“พวกเจ้าทำไมแต่งกายกันอย่างนี้เล่า” โจวสือชวินถามลูกชายเมื่อเห็นโจวหยวนเฉิงกับโจวหลี่เฉียงแต่งกายด้วยชุดคนงานของร้านขายอาหารว่าง
“วันนี้ข้ากับพี่ใหญ่จะไปตรวจงานสักหน่อยขอรับ อีกอย่างข้าจะได้พาคุณชายไฉกับคุณหนูไฉไปดูงานที่ร้านด้วย ก่อนที่จะให้พวกเขาตัดสินใจว่าจะไปทดลองงานที่ร้านค้าใดของเราน่ะขอรับ” โจวหยวนเฉิงตอบ
“ไปนั่งคุมงานเฉยๆ ก็น่าจะพอแล้ว เหตุใดพวกเจ้าต้องไปยืนขายเองด้วย ไม่ใช่ว่าจะไปสร้างปัญหาให้คนงานมากกว่าหรือ” โจวสือชวินยังไม่ไว้ใจ
“ท่านพ่อไม่เชื่อข้าหรือขอรับ คอยดูว่าวันนี้ข้าจะทำยอดขายให้ได้ถล่มทลายเลย” โจวหยวนเฉิงพูดอย่างมั่นใจ
“เรื่องโม้ล่ะไม่มีใครเกิน วันนี้ลุงจะไปเรียกช่างมาปรับปรุงร้านสำหรับเปิดโรงน้ำชาและร้านหนังสือ” ลุงฝูเจาบอก
“พ่อจะไปดูโกดังที่ท่าเรือสักหน่อย ไม่รู้ว่าคนงานที่โน่นเป็นอย่างไรกันบ้างแล้ว วันนี้เป็นวันเงินเดือนออก พ่อจะเอาเงินเดือนไปจ่ายพวกเขาที่โน่นเลย” โจวสือชวินบอก
“ท่านพ่อบอกพี่ฮุ่ยหมิ่นกับพี่ฮุ่ยหมิงให้มาพบข้าด้วยนะขอรับ ข้าจะมีงานให้พวกเขาทำ” โจวหยวนเฉิงบอก
“ท่านพ่อบุญธรรมให้คนคุ้มกันของท่านอาเจียวไปด้วยนะขอรับ” โจวหลี่เฉียงพูดขึ้น
“วันนี้อาเป่าจะเป็นคนพาพ่อไปส่งเอง พวกเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง อ้อ...แล้ววันนี้ก็อย่าก่อเรื่องอะไรอีกล่ะ” โจวสือชวินกำชับ “เจ้าใหญ่ เจ้าเป็นพี่ก็อย่าได้ตามใจน้องชายมากเกินไป หากเห็นว่าเขาทำสิ่งใดไม่ถูก เจ้าก็ต้องห้ามเขา แต่ถ้าเขาไม่เชื่อฟัง เจ้าก็มาบอกพ่อ ประเดี๋ยวพ่อจะลงโทษเขาเอง”
“ขอรับท่านพ่อ วันนี้ข้าจะไม่ให้เจ้ารองก่อเรื่องอะไรขึ้นอีกแล้วขอรับ” โจวหลี่เฉียงรับปากเป็นมั่นเหมาะ
“ข้าเป็นเด็กดีตั้งนานแล้ว เหตุใดพวกท่านถึงยังกังวลกันอยู่อีกเล่า ท่านพ่อพูดอย่างนี้ข้าน้อยใจนะขอรับ” โจวหยวนเฉิงพูดเหมือนไม่ได้รับความยุติธรรม “ท่านลุง ท่านลุงก็ไม่รักข้าแล้วหรือขอรับ”
แต่ผู้อาวุโสทั้งสองคนก็ไม่ได้สนใจโจวหยวนเฉิงเลย พวกเขาต่างก็หันหลังเดินออกจากบ้านเพื่อไปทำงานของตัวเอง
“หยุดทำเป็นเล่นได้แล้ว ออกไปดูข้างนอกดีกว่าว่าพี่ลู่ซือมาหรือยัง” โจวหลี่เฉียงบอก
“ไปดูพี่ลู่ซือหรือแม่นางลี่หลินกันแน่”
“เจ้าอย่าได้พูดไป เดี๋ยวคุณหนูไฉจะเข้าใจผิด”
“ท่านทั้งสองนั่งดูข้ากับพี่ใหญ่อยู่ที่นี่นะขอรับ” โจวหยวนเฉิงบอกกับไฉลู่ซือและไฉลี่หลิน
“พวกเจ้าจะออกไปขายของเองเลยอย่างนั้นหรือ หน้าที่นั้นไม่ใช่หน้าที่ของลูกจ้างในร้านหรอกหรือ” ไฉลู่ซือถาม
“จะพูดอย่างนั้นก็ถูกขอรับ แต่หากเราได้เรียนรู้งานนี้ด้วยตัวเอง เราก็จะเข้าใจความรู้สึกและความยากลำบากของลูกจ้างได้ด้วยนะขอรับ การค้าขายนั้น จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ที่ว่าง่ายคือ หากสินค้าเป็นที่ต้องการและเป็นสินค้าจำเป็น แม้ราคาจะแพงหรือบริการจะแย่ขนาดไหน ลูกค้าก็มาซื้ออยู่วันยังค่ำ และที่ว่ายากก็คือการให้บริการ เราต้องดูว่าเราสามารถขายสินค้าอย่างไรให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจในสินค้าและบริการของเรา พอใจจนกระทั่งอยากกลับมาซื้อสินค้าของเราซ้ำอีก” โจวหยวนเฉิงอธิบาย
