จอมยุทธ์ซุปตาร์

ตอนที่ 222 เตรียมร่วมงานของสมาคมนักเขียนแห่งชาติ Re

        “คุณพ่อ  นี่มันจะมากเกินไปแล้วนะคะ  ที่ธุรกิจของคุณพ่อเติบโตมาได้ทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะหนูเหรอ”  เมิ่งเสวี่ยไป๋กล่าว


        “ไม่ใช่  สิ่งที่คุณสร้างมันคือปราสาททรายต่างหาก  หากมีคลื่นที่ชื่อว่าทุจริตซัดเข้ามา  ปราสาทที่ดูสวยงามแต่ไม่มั่นคงนั้นมันก็จะถูกทำลายลงได้อย่างง่ายดาย  ผมคงไม่ต้องพูดถึงเรื่องการใช้เหล็กเส้นที่เล็กกว่าที่มันควรจะเป็นหรอกนะ  หากเกิดตึกถล่มเมื่อไหร่  ชื่อเสียงของบริษัทก็จะพังลงทันที  ดังนั้นสู้หาคนผิดมารับผิดชอบ  แล้วแก้ไขให้มันได้มาตรฐานก่อนจะเกิดความเสียหายขึ้น  มันจะช่วยลดผลกระทบเรื่องนี้ได้มากทีเดียว  คุณพ่อตาเห็นด้วยไหมครับ” ไป่ฉีถามเมิ่งจิน


        “แน่นอน  เรื่องนี้เธอต้องรับผิดชอบ  ในฐานะผู้รับผิดชอบโครงการเหล่านี้” เมิ่งจินกล่าว


        “ฉันไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น” เมิ่งเสวี่ยไป๋กล่าวพร้อมกับลุกขึ้นไปเปิดประตูเพื่อออกจากห้องนี้  แต่เมื่อเธอเปิดประตูออกไปก็พบตำรวจมายืนรอเธอยู่แล้ว 4-5 นาย


        “จับเลยครับคุณตำรวจ  นั่นคือผู้ต้องสงสัยโกงเงินของบริษัทของผมไป และยังมีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริตวัสดุก่อสร้างในโครงการของรัฐบาลอีกหลายโครงการด้วย” เมิ่งตงกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วไปที่เมิ่งเสวี่ยไป๋


        ตำรวจรวบตัวเมิ่งเสวี่ยไป๋เอาไว้ทันที  ส่วนหยางเค่อตอนนี้นั่งนิ่ง  เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าเมิ่งเสวี่ยไป๋ที่ผู้คนต่างยกย่องให้เธอเป็นยอดหญิงในวงการธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและตกแต่งภายใน  จะมีความจริงอันดำมืดซ่อนอยู่แบบนี้


        “อ้อ ยังมีอีกคนด้วยครับ” ไป่ฉีชี้ไปที่หยางเค่อ


        “อะไร  ฉันเกี่ยวอะไรด้วย  ฉันไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้นกับการกระทำของเมิ่งเสวี่ยไป๋” หยางเค่อกล่าว


        “มีสถานบันเทิงก่อนหน้านี้ที่ทางตำรวจได้เข้าจับกุมวัยรุ่นที่อยู่ในนั้น  เพราะมีการมั่วสุมเสพยากัน  นายคือคนที่หนีออกมาได้  แต่ว่ามีกล้องวงจรปิดใกล้ ๆ จับภาพเอาไว้ได้  ว่านายหลบหนีการจับกุมออกทางประตูหลังร้าน” ไป่ฉีกล่าว  พร้อมหยิบเอาภาพที่เป็นหลักฐานออกมาให้ตำรวจดู  แน่นอนว่ามันชัดจนสามารถบอกได้ทันทีว่านั่นคือหยางเค่อ


