บทที่ 39 สบู่และยาสีฟัน
“กลีเซอรีน!” โจวต้าซาน วิศวกรภาคสนาม และเฉินกวางหมิงที่เปิดเผยว่าตนคือ อดีตหัวหน้าทีมวิจัยยารักษามะเร็งจากสมุนไพร ในสถาบันวิจัยพฤกษศาสตร์แห่งมณฑลกุ้ยโจว ต่างแสดงความตื่นเต้นยินดี
“ไนซ์ได้มาจากไหนกันนี่ มันสามารถทำประโยชน์ให้หมู่บ้านเราได้มากเลยนะ”
“ผมเก็บไว้ตั้งแต่เริ่มทำไบโอดีเซลแล้วครับ”
“ยอดเยี่ยมมาก!” เฉินกวางหมิง ตบมือเบาๆ “ในกลีเซอรีนดิบพวกนี้ยังมีสิ่งปนเปื้อนอย่างสารเมทานอลตกค้างอยู่ แต่มันไม่ใช่ปัญหาสำหรับเราเลย”
“นายช่างโจว เรื่องเครื่องมือต้มไล่สารปนเปื้อนคงต้องพึ่งคุณแล้วล่ะครับ” ไนซ์หันไปบอกวิศวกรใหญ่
“สบายมาก!” โจวต้าซานรับคำอย่างกระตือรือร้น
“ฉันจะตั้งสถานีแยกสารขึ้นมาใหม่ข้างหอกลั่นน้ำมัน ใช้ถังเหล็กใบเก่ากับท่อทองแดงวนเป็นระบบควบแน่น ต้มด้วยความร้อนคงที่เพื่อไล่เมทานอลออกไปก่อน เราจะได้กลีเซอรีนบริสุทธิ์มาใช้งาน”
“ฉันไม่คิดมาก่อนเลยด้วยซ้ำ ว่าชีวิตนี้จะได้เจอกลีเซอรีน จะได้ทำงานที่ฉันถนัดอีก ตอนเริ่มอพยพ เราทำทุกอย่างให้รอดตาย มุ่งหน้าไปหาอาศัยในเขตที่อบอุ่น ถ้าเราไม่เจอที่นี่ ป่านนี้เราอาจย่อยยับกันทั้งคณะไปแล้วก็เป็นได้ ต่อให้ยังรอดเรื่องที่เราทำได้ก็คงแค่หาอาหารยังชีพ และสู้กับพวกตัวสั่นไปเรื่อยๆจนกว่าเราจะโดนมันกินเท่านั้น” โจวต้าซานพูดกับเฉินกวางหมิง
“โชคดีที่พวกเขาให้โอกาสเรา ดูพวกทหารเถื่อนที่มาหลังเรา ไม่มีโอกาสเหยียบเขตหมู่บ้านด้วยซ้ำ”
บรรยากาศในโรงซ่อมกลับมาคึกคักอีกครั้ง โจวต้าซานคุมคนงานหนุ่มๆ ในหมู่บ้านแบ่งหน้าที่กันอย่างขันแข็ง แฝดสาวฮ่าวเหม่ยจิงและฮ่าวจิงจิงถูกตามตัวมาช่วยงานฝั่งนี้ด้วย ทั้งสองคุมเตาไฟอย่างคล่องแคล่ว ฮ่าวจิงจิงทำงานอย่างขันแข็ง แต่ดวงตากลมโตแอบเหลือบมองใบหน้าของไนซ์ อย่างพินิจพิจารณา พอเห็นไนซ์หันมาสบตาเธอรีบหันหน้าหนีจนผมเปียสะบัด ทิ้งให้ไนซ์ยืนเกาหัวแก้เขินอยู่คนเดียว
ในขณะเดียวกัน เฉินกวางหมิงได้กางแผนผังงานวิจัยชิ้นใหม่ลงกลางโต๊ะไม้ เพื่อชี้แจงกับแกนนำ
“โครงการแรกที่เราต้องทำทันทีเพื่อสุขอนามัยของคนร้อยกว่าชีวิตคือ ยาสีฟันถ่านกัมมันต์ และ สบู่ก้อนฆ่าเชื้อ” เขาอธิบายพลางหยิบวัตถุดิบที่เตรียมไว้ขึ้นมา
“ตอนนี้น้าดอกกับอ้อนเริ่มควบคุมเส้นทางเดินพิษได้แล้วใช่ไหม”
“ค่ะด็อกเตอร์” ดอกยิ้มรับ เธอและอ้อนยืนอยู่ข้างกัน
“ดีมาก! ยาสีฟันโลกเก่าไม่มีฟลูออไรด์เหลือแล้ว เราจะใช้ผงถ่านที่ช่างโจวบดจนละเอียด ผสมกับเกลือและเบกกิ้งโซดาแห้งที่มีในโกดัง จากนั้นกวนเข้ากับกลีเซอรีนบริสุทธิ์ ตัวกลีเซอรีนจะทำหน้าที่เป็นเนื้อครีมเหนียวนุ่ม ป้องกันไม่ให้ยาสีฟันแห้งแข็งเป็นก้อน ส่วนผสมนี้จะช่วยขัดคราบ และลดกรดในช่องปาก”
