ระบบเทพยุทธ์แห่งวันสิ้นโลก : จูหงเฟย

    บทที่ 48 ซอมบี้

      ในขณะที่เด็กชายจูหงเฟยกำลังจะถามลุงเฉินของเขาว่ากายาปราณแห่งมิติมีคุณสมบัติพิเศษยังไงบ้าง นอกเหนือจากการเปิด-ปิดประตูมิติ


      หวอๆๆๆๆ....!!!! หวอๆๆๆๆ....!!!! หวอๆๆๆๆ....!!!!


      เสียงไซเรนก็ดังสนั่นไปทั่วทั้งศูนย์ฝึกนักรบพลังปราณใต้ดินแห่งนี้


      --เจ้าหน้าที่ทุกนาย ขอให้เข้าประจำตำแหน่งโดยด่วน มีข้อมูลข่าวอัพเดทล่าสุดมาจากบริเวณประตูมิติที่ลอยตัวอยู่เหนือมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรแอตแลนติก--

      --ย้ำ..ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกนายประจำตำแหน่งโดยด่วน-- เสียงประกาศจากลำโพงดังไปทั่วพื้นที่ทั้ง 21 ชั้นของศูนย์ฝึกฯใต้ดิน


      จูหงเฟยซึ่งมีลุงเฉินที่ยังคงตื่นอยู่ในจิตสำนึกของเขาและพี่พฤกษาอี้ต่างก็พากันรีบออกมาจากห้องประชุมย่อยที่ใช้ติดต่อกับเหล่าปรมาจารย์ยุทธ์ แล้วขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ VIP ในห้องวอร์รูมทันที


      เมื่อจูหงเฟยกับพี่พฤกษาอี้นั่งลงเรียบร้อยแล้ว ในไม่กี่อึดใจต่อมา ภาพโฮโลแกรม 3 มิติของประตูมิติทั้ง 2 ประตูที่ลอยตัวอยู่เหนือมหาสมุทรก็ปรากฏขึ้นกลางห้อง รวมถึงหน้าจอ LED ก็ปรากฏภาพของผู้นำประเทศ,นายทหารชั้นสูงและปรมาจารย์ยุทธ์อีก 19 คนขึ้นมาด้วย


      จูหงเฟยหยิบหูฟังแปลภาษาขึ้นมาจากที่เท้าแขนของเก้าอี้ VIP แล้วจึงเสียบหูฟังแปลภาษาเอาไว้ที่หูของเขา

      จากนั้นก็มีนายทหารคนหนึ่งซึ่งเป็นชาวตะวันตกได้ลุกขึ้นกล่าวว่า "ท่านผู้นำและท่านทั้งหลาย ขณะนี้ได้มีเหตุการณ์ที่ไม่ปรกติเกิดขึ้นกับบริเวณประตูมิติทั้ง 2 ประตูที่ลอยตัวอยู่เหนือมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรแอตแลนติก"

      "เหตุการณ์เริ่มมาจากประตูมิติทั้ง 2 ประตูที่เราได้ทำการยิงจรวดขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์พลังทำลายขนาด 500 กิโลตันเข้าโจมตีฝูงอสูรนกนางนวลทมิฬ"

      "ในตอนนี้พวกฝูงอสูรนกนางนวลทมิฬกลุ่มที่เหลือรอดจากการระเบิดประมาณประตูละ 24,000 ตัว พวกมันมีลักษณะที่เปลี่ยแปลงไป พวกมันมีการกลายพันธุ์ที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน จนสภาพของพวกมันในตอนนี้มีรูปร่างที่คล้ายนกนางนวลผสมกับค้างคาว รวมถึงปากและกรงเล็บของพวกมันก็ยาวและคมกริบยิ่งขึ้น"


      "และที่สำคัญจากพฤติกรรมของพวกมันที่เคยบินเข้าไปรวมฝูงกัน ตอนนี้พวกมันต่างแยกย้ายกันบินกระจายตัวออกไปอย่างสะเปะสะปะไร้ทิศทาง ชนิดที่เรียกได้ว่าต่างตัวต่างก็บินไปตามความต้องการของตัวมันเอง โดยไม่มีแบบแผนใดๆทั้งสิ้น ดังที่ทุกท่านได้เห็นจากภาพโฮโลแกรม 3 มิติ"


