ในขณะเดียวกันณ ภายนอกรังมังกรต้องสาป
“ทุกคน เวลาผ่านไปนานขนาดนี้แล้วไอ้พวกหมูชั้นต่ำสองตัวนั่นคงถูกมังกรสามหัวตัวนั้นกินไปแล้วละเพราะยังไงรังมังกรต้องสาปแห่งนี้ก็เป็นเขตต้องห้ามอันดับหนึ่งของเขตสงครามทรายโลหิตก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครรอดชีวิตออกมาจากข้างในได้เลยสักคน”
ในที่สุดหลังจากเฝ้ารอมาตลอดทั้งคืน ความอดทนของพัคยูจีก็หมดลงโดยสิ้นเชิงเขาหันไปเอ่ยกับนักฆ่าอีกสามคนด้วยสีหน้าทอดอาลัย “ตามความเห็นของผมเราไม่มีความจำเป็นต้องรั้งอยู่ที่นี่ต่อแล้วต่างคนต่างแยกย้ายกลับบ้านไปหาแม่ตัวเองเถอะ”
“ตกลง!”
อีกสามคนที่เหลือได้ยินดังนั้นจึงทำได้เพียงพยักหน้าตอบรับด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจนัก
แม้ว่าในวินาทีนี้สำหรับพวกเขานั้นลู่เซิ่งและลั่วเซวียนเซวียนคงจะถูกมังกรมารสามหัวที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุร้ายในรังมังกรต้องสาปเขมือบลงท้องไปแล้วเป็นแน่
ทว่าคำสั่งล่าค่าหัวที่เบื้องบนของพันธมิตรสามประเทศประกาศออกมานั้นระบุไว้อย่างชัดเจนว่าต้องนำหัวของลั่วเซวียนเซวียนกลับไปเท่านั้นจึงจะรับรางวัลได้
หากไม่มีศีรษะก็ไม่สามารถรับรางวัลได้
สิ่งนี้ทำให้นักฆ่าทั้งสี่คนที่วุ่นวายมาหลายวันอดไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่ยินยอมอยู่ในใจ
ทว่าในจังหวะสำคัญที่ทั้งสี่คนเพิ่งจะหันหลังกลับและเตรียมตัวจะไปจากที่ผีสิงแห่งนี้นี่เอง
ทันใดนั้นภายในถ้ำที่มืดสลัวเบื้องหน้า ก็มีร่างหลายร่างเดินออกมาอย่างไม่รีบร้อน
“ดูเร็ว เหมือนจะมีคนออกมาจากในถ้ำนั่น”
‘พระนอกรีต’ จารู ซิงห์ มีสัมผัสที่เฉียบคมที่สุดเขาตรวจพบความเคลื่อนไหวในระยะไม่ไกลได้แทบจะในพริบตา จึงรีบมองตามเสียงไปทันที
และในเวลานี้ร่างหลายร่างที่เพิ่งเดินออกมาจากในถ้ำก็ได้เผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมาซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากลู่เซิ่ง ลั่วเซวียนเซวียน และออสการ์?
“เอ๊ะ? ไอ้พวกหมูชั้นต่ำสองตัวนั่นยังมีชีวิตอยู่อีกเหรอ?”
เมื่อเห็นว่าลู่เซิ่งและลั่วเซวียนเซวียนยังมีชีวิตอยู่เหล่านักฆ่าทั้งสี่ก็ตะลึงไปพักหนึ่ง ก่อนจะตื่นเต้นจนแทบจะร้องตะโกนออกมา
“ฮ่าๆ สวรรค์เข้าข้างจริงๆ”
อีกด้านหนึ่ง
“อะไรกัน? นักฆ่าสี่คนจากหน่วยล่ามังกรนี่ยังไม่ไปอีกเหรอ”
เมื่อเห็นนักฆ่าทั้งสี่คนในระยะไม่ไกลใบหน้าสวยของลั่วเซวียนเซวียนก็ซีดเผือดเห็นได้ชัดว่าเธอคาดไม่ถึงว่าคนพวกนี้ที่จะฆ่าปิดปากเธอถึงขั้นยอมรออยู่ข้างนอกตลอดทั้งคืนทั้งที่รู้เต็มอกว่าเธอเข้าไปในรังมังกรต้องสาปซึ่งเป็นเขตต้องห้ามอันดับหนึ่งของเขตสงครามทรายโลหิต
“หึๆ พวกมันยังไม่ไปก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องลำบากฉันไปตามหาทีละคน”
กลับเป็นลู่เซิ่ง
เมื่อมองไปยังนักฆ่าทั้งสี่คนที่จ้องจะเล่นงานอยู่ไม่ไกลเขาไม่เพียงไม่แสดงความหวาดกลัวเลยแม้แต่นิด แต่กลับแสยะยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้น
“หือ? นาย... นายหมายความว่ายังไง?”