เฉินกวางหมิงหันไปทางอ้อน “ผมอยากให้คุณไปหาใบข่อยป่ากับสะระแหน่ เอามาคั้นเป็นน้ำข้นๆ สารสกัดพวกนี้จะช่วยดับกลิ่นคาวและรักษาเหงือกได้ดีที่สุด”
“หนูจัดให้เองค่ะด็อกเตอร์ เรื่องสมุนไพรในป่านี้หนูจำได้หมด” อ้อนรับคำอย่างกระฉับกระเฉง
“ส่วนสบู่ก้อน เราจะเอาเศษไขมันสัตว์ป่าที่ได้จากการล่า มาต้มผสมกับน้ำด่างขี้เถ้าที่ผ่านการกรองจนใส ค่อยๆ กวนรวมกับกลีเซอรีนดิบ สบู่สูตรนี้จะช่วยล้างคราบเลือดของพวกตัวสั่นและเขม่าดินปืนได้สะอาดหมดจด แถมยังช่วยถนอมผิวไม่ให้แห้งแตกในอากาศหนาวเย็นอีกด้วย”
“แล้วเรื่องนั้นล่ะครับด็อกเตอร์” ไนซ์ถามเสียงเบา เฉินกวางหมิงสบตากับไนซ์ ก่อนจะพยักหน้าอย่างรู้กัน เขาลดเสียงลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบภายในเต็นท์พยาบาลดัดแปลง
“เรื่องสารระเบิดแรงสูงไนโตรกลีเซอรีนใช่ไหม ในทางเคมีมันทำได้ ถ้าเราแยกกลีเซอรีนจนบริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราจำเป็นต้องใช้กรดไนตริกและกรดซัลฟิวริกเข้มข้นมาทำปฏิกิริยา”
“มันหายากมาก เว้นแต่ในค่ายทหารพรานร้างที่บ้านหนองกอก” ไนซ์กล่าว
“ในค่ายทหารพรานร้าง มีห้องปฏิบัติการยุทธวิธีและคลังประกอบระเบิดแสวงเครื่องอยู่ครับ พ่อกับอาสองยืนยันแล้วว่าเห็นถังเคมีพวกนั้นตั้งอยู่”
“ถ้าได้กรดพวกนั้นมา ฉันกับช่างโจว จะผลิตระเบิดไดนาไมต์แสวงเครื่อง ให้หมู่บ้านเราได้เป็นร้อยแท่งเลยล่ะ คราวนี้ต่อให้พวกมันมากันเป็นพัน หนองนกเอี้ยงก็มีอำนาจทำลายล้างพอที่จะเป่าพวกมันให้กระจุยได้” เฉินกวางหมิงกล่าวอย่างมั่นใจ
“แต่ต้องสัญญากับฉันก่อนนะ” เขาทำสีหน้าจริงจังขึ้นมาฉับพลัน
“อะไรครับด็อกเตอร์”
“ห้ามให้ เจ้าเหนือ เข้าใกล้โรงงานสกัดเคมีและสารพวกนี้เด็ดขาด! ถ้าเจ้านั่นได้จับไนโตรกลีเซอรีนล่ะก็ หมู่บ้านเราได้หายไปจากแผนที่ก่อนพวกตัวสั่นจะบุกเข้ามาแน่ๆ!” ไนซ์ได้แต่หัวเราะแห้งๆ พร้อมพยักหน้ารับคำอย่างเห็นด้วย ในใจแอบคิดว่าคำเตือนของเฉินกวางหมิงคราวนี้ ช่างแม่นยำ เห็นทีจะต้องขอร้องให้พ่อของเขาออกโรง เพราะเจ้าเหนือเชื่อฟังแค่หนึ่งเท่านั้น
“สบู่กับยาสีฟัน เราทำกันแบบนี้มันก็คงไม่มีฟองใช่ไหม เราไม่มีสารเคมีอะไรเลย มันดีแต่ดูไม่ค่อยน่าใช้เท่าไร” ฮ่าวจิงจิงเอ่ยขึ้นในขณะแกนนำทุกคนปรึกษากันในเย็นวันนั้น