      ถึงตอนนี้จูหงเฟยจึงละสายตาจากจอ LED แล้วเดินเข้าไปยืนมองภาพโฮโลแกรม 3 มิติ ที่กำลังฉายภาพประตูมิติทั้ง 2 ประตูอยู่ในตอนนี้


      "พวกมันกลายพันธุ์จริงๆด้วย แถมยังน่าเกลียดน่ากลัวกว่าเดิมเยอะเลยเเฮะ"

      "แล้วแบบนี้มันปรกติไหมครับลุงเฉิน ที่โลกวิถีปราณพวกอสูรมันกลายพันธุ์ หรือแปลงร่างกันได้ไหมครับ" จูหงเฟยสื่อจิตถามลุงเฉินที่อยู่ในจิตสำนึกของเขา


      "มันก็มีอสูรบางสายพันธุ์ที่แปลงร่างหรือขยายขนาดตัวให้ใหญ่โตขึ้นได้ แต่พวกอสูรนกนางนวลทมิฬพวกนี้มันแปลงร่างไม่ได้ นี่คงจะเป็นการกลายพันธุ์จริงๆ" ลุงเฉินตอบจูหงเฟย


      จากนั้นนายทหารชาวตะวันตกคนเดิมก็กล่าวต่ออีกว่า "และที่สำคัญที่สุดที่ต้องเชิญทุกท่านร่วมประชุมฉุกเฉินในครั้งนี้ก็เป็นเพราะคลิปวีดีโอเหล่านี้ครับ"


      แล้วหน้าจอ LED ขนาดใหญ่ก็แบ่งออกเป็นหน้าจอย่อยๆออกมานับ 100 หน้าจอ

      แต่ละหน้าจอย่อยปรากฏคลิปวีดีโอภาพของบรรดาทหารเรือนับ 1,000 นาย บนเรือรบแต่ละลำที่ล้อมรอบประตูมิติอยู่ ค่อยๆฝืนตัวลุกขึ้นมาจากอาการสลบไสล แล้วสีผิวก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ มีดวงตาที่ขมุกขมัวไร้แววและถึงแม้ท่าทางของพวกทหารเหล่านั้นจะงุ่มง่าม แต่พวกเขาก็เคลื่อนตัวด้วยความเร็วที่พอๆกับมนุษย์ปรกติธรรมดาทั่วๆไป แล้วพากันเดินสวนกันไปสวนกันมาอย่างไร้ทิศทางอยู่ภายในเรือรบลำต่างๆ ทหารหลายๆนายที่อยู่บนดาดฟ้าเรือก็เดินสะเปะสะปะจนตกลงมหาสมุทรไป โดยเฉพาะทหารที่อยู่บนลานบินของเรือบรรทุกเครื่องบินที่ไม่มีราวกั้นดาดฟ้าเรือ


      "นี่มันซอมบี้แบบในหนังชัดๆ เพียงแต่ซอมบี้ในหนังเดินได้ช้ากว่ามาก" จูหงเฟยคิดในใจ


      นายทหารคนเดิมจึงกล่าวต่อว่า "ฝ่ายนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของเราเรียกอาการเหล่านี้อย่างไม่เป็นทางการว่า *อาการซอมบี้*

      "ทางฝ่ายวิจัยทางวิทยาศาสตร์ตั้งข้อสันนิฐานเอาไว้ว่า อาการซอมบี้นี้น่าจะเป็นการกลายพันธุ์เหมือนกันกับพวกอสูรนกนางนวลทมิฬ และน่าจะเกิดจากกัมมันตภาพรังสีนิวเคลียร์ของขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์ของเรา"

      "แต่ข้อมูลก็ยังไม่ชัดเจน เพราะจากการศึกษาวิจัยที่ผ่านมาในอดีต เมื่อมนุษย์ถูกกัมมันตภาพรังสีนิวเคลียร์ สภาพร่างกายจะไม่มีสภาพเช่นนี้และจะไม่มีอาการเช่นนี้ครับผม" นายทหารชาวตะวันตกคนนั้นจบการรายงาน