        “นี่มัน” ตำรวจสงสัยมาก  พวกเขาตรวจกล้องแถวนั้นหมดแล้ว  ทำไมยังมีหลุดรอดอีกล่ะ


        “นี่เป็นไดร์ฟที่มีวิดีโอจากกล้องตัวนั้นทั้งหมดครับ  กล้องตัวนั้นเพิ่งพังไปไม่กี่วันก่อน  เพราะมีรถมาชนเสาไฟฟ้าที่มันติดตั้งอยู่  ลองไปตรวจสอบดูก็ได้ครับ” ไป่ฉีกล่าว  นี่เป็นหลักฐานอีกอย่างที่เขาให้หน่วยข่าวกรองสร้างขึ้นมา  เพื่อเล่นงานหยางเค่อโดยเฉพาะ  เพราะเขาไม่พอใจที่หยางเค่อข่มขู่บริษัทของเมิ่งตงว่าจะไม่ให้ความร่วมมือทางการค้าด้วยกันอีกต่อไป  ไป่ฉีจึงตัดสินใจลงดาบไปที่บริษัทนี้ด้วย  หลักฐานทุกอย่างได้ส่งให้กับเมิ่งตงจนหมดเกลี้ยงแล้ว  ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับเมิ่งตงว่าจะจัดการเรื่องนี้ยังไงต่อ  แน่นอนว่การทุจริตสร้างเขื่อนนั้นยังมีนักการเมืองเกี่ยวข้องด้วยอีกหลายคน  รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ได้รับใต้โต๊ะจากเมิ่งเสวี่ยไป๋


        “ขอบคุณมากครับ  ถ้างั้นขอเชิญคุณไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจด้วยครับ” ตำรวจกล่าวกับไป่ฉีที่ปลอมเป็นอวี้หยาง


        “ไม่ต้องให้เขาไปหรอก  ฉันเมิ่งตง เป็นเจ้าของบริษัทที่เสียหายจากการกระทำของเมิ่งเสวี่ยไป๋  ส่วนเรื่องหยางเค่อ  พวกคุณคุยกับทนายได้เลย” เมิ่งตงกล่าว


        หลังจากนั้นตำรวจได้คุมตัวหยางเค่อกับเมิ่งเสวี่ยไป๋ขึ้นรถและมุ่งหน้ากลับไปยังสถานีตำรวจ  ส่วนเมิ่งตง  ทนายและเลขาเองก็ตามไปยังสถานีตำรวจด้วย   ตอนนี้ภายในห้องอาหารเหลือแค่ไป่ฉีกับเมิ่งจิน


        “สั่งอาหารดีกว่าครับ” ไป่ฉีกล่าว


        “ฉันกินอะไรไม่ลงหรอกนะ” เมิ่งจินปฏิเสธ  เขาไม่อยากกินอะไรจริง ๆ เรื่องที่ภรรยานอกใจ  ตอนนี้เขาก็ยังทำใจไม่ได้  ไม่มีความอยากอาหารเลยสักนิด


        “คุณยังมีชิงชิงอยู่นะครับ  เธอเป็นแก้วตาดวงใจของคุณ  จะไปคิดถึงคนที่ทำให้คุณเป็นทุกข์ทำไมกัน  ดูแลตัวเองเพื่อลูกสาวของคุณดีกว่านะครับ” ไป่ฉีกล่าว


        ไป่ฉีไม่เข้าใจอย่างหนึ่งว่าทำไมพวกคนมีเงิน  เวลาร่วมโต๊ะอาหารกันแต่ละทีมันจะต้องกัดกันจนวงแตก  ไม่ได้แดกอาหารที่วางบนโต๊ะสักคำ  สุดท้ายคนใช้เอาไปกินเองเป็นลาภปากเสียอย่างนั้น


        “จริงของเธอ  สั่งอาหารเถอะ” เมิ่งจินคิดว่าที่ชายหนุ่มพูดมามีเหตุผล และเขาจะอยู่เพื่อลูกสาว  


        เมิ่งจินมองดูแฟนของลูกสาวอย่างพิจารณา  จากเหตุการณ์เมื่อครู่ชายหนุ่มน่าจะเป็นคนที่มีความสามารถมากพอที่จะดูแลลูกสาวของเขาได้  ดูจากการขุดรากถอนโคนความชั่วร้ายของภรรยาที่เขาไม่เคยรู้มาก่อนขึ้นมาประจาน  ก็เป็นเครื่องยืนยันได้แล้วว่าคนผู้นี้ต้องมีเส้นสายกว้างขวางในวงการสายสืบหรือสายลับระดับชาติแน่นอน (ไป่ฉี : มโนเก่งนะลุง)


        “เมื่อถึงเวลา  ผมจะบอกคุณพ่อเองว่าผมเป็นใครทำงานอะไร  แต่ตอนนี้ด้วยหน้าที่การงาน  ผมคงยังไม่สามารถบอกคุณพ่อได้  เพราะมันจะไม่ส่งผลดีต่อผมและชิงชิง” ไป่ฉีกล่าว


