ตอนที่ 11 หม่าเฉิงผู้ไร้ยางอาย
หลังจากพักครึ่งชั่วยาม การประลองคู่ต่อไปก็เริ่มขึ้นทันที หม่าเฉิงที่ได้หมายเลขสองกวาดสายตามองผู้เข้าประลองทั้งห้าคน
จากนั้นก็เผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา เขามองเห็นหลงมู่ที่ยังหน้าตาซีดขาว ไม่ต้องใช้ััศักดิ์สิทธิ์ตรวจสอบก็รู้ว่าพลังต่อสู้ยังไม่กลับมาเต็มที่
" ข้าขอท้าประลองหลงมู่ " หม่าเฉิงยิ้มชั่วร้าย
" ฮือฮา !!! "
" หม่าเฉิงช่างชั่วร้ายยิ่งนัก "
" ไร้ยางอาย "
" หลงมู่เพิ่งประลองรอบแรกเมื่อครู่นี้เอง รอบสองก็ต้องประลองต่อ พลังต่อสู้เพิ่งฟื้นฟูได้นิดเดียว คงสู้หม่าเฉิงไม่ไหวหรอก "
" กฎการประลอง สามารถท้าได้ทุกคน ข้าไม่ได้ทำผิดกฎ จะว่าข้าไร้ยางอายได้เช่นไร คงต้องโทษที่มันอ่อนแอไร้ฝีมือเอง ฮ่าฮ่าฮ่า " หม่าเฉิงหัวเราะอย่างสะใจ
"...." เหล่าผู้ชมเงียบกริบทันที เมื่อนึกถึงกฎการประลองก็เป็ไปตามที่หม่าเฉิงได้กล่าวไว้
ผู้ชมหลายคนต่างถอยหายใจ อดสงสารหลงมู่มิได้ การที่ต้องมาเจอกับหม่าเฉิงผู้ไร้ยางอายต้องบอกว่าหลงมู่ช่างโชคไม่ดี
หลงมู่ที่โดนหม่าเฉิงท้าประลอง เดินขึ้นเวทีด้วยใบหน้าขาวซีด
" คู่ที่สอง หม่าเฉิง ปะทะ หลงมู่ เริ่มได้ " เ้าเมืองประกาศเริ่มประลองทันทีที่ผู้เข้าประลองพร้อมแล้ว
เมื่อได้ยินคำว่าเริ่มได้ หม่าเฉิงก็ปลดปล่อยรัศมีสีดำทมิฬพลังฝึกตนกายเนื้อแท้จริงขั้นที่สี่ออกมา ชายกล้ามโตรวบรวมรัศมีสีดำทมิฬไว้ที่หมัด
จากนั้นก็ได้พุ่งกระโจนเข้าใส่หลงมู่ด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียมพลางฉีกยิ้มอย่างชั่วร้าย เหวี่ยงหมัดต่อยเข้าใส่ร่างหลงมู่ในทันที
" หมัดเต่าทมิฬ " หม่าเฉิงะโลั่น
- ฟุบบบ -
- ครืน ครืน ครืน -
ดวงตาหลงมู่หรี่ลงทันทีที่เห็นหม่าเฉิงพุ่งเข้ามาหาด้วยความรวดเร็ว ใบหน้าของเขาเผยความหวาดกลัวอันลึกล้ำ เนื่องจากแรงกดดันที่ได้รับจากหม่าเฉิง พลันทำให้เขารู้สึกมิอาจขยับกายเคลื่อนไหวได้เลย กายเนื้อของหม่าเฉิงช่างทรงพลังนัก นี่เป็พลังของผู้ฝึกตนกายเนื้อจริงหรือ? หลงมู่ได้แต่เตรียมใจตั้งมั่นหวังว่าจะต้านทานหมัดของหม่าเฉิงไว้ได้ เขารีบสร้างเกราะปราณสายฟ้าขึ้นมาป้องกันในทันที
- ตู้ม แกร็กกก - เสียงกระแทกปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว ภายในเสียงะเิยังมีเสียงแตกหักบางอย่าง
หมัดเต่าทมิฬของหม่าเฉิงได้ทะลวงเกราะปราณสายฟ้าของหลงมู่อย่างง่ายดาย ทะลวงเกราะปราณแตกออกเป็เสี่ยงๆ จากนั้นหมัดอันหนักหน่วงก็บดขยี้เข้าใส่หน้าอกของหลงมู่อย่างโหดร้าย
" อ๊ากกก " หลงมู่กรีดร้องโหยหวน
" พรวดดดดดดดดดดดด " เืสาดกระจาย
