พิภพห้วงเวลา

    ตอนที่ 45 การเปิดขึ้นของมิติสนธยา

    หลังจากพูดคุยกันได้ครู่หนึ่ง ไทก้าจึงได้มอบยาให้บีอย่างลับๆ ก่อนที่บีฝากยาบำรุงจิตกับผู้ดูแลโจเอาไว้ให้กับฮานะ เพราะว่ายังไงยาเม็ดนี้ไทก้าก็สร้างขึ้นเพื่อที่จะให้บีมอบให้กับฮานะอยู่แล้ว

    ผู้ดูแลโจนั้นได้บอกกับบีว่าในความเป็นจริงแล้วฮานะต้องการที่จะออกไปพบบีอยู่หลายครั้ง แต่ฮานะต้องดูแลพ่อของนางจึงไม่ได้ออกไปพบบีเหมือนเมื่อก่อน ในส่ววนนี้บีเองก็พอเข้าใจได้ หลังจากนั้นไม่นานพวกไทก้าจึงของตัวกลับไปยังนววิทยา

    ในระหว่างทางทั้งสี่คนต่างพูดคุยต่างๆ นาๆ

    "เหตุใดเจ้าถึงได้ให้กล่องนั้นไปล่ะไทก้า"ริวที่ยังสงสัยอยู่ถามขึ้น

    "อืม จะว่าอย่างไรดีล่ะ ข้าเองก็เพิ่งจะนึกออกหลังจากทำการรักษาเสร็จ หากข้าทำตามนี้ข้าก็จะสามารถไปเบิดชุดยาทั้งหมดได้โดยไร้กังวล"ไทก้าตอบกลับ

    "แล้วมันยังไงงั้นเหรอ"คิลล์ถามขึ้นตามหลัง

    "นั่นสิ ข้าเองก็อยากจะรู้เช่นกัน ว่ามันเกี่ยวอะไรกัน"บีกล่าวเสริม

    "ในการเบิกชุดยานั้นหากเจ้าต้องการเบิกชุดที่เหลือทั้งหมดทุกชุดพร้อมกัน เจ้าจะต้องมีตัวอย่างยาที่สร้างสำเร็จไปแสดงให้กับตำหนักยาดูด้วย แต่หากข้านำยาบำรุงจิตที่ต้องใช้เวลาในการบ่มถึงหกเดือน ไปแสดงทั้งที่ข้าสร้างขึ้นเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น ที่ตำหนักยาจะต้องถามถึงเหตุผลในส่วนนี้อย่างแน่นอน ดังนั้นหากข้าบอกว่าได้กล่องบ่มยานี้มาจากหอแห่งเมฆ ก็จะดูสมเหตุสมผลในการสร้างยามากขึ้นยังไงล่ะ"ไทก้าอธิบายถึงเหตุผลทั้งหมด

    ทั้งสามคนเมื่อได้ฟังดังนั้นก็พากันพยักหน้าทันที

    "ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง มิน่าพวกข้าก็สับสนและสงสัยกันไปหมด ว่าแต่เจ้าจะไปเบิกชุดยาทั้งหมดมาทำไมงั้นหรือ"ริวกล่าวขึ้น

    "พวกเจ้าลืมไปแล้วงั้นหรือ มิติสธยาจะเปิดออกแล้ว"ไทก้าตอบกลับ

    "จริงด้วย เจ้านี่ วางแผนเตรียมตัวเอาไว้ขนาดนี้เลยเชียวหรือ ฮ่าๆ ข้าล่ะคิดไม่ถึงจริงๆ"คิลล์หัวเราะเบาๆ

    บีเองก็พยักหน้าทั้งยังมองไปที่ทั้งสามคน ก่อนจะพูดขึ้น "ในเมื่อทุกคนจะเข้าไปในมิติสนธยา เช่นนั้นเมื่อเข้าไปแล้วพวกเราจะไปรวมตัวกันมั๊ย"