“แต่อาหารว่างของเจ้าก็ไม่มีร้านอื่นเลียนแบบได้อยู่แล้ว เจ้ายังจะกลัวว่าพวกเขาจะไม่กลับมาซื้อซ้ำอีกหรือ” ไฉลี่หลินถาม
“ถึงสินค้าของเราจะแปลกใหม่และไม่เหมือนใคร แต่ถ้าคุณภาพของสินค้าไม่ดีหรือแม้แต่การบริการไม่ดี เจ้าคิดว่าลูกค้ายังอยากจะกลับมาซื้ออาหารว่างของข้าอีกไหม” โจวหยวนเฉิงหยิบคุกกี้ขึ้นมาชิ้นหนึ่ง “ยกตัวอย่างเช่นหากขนมชิ้นนี้รสชาติไม่อร่อย เจ้ายังอยากจะกลับมาซื้ออีกไหม”
“ก็ต้องไม่กลับมาอยู่แล้ว” ไฉลี่หลินตอบ
“แล้วถ้าหากข้าเป็นคนพูดจาไม่ดี ชอบชักสีหน้า หรือแม้แต่แสดงความไม่พอใจเมื่อเห็นว่าเจ้าซื้อขนมแค่ไม่กี่ชิ้นเล่า” โจวหยวนเฉิงยังถามต่อ
“ข้าก็จะเดินออกจากร้านและไม่คิดที่จะกลับมาอีก”
ไฉลู่ซือกับไฉลี่หลินเข้าใจในคำอธิบายของโจวหยวนเฉิงทันที เมื่อเป็นเช่นนั้นโจวหยวนเฉิงกับโจวหลี่เฉียงก็เดินออกไปประจำที่เคาน์เตอร์สั่งอาหาร
โจวหยวนเฉิงกับโจวหลี่เฉียงเดินไปประจำเคาน์เตอร์รับสั่งอาหาร โดยมีลูกจ้างคอยยืนให้กำลังใจ เพราะพวกเขาไม่เคยเห็นคุณชายลงมายืนขายของเองมาก่อน พวกเขาจึงยืนดูอยู่ด้านข้างเพื่อให้กำลังและหากคุณชายต้องการความช่วยเหลือ พวกเขาก็จะเข้าไปช่วยได้ทันเวลา
“คุณชายใหญ่ คุณชายรอง พวกท่านทำไหวแน่นะขอรับ” หัวหน้าลูกจ้างประจำร้านขายอาหารว่างถามอย่างกังวล
“พี่ชายไม่เชื่อมือข้าหรือ ข้าทำได้ พวกเท่านมีหน้าที่อะไรก็ไปทำเหมือนเดิมเถอะ” โจวหยวนเฉิงตอบ
“หากพวกเราต้องการความช่วยเหลือ เราจะเรียกพี่ชายแน่นอน แต่ตอนนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่เราเถอะขอรับ” โจวหลี่เฉียงสำทับอีกคน
“พวกเจ้าไปทำงานได้ ใครมีหน้าที่อะไรก็ไปทำ ส่วนข้าจะอยู่ดูแลคุณชายทั้งสองทางนี้เอง” หัวหน้าลูกจ้างพูดขึ้น
“ท่านน้าวันนี้ต้องการรับขนมชนิดใดหรือขอรับ ขนมของร้านเรามีมากมาย ท่านน้าเลือกดูได้ตามรายการเหล่านี้ได้เลยขอรับ” โจวหยวนเฉิงชี้ไปที่กระดานภาพวาดเมนูอาหารที่ผนังด้านข้างของร้านให้หญิงวัยคนดู เมนูนี้มีทั้งภาพและตัวหนังสือเขียนกำกับ คนที่อ่านหนังสือไม่ออกก็สามารถดูรูปแทนได้
“ข้าได้ยินมาว่าร้านของเจ้ามีขนมที่ใช้เลี้ยงในวันเกิดให้เด็กๆ” หญิงนางนั้นทำท่าทางไม่มั่นใจก่อนจะบอกออกไปอย่างเขินอาย “ข้ามีเงินไม่มาก แต่อยากจะซื้อขนมสักชิ้นเพื่อมอบให้ลูกสาวในวันเกิด”
“หากวันนี้เป็นวันเกิดน้องสาว ทางร้านเรามีส่วนลดค่าขนมให้ครึ่งหนึ่งขอรับ ปีนี้น้องสาวอายุเท่าไหร่แล้วขอรับ”
“อายุแปดขวบแล้วล่ะ ถ้าเช่นนั้นข้าขอขนมหนึ่งชิ้น ข้าเอากล่องอาหารมาเองด้วย”