      ในตอนนี้ทุกคนในที่ประชุมต่างก็อึ้งกันไปครู่ใหญ่ จากนั้นจึงมีท่านผู้นำของประเทศหนึ่งถามออกมาว่า "แล้วกำลังพลประจำกองเรือรบทั้ง 2 กองเรือ เหลือกำลังพลที่ไม่เกิดอาการซอมบี้นี้กี่นาย"


      "กำลังพลที่ไม่เกิดอาการซอมบี้คือกำลังพลที่ประจำการอยู่ภายในเรือดำน้ำ มีจำนวนทั้งหมด 540 นายครับผม" นายทหารชาวตะวันตกคนนั้นตอบ


      ท่านผู้นำคนหนึ่งจึงกล่าวขึ้นว่า "นี่กองเรือรบ 1 กองเรือ มีกำลังพลประจำการอยู่ประมาณ 20,000 นาย รวม 2 กองเรือใน 2 มหาสมุทร ก็ 40,000 นาย แต่เหลือเพียงแค่ 540 นายเท่านั้นที่ไม่เกิดอาการซอมบี้"

      "นี่เรายิงจรวดขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์เพื่อทำลายกองกำลังของเราเองอย่างนั้นหรือ Oh My God พระเจ้าโปรดให้อภัยลูกด้วยเถิด"

           _______________




      "ส่งข้าไปที่ประตูมิติบนมหาสมุทรที่ใกล้ที่สุดเดี๋ยวนี้..!!!" จูหงเฟยพูดออกมาในที่ประชุมด้วยเสียงอันดัง ซึ่งคนที่พูดความจริงแล้วก็คือท่านจักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคนั่นเอง


      แต่ยังไม่ทันที่จะมีใครตอบสนองในคำพูดของจูหงเฟย


      ตี๊ดๆๆๆๆ....!!!! ตี๊ดๆๆๆๆ....!!!!


      --รายงานสถานการณ์ฉุกเฉิน--

      --รายงานสถานการณ์ฉุกเฉิน--

      --ขณะนี้กำลังพลของกองทัพที่ปิดล้อมรอบประตูมิติซึ่งลอยตัวอยู่เหนือแผ่นดินทั้ง 5 ประตู ได้ล่มสลายลงไปทั้งหมดแล้ว ทหารทุกนายของกองทัพทั้ง 5 กองทัพเกิดอาการซอบบี้ทั้งหมด--

      --ขอย้ำ..ทหารทุกนายของกองทัพทั้ง 5 กองทัพ เกิดอาการซอมบี้ทั้งหมด--



      "นี่มันวันโลกาวินาศ-วันสิ้นโลกรึยังไงกัน 1 กองทัพมี 10 กองพล 1 กองพลมีกำลังพลทหารประจำการอยู่กองพลละ 10,000 นาย รวมเป็น 100,000 นาย"

      "5 กองทัพก็ 500,000 นาย นี่พวกเราทำอะไรลงไป พวกเราทำอะไรลงไป" บรรดาท่านผู้นำและท่านนายพลต่างก็ตื่นตกใจกับเหตุการณ์ในครั้งนี้

               --------------


     


      "ไม่ต้องส่งข้าไปที่มหาสมุมรแล้ว เปลี่ยนที่..พาข้าไปที่เกาะไต้หยานเดี๋ยวนี้..!!!"


      "ไอ้เจ้าคุนน้อย ยังจะมายืนทำบื้ออะไรอยู่อีก รีบไปเตรียมการเร็วๆเข้า เดี๋ยวข้าก็ตบกบาลคว่ำหรอก" จูหงเฟยพูดตามที่ลุงเฉินของเขาพูดออกมาแบบ..เป๊ะๆ ..




     

    คล้ายกับเรื่องระบบเทพยุทธ์แห่งวันสิ้นโลก : จูหงเฟย ที่คุณอ่าน