        “เธอทำงานเป็นสายลับเหรอ” เมิ่งจินถาม


        “ไม่ครับ  เป็นงานที่ต้องออกไปเจอสังคมและคนจำนวนมาก” ไป่ฉีกล่าว


        “คนในวงการบันเทิงหรือไม่ก็คนในแวดวงการเมืองงั้นเหรอ  จะว่าไปลูกสาวฉันก็ทำงานเป็นผู้จัดการดารานี่  คงเจอกันตอนนั้นใช่ไหม” เมิ่งจินถาม


        “ครับ  ผมชอบชิงชิงตั้งแต่แรกเห็นเลย  ตอนนี้ก็คบกันมาได้หลายเดือนแล้ว” ไป่ฉีกล่าว


        “ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะ  แต่ห้ามท้องก่อนแต่ง  เข้าใจไหม และอย่าทำให้ลูกสาวฉันเสียใจ  แค่ 2 อย่างนี้  ทำได้รึเปล่า” เมิ่งจินกล่าว


        “ได้ครับ  ผมจะไม่ทำให้คุณพ่อผิดหวัง” ไป่ฉีกล่าว  ในใจก็คิดว่า  เรื่องทำให้เมิ่งชิงชิงเสียใจ  เขาก็ทำอยู่นี่ไง  ลากแม่ยายตัวเองเข้าคุก


        “ดี ๆ” เมิ่งจินดูจะหลุดจากอารมณ์เศร้าเรื่องของภรรยาแล้ว

        

        ไป่ฉีกับเมิ่งจินทานอาหารไป  คุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นไปด้วย  ยิ่งทำให้เมิ่งจินชอบลูกเขยคนนี้มากขึ้น  มุมมองของชายหนุ่ม  ดูเป็นคนคิดอะไรรอบคอบ  มีความรู้กว้างขวาง และยังมีแนวคิดหลายอย่างที่น่าสนใจพอที่จะสามารถนำมาต่อยอดธุรกิจได้


        มื้ออาหารจบลง  เมิ่งจินยิ้มแก้มปริ  เขาพอใจกับการได้เจอลูกเขยในอนาคตคนนี้มาก  จากนี้เขารู้แล้วว่าตัวเองควรจะเตรียมตัวเกษียณได้แล้ว  เพราะเขาคิดว่าจะทำตัวให้ว่างไว้สำหรับเลี้ยงหลานของเขา  ที่เขาอาจจะได้พบในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า


        เมื่อไป่ฉีกลับมาถึงที่บ้าน  เมิ่งชิงชิงกำลังดูข่าวที่แม่ของเธอถูกจับในข้อหาทุจริตโครงการก่อสร้างของรัฐบาลและโครงการอื่นของบริษัทตัวเอง  ไป่ฉีสังเกตเห็นว่าตาของเธอบวม  คงจะร้องไห้มาหนักมากแน่ ๆ


        “พี่ชิงชิง” ไป่ฉีนั่งลงข้าง ๆ แล้วดึงเธอเข้ามากอด


        “ฉันไม่เป็นไร” เมิ่งชิงชิงไม่อยากให้ไป่ฉีเป็นห่วงมากนัก  ดังนั้นตอนที่เธอรู้ข่าว  เธออยากร้องก็ร้องออกมาให้หมด  เพื่อที่ว่าพอไป่ฉีกลับมาถึง  อารมณ์ของเธอคงจะเย็นลงบ้าง  ขณะนั้นเองมีรายงานข่าวด่วนเข้ามา


        [ผู้ต้องหาคดีทุจริตการก่อสร้างหลายโครงการ  คุณเมิ่งเสวี่ยไป๋ได้เสียชีวิตลงแล้ว  เธอได้ใช้เสื้อสูทรัดคอตัวเองกับลูกบิดประตู  ในช่วงที่เจ้าหน้าที่สืบสวนออกไปจัดการเรื่องเอกสาร........] เสียงการรายงานข่าวของผู้ประกาศสาวหลังจากนั้นก็ไม่ได้เข้าหูเมิ่งชิงชิงกับไป่ฉีอีกเลย