    "แน่นอนสิ อีกอย่างหากคิดดูไปแล้ว พวกเราเองก็มีกันสี่คนซึ่งดูเหมือนว่าจะครบกลุ่มพอดีนี่น่า"คิลล์กล่าวขึ้นทั้งยังมองไปมา

    "อืม จะว่าไปมันก็ใช่นะ ไม่ใช่ว่านี่เป็นแผนของเจ้าอีกอย่างนั้นเหรอ"ริวที่นึกขึ้นได้ก็หันไปหาไทก้าทันที เนื่องจากหลังจากออกมาจากมิติสนธยาจะมีการจัดการแข่งขันนวอาคมขึ้น และการคัดเลือกทีมจะต้องมีสี่คนเช่นกัน!

    "นี่พวกเจ้าคิดว่าข้าวางแผนอะไรเอาไว้อีกแล้วล่ะสิ ที่พวกเรามาเจอกันมันเป็นแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น แต่ก็นะ ในเมื่อครบสี่คนแบบนี้เรามาตั้งกลุ่มหลังจากเข้าไปยังมิติสนธยาแล้วฝึกด้วยกันดีมั๊ย"ไทก้ากล่าวและยิ้มขึ้นมาเบาๆ

    ทั้งสามคนที่เหลือยังไม่ได้ตอบอะไร กลับหันหน้าไปมองไทก้าพร้อมกันเป็นนัยๆ ทั้งยังคิดภายในใจว่า มันต้องเป็นแผนของเจ้านี่แน่ๆ

    "......."

    ..............

    ณ จักรวาลที่ห่างออกไปเป็นอย่างมาก

    ที่นี่เป็นป่าไม้แห่งหนึ่งที่อยู่ ณ ใจกลางของทวีประดับหนึ่ง ต้นไม้พริ้วไหวไปมาดั่งมีชีวิตเป็นของตน ทั้งยังเต็มไปด้วยสัตว์เทพมากมายมีสีสันหลากหลายที่ต่างอยู่กันด้วยความสงบ มีน้ำตกไหลเป็นสายทอดยาวลงมา แม่น้ำที่นี่นั้นใสสะอาดราวกับแก้วระยิบระยับ ทั้งบรรยากาศรอบๆ ต่างให้ชีวิตชีวา มีก้อนเมฆรายล้อมอยู่เต็มไปหมด

    ข้างริมแม่น้ำมีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ใต้ต้นนั้นนักบวชองค์หนึ่ง มีผมสีดำมัดรวมกันไว้ด้านบน ทั้งยังเต็มพร้อมไปด้วยพลังจิตที่สว่างออกมารอบๆ ทรงพลังเป็นอย่างมาก แต่กลับออกโยนเป็นที่สุด นั่งสมาธิอยู่ ซึ่งดูไปแล้วช่างศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก

    วิ้ง!

    นักบวชศักดิ์สิทธิ์ท่านนั้นลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ

    "มาแล้วอย่างนั้นหรือ ลูกศิษย์ที่เราสามารถสอนได้เพียงคนเดียวเท่านั้น ธาตุแห่งเวลานั้นเป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่ง เมื่อเราสอนเจ้าไปถึงระดับที่สมควรแล้ว วัฏฏะของปัจเจกอย่างเราก็จะหมดสิ้นไป ดูเหมือนเวลานั้นของเราจะมาถึงแล้ว"

    กล่าวจบร่างของนักบวชศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ค่อยๆ ลุกขึ้น จากนั้นจึงลอยออกไปและหายเข้าไปในมิติที่ปรากฏออกมา

    ฟุบ!

    .......................