ลั่วเซวียนเซวียนได้ยินดังนั้นก็เบิกตากว้างยังไม่ทันจะตอบโต้อะไร ก็ได้ยินลู่เซิ่งถามขึ้นอย่างโอหังว่า“แม่สาวน้อย ยังจำพนันที่พวกเราลงกันไว้เมื่อวานได้ไหม?”
“พนัน? พนันอะไร?”
ลั่วเซวียนเซวียนพึมพำกับตัวเองทันใดนั้นร่างบางก็สั่นสะท้าน
เพราะในที่สุดเธอก็นึกถึงคำประกาศกร้าวที่ลู่เซิ่งเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ได้
ลั่วเซวียนเซวียนมองไปที่ลู่เซิ่งพลางถามด้วยเสียงสั่นเครือ“นาย... นายคงไม่ได้คิดจะ...”
“ยัยหนู! เตรียมตัวฝึกเห่าเหมือนหมาไว้ได้เลย ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”
ลู่เซิ่งหัวเราะประหลาดและไม่ได้ปิดบังเจตนาของตนเองเลยแม้แต่น้อย
เพราะหลังจากทำพันธสัญญากับออสการ์สำเร็จเมื่อครู่เขายังนึกอยู่เลยว่าจะไปทดสอบพลังปัจจุบันของตัวเองได้ที่ไหน
แต่ก็นึกไม่ถึงว่านักฆ่าทั้งสี่คนนี้จะหมุนตัวกลับมาหาถึงที่เอง
นี่มันช่างเหมือนกับง่วงนอนแล้วมีคนส่งหมอนมาให้กระหายน้ำแล้วมีคนส่งกระติกน้ำมาให้เสียจริง
เมื่อคิดได้ดังนี้ลู่เซิ่งก็ไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย ตะโกนก้องออกมาคำหนึ่ง
“ออสการ์!”
โฮก!
เมื่อเห็นดังนั้นออสการ์ก็รีบเงยหน้าขึ้น ส่งเสียงเห่าหอนอย่างโหยหวนถึงขีดสุดก่อนจะพุ่งตัววาร์ปไปหยุดอยู่เบื้องหน้าของลู่เซิ่ง
ส่วนลู่เซิ่งก็กระโดดขึ้นไปนั่งบนแผ่นหลังอันกว้างขวางของมันอย่างไม่เกรงใจ
วินาทีต่อมามนุษย์และมังกรก็ได้รวมกันเป็นหนึ่งเดียว
และภายใต้พันธนาการของ‘พลังแห่งพันธสัญญา’ พวกเขาไม่จำเป็นต้องสื่อสารด้วยคำพูดใดๆเพียงแค่ความคิดเดียว ก็สามารถรับรู้เจตนาของกันและกันได้ในทันที
ตูม!ตูม! ตูม!...
ในตอนนั้นเองกลิ่นอายพลังมังกรที่ดูเหมือนจะไร้รูปร่าง ก็พวยพุ่งออกมาจากร่างกายของออสการ์ทุกที่ที่พลังนี้พาดผ่านไป ถึงกับทำให้ฝูงนกโดยรอบบินหนีพรรณไม้ต่างสั่นไหวด้วยความกลัว
นี่คือการต่อสู้ร่วมกันครั้งแรกหลังจากที่มันและลู่เซิ่งทำพันธสัญญากัน
และออสการ์ก็ได้แอบตัดสินใจแน่วแน่ไว้แล้วว่าจะต้องพิสูจน์คุณค่าของตัวเองต่อหน้านายท่านในการต่อสู้ครั้งนี้ให้ได้
เพราะอย่างไรเสียลู่เซิ่งก็เป็นผู้ใช้อาชีพระดับเทพเจ้าในตำนานหากสัตว์พาหนะอย่างมันไม่คู่ควรกับศักยภาพของเขาเขาย่อมสามารถทอดทิ้งมันแล้วเลือกหาพาหนะตัวใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าได้ทุกเมื่อ
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอนาคตและโชคชะตาของมันออสการ์จะกล้าสะเพร่าแม้เพียงนิดได้อย่างไร?
ด้วยเหตุนี้
โดยไม่รอให้ลู่เซิ่งสั่งการออสการ์ก็ถีบเท้าพุ่งทะยานไปเบื้องหน้าในร่างสุนัขสามหัวแห่งขุมนรกเข้าจู่โจมนักฆ่าทั้งสี่ที่อยู่ตรงหน้าทันที
“ไม่ดีแล้ว! ลู่เซิ่ง กลับมาเร็ว นายไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมันนะ...”