        ต้องยอมรับว่าที่เขาทำถือว่าโหดร้ายพอสมควร  ด้วยการฝังเสียงนินทาลงไปในหัวของเมิ่งเสวี่ยไป๋  เพื่อให้เธอที่เป็นพวกสนหน้าตาของตนเองในสังคม  ไม่อาจมีชีวิตอยู่โดยถูกคนชี้หน้าด่าหรือนินทาได้  สุดท้ายเธอก็จะตัดสินใจฆ่าตัวตาย  ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง  แต่ไป่ฉีไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้  ทำให้เขาต้องมานั่งปลอบคนในอ้อมกอดอีกครั้ง  คงมีแต่เรื่องนี้เท่านั้นที่เขาจะเก็บมันเอาไว้ไม่บอกใครไปตลอดชีวิต  นี่คือสิ่งที่เขาทำผิดต่อผู้หญิงที่เขารัก


        ไม่นานสมาร์ทโฟนของเมิ่งชิงชิงที่เพิ่งเปิดก็ดังขึ้น  ไป่ฉีเห็นว่าชื่อที่ขึ้นมาคือ [พ่อ]  เขาจึงส่งสมาร์ทโฟนให้เธอทันที  เมื่อเมิ่งชิงชิงที่เห็นว่าเป็นเบอร์ของพ่อ  จึงกดรับสายและพยายามกลั้นสะอื้นเอาไว้


        [ลูกอย่าเสียใจไปเลยนะ  ลูกยังมีพ่ออยู่  พ่อขอเวลาอีกสัก 2-3 ปี  พ่อจะเกษียณให้คนอื่นทำแทนแล้ว  ที่ผ่านมาพ่อไม่ค่อยมีเวลาให้ลูกเลย  แม่เขาได้รับผลกรรมที่ก่อแล้ว  ลูกต้องทำใจให้ได้รู้ไหม] เมิ่งจินกล่าวปลอบลูกสาว


        “ค่ะ คุณพ่อ” เมิ่งชิงชิงรับคำ


        [ถ้ายังไม่สบายใจ  ลองคุยกับอวี้หยางดูนะ  เขาน่าจะปลอบลูกได้ดีกว่าพ่อ  จากที่พ่อลองคุยมา  เขารู้จักลูกดีกว่าพ่อเสียอีก] เมิ่งจินกล่าว


        “ค่ะ  หนูจะลองคุยกับเขาดู” เมิ่งชิงชิงกล่าว


        [งั้นพ่อวางนะ  ถ้าว่างพ่อจะชวนลูกกับอวี้หยางมาทานข้าวด้วยกันอีก] เมิ่งจินกล่าวจบก็ตัดสายไป


        “ดีขึ้นแล้วใช่ไหมครับ” ไป่ฉีถาม


        “อือ คุณแม่ทำเรื่องแบบนั้น  คุณพ่อยังสงบสติอารมณ์ได้เลย  ฉันเองก็ต้องทำให้ได้  จะไม่ให้กระทบงานหรอก” เมิ่งชิงชิงกล่าว


        “ดีแล้วครับ  เจ้าตัวเล็กในท้องจะได้ไม่เศร้าไปด้วย” ไป่ฉีเผยยิ้มยียวนออกมา


        “ตัวเล็กอะไรล่ะ  มีแต่ ...... ในลำไส้น่ะสิ  นายอย่ามาหยอกฉันตอนนี้ได้ไหม” เมิ่งชิงชิงหยิกไป่ฉี


        “ฮ่า ฮ่า ฮ่า เห็นไหมน้ำตาหยุดไหลแล้ว” ไป่ฉีใช้นิ้วจิ้มไปที่หน้าเมิ่งชิงชิง


        “อ๊ะ” เมิ่งชิงชิงเพิ่งรู้สึกตัว


        “ขอบคุณที่ไม่โกรธผมนะ” ไป่ฉีกล่าว


        “ฉันรู้ว่านายทำทุกอย่างเพื่อฉัน  แต่นายควรทำเพื่อตัวเองบ้างนะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว


        “การที่ผมทำทุกอย่างให้พี่  นั่นก็เป็นการทำเพื่อตัวผมเองเหมือนกัน” ไป่ฉีกล่าว


        ก่อนจะถึงวันงานที่ไป่ฉีต้องไปร่วม  ไป่ฉีโพสว่าเขาจะไปปรากฏตัวที่งานนั้น  พร้อมกับเตรียมการแสดงไปด้วย  อีกทั้งทางสำนักพิมพ์ได้บอกกับไป่ฉีว่าจะไปตั้งร้านที่นั่น  พร้อมกับออกนิยายเทพกระบี่ เล่มใหม่  บวกกับกระแสละครที่เริ่มออกอากาศ  ทำให้มีหลายคนอยากมาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย  แต่การเข้าไปในงานต้องมีตั๋วสำหรับเข้างาน  ซึ่งหลังจากไป่ฉีโพส  ตั๋วเข้างานถูกขายจนเกลี้ยง  เฉียนม่อถึงกับโทรมาขอบคุณไป่ฉีที่ช่วยให้พวกเขามีทุนไปใช้ดูแลรักษาเอกสารโบราณที่สำคัญของชาติ