โจวหยวนเฉิงรับกล่องอาหารแล้วเดินเข้าไปหลังร้านพร้อมกับใส่เค้กก้อนเล็กลายการ์ตูนแมวญี่ปุ่นสีขาวติดโบว์สีชมพูลงไป “นี่คือขนมวันเกิดของน้องสาว ขอให้น้องสาวมีสุขภาพแข็งแรงและเป็นเด็กดีของครอบครัวนะขอรับ”
หญิงนางนั้นจ่ายเงินก่อนที่จะรับขนมมาด้วยท่าทางดีใจแล้วโค้งให้โจวหยวนเฉิง ซึ่งโจวหยวนเฉิงก็โค้งตอบอย่างสุภาพเช่นกัน
“หลานชาย ข้าไม่รู้จักรายการอาหารมากนัก เพียงแต่อยากจะซื้อขนมไปให้ลูกชายประหลาดใจสักหน่อย ก่อนหน้านี้เขาสอบได้คะแนนดีขึ้นมาก”
“ลูกชายท่านอาชอบกินอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ขอรับ” โจวหลี่เฉียงถาม
“เขากินได้ทุกอย่างนั้นล่ะ แต่ไม่ค่อยกินผัก อันนี้ข้ากับแม่ของเขากลุ้มใจมาก”
“ท่านอารอสักครู่นะขอรับ” โจวหยวนเฉิงเดินเข้าไปหลังร้านพร้อมกับยกนักเก็ตกับซอสมะเขือเทศออกมาจานหนึ่ง “นี่คือขนมผักทอดขอรับ ก้อนกลมจะเป็นผักอย่างเดียว ก้อนสี่เหลี่ยมผสมเสื้อกุ้ง และก้อนสามเหลี่ยมผสมเนื้อไก่ ท่านอาลองชิมก่อนขอรับ กินคู่กับน้ำจิ้มมะเขือเทศจะยิ่งอร่อยมากขึ้น ขนมชนิดนี้เป็นรายการใหม่ที่ร้านเราเพิ่งทำออกมาวางขายวันนี้เป็นวันแรกขอรับ”
“อร่อยมาก! หากเจ้าไม่บอก ข้าก็ไม่รู้เลยว่าขนมนี้ทำมาจากผัก รสชาติกรอบหอมถูกใจมาก อย่างนี้ลูกชายข้าก็จะหันมากินผักได้แล้วสิ” ชายคนนั้นหันไปทางโจวหลี่เฉียงอย่างดีใจ “ข้าเอาทั้งสามอย่างเลย ห่อให้ใส่กล่องกลับบ้านให้ข้าด้วย”
“ท่านอาเตรียมกล่องอาหารมาด้วยหรือไม่ขอรับ หากไม่ได้เตรียมมา ทางร้านของเรามีบริการให้ยืมกล่องใส่อาหารกลับบ้านได้ แต่ท่านอาจะต้องจ่ายค่ากล่องอาหารไว้ด้วย เมื่อนำกล่องอาหารมาคืน ทางร้านก็จะคืนเงินให้ขอรับ” โจวหลี่เฉียงยิ้มอธิบาย
“ถ้าข้าให้ภรรยานำกล่องมาคืนจะได้เงินคืนเหมือนกันใช่หรือไม่ คือบางครั้งข้าก็อาจจะไม่ได้มาด้วยตัวเอง”
“กล่องอาหารแบบนี้จะมีเพียงร้านของเราที่เดียวที่มีใช้ ดังนั้นจะเป็นใครนำมาคืนก็ได้รับเงินเหมือนกันขอรับ”
“ดีๆ อย่างนั้นข้าขอยืมกล่องอาหารกลับบ้านด้วย”
โจวหยวนเฉิงกับโจวหลี่เฉียงยืนขายของอยู่หน้าเคาน์เตอร์ด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา พวกเขาขายของอย่างใจเย็นและสุภาพกับลูกค้าทุกคน ไม่ว่าลูกค้าเหล่านั้นจะมีท่าทางอย่างไร หรือแต่งกายอย่างไรเข้ามา ทั้งสองก็ยังรักษามาตรฐานการให้บริการของตัวเองได้เป็นอย่างดี
ลูกจ้างที่ยืนมองคุณชายทั้งสองของเขาอยู่ก็ได้แต่เพิ่มความชื่นชมและเลื่อมใสเข้าไปอีก ลูกจ้างบางคนพยายามจดจำเพื่อที่จะได้นำไปปรับใช้เวลาที่ตัวเองได้มายืนประจำที่หน้าร้าน
ไฉลู่ซือและไฉลี่หลินก็มองโจวหยวนเฉิงและโจวหลี่เฉียงอย่างเลื่อมใสเช่นกัน ทั้งสองต่างคิดเหมือนกันว่าโชคดีที่พวกเขาได้รู้จักกับคุณชายโจวทั้งสอง ทั้งคู่ต่างเป็นบุคคลที่มีความสามารถจริงๆ โดยเฉพาะไฉลี่หลินที่มองโจวหลี่เฉียงอย่างชื่นชม