    ตัดมาที่พวกไทก้า

    เมื่อทั้งสี่คนมาถึงยังภายในของนววิทยา ริวและคิลล์ได้ตกลงกันว่าจะสร้างยันต์ให้กันและกันคนละสามชุด เพื่อเตรียมตัวเข้าไปยังมิติสนธยา บีที่เห็นแบบนั้นจึงได้ขอร่วมด้วย ไทก้าเองก็สนใจเช่นกัน เพียงแต่ว่า ไทก้านั้นต้องไปเบิกชุดยาก่อนจึงได้ขอตัวแยกออกไปและจะตามไปยังบ้านพักทีหลัง

    ไทก้าเดินขึ้นมาจนถึงตำหนักยา และพบกับผู้อาวุโสคนเดิม

    "ข้ามาเพื่อขอเบิกชุดยาทั้งหมดขอรับ"

    "อืม...นี่เจ้าเป็นศิษย์ที่เพิ่งเบิกชุดยาบำรุงจิตไปไม่ใช่หรือ แต่เจ้าบอกว่าต้องการเบิกทั้งหมด เจ้าล้อข้าเล่นเช่นนั้นรึ"ผู้อาวุโสตำหนักยากล่าวทั้งยังขมวดคิ้ว 

    "ข้าไม่ได้ล้อเล่นขอรับ นี่เป็นยาบำรุงจิตที่ข้าสร้างขึ้นขอรับ"กล่าวจบไทก้าจึงได้ยกกล่องยาขึ้นมาสองกล่อง ก่อนจะกล่าวต่อ "กล่องแรกเป็นยาที่ข้าได้รับเป็นรางวัลในการทดสอบขอรับ ส่วนอีกกล่องนั้นเป็นยาที่ข้าสร้างขึ้นขอรับ"

    ไทก้าได้ส่งยาให้กับผู้อาวุโสดูเพื่อเป็นการยืนยันว่าไทก้าไม่ได้เอายาที่ได้รับรางวัลมาแสดงจึงได้ส่งยาให้ทั้งสองกล่อง 

    ผู้อาวุโสตำหนักยารับมาก่อนจะตรวจสอบดูทั้งยังหัวเราะขึ้นเบาๆ ด้วยความพอใจ และเป็นไปตามที่ไทก้าคาดการณ์เอาไว้ เรื่องของการบ่มยา ที่ต้องใช้เวลาในการบ่มนาน ไทก้าจึงได้บอกออกไปว่าเขาได้ใช้กล่องบ่มยา ที่ได้มาจากหอการค้าแห่งเมฆในการบ่ม เมื่อผู้อาวุโสตำหนักยาได้ยินดังนั้นจึงได้ให้คนไปตรวจสอบ ก่อนจะทราบว่าที่ไทก้ากล่าวมานั้นเป็นเรื่องจริง จึงได้ทำการส่งชุดยาชุดใหม่ให้กับไทก้าทั้งหมด ทั้งยังกล่าวชมในความเก่งกาจของไทก้าที่สามารถสร้างยาบำรุงจิตได้ และเบิกเพิ่มพิเศษให้กับไทก้าอีกห้าชุด

    ไทก้านั้นไม่ได้เบิกมาเฉพาะชุดยาบำรุงจิตเท่านั้น แต่มียาอย่างอื่นที่จำเป็นสำหรับรักษาอาการบาดเจ็บ ฟื้นฟูพลังจิต และรักษาพิษอีกด้วย

    หลังจากออกจากตำหนักยาจนมาถึงบ้านพัก ไทก้าก็พบกับทั้งสามคนที่กำลังตั้งสมาธิในการสร้างยันต์อยู่จึงเดินเข้าไปหาทั้งสามคน

    "ไทก้าเจ้ามาแล้ว นี่เป็นยันต์อาคมของข้าหกแผ่น เป็นอาคมที่ข้าสามารถใช้ได้ในตอนนี้ เจ้ารับไปสิ"บีกล่าวขึ้นก่อนจะส่งยันต์อาคมของตัวเองไปให้กับไทก้า

    "ของข้าอาคมธาตุมืด มีสามใบที่ข้าใช้ได้ แต่ว่าเจ้าใช้ได้ไม่จำกัดเลยนะ"คิลล์ยื่นไปให้ไทก้าทั้งยังยิ้มเล็กน้อย

