เ้าเดินสารมา มีคุณค่าแค่ไหน"
หม่าเหลียงจึงรายงานตามที่ได้แจ้งแก่นายร้อยทหารลี่ซิน แม่ทัพใหญ่ได้ฟังก็มีความยินดียิ่งนัก ถึงกับแหงนหน้าหัวร่อ
"เ้าเมืองหลิวเย่ว์รู้จักเอาตัวรอด อย่างว่าแหล่ะนะทหารประจำเมืองจำนวนจิ๊บจ้อย หรือจะมาหาญกล้าท้าทายทหารเรือนแสนของข้า" จากนั้นจึงอนุญาติให้ม้าเลี่ยง ไปเอาเหล้าเผาดาบที่กองเสบียงได้
หลังจากชายหนุ่มออกไปได้ไม่นาน ก็มีทหารจากเนินเขาเข้ามารายงานว่า ชายส่งสารเมื่อครู่ได้สังหารนายร้อยทหารกังหยู ทำให้แม่ทัพเตงเมาหัวร้อนฉ่า
"ไอ้เวรนี่ บังอาจนัก กล้าสังหารนายทหารในค่ายของข้า เตงหม้อนำคนไปตัดหัวมันมาให้ข้า" เตงหม้อได้รับคำสั่งจึงจัดทหารตามไปทันที
"รายงาน รายงาน" ทหารสายสืบะโเข้ามาเสียงดัง
"มีอะไรอีกวะ กูยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ด้วย เอ้า.เข้ามาได้ " เตงเมาสบถออกมา
พลทหารเข้ามา แล้วรายงานว่า
"ท่านลิหุน นำกองทัพม้าห้าร้อยนาย ใกล้ประชิดค่ายของเราแล้ว ขอรับ"
เตงเมาทราบข่าวถึงกับใ พลันคิดระแวง แล้วหยิบง้าวคู่กายพร้อมด้วยลี่ซิน นำทหารออกมานอกค่าย
ครั้นเห็นลิหุนขี่ม้าเข้ามาใกล้ จึงตวาดด้วยโทสะว่า
"ไอ้ลิหุน กูให้มึงยกกองทัพไปตีเมืองกว่างหยาง เหตุไฉนถึงได้ยกทัพกลับมา มึงคิดจะขบฎใช่หรือไม่"
ลิหุนได้ฟังรีบลงจากหลังม้าเข้ามารายงาน แล้วบอกเื่ราวทุกอย่างที่เกิดขึ้น ให้แม่ทัพใหญ่ได้รับทราบ
"อุบ๊ะ.ไอ้สารเลวนั่นกล้าหลอกลวงข้า มิหนำซ้ำยังปลอมแปลงชื่อแซ่" ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น คอยดูเถอะเมื่อเตงหม้อจับมันกลับมา ข้าจะค่อยๆแล่เนื้อเถือหนังมันออกมา
ทันใดนั้นเกิดแสงสีส้มสว่างวาบที่ช่องเขา ทำให้นายบ่าวทั้งสองใจคอไม่ดี
"ไฟไหม้ ไฟไหม้ ไฟไหม้"
ได้ยินเสียงทหารโห่ร้องะโกันมาเป็ทอดๆ
เตงเมาและลิหุนรีบขี่ม้าขึ้นไปดูเหตุการณ์ พลันเห็นทหารวิ่งลงมาจากเนินเขา เข้ามารายงานด้วยสีหน้าแตกตื่นว่า
"บัดนี้ค่ายที่ช่องเขาเกิดเพลิงไหม้อย่างหนัก และได้ลุกลามไปถึงกองเสบียงแล้ว ท่านเตงหม้อกำลังคุมกำลังพล คอยดับไฟอยู่ขอรับ"