เฉินกวางหมิงหัวเราะฮ่าๆ “จิงจิงความคิดดีมาก เรื่องฟองสบู่ ผมคิดแก้ปัญหาไว้แล้ว เปลือกของผลสบู่ดำ ที่เหลือทิ้งจากการเอาเมล็ดไปสกัดน้ำมัน มีสารซาโปนินอยู่ เราสามารถเอามาทำเป็นฟองให้สบู่ได้ด้วยการนำมาเคี่ยวกับน้ำด่างจากขี้เถ้า ส่วนเปลือกสบู่ดำที่ใช้แล้วก็เอาไปทำปุ๋ยหมักร่วมกับพวกเปลือกของปลวกยักษ์ซึ่งมีไคติน ไคโตซาน ใช้บำรุงดินต่อได้เลย แต่มันใช้กับยาสีฟันไม่ได้ จะพากัน ท้องร่วงยกหมู่บ้าน”
“มะขามป้อม กับชะเอมเทศ ในสวนของพ่อผมมีครับด็อกเตอร์เฉิน” ไนซ์เอ่ยขึ้นมา เฉินกวางหมิงตาโต ตบมือฉาด ร้องอย่างยินดี
“เยี่ยมที่สุด ทั้งสองมีซาโปนินธรรมชาติ และชะเอมยังช่วยให้รสชาติยาสีฟันออกหวานแต่ไม่ทำให้ฟันผุด้วย ว่าแต่ไนซ์รู้ได้ยังไงว่าพืชสองชนิดนี้มีซาโปนิน”
“ตอนเด็กๆผมเป็นไฮเปอร์ แต่สิ่งที่ผมจดจ่อได้นาน คือหนังสือและเกมที่เกี่ยวกับปืนครับ จากการที่ผมเป็นแบบนั้น ความจำของผมเลยค่อนข้างจะดีกว่าคนทั่วไปนิดหน่อยครับ”
หลังจากการประชุมผ่านไป เมื่อร่างกายฟื้นตัวดี หนึ่งได้ขอให้สองที่หายจากอาการบาดเจ็บแล้ว เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงจัดการขยายพื้นที่ปลูกสบู่ดำรอบนอกของหมู่บ้านออกไปอีก เพื่อใช้เป็นรั้วธรรมชาติและเป็นพืชพลังงาน ยางของสบู่ดำกลายพันธุ์พวกนี้เป็นพิษรุนแรง แม้แต่พวกตัวสั่นเองก็ไม่อยากเข้ามาใกล้
เรื่องการลงมือทำงาน สองไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง เขาขับแบ็กโฮเล็กนำคนกลุ่มหนึ่งออกขุดปรับพื้นที่ และปลูกสบู่ดำทุกต้นด้วยมือของตนอย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย โดยกากเปลือกที่เหลือจากการเคี่ยวซาโปนินทำฟองสบู่ของเฉินกวางหมิง ก็ถูกลำเลียงมาใส่เป็นปุ๋ยหมักรองก้นหลุมร่วมกับเปลือกปลวกยักษ์ ยิ่งทำให้ต้นสบู่ดำเติบโตอย่างรวดเร็ว แตกกิ่งก้านเป็นแนวพุ่มทึบหนาแน่น โอบล้อมหมู่บ้านหนองนกเอี้ยงไว้เป็นปราการชีวภาพที่พร้อมจะหลั่งยางพิษใส่ศัตรูที่ทะเล่อทะล่าเข้ามา
อาณาเขตของหมู่บ้านเริ่มขยายเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ ด้วยจำนวนประชากร 164 ชีวิต บ้านหลังใหม่จำนวนมากจึงถูกสร้างขึ้น รูปแบบของบ้านดูแปลกตาสำหรับคนพื้นที่ การก่อสร้างของชาวกุ้ยโจว ใช้ไม้และหินเป็นหลัก และใช้เทคนิคการเข้าลิ้นไม้แทนการใช้ตะปู เมื่อสร้างปะปนกับบ้านของชาวพื้นเมือง กลับให้ความกลมกลืนอย่างแปลกประหลาด
“จำนวนของพวกตัวสั่นที่บ้านหนองกอก เหลือประมาณพันหกร้อยคน ” ปุ๊กกล่าว