    "ของข้ามากกว่าคนอื่นนะ สิบใบข้าให้เจ้า ฮ่าๆ"ริวยื่นให้กับไทก้าด้วย

    "นี่พวกเจ้าเขียนยันต์เอาไว้ให้ข้าเช่นนั้นหรือ แต่ข้ายังไม่ได้เขียนอะไรไว้เลยนะ"ไทก้ากล่าวออกมาด้วยความสับสน

    "พวกเราคุยกันแล้ว แค่ยาที่เจ้าให้เรามาก่อนหน้านี้ก็เพียงพอแล้ว"ริวกล่าวขึ้นทั้งยังยิ้มให้ไทก้า

    ทั้งบีและคิลล์ต่างพยักหน้าตามด้วย

    ไทก้ามองดูครู่หนึ่งก่อนจะรับมาทั้งยังตอบกลับว่า"เช่นนั้นพวกเจ้ารอข้าสักครู่นะ"

    แม้ว่าทั้งสามคนจะให้ไทก้าโดยไม่ได้ต้องการที่จะรับยันต์ของไทก้า แต่ไทก้าเองก็เป็นห่วงทั้งสามคนเช่นกันจึงได้ทำการวาดยันต์ขึ้นมาให้คนละห้าใบ ทำเอาไทก้าเหนื่อยหอบเป็นอย่างมาก เนื่องจากยันต์หนึ่งแผ่นไม่ต่างจากการใช้อาคมหนึ่งคาถา อีกทั้งไทก้ายังใช้พลังจิตในการรักษาก่อนหน้านี้ทำให้ไทก้าอ่อนแรงเป็นอย่างมาก

    หลังจากมอบยันต์อาคมให้ทุกคนเรียบร้อย ทั้งสี่คนพูดคุยกันอยู่ระยะหนึ่ง และนัดกันว่าจะมาพบกันที่นี่และไปยังประตูทางเข้ามิติพร้อมกัน ก่อนจะแยกย้ายกันกลับที่พักของตนเอง

    ไทก้าเข้ามายังภายในบ้านพักของตนก่อนจะค่อยๆ ปรับพลังและฟื้นพลังทีละนิด ผ่านไประยะหนึ่งไทก้าจึงนึกบางอย่างขึ้นได้

    "ใช่แล้ว ทำไมข้าไม่ใช้อาคมธาตุเวลาย้อนร่างกายให้กลับมามีพลังเต็มเปี่ยมเช่นเดิมเหมือนตอนที่รักษากันล่ะ"

    เมื่อคิดได้ดังนั้น ไทก้าไม่รอช้าทดลองใช้อาคมผกผันธาตุเวลาคลุมร่างในทันที

    วูมมมมม!

    ร่างกายของไทก้าค่อยๆ กลับมาฟื้นสภาพอย่างรวดเร็ว จนพลังเต็มเปี่ยมและดูเหมือนว่าหากใช้อย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ พลังของไทก้ายังไม่ลดลงไปอีกด้วย คิดได้ดังนี้ไทก้าจึงได้หน่วงอาคมคลุมร่างเอาไว้ตลอดเวลา ก่อนจะนำวัตถุดิบออกมาและสร้างยาอย่างต่อเนื่องดู

    เวลาผ่านไประยะหนึ่ง ในตอนนี้ไทก้าได้สร้างเม็ดยาฟื้นฟูพลังจิตขึ้นมาแล้วกว่าสิบเม็ด ทั้งยังไม่รู้สึกเหนื่อยหรือสูญเสียพลังใดๆ อีกด้วย

    "อืม เป็นไปตามคาดจริงๆ วันนี้ดึกมากแล้วน่าจะพอแค่นี้ก่อน"กล่าวจบไทก้าจึงได้คลายอาคมผกผัน และเข้านอนไป

    เช้าวันรุ่งขึ้น....