เมื่อเห็นภาพนี้ลั่วเซวียนเซวียนที่อยู่ด้านหลังก็ตกใจจนสะดุ้ง และรีบตะโกนห้ามตามสัญชาตญาณ
ทว่าความเร็วของออสการ์นั้นรวดเร็วเพียงใดคำพูดของลั่วเซวียนเซวียนยังไม่ทันจะขาดคำมันก็กระโจนไปถึงเบื้องหน้าของนักฆ่าทั้งสี่คนแล้ว
“เอ๊ะ? ไอ้หมูชั้นต่ำนี่มันกล้าบุกเข้ามาเองเลยเหรอ?”
“แม่-เอ๊ย รนหาที่ตายชัดๆ”
เมื่อเห็นลู่เซิ่งโอหังเช่นนี้นักฆ่าทั้งสี่ต่างก็โกรธจนแผดเสียงตะโกนคิดจะลงมือพร้อมกันเพื่อสังหารลู่เซิ่งให้ดับดิ้นในทันที
ทว่าประจวบเหมาะในตอนนั้นเอง
“โรคแสนสาหัส: ลำไส้เน่าเฟะ!”
ฝุด!ฝุด! ฝุด! ฝุด!...
เสียงระบายลมถี่ๆดังออกมาจากหว่างขาของคนทั้งสี่แทบจะพร้อมกัน แม้แต่ผู้ใช้อาชีพ‘องเมียวจิ’ คุโมฮาชิ ฮานาโกะที่เป็นผู้หญิงก็ไม่มีข้อยกเว้น
“เอ่อ... นี่มัน...”
เมื่อได้ยินเสียงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้นักฆ่าทั้งสี่ต่างพากันอึ้งไป คุโมฮาชิ ฮานาโกะยิ่งอายจนหน้าแดงก่ำเห็นได้ชัดว่าเธอคาดไม่ถึงว่าตัวเองจะผายลมออกมาท่ามกลางที่สาธารณะแบบนี้
แต่นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
โครกคราก...
ต่อมาก็ตามด้วยเสียงผายลมที่ปนมากับเสียงฟองอากาศดังต่อเนื่องกันเป็นระลอก
เหล่านักฆ่าทั้งสี่ที่น่าสงสารยังไม่ทันจะได้ปฏิกิริยาตอบโต้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็รู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่บริเวณท้องจนยากจะทนทานกระแสความร้อนพลุ่งพล่านออกมาจากช่องทางที่ไม่สามารถพรรณนาได้แบบที่แทบจะควบคุมไม่ได้และมันก็ทะลักออกมาอย่างหยุดไม่อยู่
ใช่แล้ว
พวกเขาท้องเสียอย่างรุนแรง
แถมยังเป็นการท้องเสียหมู่ท้องเสียแบบระเบิดเถิดเทิงขนานแท้
ไม่เพียงเท่านั้น
ในขณะที่กำลังท้องเสียอยู่นั้น‘ค่ามานา’ ของนักฆ่าทั้งสี่กลับเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่องด้วย
MP-100!
MP-100!
MP-100!
MP-100!
...
“แก... ไอ้เวรเอ๊ย นี่มันสกิลอุบาทว์อะไรของแกวะ?”
กลิ่นเหม็นเน่าที่รุนแรงพุ่งเข้าปะทะจมูกจนพัคยูจีแทบจะขาดใจตายด้วยความโมโห
นักฆ่าอีกสามคนที่เหลือก็ตะลึงงันจนตาค้าง
แม้แต่ลั่วเซวียนเซวียนที่ยืนดูการต่อสู้อยู่ไม่ไกลก็ยังรู้สึกหนังศีรษะชาหนึบกับภาพที่ทำลายสามัญสำนึกตรงหน้านี้
ช่างเป็นสกิลที่พิสดารเกินไปแล้วออสการ์สามารถส่งผลกระทบต่อสภาพร่างกายของผู้ใช้อาชีพได้ถึงขั้นทำให้พวกเขาถ่ายหนักจนคุมไม่อยู่ พร้อมกับสูญเสียค่ามานาไปเป็นจำนวนมาก
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เป็นไงล่ะ รสชาติไม่เลวเลยใช่ไหม”
มีเพียงลู่เซิ่งคนเดียวเท่านั้น
เมื่อเห็นนักฆ่าทั้งสี่ติดกับคาที่เขาก็หัวเราะร่าออกมาอย่างภาคภูมิใจโดยไม่ได้แสดงท่าทีแปลกใจเลยสักนิด
เพราะสกิลของออสการ์นั้นอุบาทว์เพียงใดเขาเคยสัมผัสมาด้วยตัวเองแล้ว
ไม่เพียงเท่านั้น
สกิลของออสการ์ในขณะที่สร้างความอัปยศให้คนอื่นได้นั้นยังสามารถสร้างความเสียหายที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง หากไม่ระวังแม้เพียงนิดก็อาจจะถูกมันสังหารในพริบตาได้เลย
และนี่ต่างหากคือสิ่งที่ทำให้ลู่เซิ่งรู้สึกเหลือเชื่อที่สุดและเป็นเหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้เขาตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องทำพันธสัญญากับออสการ์ให้ได้