- พลั่ก -
หลงมู่ปลิวกระเด็นอย่างแรง ลอยไปติดขอบกำแพงอัฒจันทร์ที่นั่งของผู้ชมดังโครม สั่นะเืจนพวกเขารู้สึกได้
" มู่เอ๋อร์ " หลงไห่รีบวิ่งไปดูอาการของหลงมู่อย่างรวดเร็ว
" หม่าเฉิงงงง เหตุใดเ้าถึงต้องโหดร้ายเยี่ยงนี้? " หลงไห่ดูสภาพของบุตรชายที่มีอาการาเ็สาหัส ก็แสดงสีหน้าบิดเบี้ยวรู้สึกโกรธเกรี้ยวอย่างหนัก
หลงมู่กระดูกหน้าอกแตก มีรอยร้าวปริแตกตามร่างกาย โลหิตไหลทะลักออกมาแทบจะท่วมร่าง าเ็สาหัสเป็อย่างยิ่ง คงต้องพักรักษาตัวหลายเดือนทีเดียว สำหรับเขาการประลองคงสิ้นสุดที่ตรงนี้ ไม่สามารถลงสนามสู้ต่อได้
" ฮ่าฮ่าฮ่า ตามกฎการประลอง ห้ามฆ่าคู่ต่อสู้ ห้ามทำลายการบมเพาะของอีกฝ่าย ข้าทำตามกฎทุกอย่าง ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด เวทีประลองนี้ไม่เหมาะสำหรับคนอ่อนแอ " หม่าเฉิงกล่าวพร้อมแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย
" เ้า !!! เ้า !!! " หลงไห่ได้ยินเช่นนั้น แทบจะกระอักเืด้วยความโกรธ แต่เมื่อทำอะไรหม่าเฉิงไม่ได้ เขาจึงนำตัวหลงมู่กลับตระกูลไปรักษาทันที
เ้าเมืองและผู้าุโสูงสุดของทั้งสี่สำนักใหญ่ ต่างก็ไม่ได้ทำอะไรเพื่อไปห้ามปรามหม่าเฉิง เพราะที่หม่าเฉิงกล่าวนั้นถูกต้องทุกอย่าง อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ฆ่าหลงมู่ แต่เพียงลงมือหนักไปหน่อยเท่านั้นเอง
ทว่าที่ทำให้ผู้คนไม่พอใจก็คือ นิสัยชั่วร้ายและไร้ยางอายของหม่าเฉิงนั่นเอง
" เนื่องจากหลงมู่ไม่สามารถสู้ต่อได้ การประลองรอบสุดท้ายนี้จะเหลือเพียงห้าคน " เ้าเมืองประกาศ
หลังจากพักครึ่งชั่วยาม การประลองก็ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง ทันใดนั้นบนเวทีประลองพลันปรากฏเงาร่างวูบวาบสีขาวสายหนึ่งรวดเร็วดั่งเงาพราย เป็ชายหนุ่มหล่อเหลาประดุจดั่งเทพเซียนสวมอาภรณ์ขาวสะอาดบริสุทธิ์ ยืนนิ่งสองมือไพล่หลังอย่างทรนงองอาจอยู่บนเวทีประลองเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ชายหนุ่มผู้นั้นเป็เฟยหลิงเทียนนั่นเอง เขาได้หมายเลขสาม เป็คนต่อไปที่จะได้ท้าประลองต่อสู้ หลังจากกวาดสายตามองผู้เข้าประลองอีกสี่คนที่เหลือ ดวงตาอันลึกล้ำคู่นั้นของเขาก็จ้องนิ่งยังร่างของคนๆหนึ่ง ซึ่งเป็เป้าหมายของเฟยหลิงเทียน
เป็ชายหนุ่มกล้ามโตตัวใหญ่บึกบึน สวมอาภรณ์ดำทมิฬ ชายผู้นั้นก็คือ ' หม่าเฉิง ' ผู้ไร้ยางอาย
เมื่อหม่าเฉิงเห็นเฟยหลิงเทียนจ้องมองมาที่ตนเอง ก็ฉีกยิ้มอย่างชั่วร้าย รู้สึกว่ามีคนหาเื่ใส่ตัวเองโผล่ออกมาให้เขาได้ขย้ำอีกคนแล้ว
" ข้าท้าประลองหม่าเฉิง " เฟยหลิงเทียนกล่าวเสียงราบเรียบ