    หลังจากที่ทั้งสามคนฝึกกายในยามเช้าเรียบร้อย ก็ได้ขึ้นไปยังบันไดของชั้นสาม

    วันนี้ไทก้าดูสดใสกว่าทุกวัน เนื่องจากหลังจากฝึกกายเสร็จไทก้าได้ใช้อาคมผกผันคืนสภาพเฉพาะพลังที่เสียไปเท่านั้น ส่วนร่างกายนั้นไทก้าคิดดูแล้วหากทำการคืนสภาพ ที่ฝึกไปในช่วงเช้านั้นจะเท่ากับสูญเปล่า

    ในขณะที่ทั้งสามคนเดินขึ้นมาก็พบกับผู้คนมากมายเดินขึ้นมาเช่นกัน ทั้งยังเป็นศิษย์ที่ส่วนใหญ่แล้วมีพลังจิตระดับสี่ขึ้นไปทั้งนั้น บางคนที่รู้จักพวกไทก้าต่างก็กล่าวพูดคุยกันเบาๆ แต่ไทก้าก็ไม่ได้สนใจเท่าใดนัก จนกระทั่งขึ้นมาและพบกับริวและลูกน้องที่ยืนอยู่หน้าบันไดเข้า

    "พวกเจ้ามาช้ากันจริงๆ ข้ารอเจ้านานแล้วนะ"ริวกล่าวบ่นขึ้นมาเล็กน้อย

    "คำนับลูกพี่ทั้งสามขอรับ"ลูกน้องของริวที่เคยพบกันในตอนที่อยู่หอตำราอาคมสองคนกล่าวขึ้น

    "ลูกพี่ทั้งสาม???"ทั้งไทก้า บีและคิลล์ ต่างก็สงสัยเป็น

    "ฮ่าๆ ช่างเถอะๆ พวกนี้ก็ชอบเป็นแบบนี้แหละ พวกเราไปรอด้านหน้าประตูกัน"ริวนั้นรู้สึกชินแล้วจึงได้รีบกล่าวออกไปทั้งยังชวนทั้งสามคนเดินไปรอยังหน้าประตู

    สำหรับประตูเข้าสู่มิติสนธยานั้น ทางนววิทยาได้จัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับศิษย์มากมายอยู่หลายแห่ง รอบๆ ภูเขาของนววิทยา พวกไทก้าเลือกมาที่ประตูนี้เนื่องจากริวบอกว่าที่นี่นั้นคนจะน้อยกว่าที่อื่นซึ่งง่ายต่อการที่จะเข้าไป แต่เมื่อมองไปรอบๆ ก็พบว่านี่มันน้อยแล้วอย่างนั้นเหรอ คนรอบๆนี้มีอยู่ราวๆ หนึ่งพันคน

    ไทก้าได้ทำการให้ยาฟื้นพลังจิตไว้ใช้ในยามฉุกเฉินกับทุกคนรวมถึงลูกน้องของริวทั้งสองคนด้วย แต่ในขณะนั้นเองก็ได้มีเสียงแห่งจิตของอาจารย์ใหญ่ประกาศก้องไปทั่วนววิทยา

    "ศิษย์ทุกคนจงฟัง การเข้าไปยังมิติสนธยานั้นล้วนเต็มไปด้วยอันตราย ซึ่งหมายถึงอาจจะมีการเสียชีวิตได้ ขอให้ทุกคนที่เข้าไปจงระวังตัวให้ดี เปิดได้"

    วูซซซซซ

    หลังจากเสียงประกาศจบไป ประตูมิติขนาดใหญ่ด้านหน้าจึงหมุนวนและเปิดออกทันที ก่อนที่จะมีศิษย์หลายคนต่างพุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว

    ฟุบ ฟุบ ฟุบ

    "ถึงเวลาแล้ว พวกเราไปกันเถอะ ไว้ค่อยเจอกัน"

    ทั้งสี่คนต่างพยักหน้าพร้อมกันเป็นสัญญาณรวมถึงลูกน้องของริวทั้งสองคน ก่อนที่ทั้งหกคนจะเดินเข้าประตูมิติไป














    คล้ายกับเรื่องพิภพห้วงเวลา ที่คุณอ่าน