ปุ๊ก ภรรยาของสอง มีความสามารถด้านการรักษาชีวิตรอดได้ยอดเยี่ยมที่สุด เธอได้รับความสามารถของหนูกลายพันธุ์ ที่หนึ่งมอบให้ในช่วงผ่านการวิวัฒนาการ ทำให้เธอสามารถแยกแยะกลิ่นได้ดีกว่าออด แม้ระยะที่รับได้จะไม่ไกลเท่า แต่ความแม่นยำและความสามารถในการหลบเร้น ซ่อนตัว แทรกซึมทำได้ดีกว่าทุกคน เธอรับอาสาไปสืบหาข่าวและกลับมาได้อย่างปลอดภัย พร้อมแบ่งปันข้อมูลผ่านเครือข่ายจิตสำนึกร่วมผ่านฟีโรโมนนางพญาผึ้งของฝน ทำให้แผนที่สามมิติหมู่บ้านหนองกอกวาบขึ้นมาอยู่ในหัวของทุกคนอย่างชัดเจนแทบทุกซอกมุม
“หนึ่งต่อสิบ” ไนซ์พึมพำ “จำนวนต่างกันเกินไป ถ้าเราใช้อาวุธปืน จำนวนกระสุนที่เรามีทั้งหมดก็อาจไม่พอ ถ้ากระสุนหมด ปืนก็กลายเป็นเศษเหล็ก เราจะกลับไปอยู่ในยุคที่มีแต่มีดพร้ากันอีกครั้ง ถึงจะยึดค่ายทหารพรานมาได้ ก็ไม่รู้ว่าจะได้กระสุนมาเพิ่มบ้างไหม หากมีเหตุแทรกซ้อน เช่นมีผู้บุกรุกที่มีความสามารถสูง หรือมีอาวุธที่ทันสมัย เราจะเกิดปัญหาใหญ่แน่นอน”
“หมู่บ้านของเรากำลังพัฒนา ไม่สมควรหยุดชะงักเพราะเรื่องนี้” หนึ่งที่นอนเอกเขนกหนุนตักฝน อย่างไม่สนใจสายตาใครกล่าวผ่านจิตสำนึกร่วม
“ให้ทุกคนทำงานในหมู่บ้านกันต่อไปตามปกติ นัท กานต์ ฮ่าวจาง สามคนนี้มีความว่องไวรวดเร็วที่สุดไปกับฉัน เราจะใช้แผนตีหัวเข้าบ้าน ให้ทุกฝ่ายรวมรายการของที่ต้องการใช้เร่งด่วนมา เน้นของที่ขนย้ายง่าย บ้านหนองกอกเป็นชุมชนใหญ่มาก พอๆ กับเมืองหนึ่งเมือง มีทุกอย่างที่เราต้องการ ทีมเราจะไป จิ๊ก มาแบบเงียบๆ หากโดนล่า เราก็จะหนีเข้าหมู่บ้านที่มีทุกคนเตรียมรับมือ เราจะไม่ใช้กระสุนแม้แต่นัดเดียว ล่อมันมาครั้งละร้อยสองร้อย ฝังมันเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้ปลูกใหม่ของเรา หลายครั้งเข้ามันก็หมดไปเอง”
“อู อู..” เหนือที่กอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่กับออด ส่งเสียงแล้วชี้ที่ตัวเอง
“เหนือก็รวดเร็ว แต่ระยะทางที่ต้องวิ่งไกลๆ เหนือยังเร็วไม่พอ แต่ลุงก็มีงานสำคัญที่สุดให้ทำ เหนือต้องเป็นปราการด่านหน้าสุด คอยซุ่มโจมตีเพื่อขัดจังหวะพวกที่ไล่ล่าเรามา ลุงกับพี่ๆ ก็จะเข้าหมู่บ้านได้อย่างปลอดภัย แล้วป้าฝนก็จะสั่งการจัดชุดใหญ่ให้พวกมัน แต่เหนือต้องระวัง อย่าไปปีนต้นสบู่ดำเข้าล่ะ” หนึ่งอธิบาย
งานที่สำคัญที่สุด คำนี้ ทำให้เจ้าเหนือยิ้มปากกว้างด้วยความพอใจ ความสามารถที่ได้รับมาจากลิงกังของเขา ประกอบกับการชี้แนะของไนซ์ ความรุนแรงของก้อนหินธรรมดาในมือของเขา สามารถสังหารพวกตัวสั่นได้จำนวนไม่น้อยไปกว่าใครเลย ที่สำคัญอาวุธขว้างขนาด .357 แม็กนั่มของเขา แม้โม่ปืนจะโยกคลอนจวนหลุดมิหลุดแหล่ ด้ามไม้แตกหายไปแล้ว แต่เขาก็ยังรักษามันไว้กับตัวอย่างดีตลอดเวลา ออดปวดใจทุกครั้งที่มองเห็นมัน