" ฮือฮา !!! "
" นายน้อยเฟยท้าประลองหม่าเฉิง!? "
" ชักน่าสนใจแล้วสิ "
" นายน้อยเฟยอัดเ้าคนไร้ยางอายหม่าเฉิงให้ปลิวไปเลย "
ผู้ชมส่งเสียงกระหึ่มทันที เหล่าหญิงสาวต่างส่งเสียงให้กำลังใจเฟยหลิงเทียนอย่างออกหน้าออกตา ตรงกันข้ามกับหม่าเฉิงที่ได้รับเสียงโห่ร้องด่าทอจากบรรดาเหล่าหญิงสาว
เมื่อหมาเฉิงขึ้นมาบนเวทีประลอง ก็ได้ยืนประจันหน้ากับเฟยหลิงเทียนด้วยรอยยิ้มมั่นใจ จากนั้นเขาพลันหันไปมองเซี่ยเยว่ฉานผู้งดงามบนอัฒจันทร์ที่นั่งของผู้ชม
ครุ่นคิดสักพักหม่าเฉิงก็ได้เผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา หันกลับมาจ้องมองเฟยหลิงเทียนแล้วกล่าว
" เฟยหลิงเทียน ข้า้าพนันกับเ้า ถ้าเ้าเอาชนะข้าได้ ข้าจะให้ร้อยล้านเหรียญทอง แต่หากเ้าแพ้ต้องมอบเซี่ยเยว่ฉานให้กับข้า "
" ฮือฮา !!! " เหล่าผู้ชมต่างผงะตื่นตะลึงไม่คิดว่าหม่าเฉิงจะชั่วร้ายอย่างนี้ พวกเขาพลันส่งเสียงโห่ประนามชายร่างใหญ่
" ช่างไร้ยางอายนัก "
" คิดจะขโมยคู่หมั้นของผู้อื่นด้วยวิธีการเช่นนี้!? ... ไม่มีความเป็ชายชาตรีเอาซะเลย "
เหล่าผู้ชมยังคงส่งเสียงด่าทออย่างอื้ออึง
" ข้าไม่พนันกับเ้าหรอกนะ มิใช่ว่าข้าไม่กล้า ... หากแต่พี่หญิงเยว่ฉานเป็คนรักของข้า ดังนั้นพี่หญิงของข้าไม่ใช่สิ่งของที่จะพนันแย่งชิงหรือส่งมอบให้กับผู้อื่น "
เซี่ยเยว่ฉานที่ได้ยินคำพูดหวานหูของชายหนุ่ม หยาดน้ำตาแห่งความสุขก็เอ่อล้นออกมาจากหางตา
บรรดาหญิงสาวทั้งหลายต่างพากันอิจฉาตาร้อน รู้สึกอยากจะแทนที่เซี่ยเยว่ฉานเป็อย่างยิ่ง
" หม่าเฉิง ข้าจะอัดเ้าให้จมใต้ฝ่าเท้าของข้า "
เฟยหลิงเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเย็นเยียบ พร้อมกันนั้นก็ปลดปล่อยพลังจิติญญากระแทกเข้าใส่หม่าเฉิง
- ครืน !!! -
พื้นเวทีประลองสั่นะเือย่างรุนแรง มวลอากาศกระเพื่อมถูกฉีกกระชาก
" อะไรน่ะ!? " หม่าเฉิงร่างกายสั่นสะท้าน ราวกับโดนฆ้อนใหญ่ั์ทุบเข้าให้ เรือนกายอันใหญ่โตของมันถึงกับปลิวกระเด็นลอยออกไปจากที่เดิมถึงสามก้าวใหญ่ !!!
หม่าเฉิงมองไปที่เฟยหลิงเทียนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม รู้สึกไม่อยากจะเชื่อ เมื่อครู่มันรู้สึกมึนงงไม่เข้าใจ มันเหมือนโดนพลังร้ายกาจบางอย่างซัดกระแทกจนปลิวกระเด็นตัวลอยโดยมิอาจต้านทานได้เลย!?
หม่าเฉิงไม่เคยเจอเหตุการณ์อะไรแบบนี้มาก่อน ชายร่างใหญ่จึงได้เรียกถุงมืออาวุธระดับแท้จริงขึ้นมาสวมใส่ ตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ทุกเมื่อ เขาไม่กล้าที่จะประมาทคู่ต่อสู้ที่อยู่ตรงหน้าอีกแล้ว
...........................