        [กรี๊ด~~  ไป่ฉีจะไปงานของสมาคมนักเขียนแห่งชาติ  ใครมีตั๋วเข้างานบ้าง]


        [สหาย  ฉันได้ตั๋วแล้ว  แต่ไม่มีเผื่อนะ อิอิ]


        [ปิงเยว่กับไป่ฉีแสดงคู่กัน  เข้ากันมาก  อย่างกับเป็นคู่รักกันจริง ๆ เลย]


        [เห็นประกาศของสำนักพิมพ์รึยัง  เขาบอกว่าจะมีการขายนิยายเทพกระบี่ เล่มใหม่ด้วย]


        [เฮ้ย ใครมีตั๋วเข้างาน  บอกมานะ  ฉันจะฝากซื้อนิยาย]


        [ฉันอยากดูการแสดงของไป่ฉี  ใครมีตั๋วพอจะแบ่งขายให้ได้ไหม]


        ทุกอย่างเป็นไปตามที่ไป่ฉีวางแผนเอาไว้  เขาต้องการให้คนหาตั๋วเข้างาน  จนพวกสื่อมวลชนให้ความสนใจ และอยากจะมาทำข่าวเรื่องนี้  นอกจากนี้เขาได้ให้ทางเฉียนม่อเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมมาด้วย  โดยบอกว่าในฐานะที่งานนี้เป็นงานระดับชาติ  ถ้าไม่เชิญรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมมา  จะเป็นการฉีกหน้าเขา และอาจส่งผลต่องบประมาณของปีหน้า


        แต่สาเหตุที่แท้จริงแล้ว  ไป่ฉีต้องการลากคนเลวมาประจานท่ามกลางสื่อที่จะมาในวันนั้นต่างหาก  แม้สื่อทั่วไปอาจโดนทางรัฐสั่งระงับการนำเสนอ  แต่ไม่ได้รวมถึงการไลฟ์ของเขาที่ได้แจ้งผ่านทางแอปพลิเคชั่น T และการไลฟ์ของเหล่าแฟนคลับ  ซึ่งนี่เป็น 1 ในแผนการเปิดโปงความชั่วของพวกนักการเมือง และสร้างชื่อเสียงให้เขาไปด้วยในตัว


        ในช่วงเช้าของวันจัดงาน (วันเสาร์)

        ไป่ฉีให้เมิ่งชิงชิงอยู่บ้าน  เพราะเมื่อคืนเธอต้องจัดการเรื่องงานศพของแม่  ทำให้ช่วงหลายวันมานี้เธอได้นอนน้อยมาก  เขาได้ให้ไป่โม่ลี่ดูแลเรื่องยาบำรุงให้กับเมิ่งชิงชิง  โดยการนำโอสถของเขาไปละลายน้ำที่ผ่านการทำความสะอาดด้วยพลังปราณ  ให้ดื่มเช้าและเย็นหลังอาหาร  ทำให้ร่างกายของเมิ่งชิงชิงยังคงแข็งแรงดีเป็นปกติ


        หลังจัดการเรื่องของเมิ่งชิงชิงเรียบร้อยแล้ว  ไป่ฉีหาที่ลับตาคนเพื่อเปิดประตูมิติไปยังสถานที่ใกล้ ๆ กับหอศิลป์แห่งชาติ  ที่ทางสมาคมนักเขียนแห่งชาติได้ขอเช่าพื้นที่เอาไว้


        “มาเริ่มการแสดงกันเถอะ” ไป่ฉียิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา  ก่อนจะเดินไปยังทางเข้าของหอศิลป์แห่งชาติ  การเตรียมการแสดงสมบูรณ์แบบของเขาเสร็จสมบูรณ์แล้ว  ในฐานะคนที่ได้รับฉายามาริโอเน็ต  เขาจะใช้รัฐมนตรีเป็นหุ่นเชิดตัวร้าย และใช้ตัวเองเป็นพระเอกของเวทีการแสดงนี้

_____________________

+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+


คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน